บทที่ 26 : หลอมรวมหยินหยาง บรรพชนเดรัจฉานสยบแทบเท้า!
ฝ่ามือที่อาบชโลมไปด้วยโลหิตของซูหลงอวิ๋น คว้าจับลงบน 'เพลิงสุริยันผลาญเอกภพ' อย่างแน่วแน่และไร้ซึ่งความลังเล!
ตูมมมม!!!
วินาทีที่เนื้อหนังของมนุษย์ัักับสมบัติระดับ์ ความร้อนแรงที่เหนือล้ำกว่าแกนกลางของดวงตะวันนับแสนเท่าก็ะเิออก! คลื่นความร้อนพุ่งทะลวงผ่านฝ่ามือ ทะลักเข้าสู่เส้นชีพจรทั้งเก้าสิบเก้าสายของเด็กหนุ่มประดุจัคลั่งที่ถูกกักขังมาเนิ่นนาน แขนขวาของเขาั้แ่ปลายนิ้วจรดหัวไหล่ ถูกแผดเผาจนิัและกล้ามเนื้อระเหยกลายเป็ไอในพริบตา เผยให้เห็นกระดูกสีเงินยวงที่กำลังถูกหลอมละลายอย่างช้าๆ!
"อ๊ากกกกกก!"
เสียงคำรามด้วยความเ็ปแสนสาหัส ดังก้องสะท้านไปทั่วห้องโถงวิหารสุริยันดับสูญ ความเ็ปนี้มิใช่เพียงแค่ความทรมานทางกายเนื้อ ทว่ามันคือการถูก 'สัจธรรมแห่งการทำลายล้าง' แผดเผาลึกลงไปถึงแก่นแท้ของจิติญญา! หากเป็ยอดฝีมือขอบเขติญญาก่อกำเนิดทั่วไป เพียงแค่เสี้ยวลมหายใจ ิญญาของพวกมันคงถูกเผาจนแตกซ่านดับสูญไปจากวัฏสงสารแล้ว!
"คิดจะเผาผลาญข้า? ฝันไปเถอะ! ข้าคือจักรพรรดิเทพยุทธ์! สมบัติของฟ้าดิน ย่อมต้องจำนนต่อเจตจำนงของข้า!"
ซูหลงอวิ๋นกัดฟันจนห้อเื ั์ตาสาดประกายแสงแห่งความดื้อรั้นและโอหังที่ท้าทาย์ เขาฝืนทนความเ็ปที่แทบจะทำให้สติสัมปชัญญะหลุดลอย โคจร 'เคล็ดวิชากลืนนภาผลาญจักรวาล' จนถึงขีดจำกัดสูงสุด!
จุดตันเถียนสีทองคำเดือดพล่าน วังวนแห่งการกลืนกินขยายตัวออกอย่างบ้าคลั่ง แรงกระชากมหาศาลดึงดูดเอาเพลิงสุริยันผลาญเอกภพทั้งดวง ให้หลุดลอยออกจากแท่นบูชาหยก์ และพุ่งทะลวงเข้าสู่ร่างกายของเด็กหนุ่มโดยตรง!
บึ้ม!!!
เมื่อเพลิงธาตุ์เข้าสู่จุดตันเถียน สมรภูมิแห่งความตายที่แท้จริงก็อุบัติขึ้น!
'เพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลก' ซึ่งเป็เพลิงิญญาธาตุปฐีที่สถิตอยู่ก่อนหน้านี้ ััได้ถึงผู้บุกรุกที่ทรงอำนาจ มันจึงะเิพลังความหนาวเหน็บอันเป็นิรันดร์ออกมาต่อต้านทันที!
สุดยอดแห่งความร้อนแรง ปะทะกับ สุดยอดแห่งความหนาวเหน็บ!
หยางสุดขั้ว ปะทะ หยินสุดขั้ว!
ร่างกายของซูหลงอวิ๋นกลายเป็สนามรบระหว่างสองเพลิงิญญาระดับตำนาน ซีกซ้ายของร่างกายถูกปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งสีดำที่แผ่ไอเย็นะเื ซีกขวาของร่างกายลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีทองคำที่หลอมละลายทุกสรรพสิ่ง าแถูกแช่แข็งและถูกแผดเผาสลับกันไปมานับหมื่นครั้งในหนึ่งลมหายใจ!
ร่างกายของเขากำลังจะปริแตกออกเป็สองซีก!
"อั้ก... พลังของเพลิง์นั้นรุนแรงเกินไป... ลำพังเพลิงปฐีไม่อาจต้านทานและสร้างสมดุลได้!"
ซูหลงอวิ๋นกระอักเืสีทองปนเศษน้ำแข็งออกมา เขารู้สึกได้ว่าทะเลลมปราณกำลังจะพังทลาย ทว่าในห้วงเวลาแห่งความสิ้นหวังนั้นเอง...
วิ้งงงง!!!
'คัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์' ที่ลอยสงบนิ่งอยู่ใจกลางทะเลิญญา พลันสั่นะเือย่างรุนแรงประดุจจักรวาลถือกำเนิด! อักขระสีทองโบราณนับล้านตัวพุ่งทะยานออกจากหน้ากระดาษ พวกมันมิได้โจมตีเพลิงทั้งสอง ทว่าพวกมันแปรสภาพเป็ 'โซ่ตรวนแห่งสัจธรรม' พุ่งเข้าพัวพันและร้อยรัดเพลิงเยือกแข็งและเพลิงสุริยันเอาไว้ด้วยกัน!
อำนาจแห่งจักรพรรดิเทพยุทธ์ คืออำนาจที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ทั้งปวงของใต้หล้า! ต่อหน้าคัมภีร์เทวะ ความเย่อหยิ่งของเพลิงิญญาทั้งสองถูกบดขยี้จนแหลกสลาย!
"เต๋าถือกำเนิดจากความว่างเปล่า ความว่างเปล่าแบ่งแยกเป็หยินและหยาง หยินหยางก่อกำเนิดสรรพสิ่ง... หลอมรวม!"
เสียงของซูหลงอวิ๋นดังก้องกังวานราวกับเสียงของทวยเทพผู้สร้างโลก! โซ่ตรวนอักขระสีทองดึงกระชากเพลิงทั้งสองขั้วให้เข้าหาปะทะกัน ณ จุดศูนย์กลางของทะเลลมปราณสีทองคำ!
ภายใต้การบีบบังคับของเคล็ดวิชากลืนนภาผลาญจักรวาล เพลิงสีขาวบริสุทธิ์และเพลิงสีทองคำสว่างจ้า ค่อยๆ โคจรวนรอบกันและกัน ความขัดแย้งที่เคยบ้าคลั่งเริ่มแปรเปลี่ยนเป็การพึ่งพาอาศัย หยินก่อกำเนิดหยาง หยางหล่อเลี้ยงหยิน... จนกระทั่งพวกมันหลอมรวมกันกลายเป็ 'สัญลักษณ์ไท่เก๊ก (หยินหยาง)' ขนาดมหึมา ลอยเด่นอยู่เหนือทะเลลมปราณ!
ซูมมมม!!!
พริบตาที่ความสมดุลถูกสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ พลังงานาอันบริสุทธิ์มหาศาลที่ถูกกักเก็บไว้ในเพลิงสุริยันผลาญเอกภพ ก็ะเิออกและหลั่งไหลเข้าสู่ทุกอณูเนื้อของซูหลงอวิ๋นประดุจเขื่อนแตก!
าแทั่วร่างที่เกิดจากการแผดเผา ได้รับการเยียวยาในชั่วพริบตา ผิวพรรณของเขากลับมาเรียบเนียนทว่าแฝงไปด้วยความแข็งแกร่งประดุจศิลาศักดิ์สิทธิ์ กระดูกที่เคยเป็สีเงินยวง บัดนี้ถูกเคลือบด้วยประกายสีทองคำบริสุทธิ์! การชำระล้างไขกระดูกและผลัดเปลี่ยนเส้นเอ็นครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดได้อุบัติขึ้น!
ปัง!!!
เสียงทะลวงด่านดังก้องจากภายในร่าง ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นต้นที่เพิ่งทะลวงมาได้ไม่นาน ถูกพลังมหาศาลผลักดันให้ก้าวข้ามคอขวดไปอย่างง่ายดายประดุจเจาะแผ่นกระดาษ!
สร้างรากฐานขั้นกลาง!
สร้างรากฐานขั้นสูง!
สร้างรากฐานขั้นสูงสุด!
พลังปราณของเขาพุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ทะเลลมปราณขยายใหญ่ขึ้นนับร้อยเท่า! จนกระทั่งไปหยุดนิ่งอยู่ที่ 'ครึ่งก้าวสู่แก่นแท้ทองคำ' ห่างจากการควบแน่นแก่นแท้เพียงแค่เส้นผมกั้น!
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
ซูหลงอวิ๋นเงยหน้าขึ้นหัวเราะก้องวิหาร รัศมีพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของเขาในยามนี้ น่าสะพรึงกลัวเสียยิ่งกว่ายอดฝีมือิญญาก่อกำเนิดขั้นปลาย! ั์ตาซีกซ้ายของเขาทอประกายสีขาวโพลนอันหนาวเหน็บ ั์ตาซีกขวาทอประกายสีทองคำอันร้อนแรง! สองขั้วพลังที่ทรงอำนาจที่สุดในใต้หล้า บัดนี้ได้สยบอยู่แทบเท้าของเขาแล้ว!
ทว่า ความปีติยินดีของเขาคงอยู่ได้เพียงไม่นาน...
ครืนนนนน!!! เพล้ง!!!
เสียงกัมปนาทดังก้องมาจากลานกว้างหน้าวิหารสุริยันดับสูญ! ค่ายกลกักขัง์เก้าัาที่ซูหลงอวิ๋นวางเอาไว้ บัดนี้ทนรับพลังของิญญาก่อกำเนิดขั้นสูงสุดไม่ไหว มันแตกร้าวและะเิออกเป็เศษแสงสีทองกระจายไปทั่วท้องน้ำ! เตาหลอมเก้าักลืน์หมุนคว้างลอยกลับเข้ามาซ่อนตัวในจุดตันเถียนของเด็กหนุ่มด้วยความอ่อนล้า
"ก๊าซซซซซ!!!"
เสียงคำรามแห่งความโกรธแค้นอันไร้ขีดจำกัด ดังก้องสะท้านเข้ามาถึงห้องโถงชั้นใน!
ร่างมหึมาของ 'กิเลนอัคคีา' ที่หลุดพ้นจากการจองจำ พุ่งทะยานแหวกความมืดมิดเข้ามาภายในวิหารด้วยความเร็วประดุจสายฟ้าฟาด! เกล็ดสีแดงทองของมันลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงที่เกรี้ยวกราด ดวงตาสีอำพันจับจ้องมายังซูหลงอวิ๋นด้วยจิตสังหารที่สามารถแผดเผาโลกทั้งใบ!
เมื่อมันเห็นว่าแท่นบูชาหยก์ว่างเปล่า และกลิ่นอายของ 'เพลิงสุริยันผลาญเอกภพ' ได้ผสานเป็หนึ่งเดียวกับมนุษย์เบื้องหน้า ความโกรธของกิเลนอัคคีก็พุ่งทะลุจุดสูงสุด!
"ไอ้มนุษย์ชั้นต่ำ! เ้ารังแกข้าที่ถูกค่ายกลกักขัง ลอบเข้ามาขโมยสมบัติศักดิ์สิทธิ์ที่ข้าเฝ้าพิทักษ์มานับล้านปี! ข้าจะฉีกเนื้อเ้า แหวะอกควักเอาเพลิงของข้าคืนมา! วันนี้ ต่อให้ทวยเทพจุติลงมา ก็ไม่อาจช่วยชีวิตเ้าได้!"
กิเลนอัคคีแผดเสียงคำราม มันอ้าปากกว้าง รวบรวมสัจธรรมแห่งอัคคีทั้งหมดในวิหาร ก่อเกิดเป็ 'ลูกแก้วเพลิงาทำลายล้าง' ขนาดใหญ่เท่าขุนเขา พุ่งกระแทกเข้าใส่ซูหลงอวิ๋น! พลังของการโจมตีนี้ มากพอที่จะระเหยทะเลมหันตภัยนิรันดร์ให้เหือดแห้งไปกว่าครึ่ง!
เผชิญหน้ากับการโจมตีเต็มกำลังของอสูรระดับิญญาก่อกำเนิดขั้นสูงสุด (ครึ่งก้าวบรรพชนศักดิ์สิทธิ์) ซูหลงอวิ๋นในยามนี้กลับไร้ซึ่งความตื่นตระหนกใดๆ เขามิได้ถอยหนี มิได้ชักกระบี่กลืนเงาออกมาด้วยซ้ำ!
เด็กหนุ่มเพียงแค่ยกมือขวาขึ้นมาเบื้องหน้าอย่างเชื่องช้า
"เ้าช้าไปแล้ว เดรัจฉานน้อย"
ริมฝีปากของัหนุ่มขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำแ่เบา ทว่ากลับดังก้องกังวานไปทั่วทั้งก้นสมุทร
"วิถีแห่งเทวะ... ม่านปราการหยินหยางผลาญเอกภพ!"
วูบ!!!
พริบตาที่ซูหลงอวิ๋นผลักฝ่ามือออกไป สัญลักษณ์ไท่เก๊ก (หยินหยาง) ขนาดั์ที่ก่อตัวจาก 'เพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลก' สีขาว และ 'เพลิงสุริยันผลาญเอกภพ' สีทองคำ ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเขา!
สัญลักษณ์หยินหยางหมุนวนอย่างเชื่องช้า ทว่ากลับแผ่กลิ่นอายของกฎเกณฑ์ระดับสูงที่ข่มทับสรรพสิ่งในใต้หล้า!
ตูมมมมมมม!!!!!
ลูกแก้วเพลิงาทำลายล้างของกิเลนอัคคี พุ่งปะทะเข้ากับม่านปราการหยินหยางอย่างจัง! แรงะเิที่เกิดขึ้นทำให้วิหารสุริยันดับสูญที่ตั้งตระหง่านมานับล้านปีสั่นะเื เสาหินนับร้อยต้นหักโค่นลงมา!
ทว่า สิ่งที่ทำให้กิเลนอัคคีต้องเบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า คือภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า!
การโจมตีที่มันทุ่มเทพลังทั้งหมด กลับไม่อาจสร้างแม้แต่รอยขีดข่วนให้แก่ม่านปราการหยินหยางของมนุษย์ผู้นั้น! มิหนำซ้ำ พลังเพลิงาของมัน กลับถูกสัญลักษณ์ไท่เก๊กดูดกลืนและสลายหายไปราวกับโคลนที่ถูกโยนลงมหาสมุทร!
"ปะ... เป็ไปไม่ได้! ระดับสร้างรากฐาน... หยุดยั้งพลังของข้าได้ด้วยมือเปล่า!" กิเลนอัคคีถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ ความเย่อหยิ่งของสายเืเทวะถูกบดขยี้ด้วยความจริงอันโหดร้าย
ซูหลงอวิ๋นลดมือลง ม่านปราการหยินหยางสลายหายไป เขาก้าวเดินไปเบื้องหน้าอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่ำลงบนพื้นศิลา ก่อเกิดเป็ระลอกคลื่นสีทองและสีขาวกระจายออกไปกดทับพื้นที่มิติ
"กิเลนอัคคีา... สายเืเทวะที่แสนจะสูงส่ง..." ซูหลงอวิ๋นเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงอำนาจ "เ้าถูกทิ้งให้อยู่โดดเดี่ยวในซากปรักหักพังแห่งนี้ เฝ้าพิทักษ์สมบัติที่เ้าไม่มีปัญญาจะหลอมรวมมานับล้านปี ช่างเป็ชะตากรรมที่น่าเวทนายิ่งนัก"
"หุบปาก! มนุษย์โสโครกอย่างเ้า มีสิทธิ์อันใดมาวิจารณ์ข้า!" กิเลนอัคคีคำราม ขู่ฟ่ออย่างดุร้าย ทว่าในแววตาของมันกลับปรากฏร่องรอยของความหวาดหวั่น
ซูหลงอวิ๋นมิได้โต้ตอบด้วยคำหยาบคาย เขาเพียงแค่หยุดยืนอยู่ห่างจากจมูกของสัตว์อสูรขนาดั์เพียงสามก้าว
ั์ตาสีดำของเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็ความลึกล้ำประดุจจักรวาลอันกว้างใหญ่! 'คัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์' ในทะเลิญญา ปลดปล่อยกลิ่นอายของ 'ผู้ปกครองสูงสุด' ออกมาอย่างเต็มที่! กลิ่นอายนี้มิใช่อำนาจแห่งการทำลายล้าง ทว่ามันคือ 'สายเืและสัจธรรม' ที่อยู่เหนือกว่าเทพเ้าทุกองค์ในมหาทวีปเทียนหยวน!
ครืนนน!
ทันทีที่กลิ่นอายของจักรพรรดิเทพยุทธ์แผ่ซ่านออกมา บรรยากาศในวิหารก็พลันหนักอึ้งประดุจถูก์ทั้งชั้นกดทับ!
กิเลนอัคคีาเบิกตากว้าง ร่างกายมหึมาของมันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง! สายเืเทวะในกายของมัน ที่เคยเย่อหยิ่งและดุร้าย บัดนี้กลับร่ำร้องด้วยความหวาดกลัวและยอมจำนน! มันััได้ถึงกลิ่นอายของผู้สร้าง ผู้ที่สามารถชี้เป็ชี้ตายทุกสรรพสิ่งในเอกภพ!
"กะ... กลิ่นอายนี้... ท่าน... ท่านเป็ใครกันแน่!" น้ำเสียงของกิเลนอัคคีสั่นเครือ มันไม่อาจทนรับแรงกดดันทางิญญาได้ ขาทั้งสี่ข้างของมันค่อยๆ อ่อนระทวยลง
ซูหลงอวิ๋นยืนเอามือไพล่หลัง มองก้มลงไปยังสัตว์อสูราด้วยสายตาของผู้ปกครอง
"ข้าคือผู้ที่จะก้าวขึ้นไปเหยียบย่ำจุดสูงสุดของทุกสรรพสิ่ง"
เสียงของซูหลงอวิ๋นเรียบง่าย ทว่าแฝงไปด้วยความเชื่อมั่นที่ไม่อาจสั่นคลอน "กิเลนอัคคี เ้ามีทางเลือกเพียงสองทาง... หนึ่ง คือดื้อรั้นต่อไป และถูกข้าใช้เพลิงหยินหยางแผดเผาิญญาของเ้าให้สูญสลายกลายเป็เพียงแก่นอสูรให้ข้าดูดซับ..."
เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ั์ตาสาดประกายคมกริบ
"สอง... จงยอมจำนน สาบานตนเป็สัตว์พาหนะและผู้พิทักษ์ของข้า! ติดตามข้าก้าวเดินไปบนวิถีเทวะ! ข้าขอรับปากว่า เมื่อข้าก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด ข้าจะล้างคำสาปที่ผนึกสายเืของเ้า ปลดปล่อยให้เ้าวิวัฒนาการกลายเป็ 'เทพอสูรกิเลน' ที่แท้จริง และท่องไปในดาราจักรอย่างอิสระ!"
เงื่อนไขที่เด็ดขาดและผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ ทำให้กิเลนอัคคีต้องนิ่งอึ้งไป
มันติดอยู่ในก้นทะเลมหันตภัยนิรันดร์แห่งนี้มานานเกินกว่าจะจดจำได้ ถูกกฎเกณฑ์ของมิติลับกดทับมิให้เติบโตไปกว่าครึ่งก้าวบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ หากมันยังรั้งอยู่ที่นี่ ต่อให้ผ่านไปอีกสิบล้านปี มันก็เป็ได้แค่สุนัขเฝ้าวิหารที่รอวันหมดอายุขัย!
ทว่าบุรุษหนุ่มเบื้องหน้า ผู้เพลิงเทวะถึงสองชนิด และมีกลิ่นอายของจอมราชันย์ อาจเป็กุญแจสำคัญที่ไขประตูสู่อิสรภาพของมัน!
สัตว์อสูรระดับสูงย่อมมีสติปัญญาเป็เลิศ มันชั่งน้ำหนักผลดีผลเสียเพียงชั่วลมหายใจ ความหยิ่งยโสของสายเืถูกสยบลงด้วยอำนาจและผลประโยชน์
กิเลนอัคคีาค่อยๆ คุกเข่าหน้าทั้งสองข้างลงกับพื้นศิลา ก้มศีรษะอันใหญ่โตและสง่างามของมันลงแทบเท้าของซูหลงอวิ๋น!
"ข้า... 'จินหลิน' (Jin Lin - กิเลนทอง) ยินยอมสยบต่อท่าน... นายท่าน! ข้าขอสาบานด้วยสายเืเทวะและิญญาแห่งา ข้าจะจงรักภักดีและเป็ดาบทะลวงฟันให้แก่ท่านชั่วนิรันดร์ หากผิดคำสาบาน ขอให้ิญญาของข้าถูก์ลงทัณฑ์จนดับสูญ!"
วิ้ง!
ตราประทับสัญญาโลหิตเรืองแสงสีแดงทอง ลอยขึ้นจากหน้าผากของกิเลนอัคคี ซูหลงอวิ๋นยื่นมือออกไปประทับนิ้วลงบนตราสัญญานั้น รับเอาเศษเสี้ยวิญญาของอสูราเข้ามาผูกมัดกับตนเองอย่างสมบูรณ์แบบ!
ั้แ่วินาทีนี้เป็ต้นไป อสูรระดับครึ่งก้าวบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ ได้กลายเป็ทาสรับใช้ผู้ภักดีของซูหลงอวิ๋นแล้ว!
"ดีมาก จินหลิน ลุกขึ้นเถิด" ซูหลงอวิ๋นแย้มยิ้มพึงพอใจ เขาลูบลงบนเกล็ดที่เคยร้อนระอุ ทว่าบัดนี้กลับอบอุ่นและเป็มิตร "การตัดสินใจของเ้าในวันนี้ จะเป็สิ่งที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตของเ้า"
"ขอบพระคุณนายท่าน" จินหลินลุกขึ้นยืน มันลดขนาดร่างกายลงให้เหลือเพียงขนาดเท่าวัวกระทิงั์ เพื่อให้ผู้เป็นายสามารถขึ้นขี่ได้อย่างสะดวก
"นายท่าน... ในเมื่อท่านได้รับเพลิงสุริยันผลาญเอกภพไปแล้ว มิติลับใต้ทะเลมหันตภัยแห่งนี้ ซึ่งค้ำจุนด้วยพลังของเพลิงศักดิ์สิทธิ์ กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า พวกเราสมควรรีบออกไปจากที่นี่ขอรับ" จินหลินกล่าวเตือน พลางมองดูเศษหินที่เริ่มร่วงหล่นจากเพดานวิหาร
"นั่นสินะ ข้าเองก็จากโลกภายนอกมานานพอสมควรแล้ว ถึงเวลาที่ข้าจะต้องไปสะสางเื่ราวบนมหาทวีปศูนย์กลางให้เรียบร้อยเสียที"
ซูหลงอวิ๋นกระโจนขึ้นไปประทับนั่งบนหลังของกิเลนอัคคีอย่างสง่าผ่าเผย เขากระชับเสื้อคลุมที่สร้างขึ้นใหม่จากปราณยุทธ์ ั์ตาทอประกายความมุ่งมั่น
"จินหลิน... พาข้าพุ่งทะยานออกไป ทะลวงกำแพงลาวาแห่งนี้ สู่ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่!"
"รับคำสั่ง!"
ก๊าซซซซ!!!
กิเลนอัคคีแผดเสียงคำรามก้อง มันกระแทกเท้าลงบนพื้นศิลา ร่างกายที่ห่อหุ้มด้วยเพลิงสีทองคำพุ่งทะยานขึ้นสู่เบื้องบนประดุจจรวด! ความเร็วของครึ่งก้าวบรรพชนศักดิ์สิทธิ์นั้นรวดเร็วจนฉีกมิติเป็รอยทางยาว!
ตูมมมม!!!
โดมสุญญากาศของวิหารแตกกระจาย จินหลินพาดนายของมันพุ่งฝ่าทะเลลาวาที่เดือดพล่าน ทะลวงผ่านแรงดันมหาศาลขึ้นสู่ผิวน้ำอย่างรวดเร็ว!
เหนือทะเลมหันตภัยนิรันดร์ ท้องฟ้าสีเืถูกแหวกออกด้วยรังสีแสงสีทองคำ ร่างของกิเลนอัคคีาทะยานขึ้นพ้นผิวน้ำลาวา เหยียบย่ำอากาศลอยตระหง่านอยู่เหนือขุมนรก! บนหลังของมัน คือบุรุษหนุ่มชุดขาวผู้มีกลิ่นอายแห่งความเป็ผู้ปกครองสูงสุด!
(จบบทที่ 26)