“ข้ากินโอสถเพิ่มพลังขึ้น ต้องไปหาที่พักในเมือง หาที่ขายโอสถไปด้วย ข้า้าตำลึงเพื่อวันข้างหน้า” ซูเยว่บ่นให้เสียงที่อยู่ในมิติฟัง นางออกมาข้างนอกบางคราวเท่านั้น มาดูความคืบหน้าการก่อสร้างบ้าน แวะมาเติมน้ำไว้ให้ลิงกับกระต่าย และเก็บผักออกมาให้แม่ ทำอาหารกิน
“ดูเหมือนบ้านใกล้จะเสร็จแล้ว ลุงกังทำงานไวเหมือนกัน โอ่งดินนี่ก็ใบใหญ่ทีเดียว ใส่น้ำศักดิ์สิทธิ์ไว้ให้ท่านแม่ใช้ และให้สัตว์น้อยพวกนั้นได้กิน”
“ท่านแม่ตื่นแต่เช้าเลยรึ แล้วนั่นคือตัวกระรอกน้อย พวกมันมาขอกินน้ำ หรือเ้าค่ะ!”
“ใช่แล้วลูกมันตามเ้าลิงมาเมื่อวานนี้ โอ่งน้ำนั่น เ้าจะเอาใส่น้ำพุิญญาใช่หรือไม่ สั่งมาใบเสียใหญ่ เ้าจะทิ้งแม่ไปนานขนาดนั้นเลยหรือ?”
“ใส่กันไว้เ้าค่ะ เพราะว่าเราบอกเป็น้ำฝน เผื่อท่านลุงกังจะมาขอไปกินบ้าง น้ำบ่อมีก็จริงแต่ว่ามันเจือจาง ได้รับการผสมลงไปเท่านั้น ถ้าให้ได้ผลจริงก็ต้องเป็ น้ำพุิญญาที่อยู่ในโอ่งที่ลูกจะใส่เข้าไป”
ซูเยว่ใช้พลังที่มี ทำความสะอาดโอ่งน้ำใบใหญ่ ก่อนจะใส่น้ำพุิญญาลงไป ‘ถ้าใช้อย่างประหยัด ใช้ได้เป็ปีเลยนะนี่’
นางเฝ้าสังเกตดูแม่ ว่ายังมีอาการทางอะไรหรือไม่ ถ้าต้องทิ้งให้อยู่ตามลำพังผู้เดียว ‘ดูเหมือนท่านแม่ จะมีความสุขกับสัตว์ตัวน้อยพวกนั้น พวกมันก็ดูน่ารัก เอาใจท่านแม่เป็อย่างดี โดยเฉพาะเ้าลิง เอาผลไม้มาไม่ขาด’
ลุงกังสร้างบ้านใกล้จะเสร็จแล้ว รั้วรอบบ้านก็สร้างไว้เรียบร้อย บนพื้นที่หนึ่งร้อยหมู่
“ซูเยว่ เ้ามาดูบ้านหรือ วันนี้น่าจะเสร็จแล้ว พรุ่งนี้ทำความสะอาด แล้วจะย้ายครอบครัวเข้ามาอยู่เลย แม่เ้าจะได้มีเพื่อน ดูเหมือนเ้าจะกังวลเื่นี้”
“ใช่แล้วเ้าคะ ข้าเองก็จะได้ไปหาที่อยู่ในเมือง อาจจะไกลออกไปจากเมืองนี้ เพื่อความปลอดภัยของท่านแม่ ข้าฝากท่านดูแลด้วย!”
“ข้าย่อมดูแลแม่ของเ้าเป็อย่างดี จะให้ภรรยาและท่านแม่ คอยไปอยู่เป็เพื่อน พื้นที่ในบ้านของเ้าจะปลูกเป็ สมุนไพรใช่หรือไม่ ข้าจะได้หามาปลูกให้”
“ไม่ต้องหาหรอกเ้าค่ะ ข้ามีต้นกล้าอยู่แล้ว รบกวนให้ท่านปลูกให้เท่านั้น อ้อ! แล้วอีกอย่างหนึ่ง ท่านซื้อที่ไว้เยอะ จะดูแลทันหรือ ท่านซื้อข้าทาส มาช่วยงานไหม หาคนที่ไว้ใจได้ ให้เขาทำงานกับท่าน ไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยว ในบ้านของข้าก็พอ”
“เื่นั้นไม่ยากหรอก เอาไว้ก่อน ถ้าไม่ไหวจริงๆ อาจจะซื้อมาเพิ่มสักสองคน”
“ท่านลุงรับตำลึงทองนี้ไว้ เผื่อมีอะไรต้องใช้เพิ่ม ข้าทาสถ้าซื้อคนมีฝีมือมา ช่วยงานก็ดีไม่น้อย ไม่ใช่ว่าท่านต้องสร้างที่พักให้พวกเขาด้วยหรือ ที่นี่เคยมีสัตว์ป่ามารบกวน มีคนมีฝีมือมาอยู่ใกล้ก็ปลอดภัย ถ้าคนผู้นั้นเป็คนดี แต่ต้องเน้นย้ำไม่ให้เขา เข้าไปก้าวก่ายที่บ้านข้า”
ลุงกังยื่นมือออกมารับถุงตำลึง “เ้าหมดตำลึงไปไม่น้อย ข้าจะตั้งใจทำงานดูแลแม่ของเ้าให้ดี จะหาคนที่มีฝีมือ มาช่วยงาน ลุงเข้าใจความรู้สึกของเ้าดี”
“ดีเ้าค่ะ ไม่แน่ว่าข้า อาจจะเข้าเมืองในวันพรุ่งนี้เช้ามืด!”
“พรุ่งนี้ลุงจะไปส่งเ้า แต่ทำไมถึงต้องไปเช้ามืดขนาดนั้น หรือว่าเ้ากลัวใครจะเห็น ว่าเ้าออกจากหมู่บ้าน!”
“ใช่แล้วเ้าค่ะ พวกเขาจะได้รู้ว่าข้ายังอยู่ที่นี่กับท่านแม่ หรือคนที่ดักรออยู่ข้างนอก ก็ไม่รู้ว่าข้าออกไปจากหมู่บ้านไหน”
หลังจากจัดการเื่ข้างนอกเรียบร้อยแล้ว ซูเยว่เข้าไปฝึกฝนการหลอมยาในนิติ
เช้ามืดวันถัดมา บนถนนที่ยังเงียบสงัด มีรถม้าคันหนึ่งวิ่งออกไปจากหมู่บ้านม่านหมอก พอเริ่มสว่างรถม้าก็เข้ามาถึงในเมืองแล้ว
“ท่านลุง จากนี้ไปข้าจะเดินทางต่อเอง ท่านรีบกลับไปที่บ้านเถอะ ไหนวันนี้จะต้องเตรียมขนของ ย้ายไปอยู่บ้านใหม่ด้วยไม่ใช่หรือ!”
“เื่งานขนของเ้าไม่ต้องเป็ห่วง ข้าวของข้าไม่ได้มีเยอะ ขนแค่สองรอบก็หมดแล้ว!” เขามองสาวน้อยตรงหน้า เหมือนญาติคนหนึ่ง สายตาจึงมีทั้งความเป็ห่วงและกังวล เมื่อเด็กสาวต้องเดินทางไปอยู่ผู้เดียว
ซูเยว่ออกเดินทางไปตรงตลาด ที่เริ่มมีพ่อค้าแม่ค้ามาตั้งแผง นางต้องจ้างรถม้าไปต่างเมือง แต่จะไม่จ้างคันเดียว นั่งไปเป็ระยะ ซึ่งต้องนั่งถึงสี่ต่อ จุดหมายของนางคือเมืองเว่ย
นางใช้เวลาเดินทางร่วมแปดชั่วยาม ตอนดึกของวันนั้น นางเช่าโรงเตี๊ยมของชายแดนเมืองเว่ยนอน ส่วนรถม้านางจ่ายพิเศษให้เพิ่ม เพราะคันสุดท้ายวิ่งยาวไกลกว่าเพื่อน ไหนจะวิ่งลำบากเพราะทางมืด แม้จะวิ่งในเส้นทางที่อยู่ในเมืองเป็หลัก
“เฮ้อ! ได้เข้ามาอยู่ในมิติแล้วค่อยยังชั่วหน่อย เดินทางไกลนั่งจนเจ็บก้นหมดแล้ว เนื้อตัวก็ระบม เพราะแรงกระแทกของรถม้า วันนี้จะนั่งโคจรพลังเท่านั้น เดี๋ยว่สายต้องออกไปเดินที่ตลาด”
ถึงกระนั้นนางก็อยู่ในมิติถึงสี่วัน ยาที่หลอมได้ถูกเข้าไปอยู่ในขวดสีขาว ทั้งเก้าสิบขวด เป็ยารักษาโรคทั่วไป แต่มีความบริสุทธิ์กว่ายาที่มีขายอยู่ท้องตลาด ของนางความบริสุทธิ์แปด ตามท้องตลาดสูงสุดก็แค่ระดับหก ซึ่งก็หายากมากแล้ว
‘โชคดีที่มีมิติเื่เวลา ข้างนอกผ่านไปแค่สี่ชั่วยาม เราพักผ่อนในนี้ถึงสี่วัน ต้องเช่ารถม้าเดินทางเข้าไป ให้อยู่ใกล้กับตัวเมืองมากที่สุด มาไกลขนาดนี้ คงกลับไปเยี่ยมท่านแม่บ่อยไม่ได้แน่’
ซูเยว่เช่ารถม้าหน้าโรงเตี๊ยม เดินทางเข้ามาที่ตัวเมือง ใช้เวลาถึงสามชั่วยาม กว่าจะได้มาเดินอยู่แถวหน้าตลาด สำรวจราคา ก่อนจะหาที่พักก็คือโรงเตี๊ยม ใกล้กับตลาด
‘ค้าขายในเมืองค่อนข้างจะยาก ต้องมีใบประกอบว่าจบมาจากสำนักไหน จะเป็หมอก็ต้องมีใบรับรอง จากสำนักดัง สงสัยเป็ได้แค่หมอพเนจร เริ่มต้นจากตรงนี้ก็แล้วกัน’
เช้าวันถัดมาซูเยว่ เปลี่ยนใจเอายาไปขายให้กับร้านใหญ่ดู วันก่อนนางเดินสำรวจหมดแล้ว “ร้านนี้ดูมีคนที่มีฐานะมาซื้อกันเยอะ เดินเข้าออกไม่ขาดสาย”
“แม่นางน้อย เ้าจะมาขายยาอย่างนั้นหรือ เ้าจบจากสำนักไหนมา ใครเป็อาจารย์ ร้านของเราขึ้นชื่อเื่ยา ที่มีความบริสุทธิ์ถึงหก และไม่รับซื้อยาจาก หมอเถื่อนที่แอบปรุงยาขึ้นมาเอง”
“ท่านปรมาจารย์ ที่สอนข้ามา ท่านเป็ผู้ลึกลับรักสันโดษ บอกไปพวกท่านก็ไม่รู้จักหรอก ท่านจะไม่ดูยาของข้าก่อนหรือ ก่อนจะตัดสินว่า ปรุงมาจากหมอเถื่อน ถ้าไม่ถูกใจก็ไม่ต้องซื้อเท่านั้น”
ชายชราวัยหกสิบ มองสำรวจซูเยว่ั้แ่หัวจรดเท้า แทนที่จะเปิดขวดยาสีขาว ที่นางยื่นให้ ชุดที่นางใส่เป็แค่ผ้าป่านธรรมดาระดับกลาง และนางก็เริ่มคุ้นชิน กับการแต่งตัวแบบนี้แล้ว
เขาไม่แม้แต่จะมองขวดยา มีแต่สายตาที่ดูถูกดูแคลน เพราะคิดว่าถ้ายาดีขนาดนั้น นางคงจะขายได้ราคาที่ดี มีตำลึงซื้อเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ดูดีกว่านี้
ซูเยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อย กับสายตาที่ได้รับจากชายชรา นางไม่อาจฝืนทนยืน ให้ใครมองด้วยสายตาเหยียดหยามแบบนี้ได้อีก เก็บมือที่ยื่นขวดยา แล้วเดินออกจากร้านไปทันที
‘ร้านนี้รับแต่คนมีฐานะ ลืมไปได้ยังไงนะว่าเราแต่งตัวธรรมดา ไม่คู่ควรที่จะเข้าไปเหยียบในร้านของพวกเขา’
ซูเยว่ตัดร้านใหญ่ออกทั้งหมด เดินเข้ามาที่ร้านเล็กที่มีชื่อว่าหงส์ฟ้า เป็ร้านขายสมุนไพร และยาในร้านเดียวกัน ผู้คนไม่ได้เยอะแบบร้านอื่น ค่อนข้างที่จะเงียบเหงาเสียด้วยซ้ำ เ้าของร้านเป็ชายวัยกลางคน อายุประมาณห้ากว่าปี รูปร่างผอมไม่ได้สูงมาก แต่มีท่าทางใจดี
“แม่นางน้อยเ้าจะมาขายยา ให้กับร้านของข้าอย่างนั้นรึ เ้าก็เห็นว่าร้านของข้านั้น แทบจะไม่มีลูกค้าเลย แต่ในเมื่อเ้าเข้ามาแล้ว ก็เอายาของเ้ามาให้ข้าดูหน่อย ว่าเป็ยังไง”
“อยู่นี่เ้าค่ะ! ยานี้รักษาได้ควบคุมเกือบทุกโรค ยกเว้นโดนพิษร้ายแรง” ซูเยว่ยืนขวดยาสีขาว ให้เ้าของร้าน
เขาจับขวดหมุน “ขวดยาของเ้าถึงกับมีชื่อติดไว้ ข้างในคงจะเป็ยาที่ดี ตามรูปลักษณ์ของขวดนะ” เขาพูดพร้อมกับดึงจุกปิดออก
ทันทีที่ขวดถูกเปิดออกมา พลังที่อัดแน่นพร้อมกลิ่นหอมของยา ที่เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ถึงแปดส่วน ก็ลอยฟุ้งกระจายออกมาทั่วร้าน ซึ่งมีลูกค้ายืนอยู่แค่สามคน ต่างหันมามอง เพราะกลิ่นของยา ที่ทำให้พวกเขารู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที
“นี่…นี่มัน ยาความบริสุทธิ์ระดับแปด โอ้! ข้าไม่เคยพบเห็นมาก่อน แค่ระดับหกก็หายากแล้ว ถ้าข้าไม่คลุกคลีกับยามานาน คงจะไม่รู้ถึงระดับได้ ดูสิแค่ได้กลิ่น ร่างกายของข้าก็รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที” เขาพูดจบรีบปิดขวดยา กลัวกลิ่นและพลังจะหายไป
“ท่านหมอนี่คือยาอะไรรึ! ขายให้ข้าได้หรือไม่ แค่ได้กลิ่นอาการเจ็บหน้าอก หายใจติดขัดของข้า ยังดีขึ้นขนาดนี้ ถ้าได้กินลงไปเล่า จะไม่หายเลยหรือ ขายให้ข้าเถอะ ราคาเท่าไหร่ข้าก็ไม่เกี่ยง” เขาตั้งใจจะซื้อสมุนไพรไปต้มกิน บรรเทาอาการหายใจติดขัดและแน่นหน้าอก
“แม่นางน้อยเ้า้าขายยา ราคาเท่าไหร่ ระดับที่สูงของมันข้าเทียบราคาไม่ถูกเลย!” เ้าของร้านถามขึ้น
“เถ้าแก่ยาระดับหก เม็ดหนึ่งราคาเท่าไหร่เ้าคะ!”
“ยาความบริสุทธิ์ระดับหก ราคาเม็ดละสองร้อยตำลึงทอง ซึ่งมันราคาแพงและหายาก ยาของเ้าเม็ดนี้ขายราคาเท่าไหร่ดี ความบริสุทธิ์มันมีมาก รักษาโรคก็มีโอกาสหาย ดีกว่ายาระดับหก”
ซูเยว่หันไปทาง ชายที่ขอซื้อ “ท่านลุงถ้าเป็ท่านจะซื้อไหม ถ้าข้าจะขายจะ สองร้อยห้าสิบตำลึงทอง”
“ห้ะ! แม่นางน้อย!” ทั้งสองคนร้องอุทานขึ้นพร้อมกัน ไม่ใช่ใที่ราคาแพง แต่…มันราคาถูกเกินไป
“ข้าว่าราคามันถูกเกินไป ถ้าเทียบกับยาระดับหก มันต้องขายราคาอยู่ที่ สี่ร้อยตำลึงทองหรือห้าร้อย เ้าไม่คิดค่าสมุนไพรหรือ ยานี้ข้ารู้ว่าปรุงมาจาก สมุนไพรหายากและราคาแพง” เสียงเ้าของร้านดังขึ้น
“ข้าหมายความว่า จะให้ท่านลุงผู้นี้ ซื้อในราคานี้ เพื่อทดลองกินต่างหากเล่าเ้าคะ ส่วนราคาจริง ข้าแล้วแต่ท่านว่าเห็นสมควร ให้ตั้งราคาเท่าไหร่”
“ได้ๆ แม่นางน้อย ข้าจะซื้อยาของเ้ากินเดี๋ยวนี้ ดูว่าผลมันจะออกมาเป็ยังไง สองร้อยห้าสิบตำลึงทองใช่ไหม?” เขาพูดพร้อมกับนำตั๋วเงินออกมาสองร้อยตำลึงทองหนึ่งใบ และห้าสิบตำลึงทองอีกหนึ่งใบ รีบยื่นให้แก่ซูเยว่ ถ้าช้าไปกลัวนางจะเปลี่ยนใจ