บทที่ยี่สิบเจ็ด
โบราณถือ แต่สิงหราชไม่ถือ
“วันนี้เสร็จสิ้นเพียงเท่านี้ใช่ไหมครับ” สิงหราชเอ่ยถามผู้เป็แม่ของตัวเองขึ้นกลางปล้อง ทันทีที่ทิ้งตัวลงนั่งโดยที่ไม่ได้สนใจเลยด้วยซ้ำ ว่าอีกฝ่ายจะสนทนาติดค้างอยู่กับผู้ใดหรือไม่
“จะไปไหนก็ไปเถอะตาสิงห์” เพลินจิตที่กำลังนั่งคุยอยู่กับอารีย์อย่างออกรส ถึงเื่งานแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้น ตวัดสายตามามองลูกชายของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยตอบกับในลักษณะที่กัดฟันพูด
เพลินจิตกำลังอารมณ์ดีอยู่แท้ ๆ แต่เ้าลูกชายก็ยังไม่วายที่จะพูดจาไม่เข้าหู ขัดบรรยากาศดี ๆ ที่มีอยู่ให้เธอได้รู้สึกหงุดหงิดใจเล่น คนเป็แม่ได้แต่กัดเขี้ยวเคี้ยวฟัน และพยายามที่จะเก็บอารมณ์ฉุนเฉียวของตัวเองเอาไว้กับตัว
“ไปกันเถอะเอิงเอย” สิงหราชยกไหล่ขึ้นอย่างยียวน เมื่อได้รับคำตอบเชิงขับไสไล่ส่งจากผู้เป็แม่ ร่างหนาผุดลุกขึ้นจนเต็มความสูง ก่อนจะเอ่ยชวนคนตัวเล็กให้ตามติดไปด้วยกัน
“แล้วเกี่ยวอะไรกับน้อง แกอยากจะไปก็ไปคนเดียวสิ” เพลินจิตรีบเอ่ยค้านขึ้นในทันควัน เมื่อได้ยินลูกชายพูดอย่างนั้น
เธอยังมีอีกหลายเื่ ที่อยากจะขอความคิดเห็นจากว่าที่เ้าสาว เผื่อสิ่งไหนที่เธอตระเตรียมเอาไว้รอ แล้วลูกสะใภ้ไม่ถูกใจ จะได้จัดแจงเปลี่ยนแปลงเสียั้แ่ตอนนี้
“ตลกแล้วแม่” สิงหราชเอ่ยตอบผู้เป็แม่กลับไป ก่อนจะหันไปพยักพเยิดให้กับคนตัวเล็ก ให้รีบลุกขึ้นมาตามที่ตัวเอง้า
นิรณาได้แต่มองหน้าคนนู้นทีคนนี้ทีด้วยความหนักใจ ร่างเล็กส่งสายตาไปขอความช่วยเหลือจากผู้เป็แม่ของตัวเอง เมื่อเห็นว่าสองแม่ลูกกำลังก่อาขนาดย่อมขึ้นมาเสียดื้อ ๆ
“่นี้แกต้องแยกกันอยู่กับน้อง โบราณเขาถือ” เพลินจิตหลับตานิ่งเพื่อปรับอารมณ์ของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยพูดบอกลูกชายของตัวเองเสียงนิ่ง
จะหาว่าเธอเป็คนหัวโบราณก็ได้ แต่เื่แบบนี้มันเป็หนึ่งในขนบธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมานาน ถึงแม้ว่าที่เ้าบ่าวเ้าสาวจะเป็คนรุ่นใหม่ หากแต่ยึดถือปฏิบัติตามก็ไม่ใช่เื่ที่เสียหายอะไร
“แต่ผมไม่ถือ” สิงหราชเอ่ยตอบกลับไปในทันที ร่างหนาคว้าข้อมือเล็กของคนน้องให้ลุกขึ้น
“นี่ ตาสิงห์ไม่ได้นะ” เพลินจิตแหวออกมาเสียงดัง เมื่อลูกชายไม่คิดที่จะฟังคำพูดของเธอเลยสักนิด และยังคงดึงดันที่จะทำตามใจตัวเองไปเสียทุกเื่
“นี่แม่เพี้ยนหรือเปล่า โบราณจะมาแยกมาแยกผัวแยกเมียคนอื่นเขาเพื่ออะไร” สิงหราชเอ่ยบ่นขึ้นยืดยาว ด้วยอารมณ์ความเบื่อหน่าย กับความไร้สาระไม่เข้าเื่ของอีกฝ่าย
ร่างหนาจับจูงนิรณาสาวเท้าเดินออกจากบ้านไปด้วยความรวดเร็ว เพราะเหนื่อยที่จะต้องต่อปากต่อคำกับผู้เป็แม่ เลยเลือกที่จะตัดปัญหา ด้วยการเดินหนีปัญหามันเสียเลย จะได้จบกันไปแล้วค่อยหาเื่ใหม่ มาชวนทะเลาะกันเพื่อเป็สีสันของชีวิตอีกที
“ตาสิงห์!” เพลินจิตได้แต่ร้องเสียงลูกชายตัวเอง ที่หุนหันพลันแล่นเดินออกไปจากบ้านด้วยความเจ็บใจ
“ขอโทษด้วยนะอารีย์ เ้าสิงห์ก็โผงผางเกินเหตุ อย่าถือสาเลยนะ” เพลินจิตรีบหันกลับมารับหน้ากับอารีย์ ที่กำลังนั่งหน้าม้านอยู่เช่นเดียวกัน
“ค่ะพี่เพลิน หนุ่มสาวก็คงจะใจร้อนใจเร็วกันแบบนี้ เป็เื่ธรรมดาค่ะ” อารีย์รีบเอ่ยตอบกลับไปด้วยใบหน้าที่ไม่สู้ดีนัก
เพราะถ้าหากให้พูดตามตรง ในฐานะของคนเป็แม่ ก็รู้สึกประดักประเดิดใจเป็ที่สุด กับการที่สิงหราชเอ่ยปากเรียกลูกสาวของตัวเอง ว่าเมียเสียเต็มปากเต็มคำ ทั้งที่คนทั้งคู่ยังไม่ได้ผ่านการแต่งงานกันอย่างสมบูรณ์แบบ
อารีย์เองเติบโตมาในสังคมผู้ดี ยอมรับอย่างตรงไปตรงมา ว่าไม่ค่อยคุ้นชินการการกระทำหรือคำพูด ที่ตรงทื่อเป็ไม้กระดานของว่าที่ลูกเขยนัก แต่ถึงอย่างนั้นก็จะไปทำอะไรได้ นอกจากยอมรับและมองสิ่งที่เกิดขึ้นให้เป็เื่ที่ปกติไปเสียเอง
จะกระโตกกระตากแข็งข้อใส่ไปก็เท่านั้น มัวแต่มานั่งห้ามปรามยึดตามหลักประเพณีเอาตอนนี้ก็คงจะไม่ทันการณ์ ทุกอย่างมันเลยเถิดจนยากที่จะแก้ไขได้แล้ว ในเมื่อลูกสาวคนสวยของตัวเอง ก็ดันถลำลึกทอดกายให้อีกฝ่ายได้เชยชมไปเสียแล้ว
อารีย์ได้แต่ยกยิ้มส่งไปให้กับเพลินจิต ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมาด้วยความปลงตก กับการที่ฝ่ายตัวเองตกเป็รองเสียทุกอย่างเช่นนี้ ถึงแม้จะเห็นด้วยตาตัวเอง ว่าในตอนนี้ทั้งสิงหราชและนิรณา ต่างก็กำลังมีความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน
หากแต่ด้วยความเป็แม่ ก็ไม่อาจที่จะละทิ้งความเป็ห่วงลูกสาวได้เลยแม้แต่น้อย ในใจยังคงหวาดหวั่นกลัวว่านิรณาจะถูกทอดทิ้งเข้าในสักวัน ที่สิงหราชดอมดมดอกไม้งามดอกนี้ของเธอจนสมใจอยากแล้ว
“พี่สิงห์ เอิงเดินไม่ทันแล้วค่ะ” นิรณาขืนตัวเองเอาไว้ เมื่อคนตัวสูงที่เดินอยู่ข้างหน้าเดินเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนเธอเดินตามไม่ทัน
สิงหราชยอมชะลอฝีเท้าของตัวเองจนกลายเป็หยุดลงในที่สุด ร่างหนาหันกลับมาหาคนด้านหลัง ก่อนจะยกยิ้มกว้างขึ้น เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กมีอาการเหนื่อยหอบอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่ต้องมาขำเลย” ร่างเล็กเอ่ยพูดขึ้น ใบหน้าสวยงอง้ำ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนแทบจะรวมกันเป็เส้นตรง
“ดูทำหน้าเข้า” สิงหราชเอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ มือหนาจับศีรษะเล็กโยกไปมาด้วยความเอ็นดู
ั้แ่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างกันเกิดขึ้น สิงหราชก็กล้าที่จะหยอกล้อ และแตะเนื้อต้องตัวนิรณา โดยที่ไม่จำเป็ต้องเก็บอาการของตัวเองอีกต่อไป เรียกได้ว่าในตอนนี้ช่างเป็ผู้ชายปากว่ามือถึงเสียกระไร
“หนีออกมาแบบนี้ คุณแม่จะไม่โกรธแย่หรือคะพี่สิงห์” นิรณายืนนิ่งให้อีกฝ่ายได้เล่นศีรษะของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นด้วยความไม่สบายใจ
เพราะหลังจากที่เดินออกมาจากบ้าน ก็ยังมีเสียงโวยวายของคุณนายใหญ่แห่งมยมราชพลีดังตามหลังมา นิรณาเองที่เป็คนนอกก็กลัวว่าคู่แม่ลูกจะผิดใจกันด้วยเื่ที่ไม่เป็เื่
“หยอกกันเล่นเฉย ๆ รายนั้นเขาก็เสียงดังไปแบบนั้น ผ่านไปสักสิบนาทีก็หายโกรธแล้ว” ร่างหนาเอ่ยพูดอย่างไม่คิดอะไรมากมาย กับความฉุนเฉียวนั้นของผู้เป็แม่ เพราะเขากับเ้าตัวมักจะหยอกล้อกัน ให้อีกฝ่ายได้หงุดหงิดเล่นเป็ประจำอยู่แล้ว
ยิ่งในตอนนี้สิงหราชเผยจุดอ่อนในเื่ของนิรณา ออกไปให้กับผู้เป็แม่ได้รับรู้อีก มีหรือที่อีกฝ่ายจะไม่หยิบยกเื่นี้มากลั่นแกล้งเขา ก็ดูอย่างเื่ที่จะให้สิงหราชและนิรณาห่างกัน โดยอ้างถึงเื่ประเพณีสมัยาขึ้นมาดื้อ ๆ นั่นสิ
คนที่สนับสนุนให้ลูกชายของตัวเอง พาลูกสาวคนอื่นไปกกไปกอดที่เกาะส่วนตัวอย่างเพลินจิตนะหรือ ที่จะมานั่งคิดมากกับเื่ความเหมาะสมใด ๆ เอาในตอนนี้ สิงหราชไม่คิดว่าจะเป็อย่างนั้น
ที่ทำไปก็เพราะอยากที่จะแก้เผ็ด ลูกชายของตัวเองอย่างสิงหราชก็เพียงเท่านั้นแหละ แต่เื่อะไรที่เขาจะยอมให้ผู้เป็แม่กลั่นแกล้งได้อย่างง่ายดาย ย่อมต้องหาทางสู้กลับจนยิบตาเป็เื่ธรรมดา
“หยอกล้อกันแรงจัง เอิงใแทบแย่” คนตัวเล็กเอ่ยบ่นขึ้นเบา ๆ แม้จะรู้สึกโล่งใจไปบ้าง เมื่อได้รับการยืนยันจากคนพี่
“คิดมาก เข้าบ้านกันเถอะ” สิงหราชเอ่ยบอกกับคนที่ยังสีหน้าไม่ค่อยสู้ดี มือหนาจับจูงคนตัวเล็กให้เดินเข้ามาในบ้านของตัวเอง
สิงหราชแยกบ้านกับพ่อแม่ั้แ่เรียนจบ เพราะได้รับเป็ของขวัญจากคุณปู่เนื่องในโอกาสที่กลับมาอยู่บ้านอย่างถาวร หลังจากที่ไปร่ำเรียนอยู่ต่างบ้านต่างถิ่นเสียหลายปี
แต่ส่วนใหญ่สิงหราชก็ไม่ค่อยได้อยู่บ้านสักเท่าไหร่ เพราะชีวิตวนเวียนอยู่แต่กับเกาะวิมันสิตรา เนื่องจากมีหน้าที่การงานให้รับผิดชอบอยู่ที่นั่น และยังต้องดูแลผู้เป็อาที่กลายเป็ผู้ป่วยจิตเวชไปแล้ว
“จริง ๆ ให้เอิงนอนกับคุณแม่ที่บ้านหลังนู่นก็ได้ค่ะ จะได้ไม่ต้องลำบากพวกพี่ ๆ เขาแบบนี้” นิรณาเอ่ยพูดขึ้นกับคนพี่ เมื่อเห็นว่าภายในบ้านกำลังมีแม่บ้านเร่งทำความสะอาดกันให้วุ่นวาย
“ถ้าหนูนอนบ้านนู้นนั่นแหละ จะเป็พี่ที่ลำบากเอา” สิงหราชเอ่ยแย้ง ร่างหนาเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาว
นิรณาหลุดยิ้มออกมาเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ก่อนจะสาวเท้าเดินไปทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้างคนที่ทำตัวติดเธอเป็ตังเม ร่างเล็กหันไปยิ้มให้กับแม่บ้านที่เอาน้ำวางเอาไว้ให้อย่างเป็มิตร
ดวงตากลมโตกวาดสายตามองไปรอบ ๆ บ้าน ก่อนจะยกยิ้มออกมากับตัวเอง เมื่อเห็นว่าภายในบ้านมีรูปภาพของครอบครัวมยมราชพลีติดอยู่ข้างฝาผนัง และถัดไปก็คงจะเป็รูปเมื่อตอนเด็กของสิงหราช
นิรณามองดูเด็กผู้ชายฟันหลอ หากแต่ยิ้มสดใสให้กับกล้อง จนเกิดมาเป็รูปภาพนั้นด้วยสายตาที่เป็ประกาย ใครจะไปคิดว่าเด็กที่ยิ้มสดใสขนาดนั้น โตมาจะเป็คนที่เงียบขรึมและชอบทำหน้าดุไปวัน ๆ แบบนี้กันได้
“รูปพี่ตอนเด็ก ขี้เหร่ชะมัด” สิงหราชที่มองตามสายตาของคนตัวเล็กเอ่ยพูดขึ้น เพราะในตอนนั้นเขายังคงตัวดำปี๋ จากการที่ชอบเล่นกลางแดด แถมฟันก็ยังหลออีกต่างหาก
“น่ารักจะตายไป แต่โตมาน่ะสิ ทำไมกลายมาเป็แบบนี้ได้ก็ไม่รู้” นิรณาแกล้งเอ่ยแซว ดวงตากลมโตส่งสายตาล้อเลียนให้กับคนข้างตัว
“โตมาแล้วทำไม หึ” ร่างหนาใช้มือบีบแก้มนิ่มด้วยความมันเขี้ยว ก่อนจะเอ่ยถามกลับไปด้วยน้ำเสียงคาดคั้น
“โตมากลายเป็ั์หน้าบูด” ร่างเล็กจับมือหนาออกจากใบหน้าของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงทะเล้น
“เดี๋ยวจะมีเด็กโดนั์จับกิน เดี๋ยวก่อนเถอะ” สิงหราชชี้หน้าคาดโทษ คนตัวเล็กที่กำลังทำหน้าทะเล้นเป็ลิงหลอกเ้าใส่ตัวเองอยู่
“ไม่กลัวหรอกนะ แบร่” ร่างเล็กแลบลิ้นใส่คนพี่ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเสียงใส เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายได้แต่มองค้อนตัวเองปะหลับปะเหลือก หากแต่ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรไปได้มากกว่านี้
เพราะภายในบ้านยังคงมีแม่บ้านเดินวนเวียนไปมา ซึ่งก็เป็เหตุผลที่ทำให้นิรณา กล้าที่จะท้าทายอีกฝ่ายไปแบบนั้น เพราะขืนอยู่กันตามลำพัง คงไม่วายที่จะคนพี่จะจับเธอไปลงโทษบนเตียงให้สาสมกับความอวดดีเป็แน่
………………………………………………….
คุณแม่เพลินจิตกับนายสิงหราชเขาจะลงรอยกันตอนไหน แม่ลูกแบบแกล้ง ๆ เว่อร์ พระเอกนางเอกก็หวานฉ่ำ เส้นเื่หลากหลายอารมณ์เหลือเกิน
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่ามันเป็แรงผลักดันในการอัปเดตนิยายมาก ๆ เลย
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ