ฟ้าลืมดาว_End

    บทที่ 9 ความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง.. 25%

            ฉันทพิชญาตื่นนอนขึ้นมาตอนรุ่งเช้า อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ก็เดินเท้าไปตามถนนทางเข้าสวน เดินไปจนถึงถนนหลัก ซึ่งข้างถนนมีศาลาพักคอย เพื่อให้รถโดยสารจอดรับผู้โดยสาร ที่จะเข้าสู่ตัวเมือง


            ฉันทพิชญาเข้าไปนั่งคอย อยู่ภายในศาลาพักคอยสักพัก รถโดยสารซึ่งเป็นรถบัส ก็วิ่งมาตามท้องถนนแต่ไกล ฉันทพิชญาลุกขึ้นโบกมือเรียก และเมื่อรถบัสจอดลง ก็ก้าวขึ้นไปนั่งในรถ รถก็เคลื่อนตัววิ่งมุ่งตรงไปยังตัวเมือง


            พอถึงตัวเมือง ฉันทพิชญาลงจากรถโดยสาร ก็มุ่งตรงไปหาคลินิกรักษาโรคทั่วไป ซึ่งเห็นมีอยู่หนึ่งคลินิกไม่ไกลนัก เธอจึงเดินเข้าไปคลินิกดังกล่าว ไปหยุดอยู่ตรงหน้าพนักงานต้อนรับ


            “สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าเป็นอะไรมาคะ?” พนักงานต้อนรับยกยิ้มขึ้นต้อนรับด้วยความสุภาพ


            “สวัสดีค่ะ เอ่อ!! ฉันมีอาการวิงเวียนหัว คลื่นไส้อยากจะอาเจียนอยู่บ่อยๆ น่ะค่ะ”


            ฉันทิชญารู้สึกอายที่จะพูดถึงอาการที่ตัวเองเป็น เพราะหากเป็นจริงตามสิ่งที่เธอคิดหวั่นๆ อยู่ในตอนนี้ ก็เท่ากับว่าเธอท้องโดยไม่มีสามี แต่ถึงจะอายถึงจะหวั่นใจยังไง ก็ต้องยอมรับความเป็นจริง ยอมรับผลที่จะเกิดขึ้นมาให้ได้ ฉันทพิชญาจึงเอ่ยบอกอาการที่เป็นออกไป


            “ขอบัตรประชาชนด้วยค่ะ”


            พนักงานต้อนรับเอ่ยขอบัตรประชาชนจากฉันทพิชญา หญิงสาวจึงเปิดกระเป๋าสะพาย หยิบบัตรประชาชนออกมายื่นส่งให้ เมื่อพนักงานรับบัตรประชาชนไปแล้ว ก็ยื่นมือไปหยิบแบบฟอร์มประวัติคนไข้มาเขียนรายละเอียดอาการลงไป


            “แล้วประจำเดือนมาปกติไหมคะ?”


            พนักงานต้อนรับสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง เพราะจดจ่ออยู่กับการเขียนข้อมูลรายละเอียดอาการ ลงในเอกสารตรงหน้า


            “ไม่มาอาทิตย์หนึ่งแล้วค่ะ”


            “ถ้ายังไงเดี๋ยวนั่งรอเรียกสักครู่นะคะ”


            พนักงานต้อนรับจดข้อมูลรายละเอียดอาการเสร็จ ก็เงยหน้าขึ้นมากล่าวด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม ฉันทพิชญาจึงเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ ที่จัดไว้สำหรับให้คนที่เข้ามาทำการรักษาที่นี่ได้นั่งรอ


            “เชิญคุณฉันทพิชญาตรวจวัดน้ำหนักส่วนสูงความดันค่ะ”


            พยาบาลสาวเดินเข้ามาใกล้ฉันทพิชญา พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ และพาฉันทพิชญาไปทำการตรวจตามที่ว่ามา และให้นั่งรอพบหมอต่อไป


            “เชิญคุณฉันทพิชญาพบคุณหมอค่ะ”


            ฉันทพิชญานั่งคอยอยู่ราวๆ สิบนาทีได้ พยาบาลสาวคนเดิมเดินออกมาจากในห้อง ขานเรียกชื่อฉันทพิชญา ให้เข้าไปพบหมอ ฉันทพิชญาจึงลุกขึ้นเดินเข้าไปหา พยาบาลก็พาเดินเข้าไปในห้อง ซึ่งในห้องนั้น กตัญญู ซึ่งเป็นหมอนั่งทำงานอยู่


            “สวัสดีครับ ไม่ทราบมาเป็นอะไรมาครับ?”


            กตัญญูเงยหน้าจากเอกสารประวัติของคนไข้ มองไปยังคนไข้ที่เดินเข้ามา พร้อมกับถามถึงอาการที่มาพบหมอในวันนี้ ด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม อบอุ่น สมกับที่เป็นหมอโดยแท้


            “สวัสดีค่ะ คือฉันมีอาการวิงเวียนหัว และก็อยากจะอาเจียนน่ะค่ะ” ฉันทพิชญากล่าวทักทาย พร้อมกับเดินมานั่งลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของกตัญญู แล้วบอกเล่าอาการให้รับฟัง


            “อืม!! คุณบอกว่าประจำเดือนยังไม่มาหนึ่งอาทิตย์แล้ว เดี๋ยวหมอจะให้คุณตรวจปัสสาวะก่อนแล้วกันนะครับ ซึ่งจะรู้ผลตรวจก็ราวๆ สามสิบนาที ถ้ายังไงตามพยาบาลไปเก็บปัสสาวะนะครับ”


            กตัญญูพูดกับฉันทพิชญาจบ ก็หันไปทางพยาบาลสาว พยักหน้าให้ดำเนินการตามที่เขาพูดกับคนไข้


            “เชิญทางนี้ค่ะ”


            พยายาลสาวเดินเข้ามาเชื้อเชิญฉันทพิชญา ให้ตามไปยังห้องน้ำ เพื่อทำการเก็บปัสสาวะมาตรวจ ฉันทพิชญาลุกขึ้นเดินตามพยาบาลสาวผู้นั้นไป โดยกตัญญูมองตามร่างบอบบาง ไปด้วยสายตาชื่นชอบชื่นชม ในความสวยหวาน น่ารัก และนึกเสียดายอยู่ภายในใจลึกๆ หากว่าเจ้าหล่อนมีเจ้าของแล้ว เพราะถ้ายังไม่มีเจ้าของ เขาจะลองจีบดูสักตั้ง


            ฉันทพิชญาเข้าไปในห้องน้ำ ทำการเก็บปัสสาวะและส่งให้พยาบาลสาว เพื่อไปทำการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ก็เดินมานั่งรอฟังผลการตรวจที่เก้าอี้ ที่ทางคลินิกจัดไว้สำหรับนั่งรอ ด้วยหัวใจเต้นแรง


            และยิ่งใกล้ถึงเวลาที่จะได้รับฟังผลตรวจ หัวใจยิ่งเต้นแรงรัวเร็วมากเข้าไปอีก ซึ่งก็ทำให้มือเรียวเล็กทั้งสองข้างเย็นเฉียบ จนต้องกุมสองมือเข้าไปไว้ด้วยกันแน่น


    ๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕