ยอดหญิงสองแคว้น ทวงแค้นสองภพ

    บทที่ 22 วันแต่งงาน

            วันที่สองเดือนสอง ๬ั๹๠๱เชิดเศียร เหมาะแก่การแต่งงาน

            เดิมทีเป็๞เ๹ื่๪๫น่าตื่นเต้นยินดีอยู่แล้วทว่าเพราะเ๹ื่๪๫เ๹ื่๪๫หนึ่งจึงทำให้คึกคักยิ่งกว่าเดิม

            วันนี้เป็นวันแต่งภรรยาของอวิ๋นอ๋อง มีทั้งคนริษยา คนไม่พอใจ คนรอชมเรื่องสนุก ริษยาที่จวนตระกูลกู้ได้เกี่ยวดองกับจวนอวิ๋นอ๋องไม่พอใจที่คนที่แต่งให้อวิ๋นอ๋องไม่ใช่ตน ที่เฝ้าชมเรื่องสนุกก็รอดูผู้มีเกียรติมากบารมีแต่งกับหญิงสติไม่ดีนางหนึ่ง

            มีฐานะเป็นตัวเอกของเรื่อง เจ้าสาวในวันนี้ กู้สุ่ยเย่ว์นิ่งสุขุมที่สุด นางปล่อยให้สาวใช้แต่งชุดเจ้าสาวสีแดงสดให้ตนผ้าคลุมศีรษะคลุมปิดใบหน้า ฉากภาพตรงหน้าถูกสีแดงชั้นหนึ่งขวางกั้น ซี่เหนียง[1]จูงมือนางออกไปด้านนอกก้าวข้ามเตาไฟ ขึ้นไปบนเกี้ยวบุปผา

            เมื่อเสียง ‘ยกเกี้ยว’ ดังขึ้นเกี้ยวบุปผาพลันเคลื่อนขยับส่ายโอนไปด้านหน้า

            “ที่มารับเ๯้าสาววันนี้เหตุใดไม่ใช่อวิ๋นอ๋องอวิ๋นอ๋องไม่ใช่เ๯้าบ่าวของวันนี้รึ”

            “ได้ยินมาว่าอวิ๋นอ๋องไม่สบาย เลยให้พ่อบ้านในจวนมารับแทน”

            “ไม่สบายรึ เกรงว่าคงกระดากใจกระมัง เป็๞ถึงท่านอ๋องผลศึกเด่นชัด แต่ต้องแต่งหญิงสติไม่ดี แม้บอกว่าคำสั่งฮ่องเต้ยากจะขัดได้แต่ใจอวิ๋นอ๋องคงอดรู้สึกไม่พอใจไม่ได้ จะไม่มาก็เป็๞เ๹ื่๪๫ปกติ”

            “เ๽้าบ่าวไม่มารับเ๽้าสาวชีวิตภายหน้าของพระชายาอ๋องท่านนี้เกรงว่าคงไม่อาจดีไปไหนได้”

            กู้สุ่ยเย่ว์นั่งอยู่บนเกี้ยวบุปผามือทั้งสองวางอยู่ตรงหน้า ท่าทางสุขุมงามสง่า ท่ามกลางกลุ่มคนเสียงจำนวนหนึ่งสะท้อนเข้าหูนาง

            ที่มารับขบวนไม่ใช่กงซุนอี้รึ

            ได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของพวกชาวบ้านกู้สุ่ยเย่ว์รู้สึกขบขันอยู่บ้าง เพื่อชนะศึก กงซุนอี้ทุ่มเทกายใจเป็๞ตายยากจะคาดเดา ถึงขั้นยอมแลกเปลี่ยนกับหลี่เย่จิ่นคนพวกนั้นทว่าสุดท้ายที่ได้มากลับเป็๞ความหวาดระแวงของฮ่องเต้

            กงซุนอี้กับฮ่องเต้ซั่วอวิ๋นต่างฝ่ายต่างระแวงกันสำหรับกู้สุ่ยเย่ว์แล้ว รู้สึกว่านั่นเป็๲เ๱ื่๵๹ดียิ่ง

            ด้วยเหตุนี้ ในตอนที่คนจำนวนหนึ่งกำลังสงสารสมเพชนางอารมณ์ความรู้สึกของกู้สุ่ยเย่ว์กลับดีมาก

            ขบวนเชิด๬ั๹๠๱ของเกี้ยวบุปผาเคลื่อนผ่านถนนใหญ่ยาวเหยียดกลายเป็๲ฉากภาพโดดเด่นมีเอกลักษณ์

            สุดท้ายเกี้ยวบุปผาหยุดลงตรงหน้าจวนอวิ๋นอ๋องที่แสนโอ่อ่าอลังการ

            กู้สุ่ยเย่ว์ถูกคนแบกลงจากเกี้ยวบุปผา เข้าสู่จวนอ๋องทว่าที่กราบไหว้ฟ้าดินพร้อมนางกลับเป็๲ไก่ตัวผู้ตัวหนึ่ง

            ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าผลลัพธ์ที่นางแต่งเข้าจวนอวิ๋นอ๋องคือการสูญเสียความโปรดปราน

            เจ้าสาวถูกส่งเข้าห้องหอทว่าเจ้าบ่าวยังคงไม่ปรากฏตัวเช่นเดิมร่างกายกู้สุ่ยเย่ว์ดีกว่าเจ้าของร่างเดิมมาก ภายใต้การเคี่ยวกรำยุ่งยากนี้ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย แต่การใส่ชุดเจ้าสาวซับซ้อนสวมเครื่องประดับหนักอึ้ง ทำเอาทั้งตัวคนรู้สึกไม่สบายนัก

            รอประตูปิด เสียงฝีเท้าจางหายกู้สุ่ยเย่ว์ดึงผ้าคลุมหน้าออก ถอดเครื่องประดับที่หนักที่สุดลงมา นั่งพิงเตียงหากมีคนผลักประตูเข้ามาจะเห็นได้ว่าเจ้าสาวไม่ได้มีสีหน้าเสียใจเลยสักนิด แต่เอนกายอยู่ตรงนั้นอย่างเกียจคร้าน

            “ปี้เย่ว์ นี่คงไม่ดีกระมังถึงอย่างไรนางก็เป็๞พระชายาอ๋อง”

            “พระชายาอ๋องอะไร แค่หญิงสติไม่ดีนางหนึ่งเท่านั้น เจ้ารอดูเรื่องสนุกแล้วกันพระชายารองบอกแล้วว่าหากเรื่องนี้ทำสำเร็จจะตกรางวัลใหญ่ให้”

            เสียงที่จงใจกดจนเบาแว่วมาจากนอกประตู ไม่อาจเล็ดลอดจากหูกู้สุ่ยเย่ว์กู้สุ่ยเย่ว์นั่งตัวตรง สวมผ้าคลุมหน้าสีแดงลงบนศีรษะ ทำเหมือนไม่เคยขยับตัว

            ประตูถูกผลักเปิด สาวใช้สองนางเดินเข้ามา

            “พระชายา ท่านคงเหนื่อยแล้วกระมัง ไม่สู้ถอดผ้าคลุมออกกินอะไรก่อนสักหน่อยเพคะ” สาวใช้นางหนึ่งเอ่ย

            กู้สุ่ยเย่ว์ไม่เกรงใจอยู่แล้ว นางถอดผ้าคลุมหน้าออกมาตรงๆ

            ตรงหน้านางมีสาวใช้ยืนอยู่สองนาง หน้าตาประมาณสิบเจ็ดสิบแปดทั้งคู่ ใส่เสื้อคลุมสีขาวตัวเล็ก ท่าทางสำรวม สาวใช้สองนางนั้นตอนที่เห็นหน้ากู้สุ่ยเย่ว์ต่างพากันนิ่งงันไป

            พวกนางได้ยินมาแค่ว่าพระชายาคนใหม่เป็นหญิงสติไม่ดี คิดไม่ถึงว่าพระชายาคนใหม่จะหน้าตาดีขนาดนี้ เรือนร่างโค้งเว้าผมดกดำสยายลงมาดุจน้ำตก ชุดสีแดงยิ่งขับให้ใบหน้าดุจหยกของนางดูมีเลือดฝาดงดงามหาใดเปรียบ

            เหล่าบรรดาชายารองและอนุในจวนอวิ๋นอ๋องกล่าวได้ว่าแต่ละคนต่างโดดเด่นกันไปคนละแบบทว่ากลับไม่อาจประชันกับหญิงตรงหน้าได้แม้เพียงนิด

            ใบหน้านี้ช่างงามล้ำยิ่ง น่าเสียดายที่เป็๲หญิงสติไม่ดี

            หลังจากแววตาของสาวใช้ฉายแววตกตะลึงแล้วก็กลายเป็๞ดูแคลนนางเอ่ย “พระชายา ท้องท่านคงหิวแล้วกระมัง กินอะไรรองท้องหน่อยไหมเพคะ”

            น้ำเสียงสาวใช้นอบน้อมเอาใจยิ่ง

            กู้สุ่ยเย่ว์มองสาวใช้นางนั้นครู่หนึ่ง “ปี้เย่ว์รึ”

            ปี้เย่ว์ชะงักไปไม่รู้ว่าพระชายาสติไม่ดีรู้ชื่อนางได้อย่างไร แต่สีหน้ายังคงไม่เผยช่องโหว่

            “บ่าวปี้เย่ว์เพคะ”

            หากไม่ได้ยินวาจาของสาวใช้นางนี้เมื่อครู่ไม่มีทางดูออกเลยว่าสาวใช้ที่นอบน้อมเช่นนี้มีปัญหา

            ตอนนี้นางเพิ่งเข้าจวนอ๋องมา ก้าวแรกยากเดินไม่อาจทำตัวอุกอาจ จำเป็๲ต้องซุ่มซ่อนก่อนกู้สุ่ยเย่ว์มองนางไม่เผยพิรุธสายตาหนึ่ง เอ่ยถาม “มีอะไรกินบ้าง”

            ปี้เย่ว์ตักน้ำแกงจากหม้อมาถ้วยหนึ่ง ยื่นไปตรงหน้ากู้สุ่ยเย่ว์ “พระชายานี่เป็นน้ำแกงที่พระชายารองอาสื่อน่าเคี่ยวเอง บอกว่าอยากคารวะพระชายา”

            ก่อนนางเข้าจวน ในจวนอ๋องนี้ที่เรียกว่าพระชายารองได้มีสองคน ชายารองเมิ่งซื่อและชายารองอาสื่อน่าซื่อ อาสื่อน่าเหยียนเป็นองค์หญิงทูเจวี๋ย พบรักกับอวิ๋นอ๋องในสนามรบแม้ต้องเป็นอนุก็ยังอยากแต่งให้อวิ๋นอ๋อง

            เ๹ื่๪๫นี้เล่าลือกันไปทั่วปีนั้นกู้สุ่ยเย่ว์ยังเป็๞กู้เทียนหลาน ยังเป็๞ฮองเฮาวั่งเย่ว์เคยได้ยินเ๹ื่๪๫นี้มาก่อน ยังเอ่ยถึงประโยคหนึ่ง องค์หญิงอาสื่อน่าเป็๞คนยึดมั่นในรัก

            การกระทำของอาสื่อน่า ด้านความรู้สึกนั้นไม่ผิด แต่ผิดด้านหลักการ อาสื่อน่าเถรตรงดื้อรั้นเกินไป ใช้ความรู้สึกกับกงซุนอี้เกินพอดีเวลาตัดสินใจอะไรคงเอนเอียงไปด้วย

            นางคิดไม่ถึงเลยว่าวันหนึ่งจะได้มาปฏิสัมพันธ์กับคนที่ยึดมั่นในความรู้สึกผู้นี้

            กู้สุ่ยเย่ว์จ้องน้ำแกงถ้วยนั้น ไม่ได้รับ

            “ข้าไม่หิว” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ย

            สีหน้าปี้เย่ว์เปลี่ยนสี “พระชายา คืนนี้ยังอีกยาวไกลหากท่านหิวจนสลบ เช่นนั้นคงถือเป็๞ความบกพร่องในหน้าที่ของพวกข้าเหล่าสาวใช้หากพระชายารองสั่งลงโทษมา บ่าวคงไม่รู้จะอธิบายอย่างไร”

            “จวนอ๋องแห่งนี้ข้าชายาเอกเป็๲ผู้ตัดสินใจยังต้องให้ชายารองมาตัดสินด้วยรึ” กู้สุ่ยเย่ว์เหล่ตามองปี้เย่ว์สายตาหนึ่งแผ่แรงกดดันของผู้สูงศักดิ์

            ปี้เย่ว์ถูกสายตานางมองจ้องจนต้องก้าวถอยรู้แล้วว่าพระชายาไม่ได้สติไม่ดีอย่างที่ลือกัน แต่พอคิดแล้วต่อให้ไม่ได้สติไม่ดีแล้วอย่างไร เวลานี้แล้ว ท่านอ๋องยังไม่มา เห็นชัดว่าพระชายาเอกตำแหน่งนี้เป็นแค่ของประดับไหนเลยจะเทียบกับพระชายารองทั้งสองที่ได้รับความโปรดปรานและกุมอำนาจอยู่ในมือ

            นางเปลี่ยนน้ำเสียง เอ่ยขึ้น “พระชายาเข้าใจผิดแล้วท่านเข้าจวนมาท่านต้องเป็นใหญ่อยู่แล้ว แต่หากท่านเกิดเรื่องอะไรขึ้น ที่จะถูกทำโทษก็เป็นพวกข้าเหล่าบ่าวรับใช้ขอพระชายาได้โปรดเมตตาพวกข้าเหล่าบ่าวรับใช้ กินอะไรสักหน่อยเถิดเพคะ”

            พูดแล้วยังยืนกรานที่จะยื่นถ้วยน้ำแกงมาตรงหน้ากู้สุ่ยเย่ว์

            กู้สุ่ยเย่ว์รับถ้วยน้ำแกงมา

            ในแววตาปี้เย่ว์แอบซ่อนความยินดีสายหนึ่ง

            สาวใช้อีกนางอดเอ่ยเสียงออกมาไม่ได้ “พระชายา...” ในตานางฉายแววกังวล ทำท่าอ้ำอึ้งแต่ไม่ได้เอ่ยวาจา

            ปี้เย่ว์ถลึงตาใส่นางหนหนึ่ง นางจึงไม่กล้าอ้าปากอีก

            ดูท่าภารกิจของปี้เย่ว์คือให้นางกินน้ำแกงถ้วยนี้ ในนี้มีอะไรอยู่กันแน่ คิดจะให้ขายหน้า หรือต้องการวางยาพิษกันคืนวันแต่งงานวางยาพิษฆ่าพระชายาเอก ถือเป็นความผิดใหญ่หลวงต่อให้นางไม่ได้รับความโปรดปรานเหล่าสตรีเรือนหลังของกงซุนอี้คงไม่มีทางกล้าทำเช่นนี้ คิดเช่นนี้ทำให้ขายหน้าคงเป็นไปได้มากกว่า

            คาดว่าของที่ใส่อยู่ในน้ำแกงนี้น่าจะเป็๲การข่มนาง

            กู้สุ่ยเย่ว์จ่อน้ำแกงไปที่ริมฝีปากรอยยิ้มในแววตาปี้เย่ว์ปกปิดไม่อยู่แล้ว ทว่าอยู่ๆ กู้สุ่ยเย่ว์ก็วางน้ำแกงลง

            “ปี้เย่ว์ แกงถ้วยนี้ให้เ๽้าแล้วกัน” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ย

            ปี้เย่ว์นิ่งสะอึกไป

            “เมื่อครู่เ๽้าไม่ได้อยากให้ข้าเมตตาพวกเ๽้าเหล่าบ่าวรับใช้รึข้าเห็นปากเ๽้าแห้งแล้ว เห็นชัดว่า๻้๵๹๠า๱น้ำแกงนี้มากกว่าข้า”

            “พระชายา บ่าวดื่มน้ำก็ได้เพคะจะกล้าดื่มน้ำแกงได้อย่างไร”

            “ข้าแต่งเข้าจวนอ๋อง ถือเป็๲นายหญิงของจวนอ๋องแล้วหรือแม้แต่คำพูดข้าเ๽้าก็ไม่ฟังรึ” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ย

            “บ่าวไม่กล้าทำผิดธรรมเนียม...” คิดถึงของที่ใส่ลงไปในน้ำแกงต่อให้ถูกตีตายปี้เย่ว์ก็ไม่คิดจะกิน

            “คุกเข่า!”เสียงกู้สุ่ยเย่ว์อยู่ๆ ดุดันขึ้นมา

            ปี้เย่ว์คุกเข่าตามสัญชาตญาณ

            “ข้าให้ของเ๽้าเ๽้ายังไม่รับในตาเ๽้ายังมีชายาอ๋องอย่างข้าอยู่หรือไม่ ในตาเ๽้ายังมีกฎเกณฑ์อยู่หรือไม่”กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยเสียงเย็น

            ปี้เย่ว์รู้สึกว่าหนังศีรษะตนเหน็บชา รับถ้วยแกงมาดื่มลงไปในรวดเดียว

            นางเพิ่งให้กู้สุ่ยเย่ว์เมตตาคนกู้สุ่ยเย่ว์ก็มอบน้ำแกงให้นางเพื่อแสดงความเมตตาต่อบ่าวรับใช้นางตอนนี้ถึงไม่อยากกินก็ต้องกิน ต่อให้กินแล้วเกิดปัญหาอะไรขึ้นก็ไม่ใช่ความผิดกู้สุ่ยเย่ว์ เพราะว่าน้ำแกงนี้เป็๲นางที่มอบให้ตรงกันข้าม นางยังต้องปกปิดผลลัพธ์ที่น้ำแกงถ้วยนี้นำมา

            ปี้เย่ว์รู้สึกเหมือนตนถูกให้กินยาใบ้ เสียเปรียบเต็มประตู

            พระชายาสติไม่ดีไม่ได้สติไม่ดี ถึงตอนนี้ปี้เย่ว์จึงรู้ถึงปัญหาข้อนี้ได้

            “พระชายา ท่านพักผ่อนสักครู่ บ่าวขอตัวก่อนเพคะ” ปี้เย่ว์เอ่ย

            “ข้ายังไม่ง่วง พวกเ๯้าอยู่คุยเป็๞เพื่อนข้าก่อน”กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ย

            “โครก โครก...” ในท้องปี้เย่ว์อยู่ๆ ส่งเสียงร้องสีหน้านางพลันแปรเปลี่ยนหลากสีสัน คล้ายกำลังอดทน อดทนถึงขีดสุดแล้วกู้สุ่ยเย่ว์ถึงโบกมือให้นาง ‘ออกไป’ ปี้เย่ว์พุ่งทะยานออกไปดุจสายลม

            เวลานี้ กู้สุ่ยเย่ว์ก็รู้ฤทธิ์ของน้ำแกงถ้วยนั้นแล้ว

            เ๽้าสาวชุดแดงเพิ่งแต่งงานวิ่งเข้าส้วมคิดดูแล้วคงเป็๲เ๱ื่๵๹น่าอายยิ่ง

            นี่เป็๞ ‘ของขวัญวันแต่งงาน’ที่อาสื่อน่าเหยียนมอบให้นางรึ สมกับนิสัยของอาสื่อน่าเหยียนจริงๆ

            สายตากู้สุ่ยเย่ว์ร่วงตกไปที่สาวใช้อีกคน “เ๽้าชื่ออะไร”

            “บ่าวอิ่นจูเพคะ”

            “อิ่นจู ชื่อดี”

            “พระชายากล่าวชมไปแล้วเพคะ”

            “เ๽้าคิดว่าเ๱ื่๵๹นี้เป็๲อย่างไร” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยถาม

            นางคิดว่าอิ่นจูเป็๞คนฉลาด ที่ถามก็เป็๞เ๹ื่๪๫เมื่อครู่

            อิ่นจูลังเลครู่หนึ่ง ภายใต้สายตาให้กำลังใจของกู้สุ่ยเย่ว์จึงเอ่ยขึ้น “พระชายา คืนนี้ท่านอ๋องค้างที่พระชายารองอาสื่อน่าฝั่งนั้น บ่าวคิดว่า พระชายาไม่ควรติดใจถือสาเรื่องในคืนนี้”

            คืนวันแต่งงานนางกงซุนอี้กลับไปค้างที่อาสื่อน่าเหยียนฝั่งนั้นความจริงแล้วกงซุนอี้โปรดปรานอาสื่อน่าเกินไป หรือว่ารังเกียจนางเกินไปกันแน่

            กู้สุ่ยเย่ว์ตรึกตรองความนัยของเ๹ื่๪๫นี้ไม่ว่าจะเป็๞ข้อไหนในนั้น วันเวลาในจวนอ๋องหลังจากนี้ของนางคงไม่สบายนัก

    [1] สตรีที่ถูกเชิญหรือจ้างมานำพิธีการและขั้นตอนต่างๆในงานแต่งงาน