แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ้าม่านหน้าต่างเข้ามากระทบใบหน้าของหญิงสาว ดูจากท่าทางแล้วเธอคงหลับสนิทสังเกตจากศีรษะที่เอียงพิงกระจกหน้าต่างรถกับปากที่อ้าน้อยๆ สักพักหนึ่งเปลือกตาที่ปิดสนิทก็ค่อยๆ เปิดขึ้นพลางกระพริบตาน้อยๆ เหมือนจะรำคาญกับแสงแดดที่ส่องมากระทบ หญิงสาวขยับข้อมือขึ้นดูเวลา
...หกโมงครึ่ง...
เธอค่อยๆ ขยับแขนขาไล่ความปวดเมื่อย เป็เวลากว่าสิบชั่วโมงแล้วที่เธอนั่งอยู่บนรถโดยสารคันนี้ เธอเริ่มมองซ้ายทีขวาที เหมือนพยายามหาว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน
" พี่ครับเตรียมตัวได้แล้วครับจะถึงแล้ว"
พนักงานประจำรถโดยสารเดินมาบอกเธอให้เตรียมตัวที่จะลงยังจุดหมายปลายทาง เธอหยิบกระเป๋าเป้คู่กายแล้วยันตัวลุกขึ้นเดินตามพนักงานไป
" พี่รอต่อสองแถวหน้าร้านนี้นะลองถามเขาดูก็ได้ว่าคันไหน โชคดีครับพี่" พนักงานคนเดิมอวยพรให้เธอก่อนจะเดินขึ้นรถเพื่อทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป
เธอเงยหน้าอ่านป้ายทางหลวงที่มักจะตั้งตระหง่านบอกคนที่สัญจรผ่านไปมา ซึ่งส่วนใหญ่จะบอกถึงสถานที่ท่องเที่ยวหรือไม่ก็สถานที่สำคัญ
" น้องขึ้นภูป่าว! ขึ้นภูทางนี้เลยครับรถจะออกแล้ว"
หญิงสาวหันไปทางเสียงเรียกแล้วก็สะดุ้งรีบก้าวออกวิ่งเมื่อรถติดเครื่องทำท่าจะไปโดยที่ไม่รอเธอ
" ไปค่ะ รอพรีมด้วย! "
.....
รถสองแถวจอดสนิทเป็การบอกเป็นัยว่าถึงจุดหมายปลายทางแล้ว...
หญิงสาวก้าวลงจากรถเป็คนสุดท้าย เป็อีกครั้งที่เธอต้องมองหาป้ายที่บ่งบอกถึงสถานที่ที่เธออยู่เพื่อเป็การยืนยันว่าเธอไม่ได้หลงทาง เธออ่านป้ายชื่อที่บ่งบอกว่าเป็อุทยานแห่งชาติแห่งหนึ่งทางภาคอีสานแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
เอาน่าพรีมเธอทำได้ ไหนๆ ก็อุตส่าห์นั่งรถมาถึงที่นี่แล้ว ไม่ลองก็ไม่รู้!
หญิงสาวสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่เหมือน้าเรียกกำลังใจให้ตัวเองแล้วสองขาเรียวภายใต้กางเกงยีนส์เนื้อดีก็ขยับพาเธอไปที่จุดลงทะเบียน
เธอกรอกข้อมูลพื้นฐานลงไปแล้วชะงักตรงช่องที่ให้กรอกรายละเอียดถึงจำนวนวันที่เข้าพัก เธอลังเลอยู่ครู่แล้วก็เงยหน้าหันมายิ้มกว้างให้กับเ้าหน้าที่อุทยาน
" พี่คะ คือ...พรีมสงสัยน่ะค่ะว่าปกติแล้วพวกนักท่องเที่ยวที่มากันเขามากันกี่คืนเหรอคะ"
เ้าหน้าที่ทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยก่อนจะตอบคำถามของหญิงสาว
" ก็สามวันสองคืนเป็อย่างน้อยครับ แต่ถ้าไม่รีบมากอยู่กันห้าวันสี่คืนก็มีแล้วแต่สะดวกครับ"
อืม...งั้นเธอเอาแค่สามวันสองคืนก็พอ
" มาคนเดียวเหรอครับ" เ้าหน้าที่อุทยานถาม
" ค่ะ"
" เก่งนะครับ"
เธอเงยหน้ามองคู่สนทนาก็เห็นเขาเขียนอะไรขยุกขยิกอยู่บนกระดาษพักหนึ่งแล้วยื่นมันให้กับเธอ
" เบอร์โทรฉุกเฉินกับเบอร์โดยตรงของเ้าหน้าที่ครับ ถ้ามีอะไรติดต่อมาได้ตลอดนะครับมาคนเดียวแบบนี้ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า" เ้าหน้าที่หนุ่มยื่นเบอร์โทรให้พร้อมรอยยิ้มซึ่งอีกฝ่ายก็รับไปพร้อมคำขอบคุณแล้วเดินไปลงทะเบียนต่อตรงจุดขนส่งสัมภาระขึ้นภู
" มองอะไรเหรอพี่พี"
" เปล่านี่"
เ้าของชื่อ ' พี่พี' หันไปตอบคำถามแต่สายตาก็ยังไม่วายมองตามหลังหญิงสาวไป
.....
ธรรมชาติสามารถช่วยเยียวยาจิตใจ...
เคยมีคนกล่าวไว้แบบนี้แต่มันจะจริงหรือเปล่าหนอ?
พิมมาดาตั้งคำถามกับตัวเองอยู่ในใจ เธอปล่อยใจให้ล่องลอยออกไปถึงสาเหตุที่ทำให้เธอต้องมานั่งตั้งคำถามอยู่ตรงนี้...
เมื่อวานสุดารัตน์หรือน้าสุที่เธอเรียกวานให้เธอเอาของไปให้เพียงฟ้าที่คอนโดเธอทำตามโดยไม่อิดออดเพียงเพราะรู้สึกคิดถึงน้องสาวที่ไม่ได้เจอหน้ามาร่วมเดือน
ใช่...
เพียงฟ้าคือน้องสาวของเธอถึงแม้จะไม่ใช่น้องแท้ๆ แต่ก็ผูกพันกันมาเกินครึ่งชีวิต!
แม่ของเธอเสียไปั้แ่เธออายุแปดขวบหลังจากนั้นไม่นานพ่อของเธอก็ตัดสินใจแต่งงานใหม่กับสุดารัตน์ที่เป็แม่ม้ายลูกติดทำให้เธอมีน้องสาวที่อายุไล่เลี่ยกันไปโดยปริยายและเมื่อปีที่แล้วนี่เองพ่อของเธอก็มาด่วนจากไปอีกคนด้วยโรคมะเร็งลำไส้แต่สุดารัตน์กับเพียงฟ้าก็ดีกับเธอมากจนเธอกล้าพูดได้เต็มปากว่าทั้งสองคนคือครอบครัวที่เหลืออยู่ของเธอ
พิมมาดาหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องแล้วยกมือขึ้นเคาะประตูตามมารยาท เธอเลือกที่จะไม่โทรบอกเพียงฟ้าก่อนเพราะ้าให้น้องสาวเซอร์ไพรส์กับการมาของเธอ
ประตูห้องถูกเปิดออกช้าๆ พร้อมกับความเซอร์ไพรส์จริงๆ แต่ไม่ใช่ของเพียงฟ้า...มันเป็ของเธอเอง!
" พรีม!"
พิมมาดายืนตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกไปชั่วอึดใจ สองตาเบิกกว้าง!
" นน..."
ใช่...หน้าตาอย่างนี้ เสียงอย่างนี้ จะเป็ใครอื่นไปไม่ได้นอกจากนนทัชแฟนของเธอ!
เหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ...นี่มันตลกร้ายอะไรกัน! นนทัชเองก็ดูเหมือนจะใไม่แพ้เธอ
" พรีมฟังนนก่อน!"
" พี่พรีม! "
พิมมาดาหันมองไปตามเสียงเรียกก็พบเพียงฟ้าที่ใส่เพียงผ้าขนหนูผืนน้อยยืนอุทานอยู่ข้างหลังนนทัช ไวเท่าความคิดสองขาพาเธอก้าวออกมาจากตรงนั้นจนเรียกได้ว่าวิ่งมากกว่าเดิน!
ตอนนั้นเธอคิดเพียงว่าไปที่ไหนก็ได้ขอแค่ไม่ต้องอยู่รับรู้เื่ราวเป็พอ เธอเดินไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจกับสิ่งรอบข้างจนบังเอิญได้เจอกับหนังสือที่มีวิวทิวทัศน์สะดุดตาเล่มหนึ่งวางเด่นอยู่บนแผงหนังสือริมถนน มันเป็ภาพโฆษณาสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต
เธอตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนั้นแล้วตรงดิ่งไปยังสถานที่ในภาพนั้นทันทีแล้วมันก็ทำให้เธอได้มานั่งชมวิวทอดอาลัยอยู่ตรงนี้...
พิมมาดายกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลออกมาอาบสองแก้มทิ้งพลางหลับตาขจัดไล่ความเจ็บช้ำที่มันเกาะกินจิตใจ
" พี่พรีม!
พิมมาดาสะดุ้งน้อยๆ กับเสียงเรียกชื่อตัวเองพลางนึกแปลกใจว่าใครกันที่รู้จักเธอในที่ห่างไกลเช่นนี้
" พีท? "
" ใช่คร้าบ...พีทตัวจริงเสียงจริงเลยแหละ" ชายหนุ่มช่วยยืนยันตัวตนเมื่อเห็นคนตรงหน้าทำหน้าเหมือนไม่ค่อยแน่ใจ
จะว่าไปจริงๆ แล้วเขากับหญิงสาวเองก็ไม่ได้สนิทอะไรกันมากมายรู้จักเห็นหน้ากันบ้างก็เพราะเรียนอยู่คณะเดียวกันแต่ก็ห่างกันหลายปีอยู่พูดง่ายๆ พอเขาก้าวเข้ารั้วมหาวิทยาลัยเป็เฟรชชี่หญิงสาวก็เตรียมตัวรับปริญญาแล้วนั่นแหละแต่อาศัยว่าเป็คนกิจกรรมทั้งคู่เลยพอคุ้นหน้ากันอยู่บ้าง
พิมมาดาพอเห็นคนตรงหน้าว่าเป็คนคุ้นตาเธออยู่ไม่น้อยก็ส่งยิ้มที่คิดว่าดูดีที่สุดไปให้แต่มันคงจะเป็ยิ้มที่แปลกพิลึกสำหรับคนมองกระมังเพราะเธอเห็นเขาทำหน้าอึ้งๆ
" พี่พรีมจริงๆ ด้วยแล้วพี่พรีมมานั่งร้องไห้ทำไมเนี่ย"
" เปล่าร้อง พอดีพี่ง่วงนอนน่ะพอหาวแล้วน้ำตามันเลยไหล" เธอโกหกคนตรงหน้า
" เหรอ ผมคิดว่าพี่จะบอกว่าฝุ่นมันเข้าตาซะอีก" พีรวิชญ์แกล้งหยอกหญิงสาวอย่างรู้ทันให้หญิงสาวหันไปทำตาโตใส่
" อ่ะ...ไม่ร้องก็ไม่ร้อง เอาเป็ว่าผมเชื่อพี่แล้วกัน แล้วเพื่อนพี่พรีมไปไหนกันหมดล่ะ"
" พี่มาคนเดียว"
" บ้าน่าพี่! อย่ามาอำผมหน่อยเลย" เพราะเท่าที่เขารู้จักพิมมาดาออกจะเป็คุณหนูแถมยังเป็ไข่ในหินเป็ไปไม่ได้แน่ที่จะมาคนเดียว
พอเห็นหญิงสาวพยักหน้ายืนยันว่าพูดจริงก็ทำเอาเขาแปลกใจไม่น้อย
" โห...สุดยอดเลยอ่ะ ไม่กล้าก็บ้ามากๆ เลยนะเนี่ย! ขนาดผมยังไม่กล้ามาคนเดียวเลยต้องหอบเพื่อนมาด้วยตั้งสามคนอย่างน้อยเวลาโดนฆ่าชิงทรัพย์จะได้มีพยานไงพี่" เขาพูดติดตลกในตอนท้ายแต่ดูเหมือนคนฟังจะไม่ตลกด้วย
ตกลงไอ้เด็กนี่มันกำลังชมหรือด่าเธอกันแน่แล้วไอ้ประโยคหลังนี่บอกได้เลยว่าปลอบใจกันสุดๆ!
" เอางี้ พี่พรีมไปกับพวกผมดีกว่ารับรองปลอดภัย"
"..."
" น่าพี่ เที่ยวคนเดียวไม่สนุกหรอกมาเที่ยวป่าแบบนี้มันต้องมากันหลายๆ คนอุ่นใจดี" คนพูดยิ้มยิงฟันจนตาหยีทำให้เธอพลอยยิ้มตามไปด้วย
เดี๋ยว...ไม่ใช่แบบนั้น เธอยิ้มทำไมเนี่ย!
หญิงสาวปรับสีหน้าให้เป็ปกติแล้วพยายามตอบเลี่ยงออกไปอย่างติดตลก
" ไปกับคนแก่ไม่สนุกหรอกพีทกับเพื่อนจะเบื่อกันเปล่าๆ"
" หูย...แก่เก่อที่ไหนกันพี่ ดูแล้วพี่ก็คงห่างจากพวกผมไม่เท่าไหร่หรอก ปีนี้ผมอายุยี่สิบสองแล้วพี่อายุเท่าไหร่ล่ะคร้าบ"
" ยี่สิบห้า"
" อาฮะ...เบญจเพศพอดี พี่พรีมผมจะบอกอะไรพี่ให้แต่เป็ความลับนะ" พีรวิชญ์หันมองซ้ายทีขวาทีก่อนยื่นหน้าป้องปากทำเสียงกระซิบกระซาบ
" มีคนแก่กว่าพี่พรีมอีก พี่ชายพีทเองปีนี้ก็เลขสามเข้าไปแล้วแต่ยังไม่มีแฟนสักกะคนั้แ่ผมจำความได้นะไม่เคยเห็นพี่แกพาผู้หญิงเข้าบ้านเลยสักครั้ง"
" จริงเหรอ ถ้าเป็แบบนั้นจริงพี่ว่าพี่ชายพีทต้องเป็เกย์แน่ๆ เลย"
" เื่นั้นถามเ้าตัวเองดีกว่าไหม"
...เปล่าเลยคนตอบไม่ใช่พีรวิชญ์ที่กำลังคุยกับเธออยู่แต่เป็อีกคนที่ยืนทำหน้าั์อยู่ข้างหลังเธอต่างหากพอหันกลับมามองตัวต้นเหตุก็เห็นทำท่าบุ้ยใบ้จับใจความได้ว่า
" คนนี้แหละพี่ชายพีท ชื่อพี"