
ทิพรดาเธอมาถึงที่โรงบาลแล้วแต่ไม่กล้าเข้าไปข้างในตอนนี้ เธอจึงนั่งที่ม้านั่งตรงหน้าโรงบาลใต้ต้นใหญ่ก่อน เธอไม่อยากเข้าไปหาทิพกาพร้อมกับน้ำตาอย่างนี้ เธอรู้สึกเสียใจไม่หายแล้วก็ไม่รู้ว่าจะหันไปทางไหนดี เธอคิดไม่ออกเลยจริงๆว่าเธอนั้นจะไปหาเงินที่ไหนเพิ่ม ตอนนี้เธอมีเงินเหลือก็แค่สองสามร้อยเท่านั้นเอง เธอจึงร้องไห้ออกมาอย่างอ่อนแอที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องทำยังไง
“กลับแล้วหรอคะหมอจินดา”
“ค่ะ คุณพยาบาล...กลับบ้านดีๆนะคะ”พยาบาลที่ออกเวรพร้อมกับเธอจึงกล่าวทักทายกันก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้านไปพักผ่อน จินดาพรเธอกำลังจะเดินไปเรียกแท็กซี่ด้านหน้าโรงบาลเพราะเธอไม่ได้ขับรถมาเองวันนี้ เธอจึงหันไปเห็นใครคนหนึ่งกำลังนั่งก้มหน้าคล้ายๆกับร้องไห้ เธอจึงเดินเข้าไปดูว่าเป็อะไรหรือเปล่า
“..............”ทิพรดาเธอก็นั่งร้องไห้อยู่ด้วยความเสียใจ ก่อนที่เธอจะพยายามตั้งสติแล้วก็พยายามไม่คิดอะไรแล้ว เธอจึงหาผ้าเช็ดหน้าตัวเองเพื่อที่จะมาเช็ดน้ำตา แต่เธอหาไม่เจอเธอจึงเอามือปาดน้ำตาที่ไหลมาออกไปแทน แต่ก็มีใครบางคนคนหนึ่งที่ยื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้เธอ
“..............”ทิพรดาเธอเงยหน้าขึ้นมองว่าเป็ใครกันที่ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้กับตัวเอง ส่วนจินดาพรพอได้เห็นหน้าคนที่นั่งร้องไห้อยู่ เธอกลับรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่ได้เจอทิพรดาอีกครั้ง
“ขอบคุณนะคะ แต่ไม่เป็ไรค่ะหนูจะเข้าไปข้างในแล้ว”ทิพรดาเธอปฏิเสธที่จะรับผ้าเช็ดหน้าจากจินดาพร เพราะว่าเธอนั้นไม่รู้จักจินดาพรมาก่อน เธอเลยไม่กล้ารับอะไรจากคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกันอยู่แล้ว
“เช็ดหน้าหน่อยเถอะ เข้าไปข้างในเดี๋ยวคนอื่นก็คิดว่าฉันเป็คนทำอะไรเธอหรอก ดูสิตอนนี้มีคนมองดูเราอยู่นะ”จินดาพรเธอบอกเหตุผลให้ทิพรดานั้นรับผ้าเช็ดหน้าจากเธอ ซึ่งจริงๆแล้วคนที่มองดูพวกเธอนั้นก็เป็พยาบาลนั่นแหละ ก็คงจะสงสัยว่าเธอมาทำอะไรอยู่ตรงนี้
“ขอบคุณนะคะ”
“ถ้ายังไม่สบายใจก็นั่งให้สบายใจก่อนก็ได้ เข้าไปข้างในแล้วจะทำให้คนที่อยู่ข้างในรู้สึกไม่โอเคไปด้วย”
“...............”ทิพรดาเธอก็หยุดเดินไม่กล้าเดินไปต่อ เพราะสิ่งที่จินดาพรพูดมานั้นมันก็จริง ถ้าเธอเข้าไปแล้วแม่ของเธอก็จะไม่สบายใจไปกับเธอด้วย
“คุณมาเยี่ยมญาติหรอคะ”
“ใช่ค่ะ แล้วน้องเป็อะไรทำไมถึงได้มานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้ มีอะไรไม่สบายใจเล่าให้พี่ฟังได้นะ พี่ก็แค่คนที่ไม่รู้จักกันพี่ไม่เอาเื่ของน้องไปเล่าให้ใครฟังหรอก”
“ไม่มีอะไรค่ะ ขอบคุณนะคะที่จะช่วยรับฟังเื่ของหนู”ถึงจินดาพรจะพูดอย่างนั้นก็ตามเถอะ ยังไงก็คนแปลกหน้าอยู่ดีเธอจึงไม่เล่าอะไรให้จินดาพรฟังหรอก
“ใบหน้าที่มีรอยช้ำบ่งบอกให้รู้ว่าพึ่งถูกทำร้ายมา ถูกแฟนทำร้ายมาหรอ...คนที่มีแฟนั้แ่เด็กก็เป็อย่างนี้แหละ เรียกที่จะคบก็ต้องยอมรับกับสิ่งที่ตามมา”จินดาพรเธอไม่รู้หรอกว่าทิพรดาถูกใครทำร้ายมา แต่เธออยากให้ทิพรดาพูดออกมาว่าเกิดอะไรขึ้นกับเ้าตัว ั้แ่ที่เธอได้ฟังที่ทิพกาเล่าให้ฟังเมื่อเช้าเธอก็คิดแต่เื่ของทิพรดามาตลอดเลยทั้งวัน เธอก็ไม่รู้ว่าทำไมกันถึงอยากรู้เื่ที่เกิดขึ้นกับทิพรดา พอได้เจอหน้าของทิพรดาซึ่งๆหน้าอย่างนี้จินดาเธอก็รู้สึกว่าทิพรดาเป็คนที่หน้าค้นหา
“ไม่ใช่นะ ฉันยังไม่มีแฟนแล้วฉันก็ไม่คิดจะมีด้วย ถ้าการมีแฟนแล้วมันทำให้ไม่มีความสุขฉันก็ไม่มีหรอก”ทิพรดาเธอก็ปฏิเสธทันทีเพราะสิ่งที่จินดาพรพูดมานั้นไม่ใช่เื่จริง
“ถ้าอย่างนั้นก็คงจะเป็พ่อเลี้ยงสินะ ถึงได้บอกว่าการมีแฟนแล้วมันทำให้ไม่มีความสุข”จินดาพรเธอรู้สึกว่าเื่แบบนี้มันเกิดขึ้นมากเรื่อยๆกับคนส่วนใหญ่ทุกวันนี้
“นี่พี่รู้ได้ยังไง พี่ก็มีพ่อเลี้ยงด้วยหรอ พ่อเลี้ยงพี่ใจดีไหมเขาตบตีพี่หรือเปล่า เขาทำร้ายคนในครอบครัวพี่ไหม”
“พ่อเลี้ยงของเราเป็อย่างนี้หรอ”
“ยิ่งกว่านี้อีก เงินที่ฉันพึ่งเบิกกับเ้าของร้านที่ทำงานมา เพื่อที่จะเอามาจ่ายค่ายาให้กับแม่ที่โรงบาลก็ถูกสองพ่อลูกใจร้ายนั้นเอาเงินไปจนหมด เออ...ฉันต้องเข้าไปข้างในแล้วขอบคุณนะคะที่ให้ยืมผ้าเช็ดน้ำตา แต่ฉันไม่ซักคืนให้นะเพราะเราคงไม่ได้เจอกันอีก”ทิพรดาเธอก็คิดว่าคงไม่ได้เจอกันอีกหรอกเพราะวันพรุ่งนี้แม่ของเธอก็น่าจะออกจากโรงบาลแล้ว เธอจึงยื่นผ้าเช็ดหน้าคืนให้แล้วก็ขอบคุณที่ให้เธอใช้เช็ดน้ำตา
“อย่าพึ่งไปสิ...”
“เฮ้ยพี่...จะทำอะไรอ่ะ...”ทิพรดาเธอใเล็กน้อยที่จู่ๆจินดาพรก็มาจับแขนเธอไว้ไม่ให้ไปไหน ซึ่งจินดาพรเธอก็ไม่ได้ทำอะไรหรอก เธอแค่อยากจะให้ทิพรดาเอาผ้าเช็ดหน้าซักแล้วเอามาคืนให้เธอทีหลัง เพราะยังไงเธอก็มั่นใจว่าจะต้องได้เจอทิพรดาอีกแน่ๆ
“เปล่า...พี่ไม่ได้ทำอะไร พี่แค่อยากจะบอกว่าเอาไปซักแล้วค่อยมาคืนให้พี่ พี่คิดว่ายังไงเราก็ต้องได้เจอกันอีก”
“พี่รู้ได้ยังไง”
“ไม่ต้องสนใจหรอก เอาไปซักแล้วพรุ่งนี้เจอกันนะ”
“เฮ้ยเดี๋ยวสิพี่ พี่..พี่...พี่...”ทิพรดาเธอเรียกเท่าไหร่ก็ไม่หันกลับมาเธอก็ได้แต่ยืนงงด้วยความสงสัยว่าทำไม ก่อนที่เธอจะก้มมองดูผ้าเช็ดหน้าในมือของเธอ
“ชื่ออะไรก็ไม่ได้ถามอีก....คนบ้าหรือเปล่าเนี่ย..”ทิพรดาเธอบ่นกับตัวเองแล้วก็ค่อยๆเดินเข้าไปข้างในโรงบาล เธอคิดว่าตอนนี้แม่ของเธอน่าจะหลับไปแล้วด้วย ตอนนี้ก็ดึกแล้วด้วยเธอก็คิดว่ามันก็น่าจะดีเหมือนกัน เธอเองจะได้ไม่ต้องตอบคำถามที่มันเกิดขึ้นในวันนี้ด้วย
ทิพกาเธอยังนอนไม่หลับเพราะว่ายังไม่เห็นทิพรดามาหาตัวเอง เธอก็เป็ห่วงว่าทิพรดาจะเป็อะไรหรือเปล่า แต่พอเธอเห็นทิพรดาเดินเข้ามาในห้องคนป่วยรวมเธอก็รู้สึกดีใจ แต่เธอก็ต้องใทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของลูกสาวช้ำเหมือนถูกทำร้ายมาอีกแล้ว ทิพรดาที่คิดว่าผู้เป็แม่นอนแล้วเธอเองก็ทำตัวไม่ค่อยถูกเหมือนกัน และรู้เลยว่าทิพกานั้นจะต้องเป็ห่วงเธอมากกว่าเดิมอีก
“ทำไมแม่ยังไม่นอนล่ะจ๊ะ นอนดีกว่าเนอะตอนนี้ก็ดึกแล้ว”
“ถูกเขาทำร้ายมาอีกแล้วใช่ไหมลูก”เธอยกมือขึ้นลูบที่แก้มของทิพรดาแล้วก็น้ำตาไหลออกมาทันทีอย่างสงสารลูกจับใจ
“ดอกบัวไม่เป็ไรจ๊ะแม่ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็หายแล้ว...แม่..แม่นอนดีกว่านะจ๊ะ พรุ่งนี้ไม่ได้กลับบ้านดอกบัวไม่รู้ด้วยนา...”ทิพรดาเธอไม่อยากให้ทิพกาต้องคิดมากเื่ของตัวเอง เธอจึงพยายามบอกให้ทิพกานอนแล้วก็เช็ดน้ำตาให้
“แม่ขอโทษนะดอกบัว ที่แม่ทำให้ดอกบัวต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้”
“แม่อย่าโทษตัวเลยนะแม่ คนที่ผิดไม่ใช่แม่แต่เป็ไอ้สองพ่อลูกนั้นต่างหาก ที่มันนิสัยเลวแล้วอย่างนี้...บัวจะรีบเก็บเงินให้ได้เร็วๆนะจ๊ะแม่ บัวจะพาแม่ไปอยู่ที่อื่นนะจ๊ะ...”
“..............”ทิพกาเธอพยักหน้าแล้วก็ยกมือขึ้นไปลูบที่แก้มของทิพรดาอีกครั้ง เธอก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงเหมือนกันที่จะให้ขจรกับกุลจิราออกไปจากชีวิตของเธอกับทิพรดา ทั้งที่บ้านที่อยู่ด้วยกันตอนนี้เป็บ้านของเธอ แต่เธอก็จะต้องหาทางไปอยู่ที่ใหม่ เธอเองก็ไม่อยากจะให้ทิพรดาต้องอยู่อย่างไม่มีความสุขอีก แต่ถ้าไม่ใช่เพราะว่าขจรที่พาทิพรดาไปหาหมอในวันนั้น ทิพรดาก็อาจจะไม่มีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้เลยก็ได้เธอจึงทำอะไรไม่ได้สักครั้ง พอเธอจะพาทิพรดาหนีขจรก็เอาเื่นี้มาขู่เธอตลอด
เช้าวันต่อมาจินดาพรเธอมาทำงานเร็วกว่าปกติ เพราะว่าเธอนั้นรู้สึกว่าตัวเองอยากจะเห็นหน้าของทิพรดาก่อนทำงาน แล้ววันนี้ทิพกาก็ออกจากโรงบาลได้แล้วเธอคิดว่าเธอน่าจะได้ช่วยเหลืออะไรทิพรดาได้ เมื่อคืนนี้ทิพรดาบ่นเื่ที่ไม่มีเงินจ่ายค่ายาด้วย เธอก็เลยจะจัดการเื่นี้ให้ทิพรดาก่อนแล้วค่อยให้ทิพรดามาใช้คืนเธอทีหลัง จินดาพรเธอเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากจะช่วยทิพรดา ทั้งที่คนอย่างทิพรดาก็น่าจะมีเยอะอยู่เหมือนกัน
“ดีใจไหมคะคุณป้าวันนี้จะได้กลับบ้านแล้ว”
“หมอจินดาวันนี้มาตรวจแต่เช้าเลยนะคะ”ทิพกาเธอถามจินดาพรที่เดินเข้ามาพร้อมกับชุดธรรมดา ไม่มีเสื้อของหมอที่ใส่มาเหมือนกับเมื่อวาน มันก็ทำให้ทิพกาเห็นว่าจินดาพรนั้นไม่เหมือนกับตอนที่อยู่ในชุดของหมอเลย ทิพรดาที่นั่งเก็บของอยู่เตรียมตัวที่จะกลับไปอาบน้ำแล้ว ก็แปลกใจที่ทิพกานั้นเรียกว่าหมอเพราะเธอไม่เคยเห็นหมอคนนี้มาก่อน นอกจากเมื่อคืนนี้ที่ได้เจอกันครั้งแรก
“หมอหรอคะแม่...”
“ใช่จ๊ะลูก เมื่อวานนี้ก็มีหมอจินดานี่แหละที่คอยดูแลแม่ตอนที่ลูกไปทำงาน”
“ขอบคุณนะคะคุณหมอ หนูขอโทษด้วยนะคะหนูไม่รู้ว่าคุณเป็หมอ”ทิพรดาเธอยกมือไหว้ขอบคุณจินดาพรที่คอยดูแลทิพกา แล้วก็ขอโทษที่เมื่อคืนคุยกันแต่ไม่รู้ว่าจินดาพรนั้นเป็หมอ
“ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวหนูจะมาตรวจป้าอีกทีแล้วก็กลับบ้านได้นะคะ”
“เออ...คุณหมอคะ ฉันขอคุยกับหมอหน่อยได้ไหมคะ”ทิพรดาเธอยังไม่มีเงินในตอนนี้เธอก็เลยอยากจะขอให้ทิพกาอยู่ที่นี่อีกสักวัน เพื่อที่เธอนั้นจะได้หาเงินมาจ่ายค่ายาแล้วก็ค่าโรงบาลด้วย
“ได้สิคะ ตามหมอไปที่ห้องเลยก็แล้วกันนะคะ อีกสิบห้านาทีค่อยถึงเวลางานของหมอ”
“มีอะไรหรือเปล่าลูก”ทิพกาเธอถามด้วยความสงสัยว่ามีอะไรหรือเปล่า เธอกลัวว่าทิพรดานั้นจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า
“ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะแม่ ฉันแค่...แค่อยากจะถามหมอเขาว่ากว่าที่จะเป็หมอได้ต้องทำยังไงบ้างน่ะแม่ เผื่อว่าปีหน้าดอกบัวจะสอบติดหมอไงจ๊ะ”ทิพรดาเธอจำต้องโกหกเพื่อที่จะได้ไม่ทำให้ทิพกานั้นคิดมากเื่ที่เธอหาเงินไม่ได้ แล้วเมื่อคืนนี้เธอก็ไม่ได้เล่าเื่ที่เธอถูกสองพ่อลูกนั้นเอาเงินไปใช้อีกแล้ว
“ถ้าอย่างนั้นป้าฝากด้วยนะคะหมอจินดา”
“ค่ะคุณป้า”จินดาพรเธอพอดูออกว่าทิพรดานั้นอยากจะพูดอะไรกับเธอ เธอก็เลยเดินออกไปจากห้องคนป่วยไปที่ห้องทำงานของตัวเอง ทิพรดาเธอก็กำมือแน่นเพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไงดี ซึ่งเธอก็ยังไม่เคยเห็นใครทำอย่างเธอมาก่อน ถึงแม้ว่าจะมีคนที่ยากจนมากกว่าเธอก็ตาม จินดาพรเดินมาถึงห้องแล้วก็จับเสื้อกาวน์ของหมอมาใส่ทันที ทิพรดาเห็นแล้วเธอก็อยากจะใส่แบบนี้บ้าง ความฝันของเธอที่จะเป็หมอนั้นก็ยังไม่เข้าใกล้เลยในตอนนี้ เพราะคำว่าไม่มีเงินคำเดียวที่ทำให้เธอนั้นยังสานฝันตัวเองไม่ได้
“มีอะไรจะพูดกับพี่หรอคะ”
“เออ...คือว่า...ฉัน...”
“ไม่มีเงินจ่ายค่ายาใช่ไหม”จินดาเธอก็ถามออกไปตรงๆเลยทันทีเพราะเธออยากรู้ว่าที่เธอถามนั้นจริงหรือเปล่า”
“ค่ะ...ฉันขอจ่ายพรุ่งนี้ได้ไหมคะ ตอนนี้ฉันไม่มีเงินเลยค่ะ”ทิพรดาเธอกำมือแน่นแล้วก็ตอบออกไปตามตรง ซึ่งเธอก็ไม่อยากจะทำอย่างนี้หรอก แต่เธอก็ต้องทำไม่อย่างนั้นเธอก็ไม่มีเงินมาจ่ายค่ายาแน่ๆวันนี้
“เดี๋ยวหมอจัดการให้ แต่มีข้อแม้...”
“อะไรหรอคะหมอฉันยอมทำทุกอย่างเลยค่ะ บอกฉันมาได้เลยค่ะหมอ”ทิพรดาเธอได้ยินอย่างนั้นเธอก็รู้สึกดีใจมาก แล้วเธอก็ยอมที่จะทำทุกอย่างตามที่จินดาพรบอกทุกอย่างเลยตอนนี้ ขอให้เธอนั้นได้ยื่นเวลาจ่ายเงินออกไปได้
“เอาบัตรประชาชนมาให้หมอก่อน”
“คะ...”
“หมอจะเอามาถ่ายเอกสารไว้ ถ้าหากไม่ทำตามที่พูดหมอสามารถแจ้งความได้”จริงๆเธอก็ไม่ได้อยากจะเอาไปแจ้งความหรอก เธอแค่อยากจะรู้ว่าบ้านของทิพรดาอยู่ตรงไหนแค่นั้นเอง แล้วเธอก็อยากจะรู้จักชื่อของทิพรดาด้วย
“ฉันไม่โกงหมอแน่นอนค่ะ นี่ค่ะ”ทิพรดาเธอก็จับบัตรประชาชนออกมาจากประเป๋าแล้วก็ยื่นให้กับจินดาพรทันที ตอนนี้เธอไม่สนว่าจินดาพรนั้นจะเอาไปทำอะไร แค่เธอพาทิพกากลับบ้านได้ไม่มีปัญหาเธอก็พอใจแล้ว
“ชื่อเล่นอะไร เบอร์โทรศัพท์ด้วย”จินดาพรเธอยื่นกระดาษกับปากกาให้ทิพรดาเขียนตามที่เธอบอก แล้วก็มองดูทิพรดาอย่างสำรวจว่าทิพรดานั้นเป็คนยังไง ทิพรดาเธอก็ก้มเขียนชื่อแล้วก็เบอร์โทรตามที่จินดาพรบอก โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าตอนนี้จินดาพรกำลังมองดูเธออยู่
“นี่คะ ชื่อแล้วก็เบอร์โทรของดอกบัว”
“ชื่อดอกบัวชื่อเพราะดีนะ แล้วทำงานที่ไหนอยู่ไกลจากโรงบาลหรือเปล่า”
“ไม่ไกลเลยค่ะ ฉันทำงานเป็เด็กเสริมอยู่ที่ร้านอาหารข้างทาง อยู่ใกล้ๆกับบิ๊กซีตรงนี้เองค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นใน่เวลาที่หมอพักกลางวัน ให้เอาข้าวมาส่งให้หมอที่โรงบาลทุกวัน เงินยังไม่ต้องคืนหมอตอนนี้ก็ได้ เก็บได้ครบเมื่อไหร่ค่อยเอามาคืนหมอ แต่ไม่ต้องไปใครล่ะรู้ไหมไม่อย่างนั้นเดี๋ยวมีคนมาให้หมอช่วยทั้งโรงบาลแย่เลย”
“ค่ะหมอ ขอบคุณนะคะหมอ”ทิพรดาเธอยกมือไหว้แล้วก็ยิ้มให้กับจินดาพรอย่างรู้สึกดีใจ อย่างน้อยมันก็ทำให้เธอไม่ต้องรีบเร่งหาเงินให้ได้เร็วๆ แต่เธอก็ต้องพยายามเก็บเงินมาคืนจินดาพรให้ได้เร็วๆ
“ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อนนะคะหมอ”
“อยากให้หมอช่วยติวหนังสือให้ไหม...”จินดาพรเธอรีบพูดขึ้นก่อนที่ทิพรดานั้นกำลังจะออกไปจากห้องทำงานของตัวเอง ถ้าทิพรดาตั้งใจที่จะเป็หมอจริงๆเธอก็สามารถช่วยติวหนังสือให้กับทิพรดาได้
“คะ เมื่อกี้หมอถามว่าอะไรนะคะ”ทิพรดาเธอไม่อยากจะเชื่อว่าที่เธอได้ยินนั้นได้ยินผิดหรือเปล่า เพราะถ้ามีคนคอยติวให้กับเธอมันก็ดีไม่น้อยเลยทีเดียว
“หมอถามว่าอยากให้หมอช่วยติวหนังสือให้ไหม”
“ขอบคุณนะคะหมอ แต่ฉันว่ายังดีกวาค่ะติวไปก็ไม่ได้เรียนอยู่ดี ฉันขอตัวก่อนนะคะตอนนี้แม่ฉันคงรอแล้ว”ทิพรดาเธอพูดแล้วแล้วเธอก็ออกไปทันที พอเธอได้คิดแล้วตอนที่จินดาพรถามมันก็ทำให้เธอคิดได้ว่า ติวไปก็ไม่มีเงินเรียนอยู่ดีแล้วเธอก็ไม่รู้ว่าเธอนั้นจะเก็บเงินได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ จินดาพรเธอก็มองตามทิพรดาด้วยความที่เข้าใจ แต่เธอก็รู้สึกเสียดายถ้าหากว่าทิพรดานั้นไม่ได้เป็หมอ เพราะถ้ามีหมอดีๆเพิ่มขึ้นมาอีกคนมันก็จะทำให้มีหมอรักษาคนได้มากยิ่งขึ้น
ทิพกากับทิพรดามาถึงที่บ้านก็เห็นขจรนอนเมาอยู่ที่โต๊ะหน้าบ้าน ซึ่งมันก็เป็เื่ปกติที่ขจรจะกินเหล้าเมาอย่างนี้อยู่แล้ว แต่ทิพกาเธอยังไม่รู้ว่าเงินที่ขจรได้ไปซื้อเหล้ากินเมื่อคืนนี้คือเงินของทิพรดาที่ต้องเอาไปจ่ายค่ายาให้กับตัวเอง ทิพรดาเธอไม่ให้ทิพกาสนใจขจรแล้วก็พาเข้าไปในบ้านทันที แต่พอเธอกับทิพกาเข้ามาในบ้านกุลจิราก็ตื่นขึ้นมาทันที เมื่อตัวเองนั้นรู้สึกหิวก็เลยออกมาเพื่อที่จะให้ทิพรดาทำอะไรให้ตัวเองกิน
“กลับมาแล้วหรออีดอกบัว ไปทำอะไรให้กูกินด้วยแต่กูไม่กินน้ำพริกลวกผักของมึงแล้วนะ”
“อยากกินก็ไปหาซื้อกินเองแล้วกัน ฉันไม่มีเงินไปซื้อกับข้าวดีๆมาให้พี่กินหรอก”ทิพรดาเธอตอบออกไปอย่างรู้สึกเจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้
“แต่กูจะกิน มันเป็เลี้ยงของมึงที่จะต้องไปหามาให้กูกิน”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปทำเองแล้วกัน”
“อีดอกบัว!!...”
“โอ๊ย!...”ทิพรดาเธอถูกกุลจิราดึงผมไว้ไม่ให้ไปทันที ทิพรดาเธอก็ร้องออกมาด้วยความรู้สึกเจ็บที่ถูกกุลจิราดึงผมตัวเองอย่างแรง ทิพกาได้ยินเสียงก็รีบออกมาทันทีว่ามีอะไรหรือเปล่า
“กูบอกให้มึงทำมึงก็ต้องไปทำ มึงไม่มีสิทธิ์ที่จะมาขัดใจกู...”
“แหวนๆปล่อยดอกบัวเดี๋ยวนี้ลูกอย่าทำน้อง”ทิพการีบเข้ามาห้ามทันทีเมื่อเห็นว่ากุลจิรากำลังทำร้ายทิพรดาอีกแล้ว
“ถ้าไม่อยากให้ฉันทำอะไรมันก็บอกให้มันไปทำตามที่ฉันบอก”
“แล้วพี่จะให้ฉันทำยังไง ฉันไม่มีเงินแล้วที่จะไปซื้ออะไรมาทำให้พี่กิน ฉันพึ่งจ่ายค่ายาให้แม่ของฉันมาฉันจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อให้พี่กินอีก แล้วอีกอย่างเงินเมื่อวานก็ตั้งเยอะพี่ก็ไปหาซื้อกินเองสิ”
“โถ่โว๊ย!...อะไรก็ไม่มีๆ กูไม่ยอมวันนี้กูจะไม่ยอมกินน้ำพริกของมึงแน่นอน แล้วถ้ามึงไม่ไปหากับข้าวมาให้กูกินมึงก็อย่าหวังว่ามึงจะได้ไปทำงาน”กุลจิราเธอรู้สึกโมโหที่ทิพรดาบอกว่าตัวเองไม่มีเงินแล้วก็จะไม่หไปหากับข้าวอร่อยๆมาให้ตัวเองกินอีก แล้วเมื่อวานเงินทีได้จากทิพรดาไปขจรก็เอาไปใช้คนเดียวหมด ให้เธอแค่เพียงห้าร้อยเท่านั้นเองแล้วเธอก็ใช้มันหมดไปแล้วด้วย
“ดอกบัวไปอาบน้ำไปทำงานไปลูก เดี๋ยวแม่ไปทำให้พี่เขาเอง”
“แต่แม่...”
“เชื่อแม่สิดอกบัว ทำเพื่อความฝันตัวเองนะลูกไม่ต้องห่วงแม่ ตอนนี้แม่ก็ดีขึ้นมากแล้ว...”ทิพรดาเธอมองกุลจิราแล้วก็กำมือแน่นด้วยความเจ็บใจ แล้วก็อยากจะจัดการกุลจิราเหมือนกับที่ทำกับเธอบ้าง
“แม่ไปนอนพักดีกว่านะ เดี๋ยวฉันไปทำให้เอง...”ทิพรดาเธอบอกทิพกาแล้วเธอก็เดินไปที่ครัวทันที เมื่อเธอนั้นจำได้ว่ายังมีเนื้อหมูเหลืออยู่ในตู้เย็นบ้าง กุลจิราเธอก็มองด้วยความสะใจที่ไม่ว่าจะยังไงทิพรดาก็ต้องยอมเธออยู่ดี
“ทำเร็วๆด้วยล่ะกูหิว...”กุลจิราเธอพูดแล้วก็เดินกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง ทิพกาเธอก็ได้แต่มองตามทิพรดาด้วยความสงสาร แต่ที่เธอยอมให้กุลจิราทำตามใจตัวเองนั้นไม่ใช่เพราะว่าเธอเข้าข้างกุลจิราแต่อย่างใด เพราะถ้าไม่ทำตามกุลจิราก็จะไปบอกขจร แล้วขจรก็จะมาตบตีทำร้ายทิพรดาอีกซึ่งเธอก็ยอมไม่ได้แบบนั้น
“มันเป็เวรกรรมอะไรของกูว่ะเนี่ยที่ต้องมาเจอคนแบบนี้ กูจะไม่มีวันยอมให้มึงทำกับกูอย่างนี้ได้อีกนานแน่”ทิพรดาเธอกำมือแน่นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างเจ็บใจ แล้วเธอก็จะทำอย่างที่พูดให้ได้เร็วๆด้วยเธอจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเธอย่างนี้อีก
“แม่ขอโทษนะดอกบัว”ทิพกาเธอยืนอยู่ที่ตรงประตูเธอได้ยินแล้วก็รู้สึกสงสารทิพรดาไม่น้อย แล้วเธอก็รู้สึกผิดขึ้นมาอีกแล้วเวลาที่เธอทำอะไรไม่ได้ ทิพรดาร้องไห้อย่างนี้ไม่รู้ว่าตั้งกี่ครั้งแล้วเธอก็ทำได้เพียงแค่ปลอบใจทิพรดาเท่านั้นเอง ทั้งที่เธอเป็แม่แท้ๆแต่เธอก็ไม่สามารถที่จะช่วยอะไรลูกได้เลย
จบตอน