ห้องโดยสารตู้นอนชั้นหนึ่งไม่ได้กว้างขวางพอที่จะซ่อนความจริงอันน่ารังเกียจนี้ไว้ได้หมดจด แสงอรุณยามเช้าที่เล็ดลอดผ่านม่านกรองแสงเข้ามาฉายชัดให้เห็นม่านไอน้ำบางเบาที่เกาะอยู่บนกระจก เป็ฉากหลังให้กับความชื้นแฉะและกลิ่นคาวที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ศาสตราจารย์ริวทรุดตัวลงบนร่างกายที่ไร้สติของณิชา สันหลังของเขาัักับความเย็นะเืของผนังตู้ แต่ภายในเขาร้อนรุ่มไปด้วยไฟบาปที่เพิ่งสงบลงเมื่อครู่ เขาฝังใบหน้าไว้กับกลุ่มผมหอมกรุ่นของเธอ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงตัวเองกลับสู่โลกแห่งความจริงที่ว่า: มันจบลงแล้ว และ เขากำลังจะเป็อาชญากร
เขาได้ยินเสียงรถไฟที่ค่อยๆ ลดความเร็วลงจนหยุดสนิทอย่างสมบูรณ์ เสียงเครื่องยนต์ที่เคยส่งเสียงครืนครางดังกึกก้องระหว่างทางถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจของณิชาที่สม่ำเสมอ และเสียงโหวกเหวกของพนักงานสถานีที่ด้านนอก
ริวรู้ตัวดีว่าเขาไม่ควรแตะต้องเธออีกแม้แต่น้อย แต่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่แผดเผาอยู่ในอกกลับกลายเป็การกระตุ้นทางประสาทที่รุนแรงกว่าความสุขสมใดๆ
เขายันตัวขึ้นช้าๆ มองสำรวจร่างกายของเธอที่ถูกทิ้งไว้กลางสมรภูมิรักยามวิกาล ผ้าห่มถูกพับออกไปกองอยู่ด้านข้าง เผยให้เห็นต้นขาที่ยังคงสั่นระริกเบาๆ ร่องรอยของของเหลวสีขาวขุ่นยังคงเปรอะเปื้อนอยู่บนผิวเนียนละเอียดนั้นอย่างน่าอับอาย
“ณิชา…” เขาพึมพำเรียกชื่อเธออย่างแ่เบา เป็เสียงเรียกที่เต็มไปด้วยความเสียใจและการยอมจำนนต่อสัญชาตญาณอันต่ำทรามของตัวเอง
มือของริวสั่นเทาขณะที่เขาพยายามดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมร่างเธอ แต่สายตาของเขากลับติดอยู่ที่กึ่งกลางเรือนกายอันบอบบางนั้น ดวงตาของเขาจ้องมองไปยังจุดศูนย์กลางที่บอบช้ำและแดงเรื่อจากการถูกกระทำอย่างรุนแรงเมื่อครู่
ความปรารถนาที่จะ ‘ทำความสะอาด’ และ ‘ซ่อนเร้น’ บังคับให้เขายื่นมือออกไปัั
ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบของริวัักับความร้อนผ่าวที่ยังคงระอุอยู่ เขาใช้หลังนิ้วปาดเอาของเหลวที่เปื้อนเปรอะออกอย่างแ่เบาด้วยความรู้สึกที่เหมือนกำลังบูชายัญตัวเอง
ความรู้สึกของเนื้อผิวที่ตื่นตัวอย่างง่ายดาย แม้จะผ่านการใช้งานหนักหน่วงมาแล้ว ทำให้สติสัมปชัญญะของริวแตกสลายอีกครั้ง ความรู้สึกผิดที่เกาะกินอยู่ในใจถูกแปลงเป็ความ้าที่บ้าคลั่งในการแสดงความเป็เ้าของ ‘ครั้งสุดท้าย’ ก่อนที่โลกแห่งความจริงจะเข้าครอบงำ
เขาโน้มตัวลงไปช้าๆ ใบหน้าอยู่ห่างจากความลับส่วนตัวของเธอเพียงชั่วหายใจ กลิ่นคาวเืผสมกับกลิ่นเหงื่อไคลและกลิ่นไออุ่นของร่างกายมนุษย์ในยามเช้าตรู่เป็เหมือนยากระตุ้นที่รุนแรงที่สุด
ริวไม่สามารถละสายตาได้ เขา้าััเธอให้เป็ครั้งสุดท้ายอย่างใกล้ชิดที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาดันผ้าห่มลงไปที่ปลายเท้า เผยให้เห็นทุกอย่างอย่างโจ่งแจ้งในแสงสว่างที่ไม่ปรานี
Foreplay and Progression (The Final Desperate Act):
เขาพยายามควบคุมลมหายใจของตนเองให้เงียบที่สุด แม้ว่าเสียงหัวใจที่เต้นรัวจะดังอื้ออึงอยู่ในหูของเขาเองก็ตาม
ริวใช้ปลายนิ้วยาวเรียวของเขาสอดแทรกเข้าไปในความชื้นที่เกิดจากการหลั่งเมื่อครู่ เขาค่อยๆ กวาดนิ้วไปรอบๆ อย่างนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้ พยายามล้างความผิดบาปทางกายออกไปพร้อมกับการลูบไล้นั้น
ณิชาครางออกมาแ่เบาในลำคอ แต่ยังคงหลับใหลอยู่ มือของเธอที่กำหมัดหลวมๆ อยู่บนเตียง ค่อยๆ คลายออกเล็กน้อยตามแรงกระตุ้นนั้น นั่นคือปฏิกิริยาตอบสนองเพียงเล็กน้อยที่ตอกย้ำความผิดของริว
ริวเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของณิชา เธอมีเหงื่อซึมตามไรผม แต่ใบหน้ายังคงดูอ่อนเยาว์และใสซื่อภายใต้การหลับใหลนั้น
เขาตัดสินใจทำสิ่งที่บ้าคลั่งที่สุด เขาปล่อยให้ริมฝีปากของตนเองแตะลงบนจุดที่ยังคงเปียกชื้นอย่างแ่เบา ลิ้นร้อนผ่าวัักับรสชาติเค็มๆ มันๆ ของร่างกายมนุษย์ที่เพิ่งผ่านการรบกวนอย่างหนักหน่วง
เขาไม่้าความสุขสม แต่้าความรู้สึกถึงความเป็เ้าของที่สมบูรณ์แบบที่สุด ไม่เหลือช่องว่างให้ใครได้ก้าวก่ายแม้แต่วินาทีเดียว
ลิ้นของเขาเริ่มทำงานหนักขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความเร่งรีบราวกับกำลังกินอาหารมื้อสุดท้าย เขาดูดกลืนความชื้นนั้นเข้าไปอย่างหิวกระหาย และใช้ฟันขบเม็ดกระสันเบาๆ เพียงเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายของณิชาตอบสนองอีกครั้ง
อือออ… เสียงครางครั้งนี้ชัดเจนขึ้น ณิชาเกร็งหน้าท้องขึ้นเล็กน้อย สะโพกของเธอยกขึ้นรับััที่ไม่ควรได้รับนั้น
ริวปิดตาลง เขาจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดทางศีลธรรม ความร้อนผ่าวพลุ่งพล่านจากปลายลิ้นของเขาไปยังปลายประสาททั้งหมด การกระทำที่ไร้ความปรานีนี้กลับเป็ไปอย่างเร่งรีบและรุนแรงที่สุด เพราะเขารู้ดีว่าเวลาของเขาใกล้หมดลงเต็มที
The Silent Climax:
เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา ร่างกายของริวก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง การเสร็จสมในครั้งนี้ไม่ได้มาพร้อมกับความสุข แต่มาพร้อมกับการตระหนักรู้ถึงความว่างเปล่าและความผิดบาปที่ไม่มีวันให้อภัยได้
เขาถอนใบหน้าออกมาทันที เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มแผ่นหลัง เขาทรุดตัวลงข้างเตียง สูดอากาศเข้าปอดอย่างบ้าคลั่ง ลิ้มรสชาติสุดท้ายของความผิดหวังในตัวเอง
เขาฉวยเอาผ้าห่มผืนใหญ่มาคลุมร่างของณิชาไว้จนถึงคอ จัดท่าทางให้เธอดูเหมือนนักศึกษาที่อ่อนเพลียจากการเดินทาง
เขาใช้เวลาเพียงสองวินาทีในการดึงสติกลับมาสวมบทบาทอาจารย์ผู้ทรงเกียรติ พับผ้าเช็ดตัวที่เปียกชื้นยัดใส่ถังขยะ และลูบผมของตัวเองให้เข้าที่
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูที่ดังกว่าเดิมมาพร้อมกับเสียงเรียกที่กังวานและเป็ทางการของพนักงานรถไฟ
"อาจารย์คะ ถึงสถานีแล้วค่ะ ขออนุญาตเปิดประตูนะคะ"
ริวยืนขึ้นเต็มความสูง ความร้อนผ่าวในช่องท้องยังไม่จางหาย แต่ใบหน้าของเขากลับกลายเป็ความเยือกเย็นอย่างสมบูรณ์แบบ เขาเดินไปที่ประตู ยื่นมือออกไปััลูกบิดทองเหลืองที่เย็นเฉียบ
เขากำลังจะเปิดประตูออกไปสู่แสงสว่างของเช้าวันใหม่—แสงสว่างที่จะมาพร้อมกับการตัดสินโทษอย่างเงียบงัน
ริวสูดหายใจเข้าลึกอีกครั้ง ก่อนจะบิดลูกบิดอย่างช้าๆ
“ครับ… เชิญครับ”