วันที่สองเดือนสอง ัเชิดเศียร เหมาะแก่การแต่งงาน
เดิมทีเป็เื่น่าตื่นเต้นยินดีอยู่แล้วทว่าเพราะเื่เื่หนึ่งจึงทำให้คึกคักยิ่งกว่าเดิม
วันนี้เป็นวันแต่งภรรยาของอวิ๋นอ๋อง มีทั้งคนริษยา คนไม่พอใจ คนรอชมเรื่องสนุก ริษยาที่จวนตระกูลกู้ได้เกี่ยวดองกับจวนอวิ๋นอ๋องไม่พอใจที่คนที่แต่งให้อวิ๋นอ๋องไม่ใช่ตน ที่เฝ้าชมเรื่องสนุกก็รอดูผู้มีเกียรติมากบารมีแต่งกับหญิงสติไม่ดีนางหนึ่ง มีฐานะเป็นตัวเอกของเรื่อง เจ้าสาวในวันนี้ กู้สุ่ยเย่ว์นิ่งสุขุมที่สุด นางปล่อยให้สาวใช้แต่งชุดเจ้าสาวสีแดงสดให้ตนผ้าคลุมศีรษะคลุมปิดใบหน้า ฉากภาพตรงหน้าถูกสีแดงชั้นหนึ่งขวางกั้น ซี่เหนียง[1]จูงมือนางออกไปด้านนอกก้าวข้ามเตาไฟ ขึ้นไปบนเกี้ยวบุปผาเมื่อเสียง ‘ยกเกี้ยว’ ดังขึ้นเกี้ยวบุปผาพลันเคลื่อนขยับส่ายโอนไปด้านหน้า
“ที่มารับเ้าสาววันนี้เหตุใดไม่ใช่อวิ๋นอ๋องอวิ๋นอ๋องไม่ใช่เ้าบ่าวของวันนี้รึ”
“ได้ยินมาว่าอวิ๋นอ๋องไม่สบาย เลยให้พ่อบ้านในจวนมารับแทน”
“ไม่สบายรึ เกรงว่าคงกระดากใจกระมัง เป็ถึงท่านอ๋องผลศึกเด่นชัด แต่ต้องแต่งหญิงสติไม่ดี แม้บอกว่าคำสั่งฮ่องเต้ยากจะขัดได้แต่ใจอวิ๋นอ๋องคงอดรู้สึกไม่พอใจไม่ได้ จะไม่มาก็เป็เื่ปกติ”
“เ้าบ่าวไม่มารับเ้าสาวชีวิตภายหน้าของพระชายาอ๋องท่านนี้เกรงว่าคงไม่อาจดีไปไหนได้”
กู้สุ่ยเย่ว์นั่งอยู่บนเกี้ยวบุปผามือทั้งสองวางอยู่ตรงหน้า ท่าทางสุขุมงามสง่า ท่ามกลางกลุ่มคนเสียงจำนวนหนึ่งสะท้อนเข้าหูนาง
ที่มารับขบวนไม่ใช่กงซุนอี้รึ
ได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของพวกชาวบ้านกู้สุ่ยเย่ว์รู้สึกขบขันอยู่บ้าง เพื่อชนะศึก กงซุนอี้ทุ่มเทกายใจเป็ตายยากจะคาดเดา ถึงขั้นยอมแลกเปลี่ยนกับหลี่เย่จิ่นคนพวกนั้นทว่าสุดท้ายที่ได้มากลับเป็ความหวาดระแวงของฮ่องเต้
กงซุนอี้กับฮ่องเต้ซั่วอวิ๋นต่างฝ่ายต่างระแวงกันสำหรับกู้สุ่ยเย่ว์แล้ว รู้สึกว่านั่นเป็เื่ดียิ่ง
ด้วยเหตุนี้ ในตอนที่คนจำนวนหนึ่งกำลังสงสารสมเพชนางอารมณ์ความรู้สึกของกู้สุ่ยเย่ว์กลับดีมาก
ขบวนเชิดัของเกี้ยวบุปผาเคลื่อนผ่านถนนใหญ่ยาวเหยียดกลายเป็ฉากภาพโดดเด่นมีเอกลักษณ์
สุดท้ายเกี้ยวบุปผาหยุดลงตรงหน้าจวนอวิ๋นอ๋องที่แสนโอ่อ่าอลังการ
กู้สุ่ยเย่ว์ถูกคนแบกลงจากเกี้ยวบุปผา เข้าสู่จวนอ๋องทว่าที่กราบไหว้ฟ้าดินพร้อมนางกลับเป็ไก่ตัวผู้ตัวหนึ่ง
ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าผลลัพธ์ที่นางแต่งเข้าจวนอวิ๋นอ๋องคือการสูญเสียความโปรดปราน เจ้าสาวถูกส่งเข้าห้องหอทว่าเจ้าบ่าวยังคงไม่ปรากฏตัวเช่นเดิมร่างกายกู้สุ่ยเย่ว์ดีกว่าเจ้าของร่างเดิมมาก ภายใต้การเคี่ยวกรำยุ่งยากนี้ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย แต่การใส่ชุดเจ้าสาวซับซ้อนสวมเครื่องประดับหนักอึ้ง ทำเอาทั้งตัวคนรู้สึกไม่สบายนัก รอประตูปิด เสียงฝีเท้าจางหายกู้สุ่ยเย่ว์ดึงผ้าคลุมหน้าออก ถอดเครื่องประดับที่หนักที่สุดลงมา นั่งพิงเตียงหากมีคนผลักประตูเข้ามาจะเห็นได้ว่าเจ้าสาวไม่ได้มีสีหน้าเสียใจเลยสักนิด แต่เอนกายอยู่ตรงนั้นอย่างเกียจคร้าน“ปี้เย่ว์ นี่คงไม่ดีกระมังถึงอย่างไรนางก็เป็พระชายาอ๋อง”
“พระชายาอ๋องอะไร แค่หญิงสติไม่ดีนางหนึ่งเท่านั้น เจ้ารอดูเรื่องสนุกแล้วกันพระชายารองบอกแล้วว่าหากเรื่องนี้ทำสำเร็จจะตกรางวัลใหญ่ให้” เสียงที่จงใจกดจนเบาแว่วมาจากนอกประตู ไม่อาจเล็ดลอดจากหูกู้สุ่ยเย่ว์กู้สุ่ยเย่ว์นั่งตัวตรง สวมผ้าคลุมหน้าสีแดงลงบนศีรษะ ทำเหมือนไม่เคยขยับตัวประตูถูกผลักเปิด สาวใช้สองนางเดินเข้ามา
“พระชายา ท่านคงเหนื่อยแล้วกระมัง ไม่สู้ถอดผ้าคลุมออกกินอะไรก่อนสักหน่อยเพคะ” สาวใช้นางหนึ่งเอ่ย
กู้สุ่ยเย่ว์ไม่เกรงใจอยู่แล้ว นางถอดผ้าคลุมหน้าออกมาตรงๆ
ตรงหน้านางมีสาวใช้ยืนอยู่สองนาง หน้าตาประมาณสิบเจ็ดสิบแปดทั้งคู่ ใส่เสื้อคลุมสีขาวตัวเล็ก ท่าทางสำรวม สาวใช้สองนางนั้นตอนที่เห็นหน้ากู้สุ่ยเย่ว์ต่างพากันนิ่งงันไป พวกนางได้ยินมาแค่ว่าพระชายาคนใหม่เป็นหญิงสติไม่ดี คิดไม่ถึงว่าพระชายาคนใหม่จะหน้าตาดีขนาดนี้ เรือนร่างโค้งเว้าผมดกดำสยายลงมาดุจน้ำตก ชุดสีแดงยิ่งขับให้ใบหน้าดุจหยกของนางดูมีเลือดฝาดงดงามหาใดเปรียบเหล่าบรรดาชายารองและอนุในจวนอวิ๋นอ๋องกล่าวได้ว่าแต่ละคนต่างโดดเด่นกันไปคนละแบบทว่ากลับไม่อาจประชันกับหญิงตรงหน้าได้แม้เพียงนิด
ใบหน้านี้ช่างงามล้ำยิ่ง น่าเสียดายที่เป็หญิงสติไม่ดี
หลังจากแววตาของสาวใช้ฉายแววตกตะลึงแล้วก็กลายเป็ดูแคลนนางเอ่ย “พระชายา ท้องท่านคงหิวแล้วกระมัง กินอะไรรองท้องหน่อยไหมเพคะ”
น้ำเสียงสาวใช้นอบน้อมเอาใจยิ่ง
กู้สุ่ยเย่ว์มองสาวใช้นางนั้นครู่หนึ่ง “ปี้เย่ว์รึ”
ปี้เย่ว์ชะงักไปไม่รู้ว่าพระชายาสติไม่ดีรู้ชื่อนางได้อย่างไร แต่สีหน้ายังคงไม่เผยช่องโหว่“บ่าวปี้เย่ว์เพคะ”
หากไม่ได้ยินวาจาของสาวใช้นางนี้เมื่อครู่ไม่มีทางดูออกเลยว่าสาวใช้ที่นอบน้อมเช่นนี้มีปัญหา
ตอนนี้นางเพิ่งเข้าจวนอ๋องมา ก้าวแรกยากเดินไม่อาจทำตัวอุกอาจ จำเป็ต้องซุ่มซ่อนก่อนกู้สุ่ยเย่ว์มองนางไม่เผยพิรุธสายตาหนึ่ง เอ่ยถาม “มีอะไรกินบ้าง”
ปี้เย่ว์ตักน้ำแกงจากหม้อมาถ้วยหนึ่ง ยื่นไปตรงหน้ากู้สุ่ยเย่ว์ “พระชายานี่เป็นน้ำแกงที่พระชายารองอาสื่อน่าเคี่ยวเอง บอกว่าอยากคารวะพระชายา” ก่อนนางเข้าจวน ในจวนอ๋องนี้ที่เรียกว่าพระชายารองได้มีสองคน ชายารองเมิ่งซื่อและชายารองอาสื่อน่าซื่อ อาสื่อน่าเหยียนเป็นองค์หญิงทูเจวี๋ย พบรักกับอวิ๋นอ๋องในสนามรบแม้ต้องเป็นอนุก็ยังอยากแต่งให้อวิ๋นอ๋องเื่นี้เล่าลือกันไปทั่วปีนั้นกู้สุ่ยเย่ว์ยังเป็กู้เทียนหลาน ยังเป็ฮองเฮาวั่งเย่ว์เคยได้ยินเื่นี้มาก่อน ยังเอ่ยถึงประโยคหนึ่ง องค์หญิงอาสื่อน่าเป็คนยึดมั่นในรัก
การกระทำของอาสื่อน่า ด้านความรู้สึกนั้นไม่ผิด แต่ผิดด้านหลักการ อาสื่อน่าเถรตรงดื้อรั้นเกินไป ใช้ความรู้สึกกับกงซุนอี้เกินพอดีเวลาตัดสินใจอะไรคงเอนเอียงไปด้วยนางคิดไม่ถึงเลยว่าวันหนึ่งจะได้มาปฏิสัมพันธ์กับคนที่ยึดมั่นในความรู้สึกผู้นี้
กู้สุ่ยเย่ว์จ้องน้ำแกงถ้วยนั้น ไม่ได้รับ
“ข้าไม่หิว” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ย
สีหน้าปี้เย่ว์เปลี่ยนสี “พระชายา คืนนี้ยังอีกยาวไกลหากท่านหิวจนสลบ เช่นนั้นคงถือเป็ความบกพร่องในหน้าที่ของพวกข้าเหล่าสาวใช้หากพระชายารองสั่งลงโทษมา บ่าวคงไม่รู้จะอธิบายอย่างไร”
“จวนอ๋องแห่งนี้ข้าชายาเอกเป็ผู้ตัดสินใจยังต้องให้ชายารองมาตัดสินด้วยรึ” กู้สุ่ยเย่ว์เหล่ตามองปี้เย่ว์สายตาหนึ่งแผ่แรงกดดันของผู้สูงศักดิ์
ปี้เย่ว์ถูกสายตานางมองจ้องจนต้องก้าวถอยรู้แล้วว่าพระชายาไม่ได้สติไม่ดีอย่างที่ลือกัน แต่พอคิดแล้วต่อให้ไม่ได้สติไม่ดีแล้วอย่างไร เวลานี้แล้ว ท่านอ๋องยังไม่มา เห็นชัดว่าพระชายาเอกตำแหน่งนี้เป็นแค่ของประดับไหนเลยจะเทียบกับพระชายารองทั้งสองที่ได้รับความโปรดปรานและกุมอำนาจอยู่ในมือ นางเปลี่ยนน้ำเสียง เอ่ยขึ้น “พระชายาเข้าใจผิดแล้วท่านเข้าจวนมาท่านต้องเป็นใหญ่อยู่แล้ว แต่หากท่านเกิดเรื่องอะไรขึ้น ที่จะถูกทำโทษก็เป็นพวกข้าเหล่าบ่าวรับใช้ขอพระชายาได้โปรดเมตตาพวกข้าเหล่าบ่าวรับใช้ กินอะไรสักหน่อยเถิดเพคะ” พูดแล้วยังยืนกรานที่จะยื่นถ้วยน้ำแกงมาตรงหน้ากู้สุ่ยเย่ว์กู้สุ่ยเย่ว์รับถ้วยน้ำแกงมา
ในแววตาปี้เย่ว์แอบซ่อนความยินดีสายหนึ่ง
สาวใช้อีกนางอดเอ่ยเสียงออกมาไม่ได้ “พระชายา...” ในตานางฉายแววกังวล ทำท่าอ้ำอึ้งแต่ไม่ได้เอ่ยวาจาปี้เย่ว์ถลึงตาใส่นางหนหนึ่ง นางจึงไม่กล้าอ้าปากอีก
ดูท่าภารกิจของปี้เย่ว์คือให้นางกินน้ำแกงถ้วยนี้ ในนี้มีอะไรอยู่กันแน่ คิดจะให้ขายหน้า หรือต้องการวางยาพิษกันคืนวันแต่งงานวางยาพิษฆ่าพระชายาเอก ถือเป็นความผิดใหญ่หลวงต่อให้นางไม่ได้รับความโปรดปรานเหล่าสตรีเรือนหลังของกงซุนอี้คงไม่มีทางกล้าทำเช่นนี้ คิดเช่นนี้ทำให้ขายหน้าคงเป็นไปได้มากกว่าคาดว่าของที่ใส่อยู่ในน้ำแกงนี้น่าจะเป็การข่มนาง
กู้สุ่ยเย่ว์จ่อน้ำแกงไปที่ริมฝีปากรอยยิ้มในแววตาปี้เย่ว์ปกปิดไม่อยู่แล้ว ทว่าอยู่ๆ กู้สุ่ยเย่ว์ก็วางน้ำแกงลง
“ปี้เย่ว์ แกงถ้วยนี้ให้เ้าแล้วกัน” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ย
ปี้เย่ว์นิ่งสะอึกไป
“เมื่อครู่เ้าไม่ได้อยากให้ข้าเมตตาพวกเ้าเหล่าบ่าวรับใช้รึข้าเห็นปากเ้าแห้งแล้ว เห็นชัดว่า้าน้ำแกงนี้มากกว่าข้า”
“พระชายา บ่าวดื่มน้ำก็ได้เพคะจะกล้าดื่มน้ำแกงได้อย่างไร”
“ข้าแต่งเข้าจวนอ๋อง ถือเป็นายหญิงของจวนอ๋องแล้วหรือแม้แต่คำพูดข้าเ้าก็ไม่ฟังรึ” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ย
“บ่าวไม่กล้าทำผิดธรรมเนียม...” คิดถึงของที่ใส่ลงไปในน้ำแกงต่อให้ถูกตีตายปี้เย่ว์ก็ไม่คิดจะกิน
“คุกเข่า!”เสียงกู้สุ่ยเย่ว์อยู่ๆ ดุดันขึ้นมา
ปี้เย่ว์คุกเข่าตามสัญชาตญาณ
“ข้าให้ของเ้าเ้ายังไม่รับในตาเ้ายังมีชายาอ๋องอย่างข้าอยู่หรือไม่ ในตาเ้ายังมีกฎเกณฑ์อยู่หรือไม่”กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยเสียงเย็น
ปี้เย่ว์รู้สึกว่าหนังศีรษะตนเหน็บชา รับถ้วยแกงมาดื่มลงไปในรวดเดียว
นางเพิ่งให้กู้สุ่ยเย่ว์เมตตาคนกู้สุ่ยเย่ว์ก็มอบน้ำแกงให้นางเพื่อแสดงความเมตตาต่อบ่าวรับใช้นางตอนนี้ถึงไม่อยากกินก็ต้องกิน ต่อให้กินแล้วเกิดปัญหาอะไรขึ้นก็ไม่ใช่ความผิดกู้สุ่ยเย่ว์ เพราะว่าน้ำแกงนี้เป็นางที่มอบให้ตรงกันข้าม นางยังต้องปกปิดผลลัพธ์ที่น้ำแกงถ้วยนี้นำมา
ปี้เย่ว์รู้สึกเหมือนตนถูกให้กินยาใบ้ เสียเปรียบเต็มประตู
พระชายาสติไม่ดีไม่ได้สติไม่ดี ถึงตอนนี้ปี้เย่ว์จึงรู้ถึงปัญหาข้อนี้ได้
“พระชายา ท่านพักผ่อนสักครู่ บ่าวขอตัวก่อนเพคะ” ปี้เย่ว์เอ่ย“ข้ายังไม่ง่วง พวกเ้าอยู่คุยเป็เพื่อนข้าก่อน”กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ย
“โครก โครก...” ในท้องปี้เย่ว์อยู่ๆ ส่งเสียงร้องสีหน้านางพลันแปรเปลี่ยนหลากสีสัน คล้ายกำลังอดทน อดทนถึงขีดสุดแล้วกู้สุ่ยเย่ว์ถึงโบกมือให้นาง ‘ออกไป’ ปี้เย่ว์พุ่งทะยานออกไปดุจสายลม
เวลานี้ กู้สุ่ยเย่ว์ก็รู้ฤทธิ์ของน้ำแกงถ้วยนั้นแล้ว
เ้าสาวชุดแดงเพิ่งแต่งงานวิ่งเข้าส้วมคิดดูแล้วคงเป็เื่น่าอายยิ่ง
นี่เป็ ‘ของขวัญวันแต่งงาน’ที่อาสื่อน่าเหยียนมอบให้นางรึ สมกับนิสัยของอาสื่อน่าเหยียนจริงๆ
สายตากู้สุ่ยเย่ว์ร่วงตกไปที่สาวใช้อีกคน “เ้าชื่ออะไร”
“บ่าวอิ่นจูเพคะ”
“อิ่นจู ชื่อดี”
“พระชายากล่าวชมไปแล้วเพคะ”
“เ้าคิดว่าเื่นี้เป็อย่างไร” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยถาม
นางคิดว่าอิ่นจูเป็คนฉลาด ที่ถามก็เป็เื่เมื่อครู่
อิ่นจูลังเลครู่หนึ่ง ภายใต้สายตาให้กำลังใจของกู้สุ่ยเย่ว์จึงเอ่ยขึ้น “พระชายา คืนนี้ท่านอ๋องค้างที่พระชายารองอาสื่อน่าฝั่งนั้น บ่าวคิดว่า พระชายาไม่ควรติดใจถือสาเรื่องในคืนนี้”คืนวันแต่งงานนางกงซุนอี้กลับไปค้างที่อาสื่อน่าเหยียนฝั่งนั้นความจริงแล้วกงซุนอี้โปรดปรานอาสื่อน่าเกินไป หรือว่ารังเกียจนางเกินไปกันแน่
กู้สุ่ยเย่ว์ตรึกตรองความนัยของเื่นี้ไม่ว่าจะเป็ข้อไหนในนั้น วันเวลาในจวนอ๋องหลังจากนี้ของนางคงไม่สบายนัก
[1] สตรีที่ถูกเชิญหรือจ้างมานำพิธีการและขั้นตอนต่างๆในงานแต่งงาน