“แล้วเมื่อไรคนของเขาจะมารับเขาล่ะ??......”
เฮื่อออ......
ลลินทิพย์บ่นพึมพำกับตัวเองออกมาเบาๆ ขณะที่นั่งรอลูกค้ามาซื้ออาหาร คือ... ไม่ใช่ว่ารังเกียจลูเซี่ยนหรอกนะ แต่เธอกลัวหัวใจตัวเองมากกว่า เธอรู้สึกว่าเขาทำให้เธอใจสั่น และประหม่าทุกครั้งที่เขามองมาที่เธอ ปกติกับผู้ชายคนอื่น เธอไม่เป็อย่างนี้มาก่อน แต่กับผู้ชายตัวโตคนนี้ ทำไมถึงเกิดอาการเช่นนี้ได้ก็ไม่รู้สินะ
“เมื่อไรก็เมื่อนั่นแหละคุณ......”
“อุ๊ย!!!!!!”
เสียงทุ้มๆ ดังอยู่ด้านหลังบอบบาง ในระยะใกล้มาก ลลินทิพย์สะดุ้งใ รีบหันไปมอง ก็เห็นชายหนุ่มตัวโตยืนอยู่ใกล้ตัวเธอ ในระยะที่ห่างกันไม่ถึงก้าวเลยด้วยซ้ำ เธอส่งสายตาเข้มดุ แต่ใบหน้าสวยหวานแดงระเรื่อซับสีด้วยความอาย
“แล้วไอ้เมื่อไรของคุณนี่ มันเมื่อไรกันล่ะ??...... แล้วนี่คุณลงมาทำไมไม่ทราบ เดี๋ยวไอ้พวกที่ทำร้ายคุณมาเห็นก็คงได้โดนจับหรอก...”
“อะๆ... อย่าคิดว่าฉันเป็ห่วงอะไรคุณหรอกนะ ฉันแค่ไม่อยากจะให้ร้านของฉันเสียหาย และอีกอย่างฉันไม่อยากโดนลูกหลงไปด้วย”
ลลินทิพย์พูดโดยไม่มองหน้าชายหนุ่มตัวโต แต่ได้เหลียวมองไปรอบนอกร้าน เพื่อสังเกตว่ามีคนแปลกหน้าที่มีท่าทางพิรุธ เดินป่วนเปี้ยนแถวนี้หรือเปล่า แต่ก็นั่นแหละ แถวนี้คือแห่งท่องเที่ยว ก็ย่อมมีคนแปลกหน้าเดินไปมาเป็ธรรมดา จึงไม่อาจคาดเดาได้หรอกว่า คนแปลกหน้าคนไหนท่าทางมีพิรุธบ้าง
“หากเกิดเหตุอย่างที่คุณว่าขึ้นมาจริงๆ แล้วละก็ และหากว่าร้านคุณเสียหาย ไม่ว่าจะจากผมหรือจากฝ่ายตรงข้าม ผมยินดีชดใช้ค่าเสียหายให้ และผมก็จะไม่ยอมให้คุณได้รับอันตรายแม้แต่ปลายเล็บอย่างแน่นอน ทูนหัว...”
“ใครทูนหัวยะ!!!!!!...... ฉันไม่ใช่ทูนหัวของใครทั้งนั้น อย่ามาเรียกฉันอย่างนี้ ฉันไม่ชอบ…”
ลลินทิพย์ฟังเขาพูด เธอก็พลันคิดว่าให้มันจริงอย่างที่พูดเถอะ จะคอยดู แต่พอคำพูดสุดท้ายของเขา ก็ทำให้เธอชักสีหน้า ดวงตาเข้มดุ พร้อมกับส่งเสียงตวาดแว้ดใส่เขา เหมือนว่าเธอกำลังไม่พอใจเอามากๆ แต่จริงๆ ทำไปเพราะรู้สึกเขินอายต่างหากล่ะ
“แล้วอยากเป็ทูนหัวของผมหรือเปล่าล่ะ?? ผมยินดีและเต็มใจให้คุณเป็มากเลยนะ......”
ลูเซี่ยนมองใบหน้าสวยหวาน ที่ถึงแม้ดวงตากลมโตคู่สวยจะดูแข็งดุ แต่ใบหน้าสวยหวานก็แดงระเรื่อซับสีอย่างเห็นได้ชัด เขาจึงยิ้มบางๆ ออกมาที่มุมปาก ดวงตาคมกริบจ้องมองสบตากลับดวงตากลมโตคู่สวย แล้วพูดเหมือนเล่นๆ แต่เอาจริง
“คุณพูดอะไรของคุณ!!!!!!...... อย่ามาพูดไร้สาระกับฉันนะ”
ลลินทิพย์ได้ยินคำพูดของชายหนุ่มตัวโต ก็ยิ่งหน้าแดงราวกับลูกตำลึงสุก ก่อนจะต่อว่าเขาออกไป และเหลียวหน้าไปมองหน้าร้าน โดยไม่สนใจที่จะมองหน้าเขา ก็จะให้มองหน้าเข้าอยู่ได้ยังไงกันล่ะ ตอนนี้เธอทำตัวไม่ถูกแล้วเนี้ย รู้สึกอาย รู้สึกประหม่ามากมาย
ลูเซี่ยนมองเสี้ยวใบหน้าสวยหวาน ด้วยสายตายิ้มๆ และเหมือนมีความตั้งใจอะไรบางอย่าง ที่เขาคิดจะทำและต้องทำอย่างแน่นอน เขามองนิ่งอยู่ชั่วขณะหนึ่ง จึงเดินไปยกเก้าอี้มาวางข้างๆ กับเก้าอี้ที่สาวเ้านาง จากนั้นก็นั่งลงบนเก้าอี้ดังกล่าวหน้าตาเฉย
ลลินทิพย์หันเหดวงตากลมโตคู่สวย เหลือบมองดูใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม และดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลนิดหนึ่ง ก่อนจะมองออกไปนอกร้าน อย่างไม่รู้จะทำยังไงกับผู้ชายตัวโตคนนี้ดี คงได้แต่ปล่อยให้เขาทำตามใจเขาไปก็แล้วกัน
“อาหารของคุณอร่อยมากเลยนะ ผมชักติดใจรสฝีมือคุณแล้วสิ คุณสนใจไปเป็แม่ครัวให้ผมไหม??......”
คำถามของชายหนุ่มตัวโตที่นั่งอยู่ข้างๆ ทำให้ลลินทิพย์หันมามองหน้าเขาตรงๆ มองอย่างให้รู้ว่าที่เขาพูดเขาถามมานั้น เขา้าอะไรกันแน่ ชายหนุ่มตัวโตก็จ้องมองสบประสานสายตาโดยไม่คิดจะเลี่ยงหลบ และก็เป็ลลินทิพย์เองนั่นแหละ ที่ต้องแสร้งหลบซะเอง
“ฉันทำอยู่ที่ร้านของฉันก็ดีอยู่แล้ว ฉันไม่ได้เดือดร้อนอะไร ไม่จำเป็ต้องไปเป็แม่ครัวให้ใครที่ไหนหรอก”
ลลินทิพย์กล่าวโดยไม่จำเป็ต้องคิดหน้าคิดหลังแต่อย่างใด เพราะถึงเธอจะต้องตื่นนอนั้แ่เช้ามืด ั้แ่ฟ้ายังไม่สว่าง เพื่อไปหาซื้อของมาทำอาหาร และถึงเธอจะยุ่งมากมายั้แ่เช้าจรดเย็น แต่เธอก็มีความสุขและไม่ได้เดือดร้อนอะไร จึงไม่จำเป็ที่จะต้องไปดิ้นรนหางานอย่างอื่นทำแต่อย่างใด
“อุ๊ย!!... ที่แท้ก็มีหนุ่มฝรั่งอยู่ด้วยนี่เอง ไหนบอกว่าไม่มีแฟนล่ะจ๊ะหนูลิน!!!!......”
จงจิตที่เดินเข้ามาในร้าน กะว่าจะมาหาซื้ออาหาร พอเข้ามาเห็นลูเซี่ยนนั่งอยู่ข้างๆ ลลินทิพย์ก็ส่งสายตารู้ทัน และพลางพูดเย้าหยอกมาพร้อมกันด้วย ลลินทิพย์กรอกตามองบน ที่จงจิตจะอยากรู้อยากเห็นเื่ของเธออะไรนักหนา คราวก่อนก็ทีหนึ่งแล้ว และมาวันนี้อีก
“ก็ไม่ใช่แฟน ก็แค่เพื่อน คนเราก็ต้องมีเพื่อนไม่ใช่เหรอป้า แล้วนี่ป้าจะเอาอะไรล่ะ!!??......”
ลลินทิพย์พูดบอกจงจิตด้วยน้ำเสียงแข็ง เป็การบอกให้รู้ว่าเธอไม่ค่อยชอบที่จะให้ใครมาอยากรู้อยากเห็นเื่ส่วนตัวของเธอ แต่จะพูดบอกไปตรงๆ ก็ไม่ได้ เพราะยังไงเสีย จงจิตก็เป็ลูกค้าประจำของเธอ
“จ๊ะเพื่อนก็เพื่อน!!!!...... ป้าเอาอันนี้ อันนี้ และก็อันโน้นอย่างละถุง แล้วก็เอาข้าวเปล่าด้วยนะสองถุง”
ลลินทิพย์ลุกขึ้นหยิบโน้นตักนี่อย่างคล่องแคล่วว่องไว ซึ่งชายหนุ่มตัวโตที่นั่งอยู่ ก็มองดูเพลินเลยทีเดียว มองจนกระทั่งเธอรับเงินและส่งเงินทอนให้จงจิตแล้วนั่นแหละ และพอจงจิตเดินออกไปจากร้านแล้ว ลลินทิพย์ก็หันมามองใบหน้าหล่อคมเข้ม ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลด้วยสายตาเข้มดุ เหมือนว่ากำลังไม่พอใจอะไรเขายังไงยังงั้น
“อะไรกันคุณ ผมยังไม่ทำอะไรให้คุณเลยนะ มาไม่พอใจอะไรผม!!??......”
“คุณไม่ได้ทำน่ะใช่ แต่คุณลงมานั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ ทำให้คนอื่นเข้าใจผิด คิดว่าคุณเป็แฟนฉันน่ะสิ”
ชายหนุ่มตัวโตเลิกคิ้ว อย่างฉงนสนเท่ห์ ก่อนจะเอ่ยด้วยความงุนงงสงสัย และรอฟังไม่นานก็ได้รับคำตอบจากปากบางจิ้มลิ้ม ที่พูดไปก็ยังคงทำหน้าหงิกหน้างอไปด้วย เขาจึงยิ้มบางๆ ออกมาที่มุมปาก โดยสายตาก็จับจ้องมองใบหน้าสวยหวาน แบบจริงๆ จังๆ แบบตาไม่กะพริบ
“แล้วถ้าเขาเข้าใจผิด ก็ทำให้เขาเข้าใจถูกสิ เขาจะได้ไม่คิดเองเออเอง”
คำพูดของชายหนุ่มตัวโต ทำให้ลลินทิพย์ขมวดคิ้วโก้งโค้งคู่สวยเข้าหากัน อย่างไม่เข้าใจในคำพูดของเขา ที่เขาพูดอย่างนั้นหมายความว่าอะไร
“อะไรของคุณ?? ฉันไม่เข้าใจ!!!!”
ลลินทิพย์เอ่ยถาม ด้วยน้ำเสียงจริงจัง อย่าง้ารู้ความหมายที่ชายหนุ่มตัวโตพูดอย่างแจ่มแจ้ง ที่เขาพูดมานั้นหมายความว่าอะไรกันแน่
“ก็คุณกับผมเป็แฟนกันไง”
๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘๒๘
อะไรกันค่าาาาา... ยังไม่ทันไรก็บอกให้เป็แฟนกันแล้วเหรอ อิอิ............................. ^_^ ^_^ ^_^ ^_^