เรื่องเกิดขึ้นกับคนกล้า ต่อไปภายภาคหน้าราศรีบ่งบอกความเป็นผู้นำ
ตัดสินใจตั้งแต่แรกท้าวเทศ จึงหนุนออกตัวนำ
ทำให้ทุกคนรู้จักบักลายสือ หรืออีกนามที่ถูกขานเรียก
จากบรรดาผู้พบเห็นและมารับฟังมติ อันจะพาประชาพ้นข้อกดขี่
ท้าวฟ้าฟื้น เลือกยืนข้างราษฎรตลอดตามอุดมการณ์
วิถีเข้าคลุกคลีชั้นรากหญ้า ท้าวเทศไม่จำเป็นต้องพึ่งศักดินา
เพราะข่าวจากสมีทับ ห่าก่อมปอบพญาที่กลับใจ
อาสาเฝ้าคุ้มเรือนให้ แจ้งทางไกลบอกว่า ขณะนี้ทรัพย์สินทั้งหมดถูกเวนคืนแล้ว
มวลบ่าวไพร่โดนกะเกณฑ์ไปเป็นทาสในราชสำนัก
เนื่องมังคลารีบจัดแจง รีบเอาสมบัติท้าวเทศ
โดยไม่รอให้กลับราชธานีเมืองหลักเสียก่อน ตามคำขอ
หากแต่ก็เตรียมการอย่างดี ท้าวเทศทยอยส่งคนของตนบางส่วน
คืนถิ่นเพื่อความปลอดภัย รวมถึงมารดาองค์หญิงขันทอง จำต้องย้อนกลับภูมิลำเนา
สำหรับพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอน สิ่งทำได้ท้าวเทศวางแผนไว้แต่เนิ่น ๆ
ส่วนตนขนขบวนมวลสมัครใจ บรรดาร่วมเป็นร่วมตาย
เดินทางเผยแพร่ประจานต่อต้านรัฐ ตามเขตชายของ
อาศัยเคยทำกิจวัตรเยือนหัวเมือง ที่อยู่ห่างไกล
อันองค์เลอสรวง ทรงมอบหมายหน้าที่ให้ ในฐานะเชื้อพระวงศ์ใกล้ชิด
รากฐานจึงทำให้เป็นที่ยอมรับง่ายขึ้น เจ้าครองตำแหน่งเมืองราช
หลายแห่งรู้จักมักคุ้นกันเป็นอย่างดี เลยได้พรรคพวกเพิ่ม
เชิงสนับสนุนให้มีฝ่ายค้าน ต่อต้านสภาที่ร่างกฎหมายออกมา
เพื่อบังคับให้ทำตามสนองนโยบาย ด้วยการสมยอมไม่ให้มีปากเสียง
ตาลปัตรจากภาพลักษณ์ดุจตัวแทนฝั่งกษัตริย์ ท้าวเทศแยกออกมาอย่างชัดเจน
รู้ซึ้งถึงสาเหตุจริง ประการผู้อยู่เบื้องหลังครั้งนี้คือปุโรหิตมังคลา
ไม่ใช่เจตนาขององค์เลอสรวงสักน้อย ด้านการบริหารบ้านเมืองผ่านมา ถือว่าไม่เลวร้ายเลย
ถ้าหากไม่มีพวกใฝ่ในอำนาจ หวังขยับสถานะ
กระทั่งเป็นที่มาของการแทรกแซง ขั้นออกมาตราเพื่อแสวงผลประโยชน์ต่อตัวเองและคณะ
วาระต้องมีผู้สะสางทำให้ล่ม ล้มแนวระบบเก่าที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานสามประการ
ได้แก่ พระมหากษัตริย์ นักบวช และชนชั้นขุนนาง
มตินี้ล้วนมาจากถูกกระทำย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ปักธงแน่วแน่จะแก้ตรงประชาธิปไตย หลักเส้นชัยของท้าวเทศ
ทั้งมวลผองลงเรือลำเดียวกัน มุ่งสมานฉันท์ในการยกระดับพัฒนา ตัดปัญหาชนชั้นความต่าง
...ทางวังหลวงเริ่มระแคะระคาย ในความเคลื่อนไหวของผู้กระด้างกระเดื่องต่อสถานบัน
กรณีนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นบุคคลเชื้อพระวงศ์ซึ่งถูกเพ่งเล็ง
วันนี้เององค์เลอสรวง เสด็จออกท้องพระโรง ฟังรายงานเขียนฟ้องจากชาวรากหญ้า
ตัวปุโรหิตผู้ถูกพาดพิง ยังนิ่งเฉยกับข้อกล่าวหา
ว่าถึงความอยุติธรรมลักษณะเรียกเก็บภาษีชนิดขูดเลือดขูดเนื้อ
“กูกะเห็นควรเว้นพวกตาดำ ๆ แหน่”
ถ้อยคำตรัสทักท้วงจากองค์เลอสรวง ตรงไม่ควรเก็บภาษีพวกไม่มีกิจการ
“เห็นบ่หล่ะ บาดหนิเป็นจังได๋”
ท่าทีแรกเอ่ยกับมังคลาค่าจังกอบหรือฤชา เก็บเฉพาะพ่อค้าวานิชก็พอ
หากขัดต่อความประสงค์ของผู้กุมอำนาจจริง ๆ ไม่ได้
อชาตะในร่างราชาจึงอึดอัด เมื่อมาถึงขั้นปวงประชายืนฎีกาถวาย
“พ่อหลวงอย่าเพิ่งจ่มเลย พ่ะย่ะค่ะ”
ขุนคลังโกษาออกตัว เพราะมีส่วนร่วมยุยงให้ตราเป็นบัญญัติ
อันเบี้ยอัฐตนสามารถยักยอกได้ โดยมีปุโรหิตให้ท้าย
ทูลต่อหน้าพระที่นั่ง ด้วยท่าทางไม่สะทกสะท้าน
“พวกมันฮ้องมา กะญ้อนมีคนยุ”
จบคำขุนคลังโกษา มังคลาถึงคราวพูดบ้าง
“แม่นพ่ะย่ะค่ะ”
หยิบยกภูมิปัญญาชาวบ้าน แค่ลำพังทำตามคำสั่ง
หากไม่มีใครส่งเสริมคงไม่กล้าขนาดนี้ เห็นทีต้องกำราบ
ตรงข้ามกับอชาตะ ที่นึกสงสารประชาชนต้องทนลำบาก หาเงินมาจ่ายเข้าหลวง
พื้นฐานไม่ต่างกันกับตนในความถูกกดให้ต่ำ
เทียบตอนอยู่อีกมิติภพ ก็ประสบชะตากรรมดุจโดนเทวดากลั่นแกล้ง
แย่งที่เคยอยู่อาศัยถูกขับไล่ แบ่งแยกชั้นวรรณะ
เลยอคติกับความเอารัดเอาเปรียบ ซึ่งยังจำฝังใจ
แต่ใครจะรู้ เหมือนมานั่งดูละครต้นเรื่องคล้ายดั่งเกิดขึ้นกับตน
จึงพลอยอย่าผ่อนปรนต่อมวลเดือดร้อน ถึงไม่ใช่ราชาหากอาทรในผล
“ปานหนิแล้ว ให้ลดลงสาค่าจังกอบ”
อสูรคิดเอาว่าคำตรัสที่พูดออกมา คงสามารถมีอานุภาพพอ
หาเป็นเช่นนั้นไม่ ปุโรหิตมังคลาไม่พอใจในคำดำริ
“บ่ได่ ๆ พ่ะย่ะค่ะพ่อหลวง มันสิป่วงกำเริบขึ้นไปหน้า”
ระหว่างความเห็น ยกปัญหาเฉือนกันด้วยเหตุผลแต่ละฝ่าย
ส่วนมังคลาไม่ยอมง่าย เพราะหวั่นออกกฎหมายใดในวันข้างหน้า
จะไม่มีใครทำตาม ถ้ากฎเกณฑ์หย่อนยานในคราวนี้
แปลกแต่จริงฝั่งขุนนาง ต่างคล้อยตามปุโรหิตมังคลา
ปัดตกประเด็นความคิดกษัตราไร้ค่า ไม่มีประโยชน์อะไร
ขืนยังอ่อนให้ หนำซ้ำต้องรีดไถให้หนักกว่าเดิม
ทั้งส่งทหารไปเมืองราชเพื่อปราบกบฏ กรณีท้าวเทศต่อต้านค้านคำบัญชา
เพราะหลังเสร็จสิ้นประชุม ผู้กลุ้มใจเป็นอชาตะ เนื่องเมื่อพูดไปไม่มีใครฟัง
จึงขังตนเองไว้ข้างในปราสาท ห้องหับบริเวณส่วนปลีกวิเวก
...ระยะหลังทราบมาว่า มีผู้ตามล่าค่าหัวตัวเป็น ๆ ตั้งราคาอย่างงาม
ท้าวเทศกับบักลายสือหรืออีกนามท้าวฟ้าฟื้น อาศัยโยกย้ายไปเรื่อยไม่อยู่กับที่
ขึ้นปราศรัยตามเวทีท้องถิ่น ชวนมวลชนพูดคุยถึงแหล่ง
อีกอิทธิฤทธิ์ของแหวนพุทธคุณสำแดง บอกเหตุอาเพศล่วงหน้า
ถ้ามีผู้ประสงค์ร้ายเข้ามาใกล้ตัว จะเรืองแสงกล้าจนแสบตาและมองไม่เห็น
ประเด็นเกิดขึ้นเลยไว้ตัวทัน ต่ออันตรายรอบด้าน
เด็ก ๆ ได้หัดเขียนเรียนรู้หนังสือ โดยใช้ประโยชน์จากตรงนั้น
พากันคัดลายมือลงในกระดาษใบปลิว แจกจ่ายตามชนบททางผ่านขบวน
ยิ่งตามทำลายยิ่งสร้างพลังความแข็งแกร่ง จากกำแพงมนุษย์แนวร่วม
คลื่นฝูงชนห้อมล้อมดั่งปราการ ช่วยกันระวังแวดภัย
ปรากฏการณ์อันยากอธิบาย ด้วยสิ่งขวนขวายทำเพื่อผู้อื่นทั้งนั้น
เดิมทีลายสือประสงค์จะช่วยองค์เลอสรวง บิดาพ้นจากภูตผีสิงสู่
สาเหตุถูกบีบคั้นให้ต้องมีส่วน ตัวมันไม่หนีหายพร้อมสู้ตายไม่เสียชาติเกิด
อุปสรรคมักหล่อหลอมคนให้แกร่ง ผ่านกันมาได้เพราะสามัคคี
รู้ดีใครควรนำหรือตาม จากกลุ่มเด็กที่รับจ้างขนเกลือขายแรงงาน
พบพานความเป็นความตาย จึงเห็นค่าชีวิต
แต่ละคนต่างลักษณะนิสัย หากอยู่กันไปย่อมเรียนรู้ใจคอกัน
คุณสมบัติคือไม่ยอมทิ้งปฏิภาณ พันธะแห่งสัญญาเพื่อสันติภาพ
ซึมซับในหัวตัวทุกคนยึดหลักส่วนรวม จวบจนยืนกรานมั่นเหมาะ
ขอเป็นด่านหน้ากล้าเผชิญ แม้ว่าจะหนักหนาสาหัสเยี่ยงไร
จำปาพาตัวเองเข้าสู่พลพรรค เมื่อเป็นสาวเต็มวัยนิสัยก็พัฒนาขึ้น
บักแปหัดปรับปรุงเขียนอ่านจนชำนาญ พออวดได้มันไม่น้อยหน้าใคร
สหายส่วนใหญ่รู้จักความถนัดในสิ่งที่มี เลยไม่จำเป็นต้องออกปากกะเกณฑ์
ต่างทำเองด้วยใจ แยกแยะทำตามที่ควรจะทำ สังเกตกันจนทะลุปรุโปร่ง
สมกับท้าวเทศไว้วางใจ เชื่อมั่นในศักยภาพ
ถึงจะอายุไม่มาก ถ้าเทียบกับผู้ใหญ่แล้วก็ใช่จะด้อยค่า อันพลังศรัทธาพิสูจน์วัดใจ
...ดินแดนที่ขบวนเกวียนจอดพัก เป็นเรือนของเสือหาญซุ้มโจรเก่า
คณะต้องมีผู้คุ้มกัน พลันนึกออกถิ่นเก่าไม่สิ้นมนต์ขลัง
ใช้เป็นที่กลบดาน แอบสมทบหมู่เหล่าบรรดานักเลงอันธพาล
ที่แสวงหาความถูกต้องในสังคม เลิกสันดานเถื่อนหันมานับถือผู้มีบุญ
เก่งกล้าท้าชนอิทธิพลมวลโจรในคราบนักบวช
...อีกฟากฝั่งยังนิ่งเก็บท่าทีเอาไว้ใช้ยามสำคัญ
จามรเทวีกับท้าวรณชัย แค่รอดูหายนะของมังคลา
ที่ได้ทุกอย่างมาเพราะมีเลศนัย เล่นแง่วิปริตอาถรรพ์
นำเอาวิญญาณอสูรมาแอบอ้าง ในร่างองค์เลอสรวง
นานวันเข้าชักจะเหิมเกริม ขั้นหักหน้าพระราชาในท้องพระโรง
เอ่ยตัดขัดพระทัย ไม่สนใจสิ่งใดควรไม่ควร
กาลเวลาเริ่มพิสูจน์แล้วว่ามังคลาเพิ่มบทบาทตนเองเกินหน้าที่
ทางฝ่ายจามรเทวีจึงคาดคะเน ในไม่ช้ามังคลาต้องเผยเจตนา
พระนางเลี้ยงดูบุตร ทั้งกุมเป็นความลับในเรื่องคอขาดบาดตาย
เครื่องทรงแต่งตัวให้เป็นหญิง สำหรับหลอกตาพวกคอยสอดแนมจนสำเร็จ
อริยะผ่านการถูกกำจัด เพราะอชาตะเปลี่ยนใจห่วงใยเลือดเนื้อเชื้อไข
เลยปกป้องโดยการโกหกมังคลา แลกกับการได้มีทายาทอสูร
ชีวิตเด็กน้อยรอดมาได้ แต่ยังต้องปิดบังเพศสภาพ
และช่วงนี้จามรเทวีเข้าหาอชาตะ เพื่อปรึกษาหารือวางแผนโค่นปุโรหิตที่คิดการใหญ่
วาจาสรรหามาใช้ โหมไฟให้ลามไหม้ใส่ความแค้นประโคม
ก่อนจะประโลมปลอบแนบชิดด้วยเสพสังวาสส่งท้าย
มารยาหญิงซึ่งจามรเทวีมีติดตัว ถูกนำมาสนองอารมณ์สุขสมทั้งสองฝ่าย
ด้านท้าวรณชัยต้องทำใจ เพราะถึงอย่างไรจามรเทวีไม่มีทางทิ้งตน
ทุกการกระทำ พระนางเปิดใจพูดไว้ตั้งแต่ต้น
เพื่ออนาคตท้าวรณชัยยอมให้ เก็บสิ่งอัดอั้นทั้งหมดคอยโอกาสเท่านั้น
ซ่อนความรู้สึกปวดร้าว คราวเห็นถึงสัมพันธ์อันซับซ้อน
ตอนแรกมีองค์เลอสรวงกับตนพัวพัน หากต่อมาอสูรผุดอีกตัวเป็นผัวจามรเทวี.