ลุงเหอเดินทางไปพบสหายเก่าสมัยอยู่ในกองทัพ ตอนนี้พวกเขาเ่าั้เจริญก้าวหน้าเป็นายทหารระดับสูงไปแล้ว
แม้บางคนจะมีเหตุจำเป็ให้ออกจากราชการเพราะาเ็จนไม่สามารถเป็ทหารได้อีก แต่คนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวและผ่านความเป็ความตายมาด้วยกันนั้นยากที่จะทิ้งกันลง
ไม่ว่าหน้าที่ตำแหน่งการงานและฐานะของแต่ละคนจะเป็ยังไงแต่พวกคนชราที่ผ่านความเป็ตายมาอย่างพวกเขาไม่เคยสนใจมัน
ตอนนี้ ขอแค่มีสุขภาพแข็งแรง มีอาหารดีๆกินและมองดูลูกหลานเติบโตก็เพียงพอแล้ว พูดถึงสุขภาพวัยที่เข้าเลข5นำหน้าไปหลายปีนั้น ปัญหาส่วนใหญ่จะหนีไม่พ้นโรคไขข้ออักเสบ
ยิ่งเป็ฤดูหนาวอาการของคนเป็โรคไข้ไขข้ออักเสบนั้นเหมือนกับ กำลังโดนทิ่มแทงจากขุมนรกก็มิปาน เฒ่าเหอและสหายของเขาก็เช่นกัน ก็ใครใช้ให้ตอนหนุ่มๆมีชีวิตที่อดๆอยากๆใช้ร่างกายในสนามรบจนเสื่อมโทรมกันเล่า
ในเมื่อบ้านเมืองยังไม่สงบพวกเขาก็ไม่มีทางอยู่อย่างสุขสบาย ยามกินยามนอนก็อยู่ในสนามรบ จะเอาอะไรมาดูแลสุขภาพกัน พอรู้ตัวอีกทีว่าโดนโรครุมเร้าก็ตอนที่อายุใกล้วัยเกษียณกันหมดแล้ว
ส่วนยาและระบบสาธารณสุขในตอนนี้ เห้อ…อย่าให้พูดถึงเลยพวกเขายอมนอนตายกันอยู่ที่บ้านดีกว่าตายบนเตียงอันเย็นเฉียบในโรงพยาบาลเสียอีก
…..
ในบ้านพักของนายทหารระดับสูงแห่งหนึ่ง
“ไปบอกเหล่าโจวว่าเฒ่าเหอ้าพบ” ลุงเหอปั่นจักรยานมาจากบ้านหลังจากไปตรวจงานที่โรงขยะ วันนั้นเขาต้องไปตรวจดูโรงขยะก่อนที่ทางการจะเข้าประเมินพวกวัตถุโบราณแล้วแยกออกมาเก็บไว้เป็สมบัติของชาติ
มันก็เป็วันเดียวกันที่ไปเจอเสี่ยวหลินนั่นแหละ ..เหมือนจะเป็โชคชะตาเขาไม่สบายและไอเรื้อรังมาหลายอาทิตย์แล้ว ยาที่หมอจากโรงพยาลจัดให้ก็ไม่ได้ผล เขาคิดว่าคงต้องมีชีวิตควบคู่กับการไอเรื้อรังไปจนวันตายเสียแล้ว
จู่ๆเสี่ยวหลินก็โผล่มาพร้อมกับยาแก้ไอของเธอ เด็กสาวที่มีอายุเพียงไม่กี่สิบปีเป็ผู้ขจัดโรคที่น่ารำคาญให้กับเขา โชคดีมากที่วันนั้นเขาเห็นแววตาที่ดูใจดีและจริงใจของเธอจึงกล้ากินยาจากคนแปลกหน้า ไม่อย่างงั้นทุกวันนี้ก็คงยังไอไม่หายแน่ๆ
“เชิญครับท่านนายพลอยู่ในสวนครับ” เสียงทหารคนสนิทลูกน้องของนายพลเฮ่า เดินออกมาต้อนรับชราอย่างนอบน้อม
เฒ่าเหอเดินเข้าไปในสวนที่จัดอย่างเรียบง่าย โดยมีสนามหญ้าและศาลาหลังเล็กใต้ต้นเหมยฮัวที่กำลังผลิดอก
“ว่างหรือไงตาเฒ่า ถึงเที่ยวปั่นจักรยานไปหาคนโน่นทีคนนั้นที”เสียงทักด้วยน้ำเสียงที่สนิทสนมด้วยน้ำเสียงประชดประชันของคนแก่ที่ชอบทะเลาะกันดังขึ้นในศาลา
“ฮ่า..ดูสิดูสิ นี่ถ้าไม่ใช่ว่าเคยร่วมเป็ร่วมตายกันมา จะดูไม่รู้เลยนะว่าท่านนายพลเป็ต้วนซิ่ว” ลุงเหอตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่ยอมกลับไป
“ต้วนซิ่วบ้านแกนะสิบ้านแกทั้งบ้านเป็ต้วนซิ่ว” นายพลเฮ่าด่ากลับด้วยความไวแสง
“ว่าแต่ต้วนซิ่วเฒ่า คุณหายจากโรคไขข้ออักเสบแล้วเหรอ ผมมียาดีสนใจไหมเ้าเฒ่าหยวนเพิ่งทดลองไปได้ผลดีทีเดียว”
ลุงเหอรีบเข้าเื่ก่อนที่จะทะเลาะกันเื่ต้วนซิ่วก่อนที่จะบานปลาย
“ผมอยากจะด่าคุณพันครั้ง เพราะเ้าเฒ่าหยวนนี่แหละที่เป็คนเล่าถึงสรรพคุณที่ดีเลิศของยาลูกกลอนนั้น ทำไมคุณถึงคิดถึงผมทีหลังเ้าเฒ่าหยวน ไม่ใช่ว่าตอนนั้นเป็ผมที่ลากคุณออกมาจากสนามรบหรอกหรือ”
นายพลเฮ่า พูดแบบเข็ดเขี้ยวเคี้ยวฟันเมื่อเจอคนที่อยากด่าพอดี ทั้งๆที่เ้าเฒ่าเหอรู้ดีว่าโรคไขข้ออักเสบของเขามันทรมานมากพอๆกันกับเ้าเฒ่าหยวนแต่ทำไมมันถึงคิดถึงเขาเป็คนสุดท้าย
“ เฮ้…ไม่ใช่ว่าผมใช้เฒ่าหยวนเป็หนูทดลองยาให้คุณก่อนหรอกเหรอ เห้อ..ทำดีไม่ได้ดี” นายพลเฮ่ากรอกตาให้กับความกะล่อนของเฒ่าเหอ
“เอามาจากไหน..ยานั่นส่งมาให้ผมด้วย” เฒ่าหยวนโยนขวดดินเผาเล็กๆที่บรรจุยาลูกกลอนให้กับสหายเฒ่า
“เป็สูตรยาจากครอบครัวชาวนาครอบครัวหนึ่ง ประวัติครอบครัวขาวสะอาดน่าจะเป็สูตรจากบรรพบุรุษรุ่นก่อน แต่เด็กสาวเ้าของสูตรไม่สะดวกออกหน้าเพราะกลัวปัญหาที่จะตามมา ผมเลยออกหน้าให้ตอบแทนความมีน้ำใจของเสี่ยวหลิน”
“ถ้ากินแล้วหายจริง ผมจะเป็เื้ัที่แข็งแกร่งให้กับเด็กคนนั้นเอง”
……
ตอนนี้หน้าที่ของเสี่ยวหลันคือการไปหาขุดต้นหญ้าเทวดาหรือเล้งจือเฉ้าแทนการขุดหาหญ้าให้หมู ทำงานให้ครอบครัวใหญ่แม้แต่ข้าวก็ไม่ได้กินอิ่ม แต่ทำงานให้พี่ใหญ่ได้สวัสดิการเป็ลูกอมกระต่ายขาวตอนก่อนนอนก็ได้ดื่มนมผงรสมอลต์แก้วใหญ่ แถมอาหารแต่ละมื้อก็มีเนื้อมีน้ำมันแทบทุกมื้อ
ตอนนี้หลังจากแยกบ้านได้เกือบเดือนชีวิตของเสี่ยวหลันเหมือนตายแล้วได้เกิดใหม่
“นี่ๆเสี่ยวหลันเธอซื้อรองเท้ามาจากที่ไหนเหรอสวยจัง”
“เสี่ยวหลัน เอาลูกอมกระต่ายขาวมาจากไหนเหรออร่อยจังขอบใจนะ”
“เสี่ยวหลัน ไช่ปิ่งนี่..อร่อยมากพี่สาวเธอทำเองจริงๆเหรอ”
หลายๆประโยคยอดนิยมที่เสี่ยวหลันมักจะได้ยินเด็กๆในหมู่บ้านคุยกับเธอและขนมที่พี่ใหญ่ให้เอามาแจกเด็กๆในหมู่บ้าน เพื่อให้พวกเขาช่วยขุดหาหญ้าเทวดา
หญ้าเทวดา5ต้นแลกลูกอมตรากระต่ายขาวหนึ่งเม็ด นี่..ยิ่งกว่าขนมเปี้ยะที่ร่วงลงมาจากฟ้าเสียอีกใครไม่เอาก็บ้าแล้ว เด็กๆขยันขันแข็งกันมาก หากใครทำงานบ้านเสร็จหรืองานที่ได้รับมอบหมายจากที่บ้านจำพวกหาหญ้าให้หมู เด็กพวกนั้นก็ไม่ลืมที่จะมีหญ้าเทวดาติดไม้ติดมือมาแลกกับลูกอมทุกครั้ง
นับว่าตอนนี้เสี่ยวหลัน ถือเป็ลูกพี่ใหญ่ของพวกเด็กๆรุ่นเดียวกันในหมู่บ้านไปแล้ว เด็กๆไม่มีใครสนใจว่าเสี่ยวหลันจะเอาลูกอมมาจากไหนขอเพียงพวกเขาได้กินก็ไม่จำเป็ต้องคิดอะไรมาก
..แต่พวกผู้ใหญ่ที่มีลูกเล็กๆที่ได้ลูกอมมากินให้เห็นในบ้านเ่าั้เริ่มสงสัยว่าครอบครัวรองซ่งที่ยากจนข้นแค้นนั้น ไปเจอกับสมบัติอะไรกันถึงได้มีชีวิตที่ดีขนาดนั้น แม้แต่ลูกอมที่แสนแพงและหรูหราแบบนั้นยังมีปัญญาหามาแจกจ่ายกับพวกเด็กในหมู่บ้านได้
ในหมู่บ้านยากจนแถบบชนบทแบบหมู่บ้านต้าเจี่ยนั้นอย่าว่าแต่ลูกอมแบบนั้นเลย แม้แต่น้ำตาลทรายแดงยังหายากเลยน้ำต้มน้ำตาลทรายแดงมักจะมีไว้รับแขกเฉพาะบ้านผู้ใหญ่บ้านหรือบ้านของเลขาหมู่บ้านเท่านั้นประสาอะไรกับลูกอมตรากระต่ายขาวที่เป็ของหรูหราแบบนั้น
ปากต่อปากพูดกันต่อๆจนเื่เข้าหูบ้านใหญ่ซ่ง.. “อะไรนะนังตัวขาดทุนนั่นมันถึงกับมีลูกอมกระต่ายขาวไว้แลกกับหญ้าบ้าๆเ่าั้เลยเหรอ”
สะใภ้ใหญ่มองหญ้าแม่สามีด้วยสายตาอ้อนวอน “แม่สามีไม่ใช่พวกบ้านรองมันเอาเงินที่แม่สามีให้ด้วยความเมตตาไปถลุงจนหมดแล้วเหรอ”
นางซ่งถลึงตาใส่ลูกสะใภ้ใหญ่ ทำท่าเหมือนจะด่าแต่ไม่ด่า อยากจะไปถล่มบ้านลูกชายคนรองใจจะขาดแต่ก็ไม่กล้าได้แต่อดกลั้นจนหน้าเขียวหน้าแดง
“เหลวไหล เงินแค่ร้อยกว่าหยวนมันจะเอาไปซื้อลูกอมมาแจกเด็กในหมู่บ้านได้ยังไงแค่เก็บเอาไว้ซื้อเนื้อกินแค่ไม่กี่เดือนก็หมดแล้ว ก็เสี่ยวตงบอกเองไม่ใช่เหรอว่าต้องเอาหญ้าอะไรนั่นไปแลกห้าต้นนังเด็กเวรนั่นถึงจะให้ลูกอมหนึ่งเม็ดหรือมันจะเอาหญ้านั่นไปทำอะไร..”
ซ่งตงกั่วหลานชายคนเล็กไม่เคยทำงานหนัก เมื่อเสี่ยวหลันไม่หาหญ้าให้หมูไม่เก็บขี้ไก่ งานเ่าั้ก็กลายเป็หน้าที่ของเขา แต่เสี่ยวตงกั่วไม่ใช่คนขยัน เพราะถูกตามใจมาแต่เด็กเขาจึงไม่สนใจที่จะทำ ป้าสะใภ้กับย่าซ่งก็ไม่สามารถตัดใจดุด่าเขาได้