บทที่ 36 ความขี้อิจฉาของเหยาจินฮวา
เหยาจินฮวาไม่เชื่อคำพูดเหล่านั้นเลยสักนิด ปกติเธอก็เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลอยู่แล้ว จึงคิดว่าถ้าสมมติเธอเป็นสวีเถาเถา แล้วมีสูตรลับที่ทำให้สวยขึ้นได้จริง ๆ เธอก็คงไม่ยอมให้ผู้หญิงคนอื่นง่าย ๆ หรอก
ใครจะชอบให้คนอื่นสวยกว่าตัวเองล่ะ
แต่ในเมื่อสวีเถาเถาไม่ยอมบอก และยัยซื่อบื้อสวีลี่ลี่นั่นก็เอาแต่พูดเข้าข้างน้องสาวตัวเอง ถ้าเธอยังเซ้าซี้ต่อไม่เลิก มันจะดูเหมือนเธอเป็นคนที่ไม่ยอมคนและจิตใจคับแคบ
เธอจึงได้แต่เบ้ปากอย่างไม่พอใจ "งั้นเหรอ"
"แล้วทำไมวันนี้เธอถึงไม่ไปทำงานล่ะ?"
เธอยังคงกัดสวีเถาเถาไม่ยอมปล่อย ยิงคำถามต่อไปทันที
มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอนี่ สวีเถาเถาอยากจะสวนกลับไปแบบนั้น
"อ๋อ ฉันมาสอบเหมือนกัน" เธอตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"อะไรนะ? น้องเถาเถา ฉันฟังไม่ผิดใช่ไหม เธอเป็นถึงหัวหน้าแม่ครัวในร้านอาหารของรัฐอยู่แล้วนี่ จะมาสอบให้วุ่นวายไปทำไม"
อันซู่เซิงมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก ตอนนี้เหมือนกับว่าเธอเสียสติไปแล้ว
สวีเถาเถายิ้มบาง ๆ ไม่อยากเสียเวลาอธิบายอะไรกับคนโง่แบบนี้หรอก
พี่ชายคนโตสวีพูดพลางหัวเราะอย่างร่าเริง "ผมกับน้องชายมาสอบ น้องเล็กได้ยินเข้าก็เลยอยากมาด้วยน่ะ"
พี่ชายคนรองเสริมว่า "ฮ่า ๆ ๆ แม่โกรธจนอยากจะตีเธอแทบตายแหนะ"
เหยาจินฮวาทำหน้าไม่เห็นด้วย "การสอบไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะ กั๋วหัว การสอบคัดเลือกเพื่อรับเข้าทำงานครั้งนี้น่ะว่ากันว่ายากมาก ขนาดฉันยังไม่มั่นใจเลย ตอนเรียนผลการเรียนก็ขึ้น ๆ ลง ๆ แล้วยังพาน้องสาวมาด้วยอีก ไร้สาระสิ้นดี"
แม้น้ำเสียงที่เธอพูดจะไม่ได้แดกดันอะไร แต่สวีกั๋วหัวได้ฟังแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจ
ราวกับว่าน้องเล็กมาเป็นตัวถ่วงอย่างไรอย่างนั้น
"เอ่อ..."
แต่เขาเป็นคนพูดไม่เก่งมาแต่ไหนแต่ไร แถมยังก็ชอบเหยาจินฮวาอยู่ไม่น้อย จึงไม่รู้จะเริ่มแย้งเธอยังไง
แต่สวีลี่ลี่กลับตรงไปตรงมามากกว่า เธอขมวดคิ้วพลางพูดว่า "น้องสาวของฉันแค่อยากลองมาสอบเล่น ๆ เธอจะมาก็มาสิ ยังไงฉันกับพี่ชายฉันก็ไม่ได้หวังอะไรมากอยู่แล้ว จะเป็นอะไรไปล่ะ!"
"จินฮวา วันนี้เธอเป็นอะไรไปน่ะ น้องสาวฉันไปทำอะไรให้เธอโกรธหรือไง ทำไมเธอถึงได้คอยหาเรื่องน้องฉันอยู่เรื่อยเลยล่ะ!"
สวีลี่ลี่จ้องมองเหยาจินฮวาด้วยสีหน้าไม่พอใจ เธอเป็นคนแบบนี้ ชอบพูดตรง ๆ ไม่ชอบอ้อมค้อม
เหยาจินฮวาชอบที่สวีลี่ลี่เป็นแบบนี้มาตลอด ปกติแล้วถ้ามีบางเรื่องที่เธอไม่สะดวกใจจะพูด สวีลี่ลี่ก็จะพูดแทนเธอ แต่ไม่คิดเลยว่าจะมีวันที่ปลายกระบอกปืนนั้นจะหันมาทางเธอแทน
พอโดนสวีลี่ลี่สวนกลับมา เหยาจินฮวาจึงชะงักไปชั่วขณะ
"โฮสต์ ดูเหมือนพี่สาวของเธอจะปกป้องเธอดีมากเลยนะ" ระบบพูดด้วยน้ำเสียงกวน ๆ
สวีเถาเถาไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ถึงแม้ว่าสวีลี่ลี่จะไม่ใช่พี่สาวที่ดีนัก แต่ตั้งแต่เล็กจนโต เธอก็คอยปกป้องร่างเดิมมาตลอด
สวีเถาเถาอาจจะมีข้อบกพร่องเล็ก ๆ น้อย ๆ มากมาย แต่ข้อดีอย่างหนึ่งของเธอคือการปกป้องคนของตัวเอง
"พี่จินฮวาคะ ฉันเข้าใจในความจริงจังกับการสอบของพี่นะ แต่พี่วางใจได้เลย ถึงนี่จะเป็นแค่การสอบเข้าทำงานที่ดูไม่ได้สำคัญอะไรกับฉันมากนัก แต่ฉันก็จะตั้งใจทำมันอย่างเต็มที่เหมือนกัน"
ถึงแม้ตอนพูดประโยคนี้สวีเถาเถาจะยิ้มอยู่ตลอด แต่สายตาที่มองไปยังเหยาจินฮวานั้นเรียบนิ่ง
เหยาจินฮวาหน้าเสีย เธอรู้สึกว่าน้ำเสียงของสวีเถาเถานั้นกำลังเยาะเย้ยเธอที่ยังเป็นแค่พนักงานชั่วคราว
เธอพึมพำเบา ๆ "พูดอย่างกับว่าถ้าเธอตั้งใจก็จะสอบติดอย่างนั้นแหละ"
"ฉันจะสอบติดหรือไม่ก็เป็นเรื่องของฉัน ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพี่จินฮวาเลยนะ" สวีเถาเถาพูด
บรรยากาศพลันตึงเครียดขึ้นมาทันที
"เอ่อ กั๋วหัว กั๋วเฉียง ฉันมีเรื่องจะคุยกับพวกนาย พวกเราไปทางนั้นหน่อยได้ไหม..."
อันซู่เซิงก็รู้จักพี่ชายใหญ่และพี่ชายรองตระกูลสวีเช่นกัน แม้ว่าพี่ชายใหญ่จะดูหม่นหมองไปบ้างเมื่อเห็นทั้งสองเดินมาด้วยกัน แต่ก็ยังสนิทสนมกับอันซู่เซิงอยู่พอสมควร
ชายทั้งสามคนทำทีเป็นเดินไปรวมกลุ่มคุยกัน โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของพวกผู้หญิง
เมื่อพวกผู้ชายเดินจากไปแล้ว เหลือเพียงสองพี่น้องกับเหยาจินฮวา เหยาจินฮวาโดนสวีเถาเถาต่อว่าอย่างไม่ไว้หน้าไปชุดใหญ่ ทำเอาเธอโกรธจนไม่คุยกับทั้งสองคน
แต่สวีเถาเถาไม่ได้สนใจหรอก ผู้หญิงอย่างเหยาจินฮวาถูกเอาอกเอาใจมานานเกินไปแล้ว
การที่เธอมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในฉายาของ 'ดอกไม้งามแห่งบ้านพักพนักงาน' ทำให้เธอเหลิงจนลืมตัว ทนเห็นคนอื่นสวยกว่าไม่ได้ มันเป็นแค่ความอิจฉาของผู้หญิงเท่านั้น
เธอกับเหยาจินฮวาไม่ได้สนิทกันมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
ส่วนสวีลี่ลี่ก็ตำหนิเหยาจินฮวาที่จงใจหาเรื่องน้องสาวของตัวเองในวันนี้ยกใหญ่ เมื่อเทียบกับเหยาจินฮวาที่เป็นคนนอก สวีลี่ลี่ย่อมเข้าข้างน้องสาวของตัวเองมากกว่าอยู่แล้ว
เธอเอียงตัวกระซิบกระซาบกับสวีเถาเถา ชัดเจนว่าตั้งใจจะขีดเส้นกั้นระหว่างพวกเธอกับเหยาจินฮวา
ทำเอาเหยาจินฮวาโกรธจนปากเบี้ยว
ตอนนี้สถานการณ์ระหว่างทั้งสามคนค่อนข้างน่าอึดอัด
โชคดีที่ไม่ต้องรอนาน พอเสียงฆ้องทองเหลืองดังขึ้น ทุกคนก็ได้รับป้ายหมายเลข แล้วเข้าห้องสอบตามลำดับ ซึ่งก็คือโรงอาหารของโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์
โรงอาหารใหญ่ที่เคยว่างเปล่ากลับเต็มไปด้วยผู้คนในพริบตา
สวีเถาเถามีสมาธิจดจ่ออยู่กับข้อสอบ เมื่อได้รับข้อสอบมาก็พลิกดูอย่างรวดเร็ว พบว่าโดยรวมแล้วเธอก็ยังพอทำได้ ไม่ได้ยากเกินไปนัก แต่สำหรับเด็กหนุ่มสาวเหล่านี้คงไม่ใช่เรื่องง่าย
หลังจากดูข้อสอบคร่าว ๆ จนเสร็จ เธอก็ก้มหน้าก้มตาลงทำข้อสอบ เวลาค่อย ๆ ผ่านไป จนกระทั่งทำข้อสอบข้อสุดท้ายเสร็จ สวีเถาเถาก็บีบนวดต้นคอเพราะรู้สึกเมื่อยเล็กน้อย เมื่อเงยหน้าขึ้นมองรอบห้องก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าผู้เข้าสอบกว่าครึ่งห้องได้ออกไปแล้ว
สวีเถาเถาใจหายวาบ นี่เธอประเมินผิดไปเหรอ?
ข้อสอบมันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?
ถ้าไม่ใช่แบบนั้น แล้วทำไมถึงมีคนส่งข้อสอบก่อนเวลาเยอะขนาดนี้กันล่ะ?
สวีเถาเถาสะกดความรู้สึกผิดหวังเอาไว้ในใจ ตรวจทานข้อสอบทั้งหมดอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นส่งกระดาษคำตอบ
เมื่อเธอเดินออกมา พบว่าพี่ชายคนโต พี่ชายคนรอง และพี่สาวคนโตทั้งสามคนยืนรออยู่ที่หน้าประตูด้วยท่าทางเบื่อหน่าย ที่สำคัญคือดูเหมือนว่าพวกเขาจะรอมาสักพักใหญ่แล้ว
ทันทีที่เธอออกมา สวีลี่ลี่ก็บ่นออกมาทันที "น้องเล็ก! ทำไมเธอช้าจังล่ะ! ถ้าทำไม่ได้ก็เขียนมั่ว ๆ แล้วส่งไปสิ คนที่รู้ก็คิดว่าเธอกำลังสอบอยู่ข้างใน แต่คนที่ไม่รู้ก็ต้องคิดว่าเธอกำลังออกข้อสอบอยู่แน่ ๆ "
ขณะที่สวีเถาเถากำลังจะอ้าปากพูด สวีลี่ลี่ก็ถอนหายใจ "ช่างมันเถอะ ข้อสอบครั้งนี้ยากมาก จินฮวาก็บอกฉันว่ามีอยู่หลายข้อที่ทำไม่ได้ ตอนนี้เธอคงนั่งหลับอยู่ข้างในแน่ ๆ ปล่อยเธอไว้แบบนั้นแหละ!"
สวีเถาเถากลืนคำพูดที่กำลังจะพูดออกมาลงคอไป
ช่างเถอะ รอให้ผลสอบออกก่อนค่อยว่ากัน
แน่นอนว่าผลสอบคงไม่ออกเร็วขนาดนั้น อย่างน้อยต้องรอจนถึงพรุ่งนี้กว่าจะประกาศ เพราะมีคนสอบมากกว่าร้อยคน จะตรวจข้อสอบทีก็คงต้องใช้เวลา
สวีเถาเถาลาหยุดแค่ครึ่งวัน หลังจากบอกลาพี่ ๆ แล้ว เธอก็ไปทำงานเหมือนเดิม ที่ร้านอาหารของรัฐมีอาหารกลางวันสำหรับพนักงาน เธอมักจะทานข้าวที่นั่นเป็นประจำ
เพียงแต่วันนี้สวีเถาเถาอาจจะโชคไม่ดี เธอยังไม่ทันเดินไปถึงร้านอาหารของรัฐเลย ก็พบกับผู้ชายคนหนึ่งเข้าพอดี
ผู้ชายคนนั้นอายุราวสามสิบต้น ๆ หน้าตาธรรมดา มีไฝสีดำเม็ดใหญ่ที่มุมปาก แต่งตัวดูดี โดยเฉพาะรองเท้าหนังที่สวมอยู่ซึ่งดูใหม่เอี่ยมเงาวับ แต่เขากลับจ้องมองสวีเถาเถาด้วยสายตาดูถูก
"เธอคือสวีเถาเถาสินะ? หน้าตาก็พอใช้ได้นี่ ผิวขาวดี ไม่เห็นน่าเกลียดอย่างที่แม่ผมบอกเลย"
น่าเกลียดบ้านแม่แกสิ!
สวีเถาเถาหน้าบึ้งทันที เธอเกลียดที่สุดเวลาคนอื่นมาบอกว่าเธอน่าเกลียด
"คุณเป็นใคร ฉันไม่รู้จักคุณนะคะ"
"ผมก็เป็นสามีเธอไง!"
ชายคนนั้นพูดพลางหัวเราะเยาะ แล้วยื่นมือมาหมายจะคว้าแขนของสวีเถาเถา
"ไปกันเถอะ วันนี้ผมมีเวลา พวกเราไปจดทะเบียนสมรสกัน ผู้หญิงผอมแห้งหน้าอกแบนอย่างเธอ ผมยังไม่รังเกียจเลย แล้วทำไมเธอถึงกล้ามารังเกียจผมล่ะ วันนี้เราไปจดทะเบียนกัน แล้วเดี๋ยวจะพาไปเจอลูกที่บ้านผมทั้งสองคน ต่อไปผมก็จะเป็นสามีของเธอ ลูกของผมก็จะเป็นลูกของเธอ เธอต้องดูแลพวกเขาให้ดี ๆ ปกติผมงานยุ่งจะตาย ผู้หญิงที่ต้องมาเลี้ยงลูกอย่างเธอ ออกมาเพ่นพ่านข้างนอกมันทำให้ผมขายหน้า เรื่องงานน่ะยกให้น้องสาวผมทำไปเถอะ หลังจากนี้เธอก็อยู่บ้านทำกับข้าวเลี้ยงลูกไป"
"คุณบ้าไปแล้วหรือไง ใครจะไปจดทะเบียนสมรสกับคุณกัน!"
สวีเถาเถาสะบัดมือของชายคนนั้นออก แล้วเตะเขาไปหนึ่งที "หน้าตาคุณน่าเกลียดขนาดนี้ ยังจะกล้ามาฝันเฟื่องอีกนะ!"
เธอพอจะเดาออกแล้วว่าไอ้บ้านี่เป็นใคร คงเป็นคู่หมั้นคู่หมายที่ย่ากับป้าใหญ่หามาให้เธอนั่นแหละ ลูกชายของผู้จัดการโรงงานฟอกหนังนั่นเอง
ทั้งให้เธอเลี้ยงลูกให้ ทั้งจะให้ยกงานให้น้องสาวของเขาอีก สวีเถาเถาถึงกับหัวเราะออกมาทั้งที่กำลังโกรธจัด