พรของอันผิง.

    บทที่ 29 ว่าด้วยเรื่องของอนุ

    บทที่29 ว่าด้วยเรื่องของอนุ


            อันผิงยังคงติดสอยห้อยตามท่านพ่อมายังโรงเรียนของท่านพ่อด้วยถึงแม้การสอนของท่านพ่อจะอยู่ตัวแล้ว เด็กนักเรียนเข้าใจขั้นตอนการเรียนพอพวกเขาไม่ทัน หรือไม่เข้าใจตรงไหน ก็จะยกมือขึ้นเพื่อสอบถาม ท่านแม่จึงไม่ตามมาด้วยแล้ว 

            ทีแรกท่านแม่พยายามหว่านล้อมอันผิงให้อยู่ที่บ้านแต่เพราะตัวเธอไม่ยอม ร้องจะมากับท่านพ่อให้ได้ก็นะเธอยังไม่เบื่อที่โรงเรียนของท่านพ่อนี่นอกจากพื้นที่โรงเรียนที่ท่านพ่อสอนหนังสือ ก็ยังมีศาลาให้ผู้เฒ่าผู้แก่นั่งคุยกันเธอก็ทำตัวเนียนๆ นั่งฟังพวกผู้เฒ่าคุยกันด้วยสิ

            และที่สำคัญมีเด็กสาวหรือหญิงสาวที่ไม่ได้ออกเรือนมักมาจับกลุ่มกันแอบดูท่านพ่อเธอเลยต้องมาแสดงหลักฐานที่ชัดเจนว่า ท่านพ่อมีครอบครัวแล้วนะโดยการเอาตัวเข้าไปในกลุ่มผู้หญิงพวกนี้ ซึ่งความจริงแล้วในหมู่บ้านนอกจากทำการเกษตร ไปรับจ้างในเมือง ก็ไม่มีอะไรให้ทำแล้วโดยเฉพาะหญิงสาว ที่ทำได้อย่างมากคือช่วยครอบครัวทำงาน และรอวันแต่งออก

            “วันนี้ท่านอาจารย์อัน ก็ดูดีเนอะ”

            “เสียแต่ว่าใบหน้าไม่ได้เนียนอย่างพวกบัณฑิตในเมือง”     

            “แค่นี้ก็ดีแล้ว อย่าลืมว่าอาจารย์อันประสบอะไรมาดีแค่ไหนแล้วที่ได้กลับบ้าน และรักษาตัวหาย”

            “แต่ข้าว่าต่อให้มีรอยแผลบนใบหน้าก็ยังหล่อกว่าพวกบัณฑิตในเมือง”

            อันผิงที่เนียนยืนอยู่ในกลุ่มเด็กสาวพวกนี้ พยักหน้าอย่างเห็นด้วยมีเด็กสาวคนหนึ่งเหลือบมาเห็น ก็หัวเราะออกมา จนอีกหลายๆ คน หันมามองเลยทำให้เห็นเด็กหญิงตัวน้อย ลูกสาวของอาจารย์อัน

            “อ้าว อันผิงมาแล้ว มาในช่วงที่ข้ากำลังชมพ่อเจ้าพอดี”

            “นี่ๆ อันผิงรับข้าเป็นแม่อีกสักคนไหม” เด็กสาวที่ท่าทางทะเล้นในกลุ่มพูดขึ้นมา จากนั้นก็โดนอีกคนหยิกจนร้องโอดโอย

            “เจ้าเงียบไปเลย พูดเล่นกันในหมู่พวกเราได้อย่าไปพูดต่อหน้าเด็ก”

            “เจ้าก็ อันผิงตัวแค่นี้ จะรู้เรื่องอะไรอีกอย่างหมู่บ้านเรามีใครที่มีอนุบ้าง ข้าก็พูดสนุกไปอย่างนั้น” พูดจบก็โดนเด็กสาวคนเดิมหยิกอีกรอบ ส่วนคนอื่นๆ ก็หัวเราะชอบใจ

            “โอ้ย โอ้ย ข้ายอมแล้ว จะไม่พูดแบบนี้แล้ว”

            “พวกเจ้าเปลี่ยนเรื่องกันเถอะ” เด็กสาวอีกคนกระซิบกระซาบเสียงเบาพลอยให้คนอื่นสงสัย ก่อนจะหันไปเห็นสะใภ้คนหนึ่งเดินผ่านไปด้วยสีหน้าอมทุกข์

            เด็กสาวทั้งหลายจึงกระซิบกันเสียงเบาว่า “ทำไม”

            “ก็ข้าได้ยินมาจากท่านแม่ว่า บ้านจั่นนะคิดจะรับอนุให้ลูกชาย เพราะสะใภ้จั่นไม่มีลูกสักที”

            “พวกเขาบ้าไปแล้วเหรอ บ้านนั้นก็ไม่ได้รวยอะไรมากนี่นา”

            “เจ้าอย่าลืมสิเพราะเห็ดบัว ทำให้พวกเขามีเงินขึ้นมายังไม่นับเฉ่าเหมยป่ากวนอีก”

            “ถ้าอย่างนั้นบ้านข้าก็ถือว่ามีสิก็ขายเห็ดบัวกันทุกบ้าน โอ้ย เจ้านี่ทำไมชอบหยิกข้าจัง”

            “ข้าอยากฟังเรื่องบ้านจั่น เจ้าชอบขัดจังหวะ”

            “ก็บ้านจั่นพวกเขามีลูกน้อย รุ่นต่อรุ่นก็มีแค่ลูกชายคนเดียว แม้แต่ลูกสาวก็ไม่มีทีนี้แม่สามีสะใภ้จั่นเลยพูดเรื่องนี้ขึ้นมา”

            “แล้วมีคนยอมมาเป็นอนุเหรอ”

            “เรื่องนี้ข้าไม่รู้ แต่เจ้าอย่าลืมนะ หมู่บ้านอื่นมีเด็กสาวอย่างพวกเราที่ยากจนมีเยอะแยะไปคนเราพอลำบากจนเลือดตาแทบกระเด็น ก็คงยอมขายลูกแหละ”

            พวกเด็กสาวแสดงสีหน้าเศร้ากับเรื่องนี้ เพราะอย่างไรก็คงเพศเดียวกัน

            “แล้ว สามีสะใภ้จั่นว่าอย่างไรบ้าง”

            “เขายังดี เป็นคนดี ตอนนี้ให้ตายอย่างไร เขาก็ไม่ยอมรับเรื่องนี้แต่ว่าแม่ข้าพูดว่า ก็แค่ตอนนี้ สุดท้ายแม่สามีก็ต้องไปกดดันลูกสะใภ้ข้าล่ะเห็นใจนาง เจ้าดูอย่างบ้านตาเฒ่าหวังสิ มีอนุเยอะแยะมีเรื่องออกมาให้พวกเรานินทาทุกวัน”

            “เฮ้อ ข้าขอให้สามีสะใภ้จั่นใจแข็งก็แล้วกัน”

            จากนั้นพวกเด็กสาวพากันเงียบ เหมือนอยู่กับความคิดตัวเองกันอาจเพราะสงสารชะตากรรมของสะใภ้จั่น ส่วนอันผิงนั้นจำได้ว่า สะใภ้คนนั้นคือสะใภ้ที่พูดคุยกันในร้านหมั่นโถวยามเช้า และเคยเถียงแทนท่านแม่ไม่ให้คนเข้าใจผิดท่านแม่ ที่อันผิงเคยคิดจะตอบแทนถ้ามีโอกาสเธอเพิ่งรู้ว่านางชื่อสะใภ้จั่น เห็นสีหน้าอมทุกข์ของนางแล้ว อันผิงก็รู้สึกสงสาร

            ปัญหาของนางคือไม่มีลูก และครอบครัวนั้นมีลูกโทนแค่คนเดียวอันนี้ก็คงเกี่ยวกับพันธุ์กรรมด้วยแน่นอนก่อนอื่นเธอต้องตรวจสอบสามีสะใภ้จั่นก่อนว่าเป็นหมันไหม

            ผลที่ได้คือ ไม่ได้เป็น จากนั้นอันผิงจึงเรียกถามระบบในใจ

            ‘เสี่ยวหลงเป่า ถ้าข้าจะขอพรเกี่ยวกับการให้กำเนิดเด็กได้ไหม’

            ‘ได้ขอรับ แต่ว่านี่คือสิ่งมีชีวิตที่มีชีวิตจิตใจท่านจะต้องเสียพรที่สะสมไว้จำนวน 5 ข้อ’

            ฟังจากเงื่อนไข อันผิงไม่แปลกใจ แต่เธอไม่เสียดายเพราะถือว่าได้ช่วยผู้หญิงคนหนึ่งด้วยกัน อีกอย่างเธอมีพรสะสมเหลืออยู่เยอะมาก

            ‘แล้วถ้าให้ได้ลูกชายด้วยล่ะ’ ก็นะสังคมของสมัยนี้ยังให้ความสำคัญกับลูกชาย

            ‘ได้ขอรับ เพิ่มพรอีก 10 ข้อ เป็นการแลกเปลี่ยน ก็จะได้ตามที่ขอ’

            เอ่อ 5 ข้อแรก เธอก็ยังพอเข้าใจ แต่อีก 10ข้อหลังนี่จะรีดเลือดจากปูเหรอ ดีนะช่วงหลังๆเธอไม่ได้ขอพรอะไรไปเรื่อยเปื่อย ทำให้มีพรสะสมอยู่เยอะมาก แต่ถ้าเพื่อสะใภ้จั่นมันเท่ากับพรครึ่งเดือนเลย ก็อดเสียดายไม่ได้ แต่พอนึกถึงหัวอกลูกผู้หญิงด้วยกันพรที่เก็บๆ ไว้ ก็ถือเสียว่าเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์เถิด

            ‘เอ่อ เสี่ยวหลงเป่า แล้วช่วงนี้สองสามีภรรยาเค้าเค้าแบบทำลูกกันอยู่ป่ะ’ ถามเองก็รู้สึกอายเอง ก็นะถ้าเกิดเธอให้พรมีลูกไป เกิดสองผัวเมียเค้าไม่มีการปฏิสนธิกัน เกิดสะใภ้จั่นท้องจะไม่กลายเป็นการคบชู้เหรอ ไม่รู้ว่าโทษฐานนี้จะเหมือนที่เคยอ่านไหมจับใส่ชะลอมใหญ่ แล้วเอาไปถ่วงน้ำ ป่าเถื่อนมาก

            ‘ข้ารู้ขอรับ การจะเกิดเด็กคนหนึ่งพ่อและแม่ต้องมีเพศสัมพันธ์กัน” 

            เสี่ยวหลงเป่า เจ้า เจ้า ก็ตรงเกินไปแล้ว แต่เธอก็สบายใจอย่างน้อยเธอกับระบบก็เข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน

            ‘แล้ว ลูกชายที่จะเกิดไม่เอาแบบเทพที่จะมาจุติเพื่อผ่านเคราะห์กรรมนะ’ ก็เธอเคยอ่านมาเทพทำผิด หรือต้องการเลื่อนขั้น จะต้องมาผ่านด่านเคราะห์และแต่ละคนชีวิตบนโลกมนุษย์นั้น เอ่อ ค่อนข้างรันทดดีไม่ดีเด็กที่มาเกิดด้วยเคราะห์นี้อาจทำให้ครอบครัวสะใภ้จั่นระส่ำระสายก็เป็นไปได้

            เธอแอบกลัวว่า ระบบจะเชื่อมสัมพันธ์กับสวรรค์ ก็ที่อ่านมา มาเกิดปุ๊บบ้านแตกเลยก็มี แล้วมันจะไม่ดีต่อสะใภ้จั่นจะกลายเป็นทำคุณบูชาโทษแทน

            เสี่ยวหลงเป่า เหมือนถอนหายใจดังฟู่ พร้อมส่ายหัวไปมา

            ‘ไม่มีด่านเคราะห์อะไรทั้งนั้นขอรับ’ เสี่ยวหลงเป่าคงรำคาญ จึงตัดความคิดเรื่องนี้ของเธอ

            เมื่อได้ฟังเสี่ยวหลงเป่ายืนยันแล้ว เธอจึงนึกคำขอขึ้นมาในใจ

            ‘ข้าขอไอเท็ม ให้สะใภ้จั่นตั้งครรภ์และได้ลูกชายที่มีสุขภาพแข็งแรงอย่างเด็กปกติทั่วไปไม่เป็นโรคปัญญาอ่อน มีชะตาชีวิตปกติทั่วไปขอให้เป็นเด็กใฝ่ดี แต่ไม่ถูกเอาเปรียบ’

            การที่ต้องใส่ใจเรื่องสุขภาพ และสติปัญญา ก็เพื่อกันเอาไว้ก่อนเธอก็ยังกลัวใจระบบ เมื่อขอเสร็จแสงสีขาวก็ผ่านเข้ามาในหัวและระบบก็แจ้งเตือนจำนวนพรที่เหลือ และพรที่ถูกหักไป

            เหมือนต้องการย้ำว่า เธอเหลือพรอยู่เท่านี้นะ

            ปลายยามอู่(11.00-13.00) โรงเรียนเลิก อันผิงก็กลับบ้านพร้อมท่านพ่อเมื่อผ่านบ้านหลิว ถึงได้รู้ว่าสะใภ้หลิวคลอดลูกแล้ว จึงแวะเข้าไปเยี่ยม และได้รู้ว่าบ้านนี้ได้ลูกสาวคนแรกครอบครัวหลักบ้านหลิวมาอยู่กันเต็มบ้าน ท่านพ่อจึงเข้าไปแสดงความยินดีสีหน้าของสามีหลิวคือดีใจมาก ที่ทั้งลูกและเมียนั้นปลอดภัย            

            ครอบครัวหลักหลิวเองก็ดีใจกับเรื่องนี้ด้วย นั่นเพราะครอบครัวหลักหลิว มีลูกชายทั้งหมดสี่คน สามีสะใภ้หลิวเป็นคนที่สี่เพราะบ้านที่คับแคบจึงได้แยกตัวออกมา ส่วนพวกพี่ชายทั้งหลายก็มีแต่ลูกชายนี่จึงเป็นหลานสาวคนแรก จึงดูเห่อกันเป็นพิเศษ

            พวกผู้หญิงที่เป็นเหล่าสะใภ้ บางคนอยู่ข้างนอก เห็นอันผิงเข้า

            “อันผิง เร็วๆ มาดูน้องสาวเร็ว”

            อันผิงจึงเดินตามแรงจูงของสะใภ้ เข้าไปในห้องของสะใภ้หลิวเด็กทารกตัวน้อยนอนหลับตาพริ้ม อาจเพราะเพิ่งคลอดใบหน้าจึงดูยับย่นไม่น้อยแต่ค่อนข้างอ้วน ดีว่าไม่อ้วนไปกว่านี้ เพราะสมัยนี้การคลอดลูกยังต้องพึ่งหมอตำแย

            “น้องตัวเล็กนิดเดียวเจ้าค่ะ” อันผิงพูดขึ้นเพื่อให้มีปฏิกิริยา

            “ใช่น้องจะต้องน่ารักเหมือนอันผิงตัวน้อยเป็นแน่”

            “ใช่ๆ ข้าน่ารักที่สุด”

            เหล่าสะใภ้ก็หัวเราะกันครืนเครง บางคนก็ลูบหัวอันผิงอย่างเอ็นดู

            “หลานสาวเรา อนาคตโตมาวัยเท่าอันผิง คงจะยิ่งน่าเอ็นดูเป็นที่สุด”

            อันผิงมองไปที่สะใภ้หลิว ที่นอนอยู่บนเตียงใต้เตียงเหมือนสุมอะไรเข้าไปอันผิงเดาว่ามันคงเป็นสมุนไพรที่ใช้ในการอยู่ไฟหลังคลอดเป็นแน่เธอไม่คิดว่าชาวบ้านก็มีวัฒนธรรมนี้กับเขาเหมือนกัน

            ‘นั่นเพราะว่า พวกเขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ถ้าไม่มีเงินไหนเลยจะกล้าซื้อของพวกนี้’

            คำตอบของเสี่ยวหลงเป่าดังขึ้นมาในหัว เธอฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นในใจส่วนหนึ่งที่ไม่อยากจะยอตัวเอง ว่าเธอก็มีส่วนช่วยในเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน

            เห็นเหล่าสะใภ้ทั้งหลายที่มองดูหลานสาวตัวน้อย ด้วยเห่อหลานสาวนี่จึงทำให้อันผิงแปลกใจไม่น้อย ก็ไม่ใช่ว่าทุกครอบครัวจะหวังแค่ลูกชายพวกเขาก็รักเด็กผู้หญิงเหมือนกัน โดยเฉพาะแม่สามีของสะใภ้หลิวที่ยืนกรานว่าจะมาพักอยู่ที่บ้านลูกชายคนนี้เพื่อดูแลหลานสาว

            แสดงความยินดีเป็นมารยาทแล้วสองพ่อลูกก็ลากลับมาบ้านตัวเอง ด้วยความที่ท้องอันผิงหิวตรงเวลาสองพ่อลูกจึงกินข้าวกลางวันที่ห่อไปกินที่โรงเรียนแล้วตอนนี้ท่านพ่อจึงไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อจะลงมือปลูกพริกไว้ที่สวนหลังบ้านหลังจากนี้รออีก 1 เดือน ต้นพริกจะออกผลให้เก็บไปขายได้และแหล่งที่ขายน่าจะเป็นเหลาอาหาร

            เพราะอันผิงเคยเห็นท่านแม่เก็บพริกจากต้นที่อยู่ตรงแปลงดอกไม้ของเธอเข้าไปในเมืองน่าจะเอาไปเสนอขาย เธอด้วยความอยากรู้จึงถามเสี่ยวหลงเป่าได้ความว่าท่านแม่ไปขายที่เหลาอาหารร้านเดิมที่ขายเห็ดฟางนั่นแหละได้ราคาที่ชั่งละ 300 อีแปะ และท่านแม่ให้ทางร้านมารับเองส่วนพริกที่ร้านอาหารสั่งเข้ามารวมค่าขนส่งราคาก็อยู่ที่ ชั่งละ 500 อีแปะเข้าไปแล้ว พวกเขาจึงยินดี ถ้าท่านแม่จะปลูกเองได้จากนั้นเขาจะรับซื้อเพื่อส่งไปให้ร้านอาหารของพวกเขาที่อยู่อำเภอต่างๆ แทน

            ถึงราคาจะสู้เห็ดบัวไม่ได้ แต่ว่าการปลูกไม่ต้องพึ่งฟางข้าวที่เราไม่สามารถผลิตเองได้ ยกเว้นจะซื้อที่ดินเพิ่มเพื่อปลูกข้าวซึ่งที่ท่านพ่อไม่ได้ซื้อก็เพราะว่า พื้นที่นั้นต้องอาศัยทางน้ำผ่านและมีคนจับจองไปหมดแล้ว ดังนั้นจึงเปลี่ยนมาที่ต้นพริกแทน เมื่อลงพริกแล้วตอนนี้สิ่งที่ทำก็แค่รอเวลาให้พริกนั้นโตและออกผล อันผิงไปเดินนับต้นพริกที่ท่านพ่อลงไว้หลังบ้านนับได้ทั้งหมด 30 ต้น นี่แค่แปลงเล็กๆ นะ และอันผิงคิดว่าถ้าแปลงนี้การปลูกประสบความสำเร็จที่ดินที่ปลูกผักที่อยู่ติดกับบ้านก็จะกลายเป็นสวนพริก

            ส่วนพริกที่สุกและเป็นสีแดงและที่บ้านกินไม่ทันท่านแม่ก็นำมันไปตากแห้ง เพื่อทำเป็นพริกแห้งเอาไว้ใช้ต่อไปโดยที่อันผิงไม่ต้องอ้างเรื่องเนื้อแห้ง ปลาแห้งแต่อย่างใด

            ตอนนี้ผักที่ปลูกในสวนก็เก็บขายได้บางส่วนแล้วเถ้าแก่อู๋นั้นให้คนงานมารับด้วยตัวเอง เรื่องการดูแลสวนตรงนี้ถือเป็นหน้าที่ของครอบครัวจางและท่านแม่ก็ยกกิจการทำไข่เค็มให้บ้านจางไปถ้าเถ้าแก่อู๋ได้ไข่เป็ดมาก็ให้จ้างบ้านจางทำได้เลย โดยท่านแม่บอกวิธีทำให้

            เหตุผลคงเพราะท่านแม่กับท่านพ่ออยากให้บ้านจางมีอาชีพที่เป็นของตัวเองด้วยลำพังรับจ้างบ้านอันไปเรื่อยๆ แม้รายได้จะดี แต่ก็ควรมีอะไรเป็นของตัวเองไม่รู้ว่าท่านพ่อท่านแม่คิดว่า เพราะอนาคตนั้นไม่แน่นอนหรือไม่และย้ำกับครอบครัวจางไม่ให้บอกวิธีทำกับชาวบ้านคนอื่น

            แน่นอนว่าครอบครัวจางยิ่งเคารพครอบครัวอันเพิ่มเข้าไปอีก

            ตอนนี้อันผิงก็เลยต้องมองหารายได้ใหม่ ที่จะมาทดแทนค่าจ้างทำไข่เค็มสิ่งนั้นก็คือถั่วงอก เริ่มแรกเธอไม่ทันได้คิดถึงหรอกแต่เพราะท่านแม่ต้มถั่วเขียวน้ำตาลทรายแดง

            พอเห็นถั่วเขียว เธอเลยนึกถึงถั่วงอกขึ้นมาไม่รู้ว่าสมัยนี้จะมีแล้วรึยังนะ ต้องลองทำแล้วล่ะ อันผิงจึงเดินสำรวจถั่วเขียวในครัวก่อนจึงเห็นอยู่หนึ่งกระสอบเล็ก ทีแรกจะใช้ถังไม้เอาไว้เพาะ แต่เธอเสียดายถังจึงหันมาใช้ตะกร้าไม้ไผ่แทน ตอนแรกกังวลว่า จะเจอแต่ตะกร้าอันใหญ่โชคดีที่มีอันเล็กๆ ที่อาจางฝายเคยสานไว้ให้และโชคดีอีกอย่างคือการสานนั้นไม่มีรูเลย ส่วนกระสอบที่ใช้คลุมนั้นมีอยู่มากเพราะเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ในการเพาะเห็ดบัว

            อันผิงจึงขอถั่วเขียวจากท่านแม่ บอกว่าจะเอาไปปลูก ท่านแม่ไม่ว่าอะไรเดินมาตักถั่วเขียวให้ อันผิงจึงให้ท่านแม่แช่ถั่วเขียวไว้ในถ้วยใบใหญ่หนึ่งใบอาจเพราะการปลูกผักบางชนิดมีการแช่น้ำ ท่านแม่จึงคิดว่าอันผิงคงเล่นปลูกผักนั่นแหละและทำตามที่ลูกสาวช่างคิดช่างทำอย่างเอ็นดูในความช่างคิดของลูกสาว

            เมื่ออุปกรณ์มีครบ พรุ่งนี้เช้าค่อยเริ่มทำอีกทีเพราะต้องแช่ถั่วเขียวทิ้งไว้หนึ่งคืนก่อน จากนั้นค่อยเอาลงตะกร้าสานไม่เกินสองวันก็จะมีผัดถั่วงอกกินแล้ว จากนั้นค่อยมาดูว่าท่านแม่จะรู้จักหรือไม่ถ้าโลกนี้มีถั่วงอกแล้ว อันนี้ก็คือกินกันในครอบครัวไปแล้วกัน 

     

    คล้ายกับเรื่องพรของอันผิง. ที่คุณอ่าน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    364K 318
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471