'นั่นมัน..ก็อบลิน!"วาสแนบกายชิดเข้ากับกำแพงอาศัยความมืดมิดบดบังร่างกายของเขา ส่วนพวกซากทัพวาสก็ให้ทิ้งระยะห่างไปอีกช่วงหนึ่ง
ดวงตาเย็นชาจ้องมองไปยัง1ใน5เส้นทางแยก ที่ตอนนี้มีก็อบลินจำนวนไม่น้อยราว5-6ตัวกำลังเดินออกมา สายตาพวกมันกวาดไปมองรอบๆระมัดระวังตัวไม่น้อย
พวกมันกระจายตัวเป็นวงกลมคล้ายกำลังปกป้องบางอย่าง วาสหรี่ตาพยายามมองว่าอะไรที่อยู่ภายในวงล้อมของพวกก็อบลิน
ภายในวงล้อมของพวกมัน ชายหนุ่มเห็นก็อบลิน2ตัวกำลังแบกเปลไม้ที่ถูกทำขึ้นหยาบๆ บนเปลนั้นมีร่างของก็อบลินตัวหนึ่งนอนอยู่
ก็อบลินตัวนี้มีบางอย่างแตกต่างจากตัวอื่นอย่างชัดเจน มันมีร่างกายที่ใหญ่กว่าก็อบลินปกติและสวมชุดเกราะสีเงินสะท้อนแสงแวววาวทั่วทั้งตัว ดูจากความสำคัญที่ต้องได้รับการปกป้องแสดงว่ามันคงมีตำแหน่งสำคัญในหมู่ก็อบลินพอสมควร
แต่ดูเหมือนมันจะบาดเจ็บสาหัส ทั่วร่างเต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลมากมาย แต่ที่สาหัสที่สุดคือเกราะช่วงบริเวณท้องของมันถูกบางอย่างแทงเข้าจนทะลุเข้าเนื้อ บริเวณนั้นถูกพันด้วยผ้าพันแผลอย่างดีแต่ก็ยังมีเลือดซึมหยดออกมาเรื่อยๆ หยดเลือดจำนวนไม่น้อยหยดลงกระทบพื้นจนสร้างเป็นเส้นทางเลือดสีแดงขนาดเล็ก หากปล่อยไว้ไม่นานมันคงได้ขาดเลือดตายแน่ๆ แม้จะมีก็อบลินตัวหนึ่งกำลังพยายามรักษาบาแผลให้กับมันแต่เพราะไม่มียารักษาที่เพียงพอจึงทำให้ไม่สามารถหยุดเลือดที่กำลังไหลได้
วาสจ้องมองไปยังพวกมันด้วยสายตาราบเรียบ ก่อนที่เขาจะเห็นถึงรอยเลือดที่หยดออกมาตามทาง
ดวงตาเย็นชาเบิกตากว้างสั่นระริก ก่อนที่เขาจะฉีกยิ้มออกมาอย่างยินดี
'ไม่แน่พวกมันอาจจะเจอทางออกจากเขาวงกตแล้วก็ได้'ชายหนุ่มคิดในใจอย่างลิงโลด แม้จะไม่มีอะไรรับประกันว่าความคิดของเขาถูกต้องแต่ลองดูก่อนก็ไม่เสียหายอะไร
วาสจ้องมองไปที่พวกก็อบลินอย่างใจจดใจจ่อไม่ให้คลาดสายตา พวกมันเคลื่อนที่ช้าๆมุ่งมาที่ตำแหน่งที่วาสยืนแอบอยู่
ขบวนของก็อบลินยังคงเดินทางมาอย่างต่อเนื่องจนใกล้ระยะที่จะสามารถมองเห็นวาสได้ ทว่าชายหนุ่มไม่เปิดโอกาสให้พวกมันตั้งตัว วาสสั่งการซากทัพในใจอย่างรวดเร็ว
'วิ่งเข้าไปหาชนพวกมันให้ล้มลงซะ'เหล่าซากทัพพากันวิ่งกรูเข้าไปตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว โดยมีวาสแฝงตัวเข้าไปปะปนเข้ากับพวกมันอย่างแนบเนียนด้วย
"กี้ๆๆๆ!"เหล่าก็อบลินร้องขึ้นอย่างตื่นตระหนก พวกมันต่างพากันคว้าอาวุธออกมาเตรียมตัวต่อสู้ แต่ก็มีแอบขาสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นความต่างของจำนวนระหว่างพวกมันกับฝูงซากทัพที่กำลังวิ่งตรงมา
พวกก็อบลินต่างพากันกวัดแกว่งอาวุธฟาดฟันใส่เหล่าซากทัพอย่างดุเดือด โดยที่เหล่าซากทัพไม่ตอบโต้อะไรแม้แต่น้อย พวกมันต่างกำลังพากันวิ่งพุ่งชนก็อบลินตามคำสั่งที่ได้รับอย่างไม่กลัวตาย
ซากทัพที่วิ่งนำหน้าอยู่ต่างถูกพวกก็อบลินฟันเป็นชิ้นๆ แต่ถึงแม้ก็อบลินจะเป็นฝ่ายโจมตีอยู่ฝ่ายเดียวแต่ก็ไม่อาจจะต้านทานฝูงคลื่นซากทัพได้ ผ่านไปเพียงพริบตาเดียวพวกมันต่างพากันล้มกลิ้งระเนระนาดไม่เป็นท่า
วาสอาศัยจังหวะที่พวกมันล้มลงเคลื่อนที่ไปใช้ท่อนไม้มือทุบเข้าที่หลังคอของพวกมันทีละตัวอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปเพียงไม่นานก็อบลินทั้งหมดก็อยู่ในสภาพนอนสลบไสลไม่ได้สติพร้อมกับมีรอยฝกช้ำที่เกิดจากบาทาจำนวนมากของซากทัพประดับอยู่เต็มร่างกาย
โดยตัวที่โดนหนักที่สุดคือก็อบลินที่บาดเจ็บสาหัสอยู่ก่อนหน้า ตอนนี้มันกำลังอ้าปากพะงาบๆราวกับกำลังจะขาดใจตายตาย สองตาเหลือกขึ้นจนเห็นเพียงแต่ตาขาว
วาสขมวดคิ้วครุ่นคิดเงียบๆ เขากำลังลังเลว่าจะปล่อยให้มันตายไปดีหรือไม่ สุดท้ายชายหนุ่มก็ตัดสินใจที่จะไว้ชีวิตเผื่อว่าเขาหาทางผ่านออกจากเขาวงกตไม่ได้ เขาจะได้กลับมาเค้นคอหาข้อมูลจากมันได้
ชายหนุ่มหยิบยารักษาพยาบาลเบื้องต้นออกมารักษาบาดแผลของมันและห้ามเลือดอย่างลวกๆแค่พอที่จะไม่ให้มันตายก่อนเขาจะกลับมาเท่านั้น ก่อนที่เขาจะจับพวกมันมัดรวมกันทั้งหมดอย่างแน่นหนาแล้วแบ่งซากทัพจำนวนหนึ่งเฝ้าพวกมันไว้
ก่อนที่เขาจะเดินมุ่งหน้าเข้าไปในเขาวงกตโดยมีซากทัพที่เหลือตามมา
วาสเดินตามรอยเลือดที่หยดไปตามทางและเขายังคอยสร้างสัญลักษณ์กันหลงไว้เป็นระยะเพราะเขาไม่รู้ว่ารอยเลือดพวกนี้จะหายไปเมื่อไหร่ วาสเปิดแผนที่มาดูประกอบไปด้วย ถึงแม้มันจะไม่สมบูรณ์แต่มันก็ยังพอมีรายละเอียดบ้างเล็กน้อย
ชายหนุมเดินลึกตามรอยเลือดเข้าไปเรื่อยๆ คอยหลบหลีกกับดักตามที่ถูกเขียนลงบนแผนที่จนสามารถผ่านกับดักเหล่านั้นมาอย่างง่ายดาย จนในที่สุดเขาก็มาถึงจุดสุดท้ายที่ถูกเขียนไว้บนแผนที่
วาสพ่นลมหายใจแรงโยนแผนที่ที่ตอนนี้หมดประโยชน์สำหรับเขาแล้วกลับเข้าถุงมิติอย่างเซ็งๆ
ชายหนุ่มออกเดินทางต่อไปแต่ตอนนี้เขาเลือกให้ซากทัพเดินนำหน้าเขาแทนเพื่อความปลอดภัยของเขา
เวลายังคงเดินผ่านไปตามวิถีของมัน ส่วนวาสก็ยังคงมุ่งหน้าเข้าไปอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ก่อนที่เขาจะหยุดชะงักเพราะบางอย่าง
รอยเลือดหายไป!
แต่มันหายไปแค่ช่วงระยะหนึ่งเท่านั้นก่อนจะปรากฏออกไปให้เห็นอยู่รางๆห่างจากจุดที่วาสยืนอยู่พอสมควร
วาสยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไรดี ชายหนุ่มนวดขมับเบาๆวันนี้เป็นวันที่เขาต้องใช้สมองไปมากไม่น้อยทำให้เขาเริ่มรู้สึกปวดหัวจางๆ
หลังจากยืนคิดอยู่ครู่หนึ่งสุดท้ายเขาก็คิดบางอย่างออกได้ วาสยกเท้าขึ้นสูงก่อนจะยกเท้าถีบเข้าที่บั้นท้ายซากทัพตัวหนึ่งเต็มแรงอย่างไม่บอกกล่าว
ร่างซากทัพลอยละลิ่วไปตกอยู่บนตำแหน่งที่รอยเลือดขาดหายไป
ผลุบ!
พื้นดินใต้เท้าของซากทัพตัวนั้นหายไปอย่างรวดเร็ว ร่างของมันตกลงไปสู่เบื้องล่างก่อนจะถูกแท่งเหล็กแหลมคมเสียบทะลุร่าง
วาสชะเงื้อมองลงไปทำให้เขาเห็นว่านอกจากจะมีร่างซากทัพของเขาที่ถูกเสียบคาอยู่ก็ยังมีร่างของก็อบลิน 3 ตัวโดนเสียบทะลุอยู่เช่นกัน
วาสพ่นลมหายใจอย่างโล่งอกแล้วบ่นพึมพำกับตัวเองว่า
"เรื่องง่ายๆอย่างงี้ทำไมฉันใช้เวลาคิดนานจังวะ! หรืออาจเป็นเพราะหลังๆใช้แต่แรงไม่ค่อยใช้สมองมันเลยคิดอะไรไม่ค่อยออก"ชายหนุ่มกำกำปั้นเคาะหัวตัวเองเบาๆเพื่อดูว่าตอนนี้ภายในหัวของเขายังมีสมองหรือไม่หรือว่ามันกลวงไปหมดแล้ว
วาสควานหาวัสดุต่างๆที่พอมีอยู่ติดตัวออกมาสร้างสะพานเพื่อที่จะให้เขาและเหล่าซากทัพข้ามไปได้ง่ายๆ
ชายหนุ่มเดินทางอย่างต่อเนื่อง เขาเผชิญหน้ากับกับดักมากมายหลายรูปแบบที่ถูกติดตั้งไว้ แต่เขาก็ผ่านมันมาได้ทุกครั้งโดยการใช้ซากทัพที่มีอยู่เป็นเหยื่อสังเวยกับดักเหล่านั้น ถึงแม้จะเสียเวลาไปกับการคิดวิธีผ่านกับดักต่างๆไปพอสมควร
ซากทัพของชายหนุ่มลดลงเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง จนทำให้จำนวนของพวกมันตอนนี้ร่อยหรอลงไปมากจนน่ากลัว
จากการเดินทางที่ผ่านมาทำให้วาสเริ่มหวั่นวิตกมากขึ้น ตอนนี้เขาอยู่ในเขาวงกตมากกว่า 2 ชั่วโมงแล้ว แต่เขาก็ยังไม่สามารถหาทางออกได้ อีกทั้งรอยเลือดของก็อบลินที่อยู่ตามทางก็เริ่มจะจางหายไปจนหมดไปในที่สุด นับว่ายังดีที่เขาไม่เจอทางแยกอีกทำให้วาสมีทางเดียวให้มุ่งหน้าไป
ชายหนุ่มยังคงเดินไปเรื่อยๆจนเวลาร่วงเลยไปอีก3ชั่วโมงแต่เขาก็ยังไม่เจอทางออก จนมีความคิดหนึ่งวูบเข้ามาในหัวของเขา
'หรือว่าเราจะต้องติดอยู่ที่นี้ไปจนตาย!'
การอยู่มีชีวิตอยู่ท่ามกลางสถานที่วกวนจนชวนปวดหัวเช่นนี้ทำให้วาสรู้สึกประสาทกินไม่น้อย จนวาสอดสงสัยไม่ได้ว่าเจ้าก็อบลินที่มีสภาพปางตายตัวนั้นอดทนจนออกจากเขาวงกตแล้วมาเจอเขาได้อย่างไร
ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจเล็กๆ ก่อนที่ความทรงจำของเขาจะนึกไปถึงบททดสอบที่2ของอาชีพจ้าวแห่งความตาย
'อย่างน้อยถ้าเทียบกับตอนนั้นก็ยังดีกว่ามากแล้ว'วาสพยายามคิดในแง่บวกเข้าไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เขาเป็นบ้าไปก่อน ยังไงซะเขาก็ทำสัญลักษณ์กันหลงไว้อยู่แล้วจึงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
"พักหน่อยดีไหมนะ?"ชายหนุ่มพูดเบาๆกับตัวเอง การเดินทางมาเป็นระยะเวลานานทำให้เขารู้สึกเหนื่อยล้าทั้งทางกายและทางจิตใจไม่น้อย
แต่สุดท้ายเขากลับเลือกที่จะเดินทางต่อเพราะกลัวว่าเขาจะพลาดอะไรไประหว่างที่เขามัวแต่พักผ่อน
วาสเดินทางต่อไปโดยเขาสั่งให้ซากทัพไส้เดือนกระหายเลือดจำนวนหนึ่งให้มาอยู่ติดกันเป็นแพเคลื่อนที่เพื่อที่เขาจะได้นั่งพักระหว่างเดินทาง