หลอมิญญา
โถงทางลับหลังสภาัแสงเรืองของพระจันทร์ดวงโตส่องลอดหน้าต่างกระจกบานสูงเข้าปะทะกับเงาร่างหลายคนในนั้นทุกคนต่างยืนเรียงแถวหันหน้าไปทางนายใหญ่ที่นั่งหันหลังอยู่บนเก้าอี้พนักสูงสีกรมท่าเขาหันหน้าออกไปนอกหน้าต่างรอยยิ้มน้อย ๆ ปรากฏบนใบหน้าสุขุมเยือกเย็นนั้น
“ท่านจะปล่อยให้เป็เช่นนี้จริงน่ะหรือ” ร่างท้วมเอ่ยถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
ดวงตาซ้ายสีแดงอีกข้างสีน้ำเงินหรี่ลงประเมินอาการหวาดกลัวในน้ำเสียงของคนเอ่ย
“มันเป็เื่น่ายินดีไม่ใช่รึเมอร์เดียส” เสียงทุ่มต่ำเอ่ยหยั่งเชิง
“แต่การที่เรานิ่งเฉยปล่อยให้เด็กนั่นใช้พลังจากผู้ปกปักมาเป็อาวุธที่มีอานุภาพร้ายแรงเช่นนี้อาจจะส่งผลเสียต่อเราในอนาคตได้นะท่าน” ชายร่างท้วมผมหยิกหย็องในชุดคลุมลายตารางกุมสองมือไว้ด้านหน้าเอ่ยอย่างกังวลเขาไม่ชอบเลยที่นายของเขายังทำเหมือนสิ่งที่เกิดขึ้นมันน้อยจ้อยเสียจนไม่น่าสนใจอะไร
“เื่นั้นข้าไม่กลัวหรอกดีซะอีกทายาทคนสุดท้ายจะได้เผยตัวออกมาให้เราลงมือได้ง่ายขึ้น” นายใหญ่หมุนเก้าอี้กลับมาสองมือล้วงกระเป๋ากางเกงสีดำเสื้อแขนยาวสีเดียวกันพับแขนขึ้นก้าวลงมาหาเมอร์เดียสที่ยืนค้อมตัวอยู่และลูกน้องอีกหลายสิบก็ยืนด้วยท่าทีสำรวมไม่ต่างกัน พวกเขาคือ ‘ฝ่ายมืด’ ที่ฝักใฝ่เพียงโฮล์เบเรียสเท่านั้น
“แต่การสั่งสมพลังและพรรคพวกเช่นนั้นเอ่อ...ข้าคิดว่า...” เมอร์เดียสยังคงเอ่ยต่อหวังเพียงนายใหญ่จะฟังเขาบ้างและลงมือทำอะไรสักอย่าง
“เ้าคิดว่าบรรดาัที่ยอมสวามิภักดิ์กับข้ามีน้อยขนาดนั้นเลยรึ” ลูกน้องของเขาคนนี้ขี้กลัวจนน่ารำคาญเขายิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้ยังต้องให้ใครมาสอนกันั้แ่าัจนถึงตอนนี้อำนาจในมือเขาก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ
“มีมากอยู่ขอรับแต่ยังไม่ได้เข้าพิธีแบบพวกเราที่อยู่ที่นี่” เมอร์เดียสเม้มปากอย่างรู้สึกผิดเพราะนั่นอาจทำให้นายใหญ่โกรธ
“วันหนึ่งพวกมันก็ต้องยอมจำนนใครที่ยอมเข้าพิธีหลอมิญญายังไงเสียก็แข็งแกร่งกว่าถูกแบ่งแยกอยู่แล้วสายสัมพันธ์โง่งมนี่มันไม่ควรมีมาั้แ่เริ่มต่างหาก” ร่างนายใหญ่เดินกลับไปที่โต๊ะ วาดมือเพียงเบา ๆแก้วคริสตัลใบสวยก็ลอยมาอยู่ในมือพร้อมกับเครื่องดื่มสีอำพัน กลิ่นหอมนุ่ม ๆของมันเมื่อกลืนลงคอก็บาดลึกราวกับใบมีด ซาบซ่านและขมปร่าในเวลาเดียวกันถ้ายังอยู่ในร่างนั้นคงไม่มีโอกาสได้ลิ้มลองของดี ๆ
“ข้าก็คิดเช่นนั้นหลังผ่านพิธีข้ารู้สึกได้ถึงพลังที่หลอมรวมไว้ด้วยกัน มันสุดยอดจริง ๆ” ลูกน้องอีกคนเอ่ยประจบทันที
“การกลืนกินผู้ฟูมฟักตัวเองเพื่อสำเร็จมหาเวทมนตร์ดำขั้นสูงนี่มันดีจริงๆ หรือท่าน” เมอร์เดียสยังคงกังวลและลังเลเขารู้สึกผิดเหลือเกินแต่ก็ยอมรับว่ามันก็ดีอยู่บ้างแต่มีบางอย่างที่ติดค้างในใจทำให้เขารู้สึกไม่สมบูรณ์กับร่างที่ใช้อยู่
“เ้ามีข้อสงสัยอันใดรึ” นายใหญ่ถามเสียงเครียดและยกเครื่องดื่มในแก้วใบเดิมดื่มรวดเดียวจนหมด
“แต่ช้านานผู้ฟูมฟักและเราเผ่าัเองรวมใจเป็หนึ่งดูแลดินแดนนี้มหาเวทมนตร์ดำที่ท่านหายไปร่ำเรียนแล้วกลับมาล้มล้างการปกครองาาคนเก่ามันจะนำพาเราไปสู่ยุคที่ดีกว่าจริงหรือยุคที่เรากลืนกินผู้ฟูมฟักตัวเองทั้งที่พวกเขาดูแลเรามาั้แ่เล็ก” แม้เขาจะกลัวคนตรงหน้า แต่เขาเริ่มรู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่มันไม่ถูกต้องเลยกลืนกินจิตผู้ฟูมฟักแล้วใช้ร่างพวกเขาสนองความ้าของตนเองเช่นนี้
“เ้าเกิดกตัญญูหรือ หึ ๆพูดเหมือนเ้าไม่ได้กลืนกินผู้ฟูมฟักของเ้าไปแล้วพูดเหมือนเ้าไม่ได้ใช้ร่างผู้ฟูมฟักของเ้ายืนพูดคุยกับข้าอยู่ มองไปรอบ ๆ ซิเราเหมือนอสุรเทวาแค่ไหนแต่เรายิ่งใหญ่กว่าพวกมันตรงที่เป็ได้ทั้งัและอสุรเทวาในจิตใจดวงเดียวยังไงล่ะ” โฮล์เบเรียสผายมือแล้วหมุนไปรอบ ๆสิ่งที่เขามอบให้สมุนเหล่านี้ไม่ดีตรงไหน ทุกคนก็ดูมีความสุขสบายดี
“พวกเราเริ่มมีมากขึ้นทุกวันแฝงตัวอยู่ทุกที่ติดก็ตรงที่หากวันใดสภาัและสมาพันธ์ผู้ฟูมฟักหารือพร้อมกันล่ะก็แม้จะส่งร่างจำแลงของผู้ฟูมฟักเราไปก็อาจถูกทรีบาสจับได้” เมอร์เดียสเป็กังวลเื่นี้ที่สุดความลับมันจะไม่เป็ความลับเพราะทรีบาสฉลาดและช่างสังเกตเ้าวีโนสเองก็ใช่จะจัดการได้ง่าย ๆ
“เ้านี่ช่างโง่งมเสียจริงมันใกล้จะถึงเวลาเต็มทีที่ทายาทคนสุดท้ายจะปรากฏตัวแล้วแม้ทรีบาสจะรู้ความเคลื่อนไหวพวกเราแล้วจะทำอะไรได้ ถึงเวลานั้นข้าจะลงมือกับทายาทหลังขึ้นครองบัลลังก์อย่างเต็มตัว ข้าก็จะขยายอำนาจให้แผ่ไพศาลไปทั่วทุกภพไม่เว้นแม่แต่โลกมนุษย์ ข้าจะขยี้มันไม่ให้เหลือ” โฮล์เบเรียสหมายมาดรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้น ความหวังของเขาใกล้เขามาทุกทีเมื่อนั้นถ้าพวกที่อยู่ข้างเขายอมเข้าทำพิธีหลอมิญญาทั้งหมดเขาก็จะมีกองกำลังเพิ่มขึ้นอีกไม่รู้กี่เท่า
“แต่โองการเชื่อมภพ ที่จะไปยังภพต่าง ๆเราไม่มีนะนายท่าน” ความฝันนายใหญ่ของเขาหนทางค่อนข้างลำบากนับแต่รักษาบัลลังก์ัหลายสิ่งหลายอย่างในโลกที่จำเป็แก่การแผ่ขยายอำนาจต่างหลบเร้นหนีหายบ้างก็ถูกขโมยหายไปจนไม่สามารถหาพบ
“สำหรับโองการนั่นข้าส่งคนเข้าไปแทรกซึมคอยดูลาดเลาอยู่เ้าไม่ต้องห่วงมันถูกขโมยไปไม่ใช่สูญสลาย สักวันก็ต้องหาเจอเมื่อนั้นความหวังที่จะได้เหยียบไปทุกภพของข้าก็จะเป็จริง” โฮล์เบเรียสนั่งลงอีกครั้งกระแทกแก้วใบสวยกับโต๊ะดังปังเพื่อเป็สัญญาณว่าจะไม่มีการให้ใครถามสิ่งใดต่อสิ่งที่เขาวางแผนและคิดไว้จะต้องสัมฤทธิ์ผล ไม่ว่าจะด้วยกลวิธีใดก็ตาม
อีกด้านหนึ่ง
“บาร์รามเ้าน่าจะไปพักนะใช้พลังมากขนาดนั้นสร้างทั้งปราสาทและหอคอยขึ้นมาใหม่ในคืนเดียวแบบนี้เนย่ารู้จะโกรธเอานะ” เรเนรอสเอ่ยเตือน หลังจากจบการต่อสู้เรเนรอสก็ถูกบาร์รามตามให้กลับมาดูแลเนย่าพร้อมกับไทโซล์ด้วย
เพราะ่ที่เขากำลังฟื้นฟูหอคอยสีน้ำเงินจะต้องมีคนที่ไว้ใจได้ดูแลเด็กหญิง
“ข้าขอโทษจริง ๆที่ไม่ได้อยู่ช่วยพลังสะกดของเฟย์รินรุนแรงมากจนข้ากับเรเนรอสต้านไม่ไหว” ไทโซล์เอ่ยขอโทษอย่างจริงใจเขามาเป็ผู้อาศัยก็น่าจะช่วยดูแลแท้ ๆ แต่ทำอะไรไม่ได้เลย
“ไม่เป็ไรหรอกข้าเข้าใจ” บาร์รามเอ่ยเสียงเรียบพร้อมกับกระชับผ้าห่มสีหวานขึ้นคลุมให้เด็กหญิงที่หลับใหลส่วนรีสที่ยังไม่ได้สติก็นอนอยู่ข้างกันโดยมีเนย่านอนหนุนอยู่บนแผงคอนุ่ม ๆ นั่นสองคนนี่ห่างกันไม่ได้บาร์รามรู้ดีจึงจัดที่นอนให้ทั้งคู่นอนด้วยกันผิวบางของเนย่ายังคงซีดเผือดจนเขากังวลและรู้สึกผิดไม่น้อยที่ยั้บยั้งตัวเองไม่ได้ที่จะไม่ดื่มเืเนย่า
หลายต่อหลายคนในเช้านี้ขอเข้ามาเยี่ยมเด็กหญิงแต่เป็เขาเองที่ไม่อนุญาตแต่ทว่า...
“หลบไปนะ ข้าเหม็นเขียวเ้าจะแย่แล้ว”
“ใครอยากจะอยู่ใกล้หล่อนมิทราบก่อเื่จนวุ่นวายไปหมดเนี่ย”
“ก็มันช่วยไม่ได้นี่ถ้าเ้าบ้านั่นบอกเหตุผลแต่แรกใครจะไปทำเื่แบบนี้กัน”
“หลบไปจากตรงนี้เลยข้าจะเข้าไปหาเด็กมนุษย์นั่นหล่อนไปรอไกล ๆ เลย”
“ไม่ ข้าจะเข้าไปด้วย” เสียงทะเลาะกันวุ่นวายอยู่นอกระเบียงของปราสาทถ้าขนาดของทั้งสองเล็กจิ๋วก็คงจะเป็แค่นกกระจอกแย่งรังกันแต่ทั้งคู่ไม่ใช่ตัวน้อยเลยแถมตีกันให้วุ่นวายสภาพก็ไม่ต่างจากพญาแร้งส่งเสียงโหวกเหวกเพื่อแย่งเนื้อจากศพ
บาร์รามกรอกตาอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะเปิดประตูระเบียงห้องนอนของเด็กหญิงออกมายืนดูเฟย์รินกับเฮริสตีกันอยู่บนอากาศตรงหน้าเขาบาร์รามหันไปปิดประตูระเบียงและเลื่อนม่านลงเพื่อไม่ให้คนที่กำลังหลับอยู่ถูกรบกวน
“ทำไมไม่กลับไปที่พวกเ้า” น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยถาม
“พูดง่ายนะไอ้งูพิษก็แกเอาเืเด็กนั่นมาป้อนข้าแล้วข้าจะไปยังไง” เฮริสหันมาโวยคนบนระเบียงในขณะที่มือหนึ่งจิกผมของเฟย์รินไว้ส่วนอีกมือก็พยายามปัดป้องเล็บคมที่จ้องจะจกลูกตาเขา
“ใช่…เ้าดื่มเืเด็กนั่นและมันก็ส่งมาในร่างข้าด้วย” เฟย์รินทั้งตะกายทั้งคว้าแขนของเฮริสจนรอยเล็บครูดเป็ทางยาวเ้าเต่าบ้านี่จิกผมเธอแล้วยันเอาไว้จนต่อสู้ลำบาก ก็เธอตัวเล็กกว่าจะให้ทำไงแถมไอ้งูบ้านี่ก็ยังมายืนไล่เธออีกถ้ามันไปกันง่าย ๆ จะอยู่ในสภาพนี้ไหมเฟย์รินฮึดฮัด
“แล้วยังไง” บาร์รามไม่สะทกสะท้านตอนนั้นถ้าเนย่าตัดสินใจแทงกริชลงมาทั้งเขาและเฟย์รินคงดับสูญไปแล้วแต่เพราะเนย่าไม่ยอมให้เขาตายเขาจึงต้องให้เืเธอผูกสัญญาลากพวกนี้มาด้วย
“แกล้งไม่รู้รึไม่อยากรู้กันแน่ เฮ้ย!” เฮริสปล่อยผมของเฟย์รินแล้วผลักออกไปทั้งสองยืนหอบอยู่ข้างกันในสภาพที่ได้แผลทั้งคู่ เหมือนตอนเด็ก ๆ ไม่มีผิดบาร์รามส่ายหัวก่อนจะพาทั้งสองลงไปชั้นล่างให้ไปนั่งคุยกันที่ห้องทางปีกช้าย
“เอาล่ะเรามาคุยกันดี ๆ ดีกว่าข้าพอจะเริ่มเข้าใจเหตุผลเ้าบ้างตอนใช้ร่างเ้าอยู่ตอนที่เ้าดื่มเืของเด็กนั่นความทรงจำเ้าหลังไหลเข้ามาแม้จะไม่ทั้งหมดแต่ก็พอปะติดปะต่อได้” เฟย์รินกระแทกตัวนั่งลงกอดอกและนั่งไขว้ขาอย่างถือตัวสายตาตวัดมองบาร์รามอย่างขัดใจ
“ข้าก็พอจะจำได้ลาง ๆ เพราะเืนั่นน้อยเกินไปแต่ถ้าได้ชิมอีกก็คงจะดี” เฮริสไม่ได้นั่งลงด้วยเพราะกลัวยายนกผีจะจิกตาเขาเข้าหากอยู่ใกล้เกินไป
“ไม่!” บาร์รามที่นั่งลงตรงข้ามกับเฟย์รินตอบเสียงเรียบและรินชาใส่ถ้วยใบสวยส่งให้ทั้งสอง
“แหม ทำขี้หวงไปได้แต่เล่ามาเถอะเหตุการณ์ก็ผ่านมานานขนาดนี้แล้วจะให้พวกข้าเข้าใจผิดเ้าไปถึงเมื่อไร” เฮริสแค่หยอกล้อแต่ที่เขาอยากรู้มากกว่าคือเหตุผลจากปากของบาร์รามเื่การขโมยดวงจิตผู้ฟูมฟัก
“เวย์นาสยังไม่ตื่นขึ้นมาคิดว่าจะมีปัญหารึเปล่า” บาร์รามยกชาขึ้นจิบอย่างใจเย็นอธิบายไปตอนนี้ถ้าเวย์นาสไม่รับรู้อาจจะมีผลเสียถึงขั้นต้องมาสู้กันอีก
“เราไม่รู้ว่าเ้านั่นอยู่ที่ไหน แต่ร่างแยกถูกเรียกมาแล้วอีกไม่นานก็คงพบร่างจริง” เฟย์รินยอมรับชามาจิบบ้าง
“ข้า...” ยังไม่ทันที่บาร์รามจะเอ่ยอธิบายก็...
“หนูขอฟังความเป็มาด้วยได้ไหมคะ” เนย่าเดินซวนเซมาหาโดยมีรีสเดินเคียงมาคล้ายเป็กำแพงขนให้เธอได้พยุงตัวได้ง่ายขึ้นเธอต้องรู้เื่ทั้งหมดให้ได้ในครั้งนี้