ดาวโหลด Ebook ได้ที่เว็บ MEB นะคะ
“ลืมจ้ะ” ต้องรักแก้ตัวก่อนจะหยิบแก้วน้ำพลาสติกเล็ก ๆ มายื่นให้เผด็จ และในขณะที่ชายหนุ่มกำลังทำท่าทางดื่มน้ำเขาถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง เมื่อได้ยินคำพูดต่อมาของคนเป็ลูกสาว
“คุณแม่ต้องหอมแก้มคุณพ่อด้วยสิคะ”
“เอ่อ...ไม่ต้องก็ได้มั้งจ้ะ” ต้องรักรีบออกตัว
“แต่น้องพรีมเคยในละครเขาทำมันก็ดีนะคะ” เด็กน้อยบอกแล้วหันไปมองผู้ใหญ่ทั้งสองคนสลับไปมาตาปริบ ๆ
“น้า เอ๊ย ! แม่ว่าไม่ดีหรอก ดื่มน้ำแล้วไปนั่งพักก็พอ”
“มันเป็เื่ไม่ดีเหรอคะ” เด็กน้อยถามพาซื่ออย่างไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่
“ไม่ใช่จ้ะ มันก็ดี แต่ไว้ให้คุณพ่อทำกับแฟนจริง ๆ ดีกว่าไหม พวกเราแค่เล่นสมมุติกันเอง ไม่ต้องทำขนาดนั้นหรอก เกรงใจพ่อเราด้วย” ต้องรักหันไปส่งสายตาให้เผด็จช่วยพูดอะไรสักอย่างเพื่อที่จะให้น้องพรีมเลิกสนใจเื่นี้
ว่าแต่ไปดูละครเื่อะไรมาเนี่ย...
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก ไม่ได้รบกวนอะไร” นอกจากไม่ช่วยปรามยังพูดเอาใจคนเป็ลูกสาวอีก ทำเอาน้องพรีมถึงกับเปิดยิ้มกว้าง พยักหน้าหงึกหงัก
“ใช่ไหมคะ คุณพ่อให้น้าต้องที่เป็คุณแม่หอมแก้มได้ใช่ไหมคะ” เด็กน้อยหันมาถามคนเป็พ่อ
“ได้สิ” ชายหนุ่มตอบคนเป็ลูกสาวทันที
“คุณพ่ออนุญาตแล้วน้าต้องหอมได้เลยค่ะ” คราวนี้น้องพรีมลุกขึ้นยืนผายมือเชื้อเชิญให้ต้องรักหอมแก้มคนเป็พ่อได้ตามสบาย
ต้องรักกลืนน้ำลายลงคอ มองสองพ่อลูกที่จ้องมาที่เธออย่างรอคอยแล้วอยากจะลุกขึ้นวิ่งหนี ขอเลิกเล่นได้ไหม ไอ้พ่อแม่ลูกเนี่ย
และในขณะที่ต้องรักกำลังลำบากใจ ไม่ใช่ว่าทำแล้วไม่ดีหรอกนะ แต่มันน่าอายเกินกว่าจะทำใจได้ หอมแก้มผู้ชายที่เธอหลงรักมาทั้งชีวิตเนี่ยนะ
ไม่ไหวหรอก
“ของว่างมาแล้วจ้า” เหมือนเสียงจาก์ ต้องรักหันไปมองคนเป็แม่แล้วถอนหายใจ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปรับถาดขนมมาวางบนโต๊ะ “กินขนมไหมจ๊ะ” แล้วหันไปเรียกเด็กน้อยเพื่อดึงความสนใจไปจากเื่ก่อนหน้า และมันก็ได้ผล
“กินค่ะ” เด็กน้อยตอบรับพร้อมกับลุกขึ้นไปนั่งที่โซฟาแล้วหยิบคุกกี้เข้าปากเคี้ยวด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย
“พี่เผด็จก็มากินด้วยกันสิคะ มีบราวนี่ที่พี่ชอบด้วยนะ...” พูดเองก็อึ้งเอง ต้องรักทำเสียงจิ๊จ๊ะใส่ตัวเองอย่างไม่ชอบใจ ที่เผลอไปพูดอะไรแบบนั้นออกมาจนได้
เผด็จลุกขึ้นไปนั่งข้าง ๆ คนเป็ลูกสาวแล้วหยิบบราวนี่ขึ้นมาใส่ปากก่อนจะพยักหน้าหงึกหงัก “อร่อยมากเลยครับ ซื้อร้านไหนครับเนี่ยจะได้ไปอุดหนุน” ชายหนุ่มหันไปถามผู้สูงวัย ที่กำลังคุยกับลูกสาว
“น้าทำเองจ้ะ” นางรดานันท์บอกอย่างรู้สึกภูมิใจ และในฐานะคนทำก็ต้องดีใจมาก ๆ ที่คนกินบอกว่าอร่อยจนถึงขนาดที่จะตามไปอุดหนุน
หรือจะลองทำขายอย่างที่คนเป็ลูกสาวเคยแนะนำนะ
“อย่างนั้นเหรอครับ ทำขายได้เลยนะครับเนี่ย อร่อยทุกอย่างเลย” เผด็จชมไม่หยุดปาก หลังจากลองหยิบคุกกี้ขึ้นมาชิม
“เห็นไหมคะว่ามันอร่อย บอกก็ไม่เชื่อ” ต้องรักมองค้อนคนเป็แม่ยิ้ม ๆ ที่ไม่มั่นใจในฝีมือตัวเอง
“แล้วจะขายที่ไหนละ ตั้งโต๊ะขายหน้าบ้านคงไม่มีใครมาซื้อมั้ง หรือจะให้วิ่งไปฝากขายตามร้านต่าง ๆ ก็คงไม่ไหว” นางบอกพลางโบกไม้โบกมือ
“ออนไลน์อย่างที่ต้องบอกไงคะ”
“ใช่ครับ ทำวิดีโอการทำลงยูทูปด้วยก็ได้นะครับ” เผด็จแนะนำช่องทางเพิ่มเติม
“ไม่เอาหรอกอายเขา แค่ทำกินกันเองก็พอแล้ว อร่อยไหมลูก วันไหนอยากกินบอกยายนะเดี๋ยวยายทำให้กิน” นางบอกปัดก่อนจะหันมาคุยกับเด็กน้อยที่นั่งกินขนมของนางด้วยสีหน้าที่มีความสุข
“อร่อยมาก ๆ เลยค่ะ ถ้าคุณยายทำขายบอกน้องพรีมนะคะ น้องพรีมจะมาช่วยขาย” เด็กน้อยจีบปากจีบคอพูด
“จริงเหรอ ไว้ยายขอคิดดูอีกทีนะจ๊ะ” เมื่อเด็กน้อยออกปากพูดเหมือนผู้สูงวัยจะคล้อยตามมากว่าผู้ใหญ่อย่างเผด็จและต้องรักพูดเสียอีก ทั้งคู่จึงได้แต่มองกันยิ้ม ๆ แล้วส่ายหน้า แต่เหมือนเพิ่งรู้สึกตัวต่างคนต่างหันมามองอีกฝ่ายอีกครั้งแล้วหุบยิ้ม ก่อนต่างจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
“พรุ่งนี้ไปทำงานพร้อมพี่นะ” แล้วก็เป็เผด็จที่เอ่ยทำลายความเงียบนั้นขึ้นมาก่อน
“เอ่อ...ไม่เป็ไรค่ะ ต้องไปรถเมล์ได้” หญิงสาวปฏิเสธอย่างเกรงใจ แต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่ฟังเอาเสียเลย “พรุ่งนี้พี่กับน้องพรีมจะรอที่หน้าบ้านนะ”
“ฟังกันบ้างสิคะ” ต้องรักหันมาแหวใส่ ก่อนจะถอนหายใจเมื่ออีกฝ่ายทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ หันไปคุยกับแม่ของเธอเฉยเลย
“เย็นนี้ไปกินข้าวบ้านผมไหมครับ คุณแม่ฝากมาชวน”
“ได้สิ เดี๋ยวน้าทำกับข้าวไปกินด้วย หนูพรีมชอบกินอะไรจ๊ะ” นางรดานันท์ไม่วายจะหันมาถามเด็กน้อยที่นั่งเล่นของเล่นอยู่ข้าง ๆ
“หนูชอบกินหมูกับผักค่ะ” เด็กน้อยตอบเสียงเจื้อยแจ้ว
“ได้เดี๋ยวยายทำให้กินเยอะ ๆ เลย”
“เย้ ๆ จริง ๆ นะคะ” พูดจบเด็กน้อยก็โผเข้าไปกอดผู้สูงวัยแล้วหอมแก้มไปหนึ่งฟอดอย่างเอาใจ
“งั้นเดี๋ยวผมขอตัวกลับก่อนแล้วกันนะครับ จะได้บอกคุณแม่เื่กินข้าวเย็นนี้ด้วย” เผด็จบอกพลางลุกขึ้น
“จ๊ะ น้าเองก็จะเข้าครัวเหมือนกัน”
“น้องพรีมขออยู่ต่อได้ไหมคะ” เด็กน้อยที่กำลังติดพันกับการเล่นหันไปถามคนเป็พ่อด้วยสายตาเป็ประกาย ก่อนความเป็ประกายนั้นจะหายวับเมื่อได้ยินคำตอบของคนเป็พ่อ
“ไม่ได้หรอกลูก กวนคุณยายกับน้าต้องเขา วันหลังพ่อพามาใหม่” เผด็จบอกพลางเดินเข้าไปทรุดตัวลงนั่งที่พื้นแล้วเริ่มเก็บของเล่นลงกล่อง
“แต่...” เด็กน้อยจะแย้งแต่ก็โดนคนเป็พ่อปราม “น้องพรีม !”
“ก็ได้ค่ะ” เด็กน้อยก้มหน้าตอบรับเสียงแ่ก่อนจะค่อย ๆ เก็บของเล่นด้วยสีหน้าที่เหมือนคนกำลังจะร้องไห้ ทำให้ต้องรักอดใจไม่ไหว ดึงร่างเล็กน้อยนั้นเข้ามากอดปลอบ
“ให้แกอยู่เถอะค่ะ ต้องดูแลให้” ต้องรักบอกพลางมองเด็กน้อยที่กอดตอบแล้วมองเธอด้วยสายตาออดอ้อน
“อย่าตามใจนักสิ” เผด็จปรามเพราะไม่อยากให้ลูกสาวเสียคน แต่ก็โดนหญิงสาวแย้งกลับ “ตามใจอะไรกันคะ แค่เล่นด้วยแค่นั้นเอง พี่เผด็จมีอะไรก็กลับไปทำเถอะค่ะ” ก่อนชายหนุ่มจะโดนไล่
“ใช่ค่ะ คุณพ่อยากไปทำอะไรก็ไปทำนะคะ น้องพรีมอยู่ได้ค่ะ” เด็กน้อยที่พอมีคนให้ท้าย อาการจะร้องไห้ก่อนหน้าก็หายเกลี้ยง จีบปากจีบคอบอกคนเป็พ่อตาแป๋ว
“เข้ากันเป็ปี่เป็ขลุ่ยเชียว” เผด็จถอนหายใจ รู้เลยว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้นอกจากทำตามความ้าของสองสาวต่างวัยคู่นี้ “งั้นน้องพรีมเล่นดี ๆ นะ ห้ามดื้อห้ามซนเข้าใจไหมครับ”
“เข้าใจค่ะ” เด็กน้อยรับคำเสียงหนักแน่น
“พี่ฝากลูกด้วยนะ” และก่อนไปก็ไม่ลืมที่จะฝากฝังลูกสาวอีกรอบอย่างเกรงใจ เพราะมาไม่ทันไร ลูกสาวของเขาก็เหมือนจะติดอีกฝ่ายแจ
“ค่ะ” ต้องรักรับคำ มองตามชายหนุ่มไปเล็กน้อย ก่อนจะหันมาสนใจเด็กน้อยที่สะกิดเรียกให้เธอมาเล่นขายของด้วย
“ไม่ทันไรรับเป็แม่เลี้ยงแล้วเหรอเนี่ย” นางรดานันท์เอ่ยขึ้นลอย ๆ ขณะเดินเข้าห้องครัวไปพร้อมกับการหัวเราะน้อย ๆ อย่างชอบใจ
“คุณแม่...” ต้องรักครางเขิน ๆ เมื่อรู้ว่าตัวเองโดนล้อ “พูดอะไรก็ไม่รู้ มาเล่นกันดีกว่านะจ๊ะ” ก่อนสุดท้ายจะแก้เขินด้วยการหันมาสนใจเล่นกับน้องพรีมแทน
“ค่ะ”