รถยนต์เริ่มเคลื่อนไหวไปเรื่อย ๆภายในรถมีแต่ความเงียบงันและลมหายใจถี่ ๆ ของหลี่เหมย จนคนที่นั่งข้าง ๆเอ่ยปากถาม
"เป็ห่วงมันหรือไงที่อยากหนีออกมาจากบ้านของฉันเพราะไอ้ผู้ชายคนนั้นหรอกหรือนี่คือเหตุผลที่เธออยากหย่ากับฉันสินะ "
"ฉันบอกกี่รอบแล้วว่าเื่นี้ไม่เกี่ยวกับคุณจิ้นฟงเขาเป็แค่เ้าของห้องพักเท่านั้น "
"คิดว่าฉันโง่หรือไงที่มองไม่ออกว่ามันชอบเธอนะห่ะ!!เมื่อครู่น่าจะสั่งสอนให้มากไปกว่านั้นตัดขาทิ้งตัดแขนทิ้งหรือควักลูกตาออกถึงสาสมที่จ้องมองเธอด้วยสายตาแบบนั้น"เขาตวาดใส่เธอเสียงดังก่อนจะหันไปอีกทางเพื่อสงบอารมณ์ล้วงบุหรี่ออกมาสูบพลางเปิดกระจกรถเลื่อนต่ำลง
"คุณมันบ้าไปแล้วจริง ๆถ้าทำถึงขนาดนั้นก็ฆ่าฉันไปด้วยเลยสิ"ยิ่งเธอได้ยินคำพูดของเขาวันนี้เธอยิ่งหงาดกลัวและจำภาพที่เขาไล่เธอออกจากบ้านไปหาความตายก็แวบเข้ามาอีกครั้ง
"หยุดพูดคำนี้ฉันไม่อยากฟัง เธอจะตายได้ก็ต่อเมื่อฉันอนุญาตเท่านั้น"แววตาทมิฬมองมายังเธอ เขารักเธอเสียจนไม่อยากจะจากเธอไปไหนทำไมเป็เธอที่พยายามออกห่างเขาแบบนี้ยิ่งคิดเขายิ่งไม่เข้าใจความคิดของหญิงที่อยู่ตรงหน้าสักนิดหลี่เหมยนั่งเงียบตลอดทางไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหนที่นั่งอยู่บนรถเธอเผลอหลับไปด้วยความเหน็ดเหนื่อยหรือเพราะตอนนี้เธอท้องอยู่จึงทำให้เพลียง่ายกว่าเดิม
เจี้ยนเฉินเหลือบมองเธอบ่อยครั้งเห็นเธอหลับจึงค่อยๆ ใช้มือจับศีรษะของเธอให้เอนเอียงมาพิงหน้าอกของเขาและใช้มืออีกข้างโอบกอดเธอเอาไว้ไม่ให้เธอเซถลาเมื่อรถยนต์เคลื่อนตัวเข้าโค้ง
'ทำไมกันนะหลี่เหมยเมื่อก่อนเราสองคนรักกันมากไม่ใช่เหรอ ทำไมตอนนี้เธอกลับผลักไสฉันทำให้ฉันต้องร้ายแบบนี้ ไม่เข้าใจเธอสักนิด' เขาคิดในใจพลางถอนหายใจเบา ๆ
มาถึงบ้านตระกูลเฟิ่งท้องฟ้าใกล้สว่างการเดินทางใช้เวลามากทีเดียว
หลี่เหมยสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาต้องสะดุ้งใเมื่อเห็นว่าตนเองนอนอยู่ในอ้อมแขนของเจี้ยนเฉินก่อนจะหันไปมองด้านนอก
“ตื่นแล้วสินะ ถึงบ้านพอดีจะลงไปเองหรือให้ฉันเป็คนอุ้มเธอลง”
“ฉันเดินเองได้ “หลี่เหมยรีบเดินลงจากรถยนต์ทันทีดวงอาทิตย์เริ่มส่องสว่างแม่เฟิ่งตื่นแต่เช้าตรู่มายืนคอยอยู่หน้าประตูอย่างไม่พึงพอใจเมื่อเห็นหลี่เหมยเดินเข้ามาในบ้าน
“ตามกันกลับมาจนได้สินะเหลือเชื่อเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะทำให้ลูกชายของฉันยอมตัดขาดความเป็แม่ลูกเธอมีดีอะไรกันแต่อย่างไรฉันก็ไม่มีทางยอมรับเธออยู่ดี ฉันจะทำให้เจี้ยนเฉินเห็นเองว่าเธอมันนิสัยใจคอเป็อย่างไรและเื่เมื่อวานเป็แผนของเธอไม่ใช่ฉัน “”แม่เฟิ่งพูดออกมาเบาๆ ก่อนที่ทั้งสองจะเดินเข้ามา
“กลับมาอีกจนได้นะเมื่อวานเธอเป็คนวางแผนทุกอย่างและบอกจะไม่กลับมาอีกแล้วนี่มันอะไรกัน ทำให้ฉันกับเจี้ยนเฉินทะเลาะกันหรือว่านี่คือแผนที่เธออยากใส่ร้ายฉันให้ฉันแตกแยกกับลูกชายกันห่ะ”
“เฮอะ! ฉันก็ไม่อยากกลับมาที่นี่นักหรอกแต่เพราะลูกชายของคุณต่างหากที่ไปลากตัวฉันกลับมาใช่เื่เมื่อวานเป็แผนการของฉันเองฉันมันเลวและร้ายก็เป็อย่างนี้แหละนะหญิงสาวที่มาจากชนบทไม่มีอะไรมากนักหรอกสมองของฉันคิดแต่เื่เงินทองความสุขสบาย”
“เจี้ยนเฉินลูกเห็นหรือยังว่านังหลี่เหมยร้ายแค่ไหนเื่เมื่อวานแม่ไม่รู้เื่อะไรเลยจริง ๆ นะ เมื่อรู้ว่าเป็อย่างนี้ลูกจะยังเอามันมาเป็ภรรยาอยู่อีกหรือ”
“คุณแม่ครับเื่นี้เป็เื่ของผมกับหลี่เหมยขอจัดการกันเองหากคุณแม่ยังเข้ามายุ่งวุ่นวายผมจะย้ายออกไปอยู่ที่อื่นแม้ว่าเื่ที่หลี่เหมยหนีออกไปจากบ้านแต่เื่ที่เสี่ยวลี่เข้าไปอยู่ในห้องผมมันคนละเื่กันเื่นั้นคุณแม่จะบอกว่าไม่ใช่ฝีมือคุณแม่คงไม่ได้ ส่วนเธอมานี่”เจี้ยนเฉินดึงมือของหลี่เหมยเดินตามมาที่ห้องก่อนจะล็อคประตูเขากลัวว่าเธอจะหนีไปอีกจึงนำโซ่ตรวนมาล่ามขาของเธอไว้กับเสาปลายเตียงนอนพร้อมเอากุญแจมาไขเอาไว้ครั้งนี้เธอไม่สามารถหนีเขาไปทางไหนได้อีกต่อไป
“คุณทำอะไร! เอาโซ่มาล่ามฉันไว้อย่างนี้ไม่ได้นะมันเกินไปแล้ว นี่นะหรือที่บอกว่ารักฉัน แต่ล่ามฉันไว้ยิ่งกว่าสัตว์เลี้ยงเสียอีก”
“เพราะว่าฉันรักเธอนะสิ ถึงได้ทำแบบบนี้ ฉันกลัวว่าเธอจะหนีฉันไปอีกทำแบบนี้เธอจะได้หนีจากฉันไปไม่ได้”
“ยิ่งคุณทำแบบนี้ฉันจะยิ่งอยากหนีไปจากคุณ”
“ไม่มีทางเสียหรอกนั่งอยู่ที่นี่สักครู่ผมจะไปสั่งให้ป้าหลินนำกับข้าวมาให้ส่วนเื่ส่วนตัวฉันจะจัดการเอง”พูดจบเขาเดินออกจากห้องโดยไม่สนใจเลยว่าความรู้สึกของหลี่เหมยตอนนี้แตกสลายไปหมดแล้ว
“นี่นะหรือคนที่ฉันรักจนหมดหัวใจ เขาไม่ได้ฆ่าฉันในทีเดียวแต่ค่อยๆ ฆ่าฉันให้ตายไปทีละนิดการจะหนีจากเขาครั้งนี้ทำไมถึงได้ยากเย็นเช่นนี้แล้วฉันต้องทำอย่างไรไม่ให้ชะตาชีวิตกลับไปเป็เหมือเดิม”ร่างเล็กมองข้อเท้าที่ถูกโซ่ตรวนคล้องเอาไว้ในใจของเธอปวดร้าวคิดหาทางออกจนปวดหัวไปหมด
ไม่นานเสียงประตูห้องถูกเปิดเข้ามาอีกครั้งพร้อมป้าหลินที่ยกชามข้าวเข้ามา เธอเห็นหลี่เหมยก็ใใบหน้าซีดเซียว
“คุณหลี่เหมยทำไมเป็อย่างนี้ไปได้คะฉันคิดว่าคุณจะหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะไปได้แต่กลับถูกคุณชายจับตัวกลับมาจนได้”
“ป้าหลินฉันพยายามแล้วค่ะฉันไม่หิวและไม่อยากกินอะไรทั้งนั้นเอาออกไปเถอะค่ะ ฉันไม่อยากให้ป้าหลินมาเห็นสภาพน่าสมเพชอย่างนี้”
“โธ่ ๆ คุณหลี่เหมย กินสักหน่อยนะคะยิ่งทำแบบนี้ร่างกายของคุณแย่เอาได้เื่อื่นเอาไว้ค่อยคิดทีหลังคุณต้องกินอาหารให้มีเรี่ยวแรงเสียก่อน เื่ไหนที่ฉันช่วยได้ฉันจะช่วยเต็มกำลังค่ะ”ป้าหลินเห็นสภาพที่หมดสิ้นหนทางของหลี่เหมยยิ่งสงสารเธอจับใจ เธอเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าคุณชายจะทำเื่แบบนี้กับคุณหลี่เหมย
หลี่เหมยคิดตามคำพูดของป้าหลิน ต่อให้เธอไม่กินอาหารก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปได้หากเธอป่วยขึ้นมาเจี้ยนเฉินคงพาไปตรวจร่างกายตอนนั้นเขาจะรู้ว่าเธอท้องเธอจะยิ่งทำอะไรยากมากขึ้น และลูกในท้องจะได้ไม่กินอะไรหากเธอไม่กินอะไรลงท้องเลยเธอจึงพยักหน้ารับอาหารจากป้าหลินมากินจนหมดชาม
“ฉันกินก็ได้ค่ะ ขอบคุณป้าหลินนะคะที่เตือนสติ”