ฟู่ซินหลางเผลอเอ่ยถามออกไปโดยไม่รู้ตัว “คังอิง นั่นเธอเหรอ?”
คังอิงเพ่งมองชายหนุ่มตรงหน้า ก็พบว่าไม่ใช่ใครที่ไหน ฟู่ซินหลางนั่นเอง
ฟู่ซินหลางสวมเสื้อยืดสีเหลืองหม่นๆ ตัวหลวม แล้วสวมทับด้วยกางเกงผ้าฝ้ายสีน้ำเงิน ส่วนรองเท้าเป็นรองเท้าแตะพลาสติกสีน้ำตาลคู่หนึ่ง ดูเหมือนเขาจะใส่รองเท้าคู่นี้มานานจนรองเท้าเริ่มขาด ส่วนบนแขนมีปลอกแขนสีแดงติดอยู่ ยิ่งไปกว่านั้นท่าทางของเขาดูไม่มั่นใจเอาเสียเลย
คังอิงพยักหน้ารับเบาๆ โดยไม่ทักทายเขา เธอมองตรงไปข้างหน้า แล้วเดินจากไปพร้อมเอกสารในอ้อมกอด
สายตาของทุกคนต่างก็จับจ้องไปที่แผ่นหลังของเธออย่างไม่รู้ตัว
คังอิงยืนตัวตรง ท่วงท่าการเดินของเธอดูสง่างามอย่างบอกไม่ถูก นักศึกษาบางคนที่ชอบดูรูปนางแบบต่างๆ ที่เพ่งมองอยู่นานพลันนึกขึ้นมาได้ นี่ไม่ใช่ท่าเดินแบบของนางแบบหรอกหรือ?
สวยสง่า สูงส่ง ไม่อาจล่วงล้ำได้
“ฟู่ซินหลาง นายรู้จักผู้หญิงคนนี้เหรอ? เธอเป็นใครกัน?” นักศึกษาคนหนึ่งเอ่ยถามอย่างอยากรู้อยากเห็น
ฟู่ซินหลางเกือบจะเผลอพูดออกไปว่า ‘เธอคือภรรยาของฉัน’ แต่พอนึกได้ว่าเขาหย่ากับคังอิงไปแล้ว แถมยังแต่งงานกับไป๋เหลียนฮวาแล้วด้วย หากยังพูดแบบนั้น เขาคงถูกคนอื่นหัวเราะเยาะแน่ๆ
เขาไม่คิดเลยว่าหลังจากที่คังอิงหย่ากับเขาไปแล้ว เธอไม่เพียงไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก แต่กลับใช้ชีวิตที่ดีกว่าเดิม ผิวพรรณก็ดูเปล่งปลั่งสดใส ยิ่งไปกว่านั้นรูปลักษณ์ของเธอกับตอนที่ยังไม่ได้หย่านั้น แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน ไม่อาจเปรียบเทียบกันได้เลย
หัวใจของฟู่ซินหลางราวกับถูกฟ้าผ่าจนเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ สุดท้ายเขาจึงกล่าวออกมาอย่างตะกุกตะกัก
“เธอเป็น...เธอเป็นคนที่ฉันรู้จัก ไม่คิดเลยว่าเธอจะมาเป็นอาจารย์ที่นี่”
“ใช่ ฉันก็ไม่เคยได้ยินว่าวิทยาลัยจะรับอาจารย์คนใหม่นี่นา?” นักศึกษาอีกคนหนึ่งเอ่ยเห็นด้วย
นักศึกษาอีกคนกล่าวด้วยความอิจฉา “ไม่คิดเลยว่านายจะรู้จักสาวสวยขนาดนี้ ในเมื่อรู้จักเธอแบบนี้ ทำไมไม่ลองจีบเธอดูล่ะ?”
ฟู่ซินหลางรู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างยิ่ง จะจีบอะไรอีกล่ะ เมื่อเดือนก่อนเธอยังอยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกันกับเขาอยู่เลย
ฟู่ซินหลางรู้สึกเหมือนกับถูกคังอิงหลอก ทำไมเธอถึงเปลี่ยนไปมากขนาดนี้นะ? คังอิงที่เคยใช้ชีวิตอยู่กับเขาที่บ้านตระกูลฟู่นั้น เป็นตัวตนที่แท้จริงของเธอหรือเปล่า? ฟู่ซินหลางรู้สึกสับสนไปหมด
หลิวไห่ที่ถูกคังอิงปฏิเสธก็รู้สึกท้อแท้ใจเช่นกัน เขาที่ทำหน้าบึ้งตึงจึงเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับฟู่ซินหลางที่กำลังหงุดหงิด
สมาชิกทีมป้องกันและดูแลวิทยาลัยหลายคนเห็นสีหน้าของคนทั้งสองก็รู้สึกว่าบรรยากาศแปลกๆ พวกเขาจึงไม่พูดอะไรออกมา
หลิวไห่ไม่ยอมแพ้ หลังจากนั้นเขาก็ไปถามอาจารย์ประจำฝ่ายธุรการที่วิทยาลัย จึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วคังอิงเป็นวิทยากรจากห้างสรรพสินค้ามิตรภาพที่มารับหน้าที่ฝึกอบรมพนักงาน ไม่ใช่อาจารย์ของวิทยาลัย
ตอนนั้นเองหลิวไห่ก็รู้แจ้งเห็นจริง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงไม่เคยเห็นเธอที่วิทยาลัย ที่แท้คังอิงเป็นวิทยากรฝึกอบรม
เมื่อเขารู้ว่าคังอิงเป็นใคร ก็คิดว่า ‘ในเมื่อเธอไม่ใช่อาจารย์ของวิทยาลัย แถมอายุยังน้อย แบบนี้ฉันก็ยังมีโอกาสจีบเธอได้ใช่ไหม?’
พอหลิวไห่นึกถึงรูปร่างหน้าตาของคังอิง เขาก็อดที่จะน้ำลายสอไม่ได้ ในหัวสมองของเขาเริ่มคิดแผนการที่ไม่ค่อยจะเข้าท่า
ส่วนฟู่ซินหลางกลับรู้สึกสับสน เขาไม่คิดเลยว่าคังอิงจะใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ดูเหมือนเธอจะสบายกว่าตอนที่ยังไม่หย่ากับเขาเสียอีก ส่วนเขากลับได้แต่งงานกับไป๋เหลียนฮวาที่ทั้งดำทั้งตัวใหญ่…
หลังจากที่หลิวไห่สืบหาข้อมูลของคังอิงจากอาจารย์ฝ่ายธุรการมาได้ เขาก็ร้อนรนกระวนกระวายใจ อารมณ์ต่างพลุ่งพล่านขึ้นมาทันใด
เขามองเห็นฟู่ซินหลางกำลังนั่งเหม่อลอยอยู่ใต้ต้นไม้เล็กๆ ในสนามเด็กเล่น จึงกล่าวกับฟู่ซินหลางว่า “ไปกันเถอะ ไปดื่มเบียร์ที่ห้องฉันกันดีกว่า พวกเรามีหมูแดดเดียวไม่ใช่เหรอ? กินแกล้มเบียร์พอดีเลย”
เมื่อได้รับคำชวนจากหลิวไห่ ฟู่ซินหลางก็ตกลงทันที
หลิวไห่นับว่าใจกว้างมาก เขาพาฟู่ซินหลางไปที่ร้านขายของชำ แล้วซื้อเบียร์เฉียนเจียง [1] เย็นๆ มาสองขวด จากนั้นก็ขอให้เจ้าของร้านเปิดฝาขวด ทั้งสองคนถือเบียร์พลางจิบไปเรื่อยๆ แล้วเดินกลับห้องพัก
หลิวไห่นั่งลงบนขอบเตียง เขาจิบเบียร์ไปหนึ่งอึกใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจแล้วกล่าวว่า
“คิดไม่ถึงเลยว่าดาวโรงเรียนที่เราเจอกันวันนี้ จะเป็นวิทยากรที่ทางห้างสรรพสินค้าเชิญมาสอนพนักงาน ตอนนั้นฉันนึกว่าเธอเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยนี้จริงๆ ถ้าเป็นแบบนั้น เรื่องนี้คงตลกน่าดู”
“หืม? เธอสอนหนังสือคนอื่นได้ด้วยเหรอ?” ฟู่ซินหลางถามด้วยความตกตะลึง เขาไม่รู้เลยว่าคังอิงมีความสามารถแบบนี้ด้วย
การสอนหนังสือให้คนอื่นก็น่าจะได้รับค่าตอบแทนไม่น้อยสินะ หรือว่าคังอิงใช้ชีวิตอยู่ด้วยเงินจากการสอนหนังสือ?
ถ้าคังอิงสามารถหาเงินได้จากการสอนหนังสือ ทำไมตอนเธออยู่ที่บ้านของเขา ถึงต้องไปทำงานหนักที่โรงงานกากถั่วเหลืองล่ะ?
ฟู่ซินหลางรู้สึกสับสนจนไม่รู้ว่าคังอิงคนไหนเป็นคังอิงที่เขารู้จักกันแน่
“เฮ้อ น้องชาย นายว่าฉันยังมีโอกาสไหม?” หลิวไห่สะกิดฟู่ซินหลางเบาๆ
“โอกาสอะไร?” ฟู่ซินหลางมองดูหลิวไห่ด้วยท่าทางงุนงง
“โอกาสที่จะจีบอาจารย์คนนั้นไงล่ะ! ตอนนี้ฉันเรียนอยู่ปีสอง อีกสองปีก็จะจบแล้ว”
“นายซ้ำชั้นสองปี ส่วนฉันซ้ำชั้นตั้งสามปี ตอนนี้ฉันอายุยี่สิบกว่าๆ บรรลุนิติภาวะตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว หากฉันจีบเธอติด พอเรียนจบ พวกเราก็แต่งงานกันได้เลย! ฉันว่าเธอคงอ่อนกว่าฉันสักหนึ่งหรือสองปีนั่นแหละ”
หลิวไห่ครุ่นคิดถึงใบหน้าอันเนียนนุ่มไร้ที่ติของคังอิง ในหัวของเขาก็พลันคิดแผนการมากมายขึ้นมาทันที
ฟู่ซินหลางรู้สึกอึดอัดใจ เขาจะพูดว่า ‘ได้’ งั้นหรือ? ให้หลิวไห่ไปจีบอดีตภรรยาของเขาเนี่ยนะ?
ดวงตาของฟู่ซินหลางเป็นประกายขึ้นมา เขาบอกว่า “นายก็ยังไม่ได้ถามเธอเลยนี่ ว่าเธอมีแฟนหรือยัง? ถ้านายรีบร้อนไปจีบเธอแบบนี้ จีบไม่ติดขึ้นมา เดี๋ยวก็ถูกคนอื่นหัวเราะเยาะแน่”
“ที่นายพูดก็ถูก เดี๋ยวฉันลองไปสืบดูอีกที ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะ ถ้าเธอมีแฟนหรือแต่งงานไปแล้ว ฉันคงขายหน้ามาก”
หลิวไห่ตบไหล่ของฟู่ซินหลางอย่างแรง เขารู้สึกว่าฟู่ซินหลางเป็นที่ปรึกษาที่ดี จึงแบ่งปันความคิดเห็นเรื่องความรักให้ฟู่ซินหลางฟัง
“ฉันจะบอกอะไรให้นะ สิ่งที่สำคัญที่สุดของผู้หญิงก็คือ พวกหล่อนต้องหน้าตาดี ผู้ชายในชาตินี้น่ะ สิ่งที่เขาใฝ่ฝันมากที่สุดคืออะไรกัน? ก็มีแค่อำนาจกับผู้หญิงนั่นแหละ
ส่วนเหตุผลที่ผู้ชายต้องมีอำนาจ มันก็เพราะผู้หญิงอีกนั่นแหละ
นายต้องรู้ว่า อำนาจ เป็นยาปลุกกำหนัดที่เคลื่อนที่ได้ หากไร้อำนาจ ผู้หญิงสวยๆ ก็จะไม่สนใจนาย สรุปแล้วผู้ชายเกิดมาเพื่อผู้หญิงสวยๆ เราต่างใฝ่หาอำนาจเพื่อผู้หญิงสวยๆ อีกเหมือนกัน
ฉันสาบานเลยว่า ชาตินี้ฉันจะต้องแต่งงานกับผู้หญิงสวยๆ ให้ได้ เพราะถ้าฉันต้องไปแต่งงานกับผู้หญิงขี้เหร่ ฉันคงทนไม่ไหวแน่ๆ!”
หลิวไห่พูดอย่างออกรสออกชาติ
ฟู่ซินหลางเกือบสำลักคำพูดของหลิวไห่ หากเป็นไปตามที่อีกฝ่ายบอก แบบนี้ไม่เท่ากับว่า เขาเป็นผู้ชายที่ล้มเหลวที่สุดงั้นหรือ? เขาทิ้งภรรยาคนสวยไป แล้วกลับไปแต่งงานกับภรรยาใหม่ที่ขี้เหร่แทน
ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือ ความต้องการทางเพศของไป๋เหลียนฮวาสูงมาก เธอไม่สนใจเลยว่าฟู่ซินหลางจะอยากมีอะไรกับเธอหรือเปล่า คืนวันแต่งงานเธอล็อกประตูห้อง แล้วก็ ‘จัดการ’ เขา
พอไป๋เหลียนฮวาพบว่าเขา ‘ไร้น้ำยา’ เธอก็บังคับให้เขากินยา ทำให้เขาต้อง ‘ร่วมรัก’ กับเธอภายใต้อิทธิพลของยาเป็นครั้งแรกในชีวิต ฟู่ซินหลางรู้สึกเหมือนถูกไป๋เหลียนฮวาบังคับขืนใจ
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่เขากินยาครั้งนั้นแล้ว ไป๋เหลียนฮวาก็ยอมรับว่าเขา ‘ไร้น้ำยา’ ทุกวันเธอจึงทำอาหารบำรุงร่างกายให้เขากิน ทั้งเซ่งจี๊ และตัวเดียวอันเดียวของวัว ภายในห้องจึงมีกลิ่นคาวเนื้ออยู่ตลอดเวลา จนตอนนี้ฟู่ซินหลางรู้สึกกลัวการกินข้าวไปเสียแล้ว
เชิงอรรถ
[1] เบียร์เฉียนเจียง เบียร์ยี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่งของเมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน