“แล้วนี่คุณจะกลับแล้วเหรอค่ะ”
“ใช่ครับพรุ่งนี้ผมต้องไปราชการั้แ่เช้ามืด”
“งั้นเดินทางปลอดภัยนะคะ” เธอพูดพร้อมกับจะเดินกลับเข้าไปในร้าน
“เอ่อคุณหยินจินซีครับ”
“ค่ะ” เธอหันกลับมามองเขาอีกครั้ง
“คืนนี้ฝันดีครับ”
เธอยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน
“เช่นกันค่ะ” ร่างเล็กค่อยๆ เดินกลับเข้าไปในร้านทันที
ผู้พันเยว๋มองดูเธอที่เดินเข้าไปในร้านจนลับตาเขาเผยยิ้มกว้างออกมาอย่างอารมณ์ดี
ด้านหวงเต๋อจงเมื่อเขากลับมาถึงบ้าน ร่างใหญ่ก็รีบตรงดิ่งเข้าไปยังห้องแต่งเพลงส่วนตัวของเขาในทันที มือใหญ่รีบหยิบกระดาษที่เขียนโน๊ตเพลงขึ้นมาดูอย่างพอใจ
“หากจินซีได้ร้องเพลงนี้คงจะไพเราะน่าดูเขาค่อยๆ วางมันลงไปไว้ที่เดิมก่อนจะเอนกายลงนอนบนโซฟาใหญ่หากเพลงของเขาดังขึ้นมาความฝันที่จะไดเป็นักแต่งเพลงที่มีชื่อเสียงคงอยู่ใกล้แค่เอื้อม
เช้าวันต่อมา………..
“จินซี , เหวินเหย่จ๊ะออกมาทานข้าวได้แล้วจ๊ะแม่ทำอาหารเช้าเสร็จแล้ว” เสียงของจินหยงแม่ของหยินจินซีเอ่ยเรียกทั้งสอง
“กลิ่นหอมจังเลยค่ะคุณน้า” เสียงของเหวินเหย่พูดขึ้นอย่างประจบ
จินหยงเผยยิ้มหวานให้กับลั่วเหวินเหย่อย่างเอ็นดู
“ไม่ใช่แค่กลิ่นที่หอมนะจ๊ะแต่รสชาติยังอร่อยอีกต่างหากน้ารับรอง”
คุณน้าจินหยงน่าจะเป็คุณแม่แท้ๆ ของหนูนะคะ หากหนูมีคุณแม่เป็คุณน้าคงจะดีเอามากๆ” เธอพูดขึ้นพร้อมกับเอียงซบจินหยงราวกับออดอ้อน
“ถึงน้าจะไม่ใช่แม่แท้ๆ ของหนูแต่น้าก็เอ็นดูหนูไม่แพ้จินซีหรอกจ๊ะ มาเถอะมานั่งทานข้าวเช้า”
“ค่ะคุณน้า” ใบหน้าสดใสเผยยิ้มหวานอย่างไร้เดียงสา
“คุณแม่ขอโทษด้วยค่ะที่หนูออกมาช้า” เสียงของจินซีพูดขึ้นก่อนจะเดินมานั่งข้างๆ จินหยง
ลั่วเหวินเหย่มองดูเสื้อผ้าที่หยินจินซีสวมใส่ก็อดที่จะนึกอิจฉาไม่ได้
“น่าอิจฉาจินซีจังค่ะ มีเสื้อผ้าสวยๆ ไว้สวมใส่” เธอพูดขึ้นเบาๆ ก่อนจะตักข้าวเข้าปาก
จินหยงเหลือบมองลูกสาวก่อนจะหันไปมองดูลั่วเหวินเหย่ที่สวมใส่เพียงเสื้อผ้าธรรมดาๆ สีเรียบแตกต่างจากจินซีลูกสาวของเธอที่สวมใส้สื้อผ้างดงามเฉกเช่นลูกคนรวยทั่วไป
หยินจินซีที่รู้ทันความคิดของลั่วเหวินเหย่ หล่อนเพียงอยากออดอ้อนเรียกความเห็นใจจากคุณแม่ของเธอก็เพียงเท่านั้น
หยินจินซีคีบอาหารเข้าปากก่อนจะบดเคี้ยวอย่างช้าๆ
“จินซีแม่ว่า”
เธอวางตะเกียบลงอย่างช้าๆ ก่อนจะหันไปมองคุณแม่ของเธออย่างรู้ใจ
“คุณแม่อยากให้ลูกแบ่งเสื้อผ้าที่มีให้กับเหวินเหย่ใช่หรือไม่คะ”
“แม่เห็นว่าเสื้อผ้าของลูกมีมากมายหากแบ่งให้กับเหวินเหย่บ้างคงไม่เป็ไร”
“ได้สิคะ” เธอตอบอย่างว่าง่ายก่อนจะหันไปยิ้มให้เหวินเหย่
“ถ้าเธออยากได้เสื้อผ้าชุดใหม่เดี๋ยวฉันจะโล๊ะเสื้อผ้าที่ไม่ใช่แล้วให้นะ”
ลั่วเหวินเหย่แม้จะไม่ได้อยากได้เสื้อผ้าชุดเก่าของหยินจินซีนักแต่ก็ไม่เป็ไรอย่างน้อยเสื้อผ้าของเธอก็ไม่ได้เก่าอะไรอีกทั้งบางตัวยังใส่เพียงครั้งเดียว
“เหวินเหย่หนูไม่รังเกียจเสื้อผ้าที่จินซีเคยใส่ใช่มั๊ยจ๊ะ” จินหยงถามขึ้นราวกับห่วงความรู้สึกของเธอ
ลั่วเหวินเหย่แสร้งยิ้มอย่างสดใส
“ไม่ค่ะ หนูยินดีและดีใจด้วยซ้ำ เด็กกำพร้าอย่างหนูแค่คุณน้าและจินซีไม่รังเกียจก็ดีถมไปค่ะ”
จินหยงยิ้มให้เธออย่างเอ็นดู
หยินจินซีคีบอาหารเข้าปากปรายหางตาเหลือบมองลั่วเหวินเหย่ด้วยความหมั่นใส้กับท่าทางใสซื่ออ่อนหวานนั่น
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จลั่วเหวินเหย่ก็เดินตามติดหยินจินซีไปที่ห้องของเธอในทันที
“จินซี คุณน้าบอกเธอแล้วนะว่าให้เธอแบ่งชุดให้ฉัน”
เธอเหลือบไปมองลั่วเหวินเหย่ก่อนจะยิ้มมุมปากเบาๆ
“แต่ฉันไม่ได้บอกว่าจะแบ่งให้เธอนี่”
“ห๊า นี่หมายความว่าเธอจะไม่ทำตามที่คุณน้าจินหยงสั่งงั้นเหรอ”
หยินจินซีเดินไปหยิบชุดที่เธอไม่ชอบแล้ววางลงบนเตียงใหญ่
“ฉันเพียงบอกว่าจะโล๊ะชุดที่ไม่ได้ใช้แล้วให้แต่ไม่ได้บอกว่าจะแบ่งชุดให้นี่เธอแยกไม่ออกระหว่างคำว่าแบ่งกับคำว่าของที่ไม่ใช้เหรอ หากฉันแบ่งนั่นก็หมายความว่าฉันให้ของที่ฉันยังใช้อยู่ แต่บังเอิญฉันไม่ชอบแบ่งของให้ใครก็เหมือนคนรักหากฉันจะยกให้ให้ใครนั่นแปลว่าฉันไม่้าแล้ว” เธอยื่นเสื้อผ้าเ่าั้ให้กับลั่วเหวินเหย่
“เอาไปสิ ฉันไม่ใช้เสื้อผ้าเหล่านี้แล้วมันคงพอให้เธอได้ใส่อย่างสบายเลย” ”เธอพูดขึ้นก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งของเธอ