รถคันกะทัดรัดแล่นผ่านย่านทึบสลัวขึ้นสู่ทางเดินระฟ้ายานเหาะโฉบผ่านวืดวือติดตามด้วยยานเหาะสีขาวติดโลโก้ตัวเอชของสหพันธ์ฟาคาร์มองตามจนลับหายไป
“ดูตื่นเต้นนะนั่น”จาราชเอ่ยขึ้น
“นิดหน่อยครับ”
รถแล่นไปตามทางมุ่งเข้าใจกลางเมืองเขต7 ยานเหาะลำเดิมวิ่งเร็วจี้กลับมา ทันใดเสียงะเิดังสนั่น ซากยานล่วงลงข้างถนนฟาคาร์หันมอง รถค่อยๆ ขับผ่าน หุ่นโดรนลาดตระเวรเข้าประชิดซากร่างหนึ่งออกมาจากยานยิงปืนใส่หุ่นโดรนล้มลง หุ่นโดรนอีกตัวยิงเลเซอร์สวนร่างนั้นล้มลงกับพื้น แสงวับวาบฉายมาจากโดรนตัวนั้น เสียงดังค่อยๆ ห่างออกไปห่างออกไป
“ลูกทำได้เชื่อมั่นเข้าไว้” จาราชเอ่ยพลางตบไหล่อีกฝ่าย “เอาเ้ากาลเรียมาด้วยใช่มั้ย?”
“ครับ”ฟาคาร์รับคำพลางตบที่กระเป๋า
ไม่นานตึกสูงเด่นสีขาวสกาวประกายก็เผยตัวเด่นท่ามกลางตึกระฟ้าทึบเทารอบด้านหัวเอชใหญ่บ่งบอกความเป็สหพันธ์ฮีโร่ ฟาคาร์มองตึกหลังนั้นด้วยตาเป็ประกาย
“สู้เขา”จาราชเอ่ยพลางจอดรถ
“ครับ”ฟาคาร์รับด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น
ในแถวเรียงรายของผู้ผ่านการสอบข้อเขียนจำนวน48 คนเต็มไปด้วยคนจากหลากเผ่าพันธุ์ หลายรูปแบบมนุษย์ร่างใหญ่ถือดาบมาในเกาะรัดกุม เอลฟ์แว่นทรงกระบอกยาวยื่นเข้าออกหันมองฟาคาร์อย่างพินิจก่อนหันควับมองคนอื่นแล้วไล่มือกดแทคแพดรัวเร็วจนน่าใโทรลร่างสูงใหญ่ยืนโงนเงยแขนข้างหนึ่งเป็จักรกลนิ่งงันเหมือนไม่รับรู้อะไรเซนทอร์สูงสง่าส่วนบนเป็มนุษย์ ท่อนล่างเป็ม้ามาพร้อมคันธนูใหญ่ยักในซองใส่ธนูมีลูกศรหลากแบบแนบที่ไว้ต้นขาเอลฟ์สาวอีกคนท่องมนต์บางอย่างจนเกิดประกายแสงขึ้นที่ฝ่ามือ
ฟาคาร์เอาสิ่งหนึ่งออกจากกระเป๋ามันคือกาลเรียปืนเลเซอร์ในซองเก็บหนังสีดำ ตัวปืนดีไซน์ดูโบราณย้อนยุค กระบอกทรงกลมวาวฉลุลายซ้อนลายดูอ่อนช้อยราวผู้หญิงแต่แฝงแววดุดันมาดมั่นเขาเอาซองปืนคาดเอว มือแตะที่กาลเรีย หายใจเป่าปาก เขาพร้อมแล้วสำหรับการสอบ
“เฮ่ๆนายเป็มนุษย์เหมือนกันนี่นา ฉันชื่อคีจิน นายชื่ออะไรเหรอ” เป็เสียงนุ่มนวลมีชีวิตชีวาของคนผมยาวสลวยรวบห้างม้าเ้าของร่างผอมบางแต่มัดกล้ามแน่นแกร่ง แลดูคล้องแคล้วมากกว่าอ่อนแอ
“ฟาคาร์ยินดีที่รู้จัก”
“ชื่อแปลกดีนี่นายินดีที่รู้จัก เหมือนเราจะเป็มนุษย์แค่ไม่กี่คนที่ผ่านเข้ารอบมาได้นะยังไงก็รู้จักกันไว้ ช่วยๆ กันนะเพื่อน จะได้เป็ฮีโร่คู่หูกันไง” คีจินตอบกลับ
ฟาคาร์ลอบสังเกตอีกฝ่ายดวงตากลมโต ถุงตาหนาเหมือนอดนอน แต่ร่างกายกลับดูแกร่งราวเป็ถูกฝึกมาทั้งชีวิตดาบเล่มเล็กขนาดพอดีแนบอยู่ข้างตัวมือข้างหนึ่งวางพักอยู่ใกล้กับที่ฝักดาบเล็กแทบไร้ช่องว่างมันคือท่ายืนอย่างนักรบที่ถูกฝึกมาตลอดชีวิต
“ขอต้อนรับว่าที่ฮีโร่ฝึกหัดทุกท่าน”เสียงเข้มลึกดังขึ้นเบื้องหน้าทั้งหมด ทำเอาระงมเสียงพูดคุยเงียบลงเ้าของเสียงคือชายหนุ่มร่างบึกบึนไว้เครายาว ขอบตาดำคล้ำแลดูคล้ายอดนอนชัดเจนเขาอยู่ในชุดเสื้อคลุมสีเข้ม สวมเกาะพร้อมสู้รบ ติดอยู่ข้างเอวคือดาวมหึมา “การสอบปฏิบัติรอบแรกทุกคนสแกนลายนิ้วมือยินยอมอันตรายต่อชีวิตจากการทดสอบแล้วใช่มั้ย?”
ผู้สอบตอบรับเบาๆ
“ฉันถามว่าใช่มั้ย!” ชายเครายาวทวนคำเสียงก้องดังกดดันแทบทั้งหมด
“ครับ/ค่ะ”ทั้งหมดรีบตอบ
ดวงตากดดันของชายเครายาวมองไปยังผู้เข้าสอบทันใดแรงกดดันมหาศาลจู่โจม ฟาคาร์รู้สึกได้ถึงแรงสั่นะเืแต่รู้ตัวดีว่ามิใช่แผ่นดินไหว หากเป็แรงสั่นที่มาจากแรงกดของพลังรุนแรงเข้มข้นจากรังสีอำมหิตที่จู่โจมมาจากชายไว้เคราผู้เข้าสอบบางส่วนถึงกับล้มลงสลบไป
“เอาละนี่แหละคือการสอบรอบแรก บททดสอบความกดดัน ให้ผู้เข้าสอบทุกคนยืนอยู่ต่อหน้าฉันให้ได้”ชายไว้เคราเอ่ย แรงกดดันยังคงถาโถม “การออกปฏิบัติการของฮีโร่มักจะต้องเผชิญกับสภาวะกดดันเราต้องทำงานแข่งกันเวลา หลายครั้งต้องปะทะกับพวกวายร้ายฝ่ายตรงข้ามหากทนต่อแรงกดดันไม่ได้ ก็ถือว่ายังขาดคุณสมบัติขั้นพื้นฐานในการเป็ฮีโร่”
แรงกดดันเข้มข้นบีบคั้นฟาคาร์เอามือจับที่กาลเรียไว้มั่น อีก 2 – 3 คนล้มลงเบื้องหน้าเขาใจเขาเต้นแรงห่วงว่าจะเผยร่างออร์คออกมารู้สึกได้ว่าภายใต้แขนเสื้อิัของเขากลายเป็สีเขียวของออร์คแล้ว เขาพยายามข่มกั้นไม่ให้ตนเผยตัวแต่เหมือนเขี้ยวของเขาเริ่มงอกออกมา
“ทุกคนที่สอบผ่านตามฉันมา”ชายเครายาวว่าพลางหันหลัง ความกดดันพลันหายไป ฟาคาร์กลับสู่ร่างมนุษย์โดยพลันหอบหายใจอ่อนแรง
ทุกคนค่อยๆเดินตามเข้าไปภายในตึก บางคนที่คุกเข่าลงพอจะลุกขึ้นมาได้ก็ยังคงเดินตามอย่างโรยแรง
“ขอแนะนำตัวก่อนฉันชื่อไคจิน ฮีโร่ระดับปีกั”
ฟาคาร์หัวใจเต้นแรงขึ้นเขาจำไคจินจากคอมิกชุดใหม่ได้ ฮีโร่มนุษย์เ้าของดาบัวายุมักปฏิบัติภารกิจสังหารเหล่าวายร้ายฝีมือฉกาจเป็หลักข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือติดเกมอย่างหนักจนลุยภารกิจสายเป็ประจำ!
“ต่อไปคือบททดสอบการต่อสู้”ไคจินเอ่ยพลางนำผู้ผ่านเข้ารอบที่เหลืออยู่เพียงหยิบมือมายังลานกว้างที่มีเส้นขีดสี่เหลี่ยมตีกรอบมันคือลานประลองนั่นเอง มีหุ่นโดรนตัวหนึ่งยืนอยู่ตรงข้าม“เอาชนะหุ่นโดรนตรงนี้ให้ได้ เ้านี่เป็รุ่นอัพเกรดเทียบเท่านักฆ่าระดับวางยาระวังหน่อยแล้วกัน หน่วยพยาบาลดูให้ดีๆ ละ” ชายเครายาวหันไปทางเ้าหน้าที่ขอบลาน
เซนทอร์ขึ้นไปยังลานคนแรกหุ่นโดรนทำงานทันที ยิงะุใส่ เซนทอร์ปักหลักง้างคันศรสวนลูกธนูพุ่งกลับศรปักที่หุ่นะเิเป็เสี่ยงๆ ผ่านเข้ารอบอย่างง่ายดาย ตรงข้ามกับเอลฟ์สาวร่ายจุดไฟขึ้นมาบนมือแต่ทำอะไรหุ่นโดรนไม่ได้เธอถูกยิงจนล้มเสียหลักหุ่นโดรนจึงหยุดการทำงานในที่สุด
“ดูไม่ยากเท่าไหร่นะ?”คีจินเอ่ยกับฟาคาร์ด้วยน้ำเสียงสบายขณะที่ฟาคาร์เองกลับใจเต้นแรงกว่าปกติ“ตาฉันละ”
คีจินขึ้นไปยังลานกว้างทันใดก็วิ่งตีโค้งเข้าหาหุ่นโดรน ะุยิงตามไม่ทันคีจินโดดลอยซับซิกแซงประชิดผ่านหุ่นโดรนก็หยุดการทำงาน คีจินกระชับดาบสั้นเข้าฝักหุ่นโดรนแยกกลายเป็สองเสี่ยง
“สุดยอด”ฟาคาร์ชม
“ฉันว่าโดรนนั่นมันอ่อนแอไปนิดนะ”คีจินยิ้มเขินๆ
บนลานตอนนี้เป็เอลฟ์ตาทรงกระบอกจับจ้องอยู่ไม่นานหุ่นโดรนเปิดฉากยิงก่อนแต่เอลฟ์ได้วางแท่นกางม่านพลังงานป้องกันไว้แล้วไม่นานหุ่นโดรนก็หยุดโจมตีแล้วเดินออกนอกลานกว้างไป
แฮ็คกิ้งนั่นเอง
ต่อจากเอลฟ์เป็มนุษย์ร่างใหญ่หนาสวมหมัดเหล็กที่เริ่มส่องแสงประกายเขาเดินอาดๆ ผ่าดงะุต่อยเพียงหมัดเดียวะเิจนหุ่นโดรนเหลือเพียงเศษซาก
“มีเด็กมาด้วยแฮะน่ารักดีนะนั่น” คีจินส่งสายตาไปทางเด็กสวมปลอกแขนปลอกขาสีน้ำเงินที่กำลังก้าวขึ้นลาน
เด็กสีน้ำเงินเท้าเอวด้วยความมั่นใจหุ่นโดรนจู่โจมแต่ดูเหมือนะุจะทำอะไรเด็กน้อยไม่ได้เด็กน้อยชูแขนชี้ไปยังเป้าหมาย แขนกลายสภาพเป็กระบอกปืน ะุแสงดวงใหญ่พุ่งใส่หุ่นโดรนจนหัวแหว่งหายไป
“ไซบอร์กเหรอน่ะ?”ฟาคาร์สีหน้าไม่สู้ดีนัก ใจเต้นตลอดเวลา เขาแตะที่ซองปืนทำสมาธิ หลับตา หายใจลึกขึ้นพยายามรวมรวบสมาธิให้มั่นคง เสียงการต่อสู้บนลานประลองหลายต่อหลายคู่ผ่านพ้นไป เหลือผู้ผ่านเข้ารอบเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
“ฟาคาร์ตาเธอแล้วนะ สู้ๆ สู้ๆ” เป็เสียงฟิมที่โผล่ร่างมาดึงผมเขาจนรู้สึกตัว
เขาตื่นจากภวังค์สูบหายใจเข้าลึก คีจินตบที่ไหล่เขาให้กำลังใจ เขาพยักหน้าตอบกลับค่อยๆก้าวขึ้นสู่ลานประลอง ตบหน้าตัวเองเรียกสติให้มั่นคง
ดวงตาจับจ้องที่อีกฝ่าย
มือแตะไว้ที่ซองปืน
หุ่นโดรนหันปากกระบอกปืนมาทางเขา
เร็วกว่าความคิด
“ปิ๊ว!” กาลเรียยิงเลเซอร์เข้าสวนปากกระบอกปืนจนปืนทั้ง 2ของหุ่นโดรนใช้การไม่ได้
ปืนไวปิศาจคือวิชาของเขา!
“ระเร็ว”คีจินขยี้ตา สิ่งที่เห็นคือกาลเรียแทบไม่ได้ถูกชักออกจากซองปืนด้วยซ้ำ
ในห้องควบคุมที่จอมอนิเตอร์ถ่ายทอดการสอบภาคปฏิบัติของเหล่าว่าที่ฮีโร่ฝึกหัดเหล่าฮีโร่ระดับหางัทำหน้าที่อย่างเข้มข้น โดยมีฮีโร่ระดับปีกัมองดูภาพรวมฮีโร่เอลฟ์สูงวัยหัวล้านลากนิ้วบนหน้าจอ ค่าตัวเลขต่างแสดงขึ้น ภาพฟาคาร์ปรากฏกลายเป็ภาพช้าเพื่อจับการเคลื่อนไหว
“ปืนนั่นมันแปลกๆนะ” เอลฟ์สูงวัยรำพึง ฮีโร่คนอื่นๆ มองตาม
“ดูสวยดีนี่ครับ”ฮีโร่เอลฟ์หนุ่มเคราแพะตอบรับ
เอลฟ์ร่างเล็กโพกผ้าที่หัวพรมนิ้วไปบนหน้าจอตรงหน้า
“ดูมีแววอยู่นะนั่น”เสียงหนึ่งแว่วมาเื้ั
เอลฟ์ร่างเล็กโพกผ้าหันไปสีหน้าใเมื่อได้เห็นปีกัที่สยายออกมาเบื้องหน้า
“ท่านชาริวแค่สอบคัดเลือกฮีโร่ไม่ต้องถึงขั้นฮีโร่ระดับัลงมาดูก็ได้นี่ครับ”
“ข้าแค่มาปฏิบัติภารกิจแถวนี้ได้ข่าวจากท่านเซรอสว่ามีอะไรน่าสนใจในเขตนี้ด้วยนี่”
เอลฟ์หัวล้านยิ้มมุมปาก“ก็แค่ข่าวลือนิดหน่อย แต่ข้าคิดว่าน่าจะเจอข้อมูลเด็ดๆ เข้าให้แล้วละ”
“รอบต่อไปบททดสอบการต่อสู้แบบทีม”ไคจินเอ่ยพลางลูบเครา
ทันใดแทคแพดของผู้เข้าสอบทุกคนส่องแสงขึ้นบางคนสีแดง บางคนน้ำเงิน มีเพียงสองสีเท่านั้น
“พวกนายทุกคนจะต้องสู้กันแบ่งเป็ทีมสองสี สีแดงกับสีน้ำเงิน กติกาก็ง่ายๆ ฝ่ายชนะจะได้เป็ฮีโร่จะชนะได้มีเงื่อนไข 3 ข้อด้วยกัน 1 ทำให้อีกฝ่ายพูดว่ายอมแพ้ได้สำเร็จ 2ทำให้อีกฝ่ายหมดสติหรือไม่อยู่สภาพที่ต่อสู้ได้ทั้งหมด ส่วนข้อ 3 ก็พวกนายทั้งหมดต้องทำตามกฎทั้ง2 ข้อ ฮาฮาฮา” ไคจินว่าพลางเดินนำไปยังลานประลองปลายมือให้ทั้งสองฝ่ายยืนตรงข้ามกัน
ฟาคาร์หันมองเพื่อนคีจินยกข้อมือให้เห็นสีน้ำเงินเหมือนกันอีกคนที่เข้ามาสมทบใกล้คือเอลฟ์ตาทรงกระบอกนอกนั้นยืนแยกหันมองทีมฝั่งตรงข้ามหมายจู่โจม
“ฉันมีแผน”เอลฟ์ตาทรงกระบอกเอ่ยบอกกับอีกสองคน
ฝั่งสีแดงเซนทอร์เปิดฉากจู่โจมด้วยการยิงธนูลอยโค้งสูงก่อนหล่นลงมาเป็ะเิเอลฟ์ตาทรงกระบอกกางสนามพลังป้องกันตนเอง คีจินกับฟาคาร์ไว้ได้ขณะที่ฝั่งสีน้ำเงินที่เหลือต่างาเ็ เอลฟ์มือปืนอีกคนพยายามยิงเลเซอร์สวนกลับแต่ไม่ละคายผิวเกาะของเซนทอร์
โทรลแขนกลฝ่ายสีแดงเดินฝ่าะุเหวี่ยงแขนของตัวเองเข้าโจมตีทุกคนที่เข้าใกล้ทุบใส่ทั้งฝ่ายตัวเองและฝ่ายตรงข้าม
“ถ้าจัดการทุกคนข้าก็เข้ารอบ” โทรลเอ่ยเสียงดังยังจู่โจมมั่วไม่หยุดมือ
แต่ทันใดแขนกลก็แยกเป็หลายเสี่ยงจากดาบของคีจินที่ลอบจู่โจมไม่ให้รู้ตัว
ฟาคาร์เอาเจเอฟ80 สวมใส่ มือแตะที่กาลเรียไว้มั่น หันมองฝั่งตนที่ยังเหลือ มีเพียงเขา คีจินกับเอลฟ์ตาทรงกระบอกพลังต่อสู้รวม 58 90 และ 43 ส่วนอีกฝ่ายมีเซนทอร์ คนหมัดเหล็กที่ร่วมกันจัดการฝั่งเขาไปหลายคนพลังต่อสู้รวม 80 และ75 ส่วนเด็กสีน้ำเงินที่ยังคงยืนนิ่งเฉยพลังต่อสู้รวมกลับเพียง00 (ไม่สามารถวัดพลังได้) ขณะที่เอลฟ์ร่างใหญ่ในเสื้อหนังสีดำพร้อมปืนหลากหลายกระบอกเล็งมาทางพวกเขามีพลังต่อสู้รวมที่70
เอลฟ์ตาทรงกระบอกพยักหน้าให้คีจินพลางกางสนามพลังอีกครั้งเอลฟ์เสื้อหนังใช้ปืนยิงเข้าใส่แต่ติดอยู่ที่สนามพลังคีจินอ้อมหลบหลีกประชิดตัวอีกฝ่ายได้สำเร็จทันใดก็จัดการอาวุธทั้งหมดของอีกฝ่ายได้เอลฟ์เสื้อหนังคว้าโซ่ออกมาฟาดเหวียงโต้กลับ แต่คีจินยังเร็วกว่าผวาหลบได้ทัน
ด้านฟาคาร์กับเอลฟ์พอตั้งหลักได้ก็เผชิญหน้าเข้ากับเซนทอร์และคนหมัดเหล็กโดยเด็กสีน้ำเงินที่ยืนคุมเชิงอยู่เซนทอร์เปิดฉากโจมตี
“ปิ๊วปิ๊ว” ปืนไวปิศาจของฟาคาร์ปลดเอาธนูเสียหายก่อนทันออกจากคันศร
เซนทอร์วางมือไว้ที่ลูกศรยั้งจังหวะไว้เปิดให้คนหมัดเหล็กแทรกพุ่งเข้าหาฟาคาร์ส่งเลเซอร์สวนกลับแต่ถูกหมัดเหล็กปัดป้องจนลุยเข้าประชิดสำเร็จ
“หลบก่อน”ฟาคาร์ร้องบอกเอลฟ์ ทั้งคู่โดดแยกกัน
“ข้างบน”เอลฟ์ตาทรงกระบอกร้องเตือน
ฟาคาร์เงยเห็นธนูหล่นจากฟ้าะุเลเซอร์ถูกยิงต้านแต่พลาดลูกศรไป 2 ดอกที่พุ่งลงใส่เอลฟ์ร่วมทีมแต่สนามพลังยังทานกันไว้ได้ มือของเอลฟ์ยังรัวที่แทคแพดสีหน้าไม่สู้ดีนักเพราะสนามพลังเสียหายหนักจนหายไป
ไม่เปิดช่องว่างหมัดเหล็กเข้าพุ่งหมัดใส่ฟาคาร์อาศัยช่องว่างที่เกิดขึ้น
ฟาคาร์ล้มลงแต่เป็ล้มเพื่อหลบเหมัดไว้ทันด้วยเสียงจาราสที่ร้องเตือนจากเจเอฟ 80เพียงเสี้ยววินาที หมัดเหล็กพุ่งตัวต่อเนื่องไปทางเอลฟ์ตาทรงกระบอก เอลฟ์ละมือจากแทคแพดยกปืนขึ้นยิงสกัดกั้นแต่หมัดเหล็กปัดป้องได้หมดพร้อมเข้าประชิดหมายเด็ดชีวิตในหมัดเดียว
หมัดะเิประกายแสงพุ่งเข้าหาใบหน้าเล็งกดลงหมายบดบี้เอลฟ์ตรงหน้า
“บูมมมม”
“บ้าเอ้ย”คีจินร้องเจ็บใจยังคงปัดป้องหาช่องจู่โจมเอลฟ์เสื้อยีนที่เหวี่ยงโซ่จู่โจมเข้าใส่อย่างต่อเนื่องราวกับมีแรงโจมตีได้อย่างไม่จำกัดแต่เพียงเสี้ยววินาทีที่การจู่โจมช้าลง คีจินฉวยโอกาสใช้ดาบสั้นรับโซ่โซ่ม้วนพันเข้ากับดาบ คีจินปักดาบสั้นลงพื้นที่ตรึงโซ่ไว้พลันประชิดขึ้นขี่คอเอลฟ์เสื้อยีนล็อคคอรัดจนเอลฟ์เสื้อยืนสลบไปในเวลาอันรวดเร็ว
คีจินพยายามจะกลับไปสมทบแต่แล้วจากมุมอับสายตาเขาก็ถูกเซนทอร์ยิงธนูใส่จนาเ็ที่ขา เขาสูญเสียความเร็วไปแทบกลายเป็เหยื่อให้กับฝ่ายตรงข้ามไปแล้ว
แต่หลังม่านหมอกควันะเิจากหมัดเหล็กที่จางลงก็เผยให้เห็นผลของการโจมตีกำปั้นของหมัดเหล็กอยู่ในอุ้งมือของฟาคาร์ มือที่สีเขียวแกร่งของออร์คที่ห่อหุ้มไปด้วยเกราะชีวิตที่แกร่งพอจะป้องกันหมัดะเิของอีกฝ่ายได้
“เฮ่ยแกเป็ออร์คเหรอ?” เอลฟ์ตาทรงกระบอกร้องลั่น “อย่ายุ่ง อย่ามาช่วยฉัน”เสียงโกธาดังใส่จากเื้ั “ออร์คอย่างพวกแกไม่ควรมาปกป้องเอลฟ์เว่ย”
“ฉันก็ไม่อยากช่วยนายหรอกไม่อยากเผยตัวว่าเป็ออร์ค แต่...แต่ว่าฉันเป็ฮีโร่ ฉันต้องปกป้องนายไว้”ฟาคาร์ร้องบอกใบหน้าเริ่มกลายเป็ออร์ค เขี้ยวเริ่มงอกออกมาสีหน้าทั้งโกรธเกร็งออกแรง ทั้งเศร้าเสียใจไปพร้อมกัน มือยังต้านพลังอีกฝ่ายได้
“กล้าดีนักนะดีเลย ฉันจะได้จัดการออร์คอย่างเป็พวกแกเป็รายแรกเพื่อก้าวเป็ฮีโร่”หมัดเหล็กประกาศกร้าว พุ่งอีกหมัดโจมตี ฟาคาร์ใช้อีกมือรับไว้ ร้องด้วยความเ็ป
พลังต่อสู้รวมของเขาพุ่งขึ้นเป็92 ก่อนจะค่อยๆ ลดลงเหลือ 80 และ 79 ขณะที่อีกฝ่ายพลังต่อสู้รวมอยู่ที่ 75ยังไม่รวมอาวุธหมัดเหล็ก
ฟาคาร์เริ่มต้านหมัดของอีกฝ่ายไว้ไม่อยู่ร่างเริ่มกลายสภาพกลับทีละน้อย แต่แล้วก็มีลูกเหล็กกลมกลิ้งมาที่อยู่ใต้ทั้งคู่
ทันใดแสงสว่างจ้าบดบังทุกอย่างหายไปจากการรับรู้ชั่วขณะคนหมัดเหล็กชะงักไป เจเอฟ 80ปรับตัดแสงป้องกันไว้ได้ทันท่วงทีจึงเกิดเป็ช่องว่างให้ฟาคาร์คว้าเอากาลเรียออกมา
โหมดะุะเิจ่อเข้าหน้าหมัดเหล็กจนล้มลงหมดสภาพต่อสู้ในที่สุด
ด้วยช่องว่างจากะเิแสงคีจินพยายามฝืนลอบจัดการโจมตีเซนทอร์แต่ครึ่งคนครึ่งม้าปัดป้องด้วยคันศรไว้ได้คีจินยิ้มมุมปากราวกับจะบอกว่าตนเองเป็ฝ่ายชนะ คันศรของเซนทอร์หักเป็สองท่อนคีจินหมายทำลายอาวุธของอีกฝ่ายอยู่แล้ว
“ปิ้ว”คราวนี้เป็คีจินที่ถูกยิงล้มลงาเ็หนักไม่สามารถลุกไหว เขาถูกลอบโจมตีจากะุเลเซอร์พาสม่าของเด็กสีน้ำเงินที่พึ่งเริ่มเคลื่อนไหว
เด็กสีน้ำเงินพุ่งด้วยไอพ่นที่ขาเข้าประชิดฟาคาร์ก่อนปัดกาลเรียหลุดจากมือมือที่กลายสภาพเป็ปืนพลาสม่าเร่งพลังะุแสงเล็งมายังฟาคาร์
“พูดยอมแพ้ซะไม่งั้นผมอาจจะต้องฆ่าคุณ” เด็กน้ำเงินว่า ฟาคาร์หันมองคนอื่นคีจินสลบอยู่ที่พื้นถูกเซนทอร์ใช้เท้าเหยียบไว้ ขณะที่เอลฟ์ตาทรงกระบอกก็ถูกลูกศรของเซนทอร์ปักเข้าที่หลังล้มลงกับพื้นดูเหมือนก่อนที่คีจินจะทำลายคันศรได้สำเร็จ ลูกศรจะถูกยิงเข้าใส่เอลฟ์ก่อนแล้ว
สิ้นหวัง
“ยอมแพ้เอาชีวิตรอด” เสียงจาราชดังจากเจเอฟ 80 ฟาคาร์พยักหน้ากำลังจะเอ่ยปาก
“ยอ...”
ตอนนั้นเองแขนปืนของเด็กสีน้ำเงินก็หันไปทางอื่น ฟาคาร์ชะงักคำแขนของเด็กสีน้ำเงินหันไปทางเซนทอร์ที่ยืนอยู่แล้วยิงก้อนพลังพลาสม่าลูกใหญ่เข้าใส่เซนทอร์โดดหลบ พลังพลาสม่าพุ่งฉากผ่านไป เซนทอร์าเ็ล้มลงในที่สุดเด็กสีน้ำเงินล้มลงตาม
ฟาคาร์หันไปทางเอลฟ์ตาทรงกระบอกที่นอนนิ่งอยู่ร่างนั้นลุกขึ้นดึงลูกศรออกง่ายดาย สีหน้าเคร่งขรึม
“โทษทีพอดีเ้าเด็กน้ำเงินนี่ระบบความปลอดภัยแ่าไปหน่อยเลยใช้วเลานานไปนิดนี่ขนาดเริ่มแฮ็คกิ้งั้แ่เข้าสนามสอบนะเนี่ย”
“ที่หันมองโน่นนี่ตลอดเวลานั่นคือสแกนทุกคนอยู่เหรอ?”
“แน่นอนบอกแล้วว่ามีแผนไง แต่แผนของฉันไม่มีออร์คอย่างแกนะเว่ย” เอลฟ์ตาทรงกระบอกเดินเชื่องช้าเข้ามาพูดขึ้นก่อนส่งมือให้ฟาคาร์จับมือลุกขึ้น เอลฟ์กระซิบบอก “เอลฟ์อย่างฉันต่างหากที่จะปกป้องออร์คอย่างนาย”
“บททดสอบต่อไปเป็บททดสอบสุดท้ายคือบททดสอบจิตใจ”ไคจินเอ่ยหลังจากเ้าหน้าที่จัดการลานประลองจนกลับมาเป็พื้นที่โล่งดังเดิมผู้เข้าสอบทีมสีแดงถูกส่งตัวพยาบาลพักรักษา เว้นแต่เด็กสีน้ำเงินที่ถูกพิจารณาให้ผ่านเข้ารอบส่วนทีมสีน้ำเงินเหลือเพียงฟาคาร์ เอลฟ์ตากระบอกและคีจินที่ฟื้นตัวจากภูติรักษาที่สถาบันฮีโร่มีจัดไว้ให้
ดูเหมือนวิธีคัดเลือกนอกจากกฎ3 ข้อแล้วจะมีทีมงานคอยให้คะแนนด้วย
“ยินดีด้วยนะ”ฟิมปรากฏตัวขึ้นร้องเสียงแจ๋ว
ฟาคาร์ถอนหายใจเหนื่อยหมดแรง“ยังไม่ผ่านเลยเหลืออีกบททดสอบนึงนะ”
“พวกเธอ4 คนจะต้องปะาชีวิตนักโทษปะาของเรา” ไคจินเอ่ย ออร์คชาย 2 คน มนุษย์ชาย 1 คนหญิง 1 คนถูกคุมตัวเข้ามา ทั้งหมดอยู่ในชุดนักโทษ “แต่ใน 4 คนนี้มีคนหนึ่งที่เป็เพียงคนรู้จักของนักโทษ ยังคงเป็เพียงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเท่านั้นเอาละ พร้อมแล้วก็บอกนะ เลือกนักโทษกันได้เลย หรือใครจะลงมือก่อนก็ตกลงกันเลยนะ”
ไคจินเงียบงันไปทิ้งความหนักหน่วงไว้ให้ผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายทั้ง 4