บทที่ 13 ผู้หญิงที่ปลอมตัวเป็ผู้ชาย ?
“คุณจะไม่มีทางได้เป็ทายาทของตระกูลที่ร่ำรวยในชีวิตนี้หรอกค่ะ”
“งั้นเหรอเนี่ย ?”
เมื่อถังอี้ได้ยินแบบนั้นร่างกายของเขาก็พลันเหี่ยวเฉา
แม้เขาจะมีคำตอบเื่นั้นอยู่ในใจมานานแล้ว แต่ก็ไม่อยากจะยอมแพ้ ถ้าหากว่าโชคเข้าข้างความฝันอาจจะกลายเป็จริงขึ้นมาก็ได้
ฉินเหยียนจินยิ้มขึ้นมาจาง ๆ
“แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ ถึงคุณจะไม่ได้เป็ทายาทเศรษฐีที่ร่ำรวย แต่แฟนสาวที่คุณจะได้พบในอนาคตจะเป็คนรวยมาก ถ้าครองชีวิตคู่ของพวกคุณได้ดี ลูก ๆ ของคุณจะเป็ทายาทเศรษฐีได้”
ถังอี้อ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ
“อาจารย์ หมายความว่าอนาคตผมจะมีลูกด้วยเหรอครับ และผมจะรวยจากการเป็ลูกเขยคนรวย ถึงจะฟังดูไม่เท่เท่าไร แต่ก็ไม่เลวเลย ชีวิตในอนาคตจะไม่ต้องทำงานหนักใช่ไหมครับ...”
เขามองฉินเหยียนจินอย่างตื่นเต้น
“แล้วอีกนานไหมครับกว่าผมจะได้พบว่าที่ภรรยาคนนั้น”
เมื่อโชคไม่เข้าข้าง ก็ขอเจอผู้หญิงดี ๆ แทนแล้วกัน !
ฉินเหยียนจินยิ้มเล็กน้อย “ความจริงแล้วเธออยู่ใกล้ ๆ ตรงหน้าคุณนี่เอง...”
ก่อนที่เธอจะพูดจบ ถังอี้ก็เบิกตากว้างแล้วอุทานขึ้นมาเสียงดัง “อ๊ะ อาจารย์ไม่ได้… ถ้าเป็คนที่คุณพูดถึง คนนั้นไม่ได้สิครับ”
หา?
ถังอี้คุกเข่าลงบนพื้นอย่างรวดเร็ว ท่าทางเต็มไปด้วยความสับสน
ทำไมล่ะ?
เกิดอะไรขึ้น?
แล้วเขาคุกเข่าทำไม?
เมื่อนึกตามคำพูดเธอ แข้งขาของเขาก็อ่อนยวบจนต้องลงไปคุกเข่าทันที
ฉินเหยียนจินมองตามเขาลงไปที่พื้นแล้วเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ลุกขึ้นเถอะค่ะ นี่เป็แค่การทำนายดวงชะตา ไม่จำเป็ต้องคุกเข่าแบบนั้น”
ถังอี้ยังเต็มไปด้วยความสับสนและแข้งขาก็ยังไร้เรี่ยวแรง
จากนั้นก็เอ่ยไปตามตรงด้วยความเศร้าโศก “อาจารย์ ผมถูกผีสิงอยู่หรือเปล่าครับ อยู่ ๆ ก็หมดแรงคุกเข่าลงแบบนี้ อาจารย์ช่วยตรวจสอบให้ที ผมไม่อยากตายครับ”
ฉินเหยียนจินโบกมือไปมา “คุณไม่ต้องกังวลนะคะ ผีไม่มีจริง เราเป็คนสมัยใหม่ต้องเชื่อในวิทยาศาสตร์”
หากเป็คนอื่นที่ไม่ใช่หมอดูมาพูดเื่แบบนี้ ถังอี้ก็คงจะเชื่อไปแล้ว
“อาจารย์ที่คุณพูดมันขัดแย้งมาก...”
ฉินเหยียนจินรีบตอบกลับอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าชายหนุ่มจะพูดอะไรที่สมควรพูดขึ้นมาอีก “คนที่คุณสนิทด้วยมาก ๆ ใน่นี้เธอคือเนื้อคู่ของคุณค่ะ”
“เอ๋ หวังหยวน? เธองั้นเหรอ? แต่ว่า?”
ถังอี้ฝืนยิ้มด้วยสีหน้าลำบากใจอยากจะร้องไห้ออกมา “เราเป็แค่เพื่อนกันครับอาจารย์ ผมไม่ได้เป็เกย์หรอกใช่ไหม ผมไม่อยากจะคิดเลย...”
นักพรตสาวแทบจะหัวเราะออกมาเมื่อเห็นท่าทางของเขา โชคดีที่เธอยังต้องรักษาภาพลักษณ์ผู้ทรงภูมิเอาไว้ เพราะจะเสียภาพพจน์ต่อหน้าคนอื่นไม่ได้
“เพื่อนที่คุณพูดถึงเธอเป็ผู้หญิงจริง ๆ ค่ะ แต่กำลังปลอมตัวเป็ผู้ชายด้วยสาเหตุบางอย่าง อีกอย่างถึงคุณจะคิดว่าเธอเป็เพื่อน แต่เธอไม่ได้คิดอย่างนั้นหรอกนะคะ”
“หา? เขาเป็ผู้หญิงเหรอครับ?”
ถังอี้รู้สึกราวกับกำลังได้ยินเื่น่าตลกที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมาในชีวิตนี้ จากนั้นก็ส่ายหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ไม่ ๆ ไม่หรอกครับ มันจะเป็ไปได้ยังไง เราก็เข้าห้องน้ำด้วยกันประจำ มันไม่มีทางเป็ไปได้ อีกอย่าง อาจารย์อาจจะไม่รู้แต่เขา...”
น้องชายหมอนั่นไม่เล็กเลย จะเป็ผู้หญิงไปได้ยังไงเล่า?
“ไม่ว่าคุณจะเชื่อฉันหรือไม่ แต่ถ้าอยากมีชีวิตสุขสบาย นั่งกินนอนกินไปวัน ๆ จริง ๆ ก็ต้องจับเธอไว้ให้มั่น โชคดีรอคุณอยู่ค่ะ”
ถังอี้อ้าปากค้างอยากจะเถียงอะไรออกไป แต่ก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี เขารู้สึกว่าชีวิตจะแฟนตาซีมากเกินไปแล้วหรือเปล่า
คนที่น้องชายใหญ่ยิ่งกว่าเขาแท้จริงแล้วเป็ผู้หญิงปลอมตัวมาอย่างนั้นเหรอ?
เื่แบบนี้เขาจะไปถามใครได้บ้างเนี่ย?
“เอาละ อย่ามัวแต่สงสัยอยู่เลยค่ะ ถ้าอยากรู้ความจริง ให้ไปเจอเธอเวลาหนึ่งทุ่มวันนี้ ความจริงทุกอย่างจะเปิดเผยออกมาเองนะคะ”
“คนต่อไปคือคุณฟางซินหรานค่ะ!”
“โอ๊ะ ถึงตาฉันแล้วเหรอ ทุกคนเดี๋ยวมานะ จะได้รอฟังข่าวดีของตัวเองแล้ว”
เมื่อสาวสวยน่ารักคนหนึ่งได้ยินฉินเหยียนจินเรียกชื่อตัวเอง เธอก็ะโโลดเต้นอย่างมีความสุข หลังจากคุยกับเพื่อนเล็กน้อยแล้วก็รีบจับกระโปรงวิ่งตรงเข้ามา
เธอโค้งให้ทันที
“สวัสดีค่ะอาจารย์ ฉันฟางซินหราน ยินดีที่ได้พบอาจารย์นะคะ เอ่อ ฉันขอเพิ่มเป็เพื่อนกับอาจารย์ในวีแชตได้ใช่ไหมคะ? จะได้โอนเงินค่าทำนายให้ได้”
นั่นหมายความว่าเธอก็้าดูดวงชะตาด้วยเช่นกัน
“นั่งลงดื่มชาสักหน่อยก่อนสิคะ”
ฉินเหยียนจินรินชาให้เธอหนึ่งถ้วย โดยที่คราวนี้ไม่ยอมให้อีกฝ่ายเห็นวิธีอุ่นชาของตนเอง
ส่วนกวนิจูนั้นต่างออกไป
เพราะเธอ้าให้อีกฝ่ายเห็นความสามารถ เพื่อจะได้รับความเชื่อใจจนยอมให้ไปช่วยเหลือเื่แม่ที่ป่วย
“คุณ้าให้ฉันทำนายเื่อะไรคะ?”
“สมเป็อาจารย์มากจริง ๆ วันนี้ฉันมากับเพื่อนร่วมคลาสค่ะ เรากำลังจะจบมหาวิทยาลัย และอยากเริ่มต้นทำธุรกิจด้วยกัน ฉันอยากรู้ว่าเราจะไปได้สวยไหม”
ฟางซินหรานมองฉินเหยียนจินอย่างคาดหวังปนกังวลใจ
นักพรตสาวพยักหน้า “เอาละ ฉันจะดูดวงชะตาให้นะคะ”
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งเธอก็เงยหน้าขึ้นมองฟางซินหราน
หญิงสาวจ้องหน้าอาจารย์ด้วยความหวาดหวั่นที่จะได้ยินว่า ‘ไม่’ หรือ ‘หมดโอกาสแล้ว’ ออกมา นั่นคงทำให้เธอผิดหวังมาก
“ฉันพูดกับคุณได้แค่ว่า เมื่อมิตรภาพมีเื่ผลประโยชน์อื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ความสัมพันธ์อาจจะมีค่าน้อยกว่าเงินทองขึ้นมาได้ คุณเข้าใจใช่ไหมคะว่าฉันหมายถึงอะไร?”
“...เอ่อ อาจารย์หมายความว่าเราจะทะเลาะกันเื่เงินเหรอคะ”
“ใช่ค่ะ ถึงจะเป็ร้านเล็ก ๆ แต่ว่าไม่ใช่แค่ทำเงินไม่ได้ คุณยังต้องสูญเงินไปเยอะมากด้วย และเพราะตกลงเื่การรับผิดชอบกันไม่ได้ คุณกับเพื่อน ๆ จึงต้องแยกทางกัน และไม่กลับมาติดต่อกันอีกเลย”
“หา? งั้นแสดงว่าไม่มีใครจริงใจกับฉันเลยเหรอคะ?”
“จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ใช่ทุกคนหรอกค่ะ สาวผมสั้นคนนั้นสามารถเป็เพื่อนที่ดีของคุณไปได้ทั้งชีวิต หากในอนาคตคุณจะทำธุรกิจกับเธอ โชคทางด้านการงานจะส่งเสริมกัน แต่อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อยกว่าจะเริ่มต้นมันขึ้นมาได้”
“จริงเหรอคะอาจารย์ ขอบคุณอาจารย์ที่ช่วยเตือนค่ะ แล้วคนอื่น ๆ ในคลาสล่ะคะ”
“ถ้ารักษาหน้าตาเอาไว้ให้ดีก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ”
เมื่อได้ยินแบบนั้นฟางซินหรานก็หยุดถามเพิ่มเติม เธอโค้งคำนับอีกครั้งเพื่อขอบคุณก่อนที่จะจากไป
หลังจากที่ฉินเหยียนจินช่วยทำนายโชคชะตาของผู้คนทีละคน ๆ ในที่สุดแฟน ๆ ก็ขอตัวกลับลงไปจากูเาด้วยความพอใจ
เธอถอนหายใจอย่างโล่งอก
ดูเหมือนว่าการพบคนมากเกินไปก็ไม่ใช่เื่ดี ต่อไปเธอคงต้องคิดหางทางจัดการทุกอย่างให้ดีกว่านี้
เมื่อเห็นว่าทุกคนกลับไปหมดแล้ว กวนิจูก็รีบเข้ามาหาฉินเหยียนจินอีกครั้ง
“อาจารย์คะ พ่อของฉันบอกว่าจะเอารถมารับเรา ต้อง้าอะไรเพิ่มไหมคะ?”
“ไม่มีแล้วค่ะ”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา กวนิจูและฉินเหยียนจินก็ลงมาจากเขาด้วยกัน ระหว่างที่กำลังก้าวลงบันไดขึ้นสุดท้าย พ่อของเธอก็โทรเข้ามาพอดี
“ิจู พ่ออยู่ที่เชิงเขาแล้ว พวกลูกมาทางนี้เร็วเข้า”
กวนิจูเหลือบมองฉินเหยียนจินที่อยู่ข้างกาย เธอทำเป็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่นึกชื่นชมอาจารย์ในใจที่รู้เวลาแน่ชัดมากว่าพ่อเธอจะมาถึงเมื่อไหร่
“หนูเห็นรถพ่อแล้วค่ะ เรากำลังจะเดินไปที่รถนะคะ”
หลังจากวางสายเธอก็ชี้ไปทางโรลส์รอยซ์สีดำที่จอดอยู่ห่างออกไป “อาจารย์ฉินคะ พ่อฉันอยู่ทางนั้น รีบไปกันเถอะค่ะ”
“อ้อ”
ชายวัยกลางคนร่างเพรียวคนหนึ่งลงมาจากรถหรู แม้ว่าเขาจะอยู่ในวัยกลางคน แต่ก็ยังมีแววของความหล่อเหลาสง่างามไปตามวัย
ทันทีที่ทั้งสองคนเดินไปถึง ดวงตาของกวนิจูก็พร่าเลือนไปด้วยม่านน้ำตา ลูกสาวตรงเข้าไปอ้อมแขนพ่อแล้วร้องไห้เสียใจอย่างหนัก
“พ่อคะ หนูขอโทษ หนูผิดไปแล้ว ฮือออ พ่อยกโทษให้หนูได้ไหมคะ?”
ชายคนนั้นตัวแข็งทื่อไปเล็กน้อย จากนั้นความตึงเครียดในแววตาของเขาก็ผ่อนลงและเต็มไปด้วยความรักใคร่เข้ามาแทน
เขายกมือสั่นเทาแตะศีรษะของลูกสาว
เสียงของเขาขาดห้วงจากการกลืนก้อนสะอื้นพลางเอ่ยขึ้น “เด็กโง่ พ่อจะไปโกรธหนูได้ยังไง ตอนนี้พ่อมีความสุขมากเลย”
กวนิจูรีบเงยหน้าเล็ก ๆ สบตาพ่อของเธอแล้วเอ่ยอย่างรวดเร็ว “ขอบคุณมากนะคะ หนูรักพ่อที่สุดเลย!”
จากนั้นเธอก็แนะนำฉินเหยียนจินให้เขา “พ่อคะ นี่คืออาจารย์ฉิน เป็นักพรตหญิงของสำนักชิงเหลียน เธอเป็คนที่บอกหนูทุกอย่างเกี่ยวกับแม่ สุดยอดเลยใช่ไหมคะ”