พอโดนแม่ชมเข้าหน่อยฉินไห่หยางก็หน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย เด็กน้อยไม่ตอบอะไรได้แต่ก้มหน้าก้มตากินข้าว
แต่ในใจกลับเบิกบานเหมือนกับดอกไม้แรกแย้ม!
แม่ชมเขาด้วย!
ส่วนฉินฮุ่ยเจียวที่เจอแต่เรื่องซวยๆมาทั้งวัน ระหว่างทางกลับบ้านก็กลัวคนอื่นจะหัวเราะเยาะเธอจึงได้แต่ก้มหน้าก้มตาเดิน
"โอ๊ย!"
สุดท้ายก็เพราะไม่ทันมองเธอพุ่งชนเข้ากับอะไรแข็งๆ เข้าอย่างจัง จนหัวโขกเข้าอย่างแรงฉินฮุ่ยเจียวเจ็บจนกัดฟันกรอดไปหมด
"ใครมันเดินไม่ดูตาม้าตาเรือเนี่ยเห็นคนแล้วไม่รู้จักหลบหรือไง?"
ฉินฮุ่ยเจียวลูบหัวปอยๆ พลางบ่นพึมพำ
"พี่เจียวเจียว!"
ฉินฮุ่ยเจียวยังไม่ทันได้เงยหน้าขึ้นมามองเสียงหวานใสก็ดังขึ้นมาก่อน
พอเงยหน้าขึ้นเธอก็เห็นหลี่เจียวเจียวกำลังถือตะกร้าไม้ไผ่อยู่ในมือเกล้าผมเป็นมวยสองข้างดูทันสมัย เสื้อท่อนบนเป็นแขนสั้นสีฟ้าอ่อนส่วนท่อนล่างเป็นกระโปรงยาวสีดำเข้ารูปคาดเอว แถมยังสวมรองเท้าหนังคู่เล็กๆทำให้ดูสดใสและมีชีวิตชีวา
"เจียวเจียว ทำไมถึงเป็นเธอได้ล่ะ?"
สีหน้าถมึงทึงเมื่อครู่หายไปเป็นปลิดทิ้งเหลือแต่รอยยิ้มประจบประแจง
พอเห็นสภาพมอมแมมของฉินฮุ่ยเจียวรอยยิ้มของหลี่เจียวเจียวก็แข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็วเธอพูดอย่างยิ้มๆ ว่า
"ฉันได้ยินมาว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวไล่พี่ออกจากบ้านสกุลฉินช่วงนี้ฉันยุ่งๆ เลยเพิ่งจะมีเวลาเอาของมาเยี่ยมพี่ค่ะ คิดว่าพี่เพิ่งกลับมาแถมยังโดนต่งเสี่ยวเสี่ยวไล่ออกมาอีก ไม่มีเงินติดตัว ผู้หญิงคนเดียวคงลำบากฉันเลยเอาแผ่นแป้งมาให้พี่"
เธอพูดพลางเหลือบมองตะกร้าไม้ไผ่ในมือ
พอได้ยินชื่อต่งเสี่ยวเสี่ยวสีหน้าของฉินฮุ่ยเจียวก็หม่นลง แต่พอได้ยินว่าหลี่เจียวเจียวเอาแผ่นแป้งมาให้เธอก็ยิ้มออกทันที
"เจียวเจียว เธอนี่ดีจริงๆถ้าน้องชายฉันได้เธอเป็นเมียคงดีไม่น้อยถึงต่งเสี่ยวเสี่ยวจะเป็นปัญญาชนมาจากในเมือง แต่ในสายตาฉันไม่มีใครดีไปกว่าเธอหรอก! ไม่รู้ว่าฉินซู่นี่มันคิดอะไรอยู่ถึงได้เอาลูกคุณหนูที่ทำงานบ้านก็ไม่ได้ ซักผ้าก็ไม่เป็นแต่งเข้าบ้านฉัน"
เธอบ่นไปพลางรับแผ่นแป้งจากหลี่เจียวเจียวไปพลาง
หลี่เจียวเจียวเขินเล็กน้อยเมื่อโดนชมเธอพูดด้วยน้ำเสียงก็ตะกุกตะกักว่า
"ต่งเสี่ยวเสี่ยวเป็นปัญญาชนมาจากในเมืองทั้งสวยทั้งมีความรู้ ฉันจะไปเทียบอะไรกับเธอได้คะอีกอย่างต่งเสี่ยวเสี่ยวยังช่วยให้ชาวบ้านหาเงินได้เยอะแยะเลยนะคะมีหลายคนที่ซาบซึ้งในบุญคุณเธอด้วยซ้ำ!"
ทั้งสองคนเดินคุยกันไปเรื่อยๆ
"ชิถึงจะหาเงินได้เยอะก็แค่สร้างภาพเท่านั้นแหละ ฉันเป็นพี่สะใภ้เธอแท้ๆแต่ชีวิตกลับลำบากลำบนขนาดนี้ กว่าจะกลับมาตั้งหลักได้ ก็ต้องอดมื้อกินมื้อไม่เห็นว่าน้องสะใภ้อย่างเขาจะมาสนใจใยดีฉันบ้างเลย!
ยังจะทำมาเป็นสอนคนอื่นค้าขายอีก ฉันว่านะก็แค่สร้างภาพเอาหน้าทั้งนั้นล่ะ สะใภ้ที่มีแต่เล่ห์เลี่ยมแบบนั้นบ้านสกุลฉินของพวกเราไม่ชอบหรอก..."
ฉินฮุ่ยเจียวถือแผ่นแป้งในมือเธอกัดเข้าไปเต็มคำ เหมือนกับกำลังกัดต่งเสี่ยวเสี่ยวอย่างนั้นแหละแต่เธอก็ยังไม่หายแค้น ก็เลยกัดเข้าไปอีกสองสามคำ
หลี่เจียวเจียวเห็นฉินฮุ่ยเจียวกำลังโมโหอยู่เธอก็มองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้นเธอจึงแกล้งทำเป็นลำบากใจแล้วพูดว่า
"ตอนนี้เสี่ยวเสี่ยวก็เป็นคนของสกุลฉินไปแล้วแถมพี่ฉินซู่กับต่งเสี่ยวเสี่ยวก็จดทะเบียนสมรสกันถูกต้องตามกฎหมายด้วยพี่ฉินซู่ถึงภายนอกจะดูเย็นชา แต่จริงๆ ก็เป็นคนดีคนหนึ่งเขาทำทุกอย่างเพื่อต่งเสี่ยวเสี่ยวเสมอฉันทนไม่ได้หรอกนะคะที่เห็นพี่โดนรังแกแบบนี้”
“...แต่ฉันเป็นคนนอกคงจะพูดอะไรไม่ได้หรอกค่ะจะให้ฉันบอกให้พวกเขาหย่ากันก็คงต้องให้เสี่ยวเสี่ยวโดน..."
เธอจงใจพูดเว้นจังหวะเล็กน้อย
แต่ฉินฮุ่ยเจียวกลับตั้งใจฟังและรีบร้อนถามว่า
"ต้องทำยังไงถึงจะทำให้น้องชายฉันหย่ากับผู้หญิงคนนั้นได้ล่ะ?"
หลี่เจียวเจียวเม้มปากเธอแกล้งทำสีหน้าลำบากใจ บิดตัวไปมาพลางมองฉินฮุ่ยเจียว แล้วพูดตะกุกตะกักว่า
"พี่เจียวเจียวอย่าหาว่าฉันพูดมากไปเลยนะคะฉันแค่แนะนำเฉยๆ พี่อย่าบอกใครว่าฉันเป็นคนบอกนะ ไม่อย่างนั้นถ้าคนอื่นได้ยินเข้าจะหาว่าฉันเป็นผู้หญิงโสด ที่วันๆ เอาแต่ยุให้คนสามีภรรยาแตกคอกัน!"
ตอนนี้ในหัวของฉินฮุ่ยเจียวมีแต่เรื่องจะทำยังไงให้ต่งเสี่ยวเสี่ยวกับฉินซู่หย่ากันเธอจึงรับปากไปอย่างส่งๆ
"ไม่ต้องห่วงหรอก เจียวเจียวแค่เธอช่วยฉันแบบนี้ ฉันก็ขอบคุณเธอจะแย่อยู่แล้ว ฉันจะเอาเธอไปขายได้ยังไงกันล่ะ?"
พอได้ยินฉินฮุ่ยเจียวรับปากแบบนั้นแล้วหลี่เจียวเจียวก็โน้มตัวไปกระซิบข้างหูเธอ
ฉินฮุ่ยเจียวพยักหน้าเห็นด้วย
แต่หลี่เจียวเจียวกลับแสดงสีหน้าเป็นกังวล"เอ่อ...พี่เจียวเจียว ฉันว่าช่างมันเถอะค่ะ สำหรับผู้หญิงแล้วความบริสุทธ์สำคัญที่สุดนี่คะ อีกอย่างต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เป็นปัญญาชนมาจากในเมืองเธอก็ต้องถือตัวกว่าคนอื่นอยู่แล้ว ถ้าโดนเหยียบย้ำศักดิ์ศรีแบบนั้นเธออาจจะคิดสั้นเลยก็ได้นะคะ!"
ถึงภายนอกเธอจะแสดงออกว่าเป็นห่วงเป็นใยแต่ในใจกลับเดือดพล่านเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
ต้องจัดการเธอซะ! ทำลายเธอซะ!
ต้องทำลายผู้หญิงสารเลวนั่นเท่านั้นเธอถึงจะมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับพี่ฉินซู่
ฉินฮุ่ยเจียวนึกถึงเรื่องเก่าๆแล้วพูดอย่างหัวเสีย "ถ้าเธอจะต้องตกอยู่ในสภาพแบบนั้นก็เป็นเพราะเธอทำตัวเองทั้งนั้นถ้าฉันรู้เห็นธาตุแท้ของนางสารเลวนั่นให้เร็วกว่านี้สักหน่อยก็คงไม่ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้หรอก"
เธอทำแบบนี้ก็เพื่อน้องชาย และเพื่อสกุลฉิน
"เอาล่ะค่ะ ฉันยังมีธุระขอตัวก่อนนะคะ ในนี้ยังมีแผ่นแป้งอีกเยอะเลยค่ะ แล้วก็มีเงินอีกนิดหน่อยฉันอาจจะช่วยอะไรมากไม่ได้ แต่ก็จะช่วยเท่าที่ช่วยได้นะคะ"
เมื่อได้ทำตามที่ตัวเองต้องการแล้วหลี่เจียวเจียวก็ขอตัวกลับทันที
"อืม!"
พอหลี่เจียวเจียวกลับไปแล้วฉินฮุ่ยเจียวจึงเปิดผ้าคลุมตะกร้าไม้ไผ่ออก ในตะกร้ายังมีแผ่นแป้งร้อนๆอยู่หลายแผ่น แถมตรงมุมตะกร้ายังมีเงินวางอยู่เล็กน้อย พอมานับดูดีๆก็มีตั้งห้าหยวนแน่ะ
ทำเอาฉินฮุ่ยเจียวถึงกับซาบซึ้งใจสุดๆ สุดท้ายแล้วก็ยังมีแค่หลี่เจียวเจียวที่เข้าใจเธอจริงๆน้องสะใภ้ในนามคนนั้นน่ะ เทียบไม่ติดแม้แต่ปลายเส้นผมของเจียวเจียวเลยสักนิด
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเก็บของเสร็จเรียบร้อยจากนั้นก็ให้คนงานช่วยกันขนของ
บ้านเช่าหลังนั้นก็อยู่ไม่ไกลแถมยังค่อนข้างอยู่ห่างไกลจากผู้คน ทำให้เงียบสงบ
สวีซิ่วกับเหอเถาฮวาทำงานและกินข้าวเสร็จแล้วก็มาช่วยกันขนของ จนกระทั่งบ่ายสองโมงจึงค่อยแยกย้ายกันกลับบ้านไป
ต่งเสี่ยวเสี่ยวปาดเหงื่อบนหน้าผากเธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะมองไปรอบๆ บ้านที่ว่างเปล่า
กำแพงบ้านตระกูลฉินมีคราบเก่าๆ หลายรอยแถมยังมีรูโหว่อีกด้วย
"พรุ่งนี้ฉันจะให้คนมารื้อบ้านหลังนี้ทิ้งเพื่อนของฉันจะพาช่างสร้างบ้านสไตล์ตะวันตกสองคนมาด้วยจะได้ช่วยสอนทุกคนว่าจะสร้างบ้านสไตล์ตะวันตกยังไง ช่วงนี้ก็รบกวนทุกคนด้วยนะคะ"
พอได้ยินว่าจะสร้างบ้านสไตล์ตะวันตกพวกเขาก็เริ่มตื่นเต้นขึ้นมา
พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านมานานบ้านที่สร้างส่วนใหญ่ก็เป็นบ้านดิน แต่บ้านอิฐแดงหลังเล็กๆ แบบนั้นเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะคิดถึงด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้สกุลฉินกำลังจะสร้างบ้านสไตล์ตะวันตกหลังแรกของหมู่บ้านซึ่งพวกเขาก็เป็นคนรับผิดชอบแถมเจ้าของบ้านยังพาช่างสร้างบ้านสไตล์ตะวันตกมาสอนงานด้วยตัวเองอีก
นั่นก็หมายความว่า นอกจากจะได้เงินแล้วยังได้เรียนรู้ฝีมืออีกด้วย
แบบนี้ใครจะไม่ตื่นเต้นบ้างล่ะ?
"เสี่ยวเสี่ยววางใจได้เลยพวกเราจะสร้างบ้านให้สวยที่สุด ทำให้เป็นบ้านที่เด่นที่สุดในหมู่บ้านชิงซานเลยล่ะ"