เช้าวันต่อมา…
“เด็กๆ พวกเธอคงจะทราบกันดีแล้วว่าการทดสอบวัดผลในรอบนี้มีความยากสำหรับพวกเธออย่างมาก”
“สิ่งที่พวกเธอจะต้องทำในการทดสอบรอบนี้ก็คือ การเก็บเกี่ยวชิ้นส่วนมอนสเตอร์ การเก็บเกี่ยวชิ้นส่วนของมอนสเตอร์ไม่ใช่เื่ง่าย พวกเธอต้องรู้จักสังเกตุเพื่อให้ได้วัตถุดิบที่สมบูรณ์ที่สุดด้วยตัวของพวกเธอเอง”
“เหล่านักผจญภัยล้วนทราบกันดีว่าวัตถุต่างๆนั้นสามารถนำกลับมาแลกเป็สิ่งต่างๆได้ ไม่ว่าจะเป็ เงินทอง อาวุธ ชุดเกราะต่างๆ นอกจากนั้นยังมีอีกมากมายที่พวกเธอจะต้องไปศึกษาและเรียนรู้กันเอาเอง”
“เอาหล่ะ ฉันจะไม่อธิบายอะไรให้มากความ ตอนนี้ทางใต้ของหมู่บ้านเขต15 พวกมอนสเตอร์ได้ถูกนักผจญภัยกวาดล้างและทิ้งชิ้นส่วนของพวกมันเอาไว้”
“สิ่งที่พวกเธอต้องทำก็คือ เก็บชิ้นส่วนที่สำคัญของพวกมันกลับมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ยิ่งวัตถุดิบนั้นสมบูรณ์แบบมากเท่าไหร่ คุณค่าของมันก็จะยิ่งมากตามไปด้วย”
“ที่สำคัญ พวกเธอไม่ได้รับอณุญาติให้จับกลุมกัน หากมีการพบเห็นว่าพวกเธอแอบจับกลุ่มกัน พวกเธอจะถูกริบวัตถุดิบคืนครึ่งหนึ่ง”
“เสี่ยวซือ ฉันคิดว่าฉันทำมันไม่ได้!”
“เอ๋…ไม่ใช่ว่าร้านอาหารของพ่อนายก็ชำแหล่ะเนื้อทุกวันไม่ใช่หรอ”
“ใช่ แต่ฉันไม่เคยทำมัน และฉันก็ไม่อยากทำด้วย ฉันไม่ชอบเื”
“นายก็แค่ยอมแพ้และบอกครูเหลียง ยังไงนายก็ผ่านการทดสอบเข้าเรียนปีที่2แล้ว ฉันคิดว่าการทดสอบรอบนี้ก็แค่้าให้พวกเราคุ้นชินกับสิ่งที่พวกนักผจญภัยเขาทำกัน”
“งั้นหรอ! แต่ว่าฉันไม่อยากยอมแพ้ แม้ว่าฉันจะเกลียดเืแต่ฉันเกลียดการยอมแพ้มากกว่า”
“ฮ่าฮ่า งั้นก็ดีแล้ว ถ้านายยอมแพ้ง่ายๆ ฉันจะตัดเพื่อนกับนายทันทีเลย”
“ใจร้ายชะมัด ฉันอุตส่าห์เลี้ยงอาหารนายตั้งหลายครั้งแบบฟรีๆเลยนะ นายบอกจะตัดเพื่อนกับฉันง่ายๆเลยงั้นหรอ”
“ไม่เลยๆ ถ้านายยอมแพ้ง่ายๆ นายก็ไม่สามารถเข้าร่วมทีมกับฉันได้ ท่านลูวว์เคยพูดไว้ว่า นักผจญภัยชั้นยอดนั้นต้องรอบรู้เื่ต่างๆ ต้องมีเพื่อนที่ดี กล้าหาญ และไว้ใจได้อีกด้วย ฉะนั้นถ้านายขี้ขลาด นายก็ไม่สามารถเป็ทีมเดียวกับฉันได้”
“เอ๋ นายอยากให้ฉันอยู่ในทีมของนายอย่างนั้นหรอ?”
“เปาน้อย นายเข้าใจความสำคัญที่ฉันพูดผิดไปหรือเปล่า เฮ้อ…ช่างมันเถอะ”
30นาทีต่อมา
“งานของพวกเธอเริ่มแล้ว มีเวลาจนถึง่เย็น นี่เป็โอกาสที่พวกเธอจะได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง”
“ครับ”
“ยากกว่าที่คิดอีก หนังของพวกกอบลินมันเหนียวแล้วก็แข็งด้วย ฉันจะทำยังไงดี จริงสิ”
“เสี่ยวซือ นายบอกฉันได้ไหมว่าชั้นจะชำแหละมันได้ยังไง?”
“พวกกอบลินแม้จะมีหนังที่เหนียวและแข็ง แต่ก็เป็แค่บางส่วนเท่านั้น เธอจะต้องพลิกตัวของมันไปด้านหลัง จากนั้นเลาะเอาเส้นเอ็นที่หลังออกมาก่อนเป็อันดับแรก เพราะเส้นเอ็นของมันเหนียวและแข็งแรงมาก”
“หลังจากนั้น เธอต้องล้วงมืออ้อมเข้าไปทางขวาเล็กน้อย เธอจะเจอสิ่งนี้ พวกมันถูกเรียกว่าผลึกโลหิต ซึ่งมอนสเตอร์บางตัวก็ไม่มี ฉะนั้นหากดวงของเธอดี เธอก็ได้มัน ผลึกโลหิตมีมูลค่ามากที่สุดในตัวกอบลินทั่วๆไป”
“ขอบใจเธอมากนะ ว่าแต่เธอไปเรียนรู้วิธีแบบนี้มาจากไหนหรอ?”
“ท่านลูวว์ สอนฉันมาหน่ะ”
“เอ๋…ท่านลูวว์หรอ สุด...ยอด”
“เอาหล่ะ ฉันควรจะรีบหน่อยสินะ อย่างน้อยสิ่งเหล่านี้ก็สามารถนำไปแลกเงินทองและสิ่งของได้”(ซือไห่คิด)
20 นาทีต่อมา…
“ที่นี่มันคุ้นๆชอบกล นั่นมันกิ้งก่าไฟถ้ำ ท่านลูวว์เคยบอกว่าผลึกโลหิตของกิ้งก่ามีมูลค่าสูงมาก มูลค่าของมันนับเป็2เท่าเมื่อเทียบกับผลึกโลหิตของพวกกอบลิน”
“รีบไปเก็บดีกว่า เดี๋ยวจะมีคนมาแย่งเอาได้”
“แปลกแฮะ ฉันหามาตั้งสิบกว่าศพแล้ว ทำไมมันไม่มีผลึกโลหิตอยู่เลย ดวงของฉันไม่ดีอย่างนั้นหรือ ลองหาอีกสักหน่อยดีกว่า”
10นาทีผ่านไป
“มันเกิดอะไรขึ้นกับที่นี่กันแน่ ผลึกของพวกกิ้งก่าไฟถ้ำหายไปหมดเลย น่าเสียดายจริงๆ แต่เอาเถอะชิ้นส่วนเล็บและกระดูกส่วนหางของพวกมันก็มีมูลค่าไม่น้อย เก็บเกี่ยวๆ”
ฟิ่ววว ตุ้ม!
“ใครมันรอบโจมตีฉันกัน หืม…นั่นมันกิ้งก่าไฟถ้ำไม่ใช่หรอ ไหนบอกว่าพวกนักผจญภัยถ้ำกวาดล้างพวกมันหมดแล้วนี่นา”
“เอ๋ ตัวนั้นดูจะแตกต่างออกไปเล็กน้อย หรือว่ามันเข้าใกล้การวิวัฒนาการอีกขั้นแล้ว แต่ดูเหมือนกับว่ามันยังเด็กอยู่เลย"
“ท่านลูวว์บอกว่า พวกมอนสเตอร์ที่กำลังเข้าใกล้การวิวัฒนาการ จะมีแสงรอบๆตัวของพวกมัน แสงยิ่งเข้มก็ยิ่งเข้าใกล้การวิวัฒนาการมากเท่านั้น ในเมื่อที่นี่ไม่มีใครอยู่งั้นก็ไม่น่ามีปัญหาสินะ”
“ดีเลย ในเมื่อแกกำลังจะวิวัฒนาการณ์ งั้นจงมาเป็ข้ารับใช้ของฉันซะ”
“พลังจิตยึดครองจิตใจ ทำงาน”
ก๊าซๆ….
“ดื้อด้านจริงๆ ถ้าแกเป็เด็กไม่ดีงั้นฉันคงต้องลงไม้ลงมือซะหน่อยสินะ”
ปก ปัก เข่า ศอก
“ฮ่าฮ่า ยอมแพ้แล้วอย่างนั้นหรือ แม้ว่าหนังของแกจะแข็งแต่ว่าหมัดของฉันมันแข็งยิ่งกว่าน่ะนะ ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น ฉันจะทำให้แก่วิวัฒนาการเป็มอนสเตอร์ชั้นยอดถ้ายินยอมติดตามฉัน”(คุยด้วยพลังจิต เป็ความสามารถของผู้ใช้พลังจิต แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่ใช้พลังจิตได้จะมี)
“หากยังดื้อด้านอยู่ แกจะเ็ปมากกว่านี้เป็สิบเท่า ฉันจะเอาจริงแล้วนะ”
ก๊าซซซ…(ยอมแล้วจ้า)
“ดีมาก เอาหล่ะทีนี้บอกฉันมาว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่นี่ทำไมศพพวกนี้ไม่มีผลึกโลหิตเลยหล่ะ แล้วก็ในถ้ำของพวกแกมีอะไรซ่อนอยู่”
“หืม…งั้นหรอ พ่อกับแม่ของแกถูกมนุษย์สีแดงฆ่างั้นหรอ ไม่ใช่นักผจญภัยหรอกหรือเนี่ย แปลกจริงๆ ฉันไม่เคยเห็นมนุษย์สีแดงมาก่อน ไม่แน่ว่ามันอาจจะเป็มอนสเตอร์ชนิดพิเศษก็ได้”
“ไม่ต้องเสียใจ ฉันก็คือเพื่อนของแกั้แ่นี้ ฉันจะไม่เอาเปรียบแก่แน่นอน”
ก๊าซ
“ได้สิ ฉันกำลังคิดแบบนั้นอยู่พอดี"
ฮื๊บ(ะโ)
“ฮ่าฮ่า หลังของแกเจ๋งมากเลย แม้ว่ามันจะแข็งแต่ก็อุ่นมาก เอาหล่ะพวกเราเข้าไปข้างในดีกว่า ก่อนพระอาทิตย์จะตกดินพวกเราจะต้องออกมาก่อน เข้าใจไหม”
ก๊าซ
“ดีมาก งั้นลุยโลด”
ณ รังกิ้งก่าไฟถ้ำ
“กองูเานี่มันอะไร่กัน มีทั้งเกราะและอาวุธเพียบเลย"
ก๊าซ
“เอ๋ ของพวกนี้เป็ของสะสมที่พวกกิ้งก่าไฟถ้ำใช้ยกระดับพลังอย่างนั้นหรอ อย่างนี้นี่เอง เพราะพวกแกเป็กิ้งก่าไฟถ้ำ การกินพวกแร่เหล็กจึงเป็เหมือนอาหารเสริมชั้นดีสินะ”
“แล้วชิ้นนั้นคืออะไร มันดูเหมือนผลึกโลหิตของพวกมอนสเตอร์ แต่ว่ามีขนาดใหญ่กว่าหลายเท่า"
"ปกติผลึกโลหิตของพวกกอบลินมีขนาดแค่นิ้วหัวแม่มือ ส่วนผลึกโลหิตของอาร์คกอบลินที่เรากินไปก็ใหญ่ขี้นอีกแค่เล็กน้อยเท่านั้น แต่ว่าเ้านี่ใหญ่เท่ากำปั้นสองข้างของฉันรวมกัน"
ก๊าซ
“อย่างนี้นี่เอง มันคือบรรพบุรุษกิ้งก่าทิ้งเอาไว้สินะ แต่ว่าผลึกโลหิตใหญ่ขนาดนี้ มันต้องทรงพลังอย่างที่สุดแน่นอน เก็บไว้ก่อนค่อยกลับไปถามท่านแม่ว่าเ้าสิ่งนี้มันใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง”
“พวกเรากลับกันได้แล้ว ฉันคาดว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว เร่งให้สุดแรงเกิดเลย"
ก๊าซซซ…
ณ สมาคมกิลด์เขต15
“ขอทางหน่อยครับผมกำลังรีบ….ใช้เวลาในถ้ำนั้นนานไปหน่อยสินะ ดูเหมือนว่าทุกคนจะกลับมาแลกของกันแล้ว”
“เอ๋ นั่นตัวอะไร นี่มันมอนสเตอร์ไฟบุก รีบหนีเร็ว”
“เดี๋ยวก่อน นั่นมันซือไห่ไม่ใช่หรอ มันไปนั่งบนหลังมอนสเตอร์ได้ยังไง มันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ”
“ฮ่าฮ่า เพื่อนรักในที่สุดนายก็กลับมาซักที ฉันรอนายอยู่นานเลย ว่าแต่นายไปเก็บเ้ากิ้งก่าอัปลักษณ์ที่ไหนมาหรอ”
ก๊าซ(พ่นไฟ)
“ว๊ากก ชุดสุดโปรดของฉัน”
“่ฮ่าฮ่า มันกำลังโกรธที่นายพูดจาไม่ดีกับมัน”
“แล้วนายไปเข้าใจความคิดของมันได้ยังไงกันเนี่ย”
“เอ๋ ยังไงหน่ะหรอ…ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันก็แค่อัดมันจนหมอบแล้วมันก็ยอมเป็ผู้ติดตามของฉันเอง”(ไม่บอกความจริงจะดีกว่า)
“งั้นหรอ ฉันก็อยากได้สักตัว นายพาฉันไปจับมันมาอีกรอบได้ไหม ฉันก็อยากขี่มอนสเตอร์เหมือนกัน มันเท่อะ อยาก
ได้ๆ”
“ได้สิ แต่ว่านายต้องอัดให้มันยอมติดตามนายเองนะ”
“ปล่อยผ่านไปเถอะ ฉันไม่อยากได้แล้ว”
“พวกเราไปแลกของกันเถอะ ฉันจะโชว์ผลงานอันยอดเยี่ยมของฉัน นายจะต้องทึ่งกับความสามารถของฉันแน่ ฮิฮิ”
“งั้นหรอ ฉันจะรอดูก็แล้วกัน”
“ฮ่าฮ่า เสี่ยวซือ นายเห็นไหมนี่คือเงิน1หมื่นเหรียญทอง บรรณาธิการสาวสวยบอกว่าวัตถุดิบที่ฉันเก็บมามันสมบูรณ์มากถึง 90%เชี่ยวนะ”
“ไม่ใช่ว่านายกลัวเือย่างนั้นหรอ?”
“ใช่ตอนแรกฉันก็กลัวเืจริงๆ แต่ว่าพอลองตัดใจชำแหละมันดู มือของฉันมันก็ไปเองโดยอัตโนมัติเลย นี่อาจเป็พร์ซ่อนเร้นของฉันก็ได้นะ ฮ่าฮ่า”
“นายก็เอาวัตถุดิบไปแลกของซะสิ คิวของนายมาถึงแล้ว”
“อื่ม”
“เอ๋…ไม่น่าเชื่อ วัตถุดิบที่นายเก็บมามีแค่นี้งั้นหรอ"
“ใครบอกว่ามีแค่นี้ ขนุนคายสิ่งนั้นออกมาซะสิ”
ก๊าซ
“นี่มัน กองูเาสรรพาวุธ จะเยอะไปไหน…”
“คุณหนู ของเหล่านี้ล้วนเป็เกราะและอาวุธมีค่าทั้งนั้น มันต้องใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะตรวจสอบแล้วเสร็จ คุณหนูสามารถกลับมารับรางวัลในวันพรุ่งนี้ได้เลยนะคะ”
“ครับ ผมมีธุระสำคัญต้องไปทำ ฝากพี่สาวจัดการให้ผมด้วยนะครับ”
“เปาน้อย ฉันมีสิ่งสำคัญต้องไปทำ ไว้เจอกันพรุ่งนี้ที่โรงเรียนนะ”
“ไว้เจอกันเพื่อนรักของฉัน”
ผมกลับมาถึงบ้านก็รีบอาบน้ำ หลังจากนั้นผมก็นำสิ่งนั้นออกมา ส่วนขนุนผมก็ให้มันไปนอนใต้ถุนบ้าน แน่นอนว่าผมได้ปูหญ้านุ่มๆให้มันเรียบร้อยแล้ว
ไม่น่าเชื่อว่าขนุนมันชื่นชอบมาก มันบอกว่าเคยนอนแต่พื้นแข็งๆ มันจึงชอบที่นอนนุ่มๆแบบนี้มาก
แต่ว่ามันมีบางอย่างแปลกๆไป ผมเรียกหาแม่ทั่วทุกห้อง ผมคิดว่าแม่แค่เล่นซ่อนแอบ แต่ผมก็พบกระดาษแผ่นหนึ่งเข้า
“แม่เสียใจที่ต้องรีบไปโดยไม่บอกอะไรเลย แม่ไม่อยากจากลูกไปไหน แต่ว่าแม่มีบางสิ่งที่ต้องไปจัดการเสียหน่อย อาจใช้เวลา1ปี ลูกแม่ดูแลตัวเองด้วยนะ ลงท้าย… แม่ที่รักลูกที่สุดในสามโลก”
ในค่ำคืนนั้นผมได้มองออกไปทางหน้าต่าง ผมเห็นท้องฟ้าที่กว้างใหญ่และเต็มไปด้วยหมู่ดาวมากมาย ก่อนจะตั้งปฏิญาณว่า
“แม่ครับ ผมจะดูแลตัวเองให้ดี และผมจะขยันฝึกฝนให้แข็งแกร่ง แม่ไม่ต้องเป็ห่วงนะครับ”
..........