ตอนที่83 ถ้าเขาเป็นคนเลวที่ไม่ควรเคารพ
ณิชาขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจพลางตอบเขาตามจริงเพราะรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าชายหนุ่มมาเตือนตนเองด้วยความหวังดีว่า
“ฉันเข้าใจและเชื่อใจคุณแต่ฉันจะบอกคุณตามตรงละกัน ฉันจำไม่ได้ด้วยซ้ำไปว่ามาฟื้นที่ลำธารได้ยังไง?ความทรงจำล่าสุดของฉันคือเดินทางออกจากประเทศไทยมาจีนเพราะอยากมาทำใจที่หย่าจากอดีตสามี จากนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง? ฉันจำได้ขาดๆ หายๆ”
คราวนี้อู๋หมิงปิงเป็นฝ่ายตกตะลึงนิ่งอึ้งอย่างคาดไม่ถึงเขาสบตาหญิงสาวตรงหน้าตลอดเวลาซึ่งไม่พบสิ่งใดที่บ่งบอกได้ว่าอีกฝ่ายโกหกตนแม้แต่น้อยที่สำคัญคือสัญชาตญาณเตือนว่าทุกสิ่งที่หญิงสาวกล่าวล้วนเป็นความจริงทั้งหมดทำให้เขาเลือกที่จะเชื่อใจเธอแล้วถามเพื่อหยั่งเชิงเกี่ยวกับความรู้สึกของเธอที่มีต่ออาจารย์ว่า
“อย่างนั้นหรอกหรือ?ผมคิดว่าคุณคงอยากรับรู้เรื่องราวอย่างตรงไปตรงมามากกว่าใช่ไหม?เช่นนั้นหากผมจะถามความรู้สึกคุณตามตรงว่ารู้สึกยังไงกับอาจารย์บ้าง? ผมหวังว่าคุณจะบอกผมตามความเป็นจริง”
ณิชาพยักหน้าเข้าใจเจตนาของชายหนุ่มตรงหน้ามากขึ้นเพราะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกระแวดระวังและไม่ชอบอาจารย์อยู่เล็กน้อยโดยเธอคิดว่าสัญชาตญาณตัวเองที่ไม่เชื่อมั่นอาจารย์ช่างแม่นยำยิ่งนักจึงตอบกลับเขาอย่างระวังว่า
“อันที่จริงฉันรู้สึกคล้ายกับว่าเขามีบางอย่างปิดบังอยู่แต่ตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าคืออะไร?”
อู๋หมิงปิงตาเป็นประกายอย่างพึงพอใจเพราะคำตอบที่คลุมเครือแต่ช่วยให้เขาจับน้ำเสียงการระวังตัวของหญิงสาวได้ย่อมหมายความว่าหญิงสาวตรงหน้ามีโอกาสเข้าร่วมเป็นพวกกับเขาได้จึงตั้งใจที่จะสอบถามข้อความสำคัญต่อ ทว่าต้องหยุด
ชะงักลงเนื่องด้วยณิชายกนิ้วแตะริมฝีปากพร้อมส่งสัญญาณให้เขาเก็บซ่อนพลังให้มิดชิด
“.........”
ณิชาครุ่นคิดด้วยความแปลกใจที่พบว่าพลังปราณของอาจารย์กวาดสำรวจเร็วขึ้นกว่าปกติเพราะเธอสามารถคำนวณได้ว่าระยะห่างของการส่งพลังปราณตรวจตรารอบอาณาเขตสำนักนั้นแต่ละรอบจะมีเวลาเท่าใดทว่าครั้งนี้พบว่าอาจารย์กลับมาตรวจสอบที่พักศิษย์สายนอกของแผนกโรงครัวเร็วกว่าปกติ
ทั้งที่กระท่อมที่พักของแผนกโรงครัวมีแค่ยี่สิบหลังเท่านั้นซึ่งไม่หนาแน่นหรือมีจำนวนมากพอที่อาจารย์จะให้ความสนใจเป็นพิเศษ
‘เป็นไปได้ไหมที่อาจารย์จะตรวจพบร่องรอยของศิษย์พี่สาม? แต่ไม่น่าใช่เพราะพลังจิตในการสำรวจของฉันละเอียดอ่อนกว่าพลังปราณของอาจารย์หรือว่าอาจารย์สนใจการฝึกฝนของฉันมากกว่า?’
ณิชาวิเคราะห์สถานการณ์แล้วสรุปในใจได้ว่าอาจารย์คงต้องการติดตามผลการฝึกฝนตนเองมากกว่าเนื่องจากก่อนหน้านั้นที่เลขานุการของอาจารย์นำตำรามาให้ตนพร้อมข้อความสำคัญที่ให้ตนเข้าร่วมประลองเพื่อคัดเลือกเป็นศิษย์สายในโดยมีเวลาฝึกฝนแค่สามวันเท่านั้น ฉะนั้นจึงน่าจะเป็นเหตุผลที่เหมาะสมสอดคล้องกับเหตุการณ์มากกว่า
เมื่อพลังปราณสำรวจของอาจารย์ผ่านไปณิชาส่งสัญญาณแจ้งให้อู๋หมิงปิงรับรู้ เป็นผลให้เขาเตือนเธอด้วยความกังวลว่า
“ผิดปกติเกินไประยะเวลาในการสำรวจของอาจารย์กลับมาที่นี่เร็วเกินหากเป็นแบบนี้คุณต้องระวังตัวหน่อยนะ ไม่รู้ว่าอาจารย์สงสัยอะไรในตัวคุณหรือเปล่า?”
ณิชายิ้มรับคำเตือนจากเขาด้วยความรู้สึกอบอุ่นหัวใจเหมือนมีพี่ชายคอยเตือนและปกป้องตนเองซึ่งเธอรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าเขาไม่มีความรู้สึกชายหญิงกับตนแม้แต่น้อยช่วยให้เธอรู้สึกสบายใจเวลาอยู่ใกล้เขามากขึ้นจึงบอกความจริงกับเขาเรื่องการฝึกฝนที่ได้รับมอบหมายมาจากอาจารย์ว่า
“คงไม่สงสัยหรอกค่ะแต่ฉันได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญมา อาจารย์สั่งให้เลขานำตำราสองเล่มนี้มาให้แล้วฝึกฝนเพื่อเข้ารับการทดสอบภายในวันที่หนึ่งที่จะถึงนี้ค่ะ”
ณิชาหยิบตำราที่ถูกวางอยู่ข้างตัวเธอพอดีขึ้นมาให้เขาดูซึ่งแสงจันทร์ที่สว่างไสวช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนว่าเป็นตำราใด อู๋หมิงปิงตาโตอย่างตื่นตระหนกเพราะไม่คิดว่าอาจารย์จะเร่งรัดหญิงสาวเช่นนี้ถึงแม้ว่าอาจารย์จะแสดงความเมตตาต่อเธอมาก่อนทว่าการเร่งรัดให้ฝึกในขณะที่อีกฝ่ายตั้งครรภ์อยู่นั้นอาจทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีได้
“บ้าไปแล้วคุณยังจะทำตามคำสั่งของอาจารย์อยู่หรือ? ตำราสองเล่มกว่าจะอ่านและทำความเข้าใจต้องใช้เวลานานทีเดียวขนาดคนเก่งที่สุดแค่ตำราเล่มแรก เรื่องการกลั่นฉีก็ใช้เวลาร่วมสัปดาห์ทีเดียว ถึงจะเริ่มต้นฝึกฝนได้ถูกต้อง”
อู๋หมิงปิงเทียบเคียงการฝึกตำรากลั่นฉีโดยยึดตามคำบอกจากอาจารย์ที่เคยกล่าวว่าเขาเป็นลูกศิษย์ที่สามารถเรียนรู้ได้เร็วกว่าคนอื่น จนทำให้ตอนนี้เขามีความแข็งแกร่งเหนือศิษย์ทุกคน
อย่างไรก็ตามอู๋หมิงปิงยังอ่อนแอกว่าอาจารย์มากนักเพราะอยู่กันคนละขอบเขตซึ่งพละกำลังและความแข็งแกร่งแต่ละขอบเขตนั้นมากเกินจินตนาการ
ณิชากระพริบตาแสดงความแปลกใจที่พบว่าคนเก่งที่สุดยังต้องใช้เวลาเรียนรู้และทำความเข้าใจมากถึงหนึ่งสัปดาห์จึงไม่กล้าโอ้อวดตนเองที่สามารถเรียนรู้และเข้าใจในเวลาแค่สองชั่วโมงประการสำคัญคือสองชั่วโมงสองเล่ม ไม่ใช่เล่มเดียวอีกต่างหาก
เธอยิ้มน้อยๆอย่างเข้าใจความรู้สึกของเขาพร้อมตอบกลับด้วยความรู้สึกผ่อนคลายว่า
“หากอาจารย์มอบหมายมาแล้วทำไม่ได้ก็ค่อยว่ากันค่ะ ฉันคิดว่าลองดูก็ไม่เสียหาย หากว่าฉันสามารถฝึกฝนได้เร็วพอและเข้าร่วมคัดเลือกผ่านจนเป็นศิษย์สายในย่อมดีกว่าการเป็นศิษย์สายนอกที่อยู่ห่างไกลอาจารย์ ไม่ใช่หรือคะ?”
สุดท้ายณิชาถามหยั่งเชิงชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความอยากรู้มากขึ้นว่าเขามีจุดประสงค์ใดกันแน่ในการแอบมาพบตนในเวลาค่ำคืนเช่นนี้รวมทั้งลักลอบมาพบโดยไม่ให้อาจารย์รับรู้อีกต่างหาก ซึ่งเรียกความสนใจจากเธอโดยตรง
อู๋หมิงปิงหรี่ตามองสบตาหญิงสาวสวยตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลายเขารับรู้ได้ทันทีว่าเธอฉลาดเฉลียวทีเดียว ทำให้เขาต้องไตร่ตรองให้ดีก่อนพูดกับเธอ
“ผมขอถามคุณอีกครั้งละกันขอให้คุณคิดให้ดีก่อนตอบ เพราะผมจะไม่ถามซ้ำอีกในภายหน้าหากคุณพบว่าคนที่คุณควรเคารพมีเบื้องหลังที่ชั่วร้ายบางทีชั่วร้ายเกินกว่าที่จะให้อภัยได้ คุณจะยังเคารพต่อไปหรือไม่?”
ในที่สุดอู๋หมิงปิงตัดสินใจสอบถามณิชาเพราะเขาคิดว่าอาจไม่มีโอกาสได้สอบถามเธอเพื่อให้เข้าร่วมเป็นพวกเดียวกันอีกเนื่องจากเขาสังหรณ์ใจว่าเธออาจเป็นคนที่สามารถผ่านการทดสอบและกลายเป็นศิษย์สายในได้อย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้เขาสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวของหญิงสาวอย่างชัดเจนจึงคิดว่ามีโอกาสเป็นไปได้ที่อีกฝ่ายจะสามารถเรียนรู้จนแข็งแกร่งในเวลาอันสั้น
ณิชาหรี่ตามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความแปลกใจเพราะไม่คิดว่าเขาจะรีบเร่งมาพูดคุยเรื่องสำคัญในเวลานี้ทำให้เธอเริ่มเข้าใจสถานการณ์คลุมเครือบางอย่างของสำนักนิรนามมากขึ้นจึงตอบตามความเป็นจริงซึ่งสะท้อนตัวตนของเธอว่า
“หากว่าพ่อแม่ฉันกลายเป็นคนเลวฉันอาจจะหลีกหนีจากปัญหานี้ เพราะคำว่ากตัญญูต่อบุพการีค้ำคออยู่แต่หากเปลี่ยนเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อแม่ ถ้าเขาเป็นคนเลวที่ไม่ควรเคารพฉันก็ไม่เคารพ และยังจะกำจัดเองด้วยมือสองข้างนี่”
น้ำเสียงแสดงความรู้สึกมั่นใจของณิชาเป็นผลให้อู๋หมิงปิงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจเขากำชับเธออีกครั้งก่อนจากไปด้วยท่าทางผ่อนคลายมากกว่าตอนที่เข้ามาว่า
“ผมเข้าใจแล้วเช่นนั้นไม่รบกวนคุณอีก อย่าลืมที่ผมเตือนคุณไว้ละคุณเป็นคนรุ่นใหม่อายุน้อยที่ฉลาดทีเดียวผมคิดว่าคุณคงวิเคราะห์สถานการณ์ได้ชัดเจน แล้วเลือกปฏิบัติตัวให้เหมาะสมเหมือนกับคำกล่าวก่อนหน้าของคุณ”
จากนั้นอู๋หมิงปิงออกไปจากห้องพักของณิชาโดยไม่รอฟังคำตอบกลับจากเธอแต่อย่างใดซึ่งณิชาเองก็ไม่คิดที่จะตอบเขาเช่นกัน
เธอยิ้มมุมปากพลางคิดอย่างสนุกสนานว่า
‘ไม่เลวแฮะผู้ชายคนนี้มีความจริงใจทีเดียว เขาเลือกที่จะมาเตือนฉันหรือว่ามาหาพรรคพวกกันแน่ไม่รู้ว่าพวกเขาจะมีใครอยู่ด้วยบ้าง เห็นทีคงมีเรื่องสนุกให้ทำในสำนักนิรนามมากทีเดียวอาจารย์ชรานั่นควบคุมฉันไม่ได้หรอก แค่คิดจะส่งพลังเข้ามาสำรวจและค้นความทรงจำของฉันก็ยังทำไม่ได้ คิดว่าฉันง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากจริงหรือ?’
ณิชายิ้มดูแคลนอาจารย์โดยตรงเธอเชื่อมั่นว่าตนเองสามารถฝึกฝนจนแข็งแกร่งได้ในเวลาอันรวดเร็วอย่างแน่นอนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเธอรับรู้อยู่ก่อนแล้วว่าอาจารย์เป็นคนไม่น่าไว้วางใจฉะนั้นการที่ชายหนุ่มมาเตือนตนเองช่วยให้เธอรู้สึก
ผ่อนคลายมากขึ้น
‘เห็นทีว่างๆคงต้องหาเวลาไปสืบข่าวในสำนักเสียหน่อย ถือโอกาสใช้พลังจิตที่เพิ่งกลับมาตามหาความจริงเสียเลย’
ต่อจากนั้นณิชานั่งฝึกฝนการกลั่นฉีต่อเพื่อให้ตนเองแข็งแกร่งมากขึ้นโดยเร็ว
..........
ก่อนรุ่งสาง
ณิชารับรู้พลังลึกลับที่เคลื่อนไหวไปมาอยู่ในร่างกายเงียบๆพร้อมกับเริ่มรู้สึกได้ชัดเจนมากขึ้นว่าทารกน้อยในครรภ์ที่กำลังก่อตัวเป็นรูปร่างขึ้นมานั้นมีการแลกเปลี่ยนพลังฉีร่วมไปกับการฝึกของเธอด้วย สร้างความยินดีให้กับเธอยิ่งนัก
“เอ๊!ลูกน้อยของฉันมีปฏิกิริยารับรู้ด้วยหรือ?ดีจริงที่การฝึกกลั่นฉีสามารถถ่ายทอดไปถึงลูกได้ด้วย”
ขณะที่ณิชากำลังรู้สึกอัศจรรย์ใจในการฝึกฝนที่ช่วยให้ตนและลูกน้อยแข็งแกร่งไปพร้อมกันนั้นเธอพลันรู้สึกปวดจี๊ดในสมอง ทว่าคราวนี้ไม่ได้ปวดจี๊ดทรมานแบบเดิมพร้อมกับมีภาพบางภาพปรากฏขึ้นมาในความทรงจำอย่างสะเปะสะปะเป็นผลให้เธอรู้สึกดีใจที่มีความหวังว่าความทรงจำจะกลับคืนมาในเร็ววัน
“อ๊ะ!มีภาพในอดีตบางภาพโผล่ขึ้นมาแล้ว แสดงว่าฉันกำลังจะฟื้นคืนความทรงจำได้แล้วใช่ไหม? เยี่ยมไปเลยที่การฝึกฝนส่งผลกระทบที่ดีอย่างนี้”
ณิชายิ้มกว้างอย่างพึงพอใจเธอพยายามเรียบเรียงภาพที่บังเกิดขึ้นมา ซึ่งพบว่าภาพแรกเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ตนกำลังยืนเจรจากับหญิงสาวคนหนึ่งข้างห้องพักที่มีลักษณะคล้ายอาคารหอพักรวมในสถานที่แห่งหนึ่ง
ภาพที่สองเป็นภาพการพบหญิงวัยกลางคนที่มีท่าทางหลุกหลิกและมาให้เธอตรวจสอบเหรียญหยกในร้ายขายโบราณวัตถุ
ภาพที่สามเป็นภาพการตรวจสอบแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ในร้านจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แห่งหนึ่ง
ภาพที่สี่เป็นภาพชายหนุ่มหล่อเหลาคนหนึ่งให้เธอยืมหนังสือภาษาจีนเรียนรู้ขณะนั่งรอขึ้นเครื่องบิน
และสุดท้ายเป็นภาพของชายหนุ่มหล่อเหลาอีกคนซึ่งเธอพบเขาอยู่ข้างถนนในวันที่หิมะโปรยปรายลงมาพอดี
“ฉันต้องจัดเรียงภาพและเรื่องราวออกมาให้ได้เรื่องราวที่ฉันเคยเกิดใหม่ก่อนหน้านั้น มันต้องมีความสำคัญแน่ๆไม่งั้นฉันจะรู้สึกพิเศษกับเหรียญหยกนั่นได้ยังไง?แสดงว่ามีเรื่องซับซ้อนซ่อนอยู่ ที่สำคัญกว่าการตามหาญาติทางแม่หรือการตามหาสามีลึกลับของฉันงั้นสินะ”
ณิชาพึมพำด้วยความรู้สึกหลากหลายเธอเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหลายเข้าด้วยกันจนทำให้มีความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติของของร่างเก่ารวมทั้งความทรงจำของการเกิดใหม่ที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเธอฟื้นจากลำธาร
อย่างไรก็ตามณิชาหวังว่าการฝึกฝนที่เป็นการกลั่นฉีเพื่อก้าวเข้าสู่การปรับแต่งร่างกายและการฝึกตนได้นั้นจะเป็นหนทางช่วยเหลือให้เธอฟื้นความทรงจำได้เร็วขึ้นพร้อมกับช่วยค้นหาความลับที่ยังถูกปิดกั้นไว้อยู่ให้กระจ่างในไม่ช้า
“เตรียมตัวไปทำงานที่โรงครัวดีกว่ารู้สึกทะแม่งๆ เหมือนว่าจะมีเรื่องให้ฉันประหลาดใจเลยแฮะ”
ณิชารู้สึกสังหรณืใจพิกลว่าการไปทำงานวันแรกอย่างเป็นทางการที่โรงครัวนั้นจะมีเหตุทำให้เธอพบกับเหตุการณ์ที่จะสร้างความประหลาดใจให้ตนเองส่งผลให้เธอเตรียมตัวเตรียมใจเผชิญเหตุอันไม่คาดฝันอย่างไม่ประมาท