บทที่ 14 การยั่วยุ
เมื่อเห็นฟู่อวิ๋นจือมีอาการแบบนี้ หลีเกอก็ยิ้มมุมปากด้วยความพอใจ
“ที่รัก คุณอยากมีลูกไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้ฉันก็ท้องแล้ว ทำไมคุณถึงไม่ดีใจล่ะ?” หลีเกอเดินเข้าหาเขาพลางใช้มือลูบไล้แผ่นอกแล้วจับที่ปกเสื้อ ก่อนจะดึงเขาเข้ามาใกล้ ๆ แล้วกระซิบเบา ๆ ว่า
“ฟู่อวิ๋นจือเมื่อกี้นี้ฉันอารมณ์ไม่ดี ก็เลยไปทำอะไรกับเครื่องฉาย โปรเจคเตอร์นิดหน่อย ถ้าคุณพูดอะไรให้ฉันไม่พอใจอีก แล้วฉันเผลอมือลั่นไปกดปุ่มอะไรในมือถือเข้าล่ะก็ คนทั้งงานคงจะได้เห็นฉากอันเร่าร้อนระหว่างคุณกับเจียวม่านหนิงแน่”
หลีเกอพูดพลางเขย่าโทรศัพท์ให้ฟู่อวิ๋นจือดู
เธอยิ้มแบบเ้าเล่ห์แต่น้ำเสียงยังคงนุ่มนวล “ที่รัก คุณลืมคืนวันครบรอบแต่งงานของเราไปแล้วเหรอ?”
ไม่ว่าฟู่อวิ๋นจือจะโกรธแค่ไหน แต่ในเวลานี้ก็ได้แต่จำใจตามน้ำไปก่อน
ถ้าเกิดว่าหลีเกอไปได้วิดีโออะไรมาจริง ๆ ในงานมีญาติพี่น้องร่วมงานเยอะขนาดนี้ ถ้าคลิปถูกปล่อยออกไปคงขายขี้หน้าแย่แน่ ๆ
“อ๋อใช่ ใช่ ผมจำได้แล้ว” เขาจ้องหลีเกอราวกับลูกตาจะทะลุออกมาจากเบ้า “ที่รัก เื่ใหญ่ขนาดนี้คุณปิดบังผมไว้ได้ยังไง?”
“ฉันอยากเซอร์ไพรส์คุณกับคุณแม่น่ะค่ะ” หลีเกอตอบอย่างเขินอายจากนั้นเธอก็หันไปถามแม่สามีที่ยังคงงงอยู่ “คุณแม่คะ คุณแม่จะได้อุ้มหลานแล้ว ดีใจไหมคะ?”
“ดี ดีใจสิ” หลัวหลานพยักหน้ารอยยิ้มบนใบหน้าแข็งทื่อที่ดูก็รู้ว่าฝืน
ั้แ่ฟู่อวิ๋นจือพาเจียวม่านหนิงเข้ามาที่บ้าน หลัวหลานก็รู้สึกชอบและพอใจเธอมาก อยากให้ฟู่อวิ๋นจือหาทางไล่หลีเกอออกไป แต่ไม่คิดว่า หลีเกอจะมาตั้งท้องใน่หัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้
แต่ไม่เป็ไรหรอกพอหลีเกอคลอดลูกแล้ว ก็ค่อยให้หย่ากับฟู่อวิ๋นจือทีหลังก็ได้!
เมื่อคิดได้แบบนั้นหลัวหลานก็รู้สึกดีขึ้นมาก เธอส่งสายตาให้เจียวม่านหนิง แล้วก็พยักหน้า จากนั้นเธอก็ลากหลีเกอมานั่งทำท่าทางยิ้มแย้มถามไถ่อาการสารทุกข์สุกดิบ
ญาติพี่น้องคนอื่น ๆ ต่างก็ได้สติแล้วหันมายิ้มแสดงความยินดีที่
ฟู่อวิ๋นจือ จะได้เป็คุณพ่อแล้ว บางคนยังสอนวิธีเลี้ยงลูกให้เขา
ฟู่อวิ๋นจือฟังคำเ่าั้แล้วสีหน้ายิ่งแย่กว่ากินขี้เข้าไปอีก
“อวิ๋นจือ เกิดอะไรขึ้น?” เจียวม่านหนิงกระซิบถามฟู่อวิ๋นจือ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจเขาแล้ว “ไหนคุณบอกว่าร่างกายเธอมีปัญหาไม่ใช่เหรอ นี่คุณไปมีอะไรกับเธอมางั้นเหรอ?”
เธอยังแอบหยิกเขาด้วย
“ที่รักเชื่อผมสิ ผมไม่ได้แตะต้องเธอเลย” ฟู่อวิ๋นจือสาบาน แล้วเหลือบมองหลีเกอด้วยท่าทางโกรธแค้น “เธอต้องแอบไปมีชู้แน่ ๆ”
“งั้นก็แฉเธอเลยสิ!” เจียวม่านหนิงพูดพลางมองไปทางหลีเกอด้วยสายตาริษยา
ก่อนหน้านี้เธอสืบประวัติหลีเกอก็พบว่าครอบครัวเธอจนขนาดนี้แต่มีเงินไปเรียนเมืองนอก แถมยังได้เข้ามาทำงานในบริษัทฟู่อีก สวยขนาดนี้ไม่รู้หลอกผู้ชายไปเท่าไหร่แล้ว
หลายครั้งในที่ประชุมเจียวม่านหนิงก็ได้ยินผู้บริหารคนอื่นชื่นชมหลีเกอว่าเสียดายที่เธอเข้าบริษัทฟู่ช้าไป เพึ่งทำงานได้ไม่นาน ถ้าทำงานที่นี่นานกว่านี้ก็คงจะให้เธอไปประจำสาขาที่นิวยอร์กแล้ว ทุกคนต่างก็พยายามแย่งกันไปสาขานิวยอร์ก รวมถึงเจียวม่านหนิงด้วย เธอสมัครไปหลายครั้งก็โดนปฏิเสธกลับมาตลอด เมื่อได้ยินว่ามีผู้บริหารคนอื่นช่วยพูดให้หลีเกอก็รู้สึกไม่พอใจ
ฟู่อวิ๋นจือชี้ไปที่โปรเจคเตอร์บนเวทีแล้วพูดกระซิบเบา ๆ “เธอถ่ายวิดีโอเราไว้ แถมยังขู่ว่าถ้าฉันทำอะไรที่ไม่เข้าท่า เธอก็จะปล่อยวิดีโอออกมาให้คนทั้งงานดู”
“จะเป็ไปได้ยังไง!” เจียวม่านหนิงใ ก่อนจะรีบพูด “ฉันเป็คนจองห้องในโรงแรมเอง อีกอย่างห้องนั้นก็เป็ห้องส่วนตัว เธอจะถ่ายคลิปได้ยังไง เธอคงแค่ขู่คุณเท่านั้นแหละ”
“แต่หน้าตาเธอไม่เหมือนจะขู่เลย ผมกลัวว่า…” ฟู่อวิ๋นจือเหลือบมอง หลีเกอ เขายังไม่เคยเห็นหลีเกอนิ่งขนาดนี้มาก่อนเลย “ถ้าเกิดว่าเธอมีหลักฐานขึ้นมาจริง ๆ ล่ะ”
เจียวม่านหนิง ว่า “เดี๋ยวก็รู้ ฉันจะแฉมันเอง!”
เธอเกลียดหลีเกอที่สุด มาจากครอบครัวยากจนแท้ ๆ แต่กลับได้ดีเพราะแต่งงานกับคนรวย หนำซ้ำยังมีคนคอยพูดช่วยตั้งหลายคน ตอนนี้เมื่อมีโอกาสดีที่เธอจะจัดการหลีเกอ เธอจะพลาดได้ไง
เจียวม่านหนิงทำหน้าตาประสงค์ร้าย ก่อนจะยิ้มให้หลีเกอ “คุณหลี คนท้องคนอื่นต่างก็ี้เีกันทั้งนั้น แถมยังไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง แต่ดูคุณสิ สดใสดีจังเลยนะคะ ไม่ใช่ว่าคุณเข้าใจผิดแล้วคิดไปเองว่าท้องหรอกนะคะ”
เธอพูดจบก็นิ่งไป เสียงก็ยังดังพอให้คนทั้งโต๊ะที่กำลังแสดงความยินดีกับหลีเกอได้ยินก็ใจนนิ่งกันไป