ยังอ่านจดหมายไม่ทันจบหวงเฟิ่งเหยาก็ขยำขยี้จดหมายจนเป็นก้อนหัวใจนางแตกสลายเพราะถูกคนที่ไว้ใจทำร้ายอย่างแสนสาหัสหลังจากนั้นเด็กสาวก็กรีดร้องโหยหวนอย่างบ้าคลั่งสาวใช้หน้าห้องตื่นตกใจจนต้องรีบเปิดประตูเข้ามาดูนาง ได้โอกาสดีคนถูกขังก็ผลักอกสาวใช้นางนั้นจนล้มแล้ววิ่งหนีออกจากห้องทันที
นางจะไปคุยกับติงเฉิงคุนให้รู้เรื่องมีนางต้องไม่มีหลางเชียนอิง ต่อหน้านาง เขาต้องเลือกและคนที่เขาเลือกต้องเป็นนางเท่านั้น!
เสียงฝีเท้าหลายคู่วิ่งตามหลังนางมาติดๆบรรดาสาวใช้ต่างตะโกนให้ช่วยกันจับตัวคุณหนูเฟิ่งเหยาเพราะเกรงจะถูกนายหญิงใหญ่ลงโทษอย่างหนักในที่สุดก็มีคนจับตัวหวงเฟิ่งเหยาได้ที่ลานกว้างหน้าโถงใหญ่ หวงกว่างฝูนางหวางกุ้ย หลางรั่วอิ๋งกับหลางเชียนอิงรีบรุดออกมาดูหน้าเด็กสาวที่กล้าฝ่าฝืนคำสั่งหนีออกจากห้อง
“ปล่อยข้า ปล่อย!ข้ามีเรื่องต้องคุยกับคุณชายติง” นางดิ้นรนขัดขืนเสื้อผ้ายับยู่จากแรงดึง ผมเผ้าก็กระเซอะกระเซิงไม่น่ามอง
“นังเด็กไร้ยางอายกี่โมงกี่ยามกันแล้วจะออกจากบ้านไปหาผู้ชาย” นางหวางกุ้ยร้องด่า
“แล้วนังจิ้งจอกที่ยอมมีอะไรกับผู้ชายที่เป็นคู่หมั้นหมายของคนอื่นเล่ามันมียางอายนักหรือ” นางมองหลางเชียนอิงอย่างอาฆาตมาดร้าย
“ข้าไม่ได้ยั่วยวนเขาสักนิดคุณชายติงต่างหากที่เป็นฝ่ายรานน้ำใจข้า” หลางเชียนอิงบีบน้ำตาแสดงบทหญิงสาวผู้ถูกกระทำจนต้องเจ็บช้ำน้ำใจ
หวงกว่างฝูเห็นก้อนกระดาษในมือหลานสาวจึงถามด้วยความสงสัย
“เจ้าถืออะไรในมือ”
เพราะได้ยินเสียงบ่าวไพร่ไล่ตามจับตัวหวงเฟิ่งเหยาสืออวิ๋นจึงพามารดามายังลานกว้างที่คนในบ้านสกุลหวงรวมตัวกันอยู่ทั้งนายทั้งบ่าวเหนียงเซียงมาทันเห็นสาวใช้ของหลางรั่วอิ๋งดึงจดหมายจากมือหวงเฟิ่งเหยาก่อนส่งให้หวงกว่างฝูอ่านมันเป็นจดหมายจากติงเฉิงคุน
“ใครเป็นคนมอบจดหมายฉบับนี้ให้เจ้า”เขาหันไปทางสาวใช้เฝ้าห้อง นางปฏิเสธว่านางอยู่เฝ้าหน้าห้องตลอดมีหายไปก็ตอนไปขอนายหญิงใหญ่เรื่องคุณหนูเฟิ่งเหยาอยากจะถ่ายหนัก
“ตอบมาว่าเจ้าเอาจดหมายมาจากใคร”
หวงเฟิ่งเหยากัดฟันแน่นหวงกว่างฝูเงื้อมือจะลงโทษสั่งสอนหลานสาวต่อหน้าบ่าวไพร่สืออวิ๋นทนให้เกิดเรื่องอย่างนั้นไม่ได้จึงรีบแสดงตัวขอรับโทษทั้งหมด
“คุณชายติงฝากจดหมายข้ามาขอรับ”
คุณชายติงยังพยายามติดต่อกับหวงเฟิ่งเหยา...หลางเชียนอิงหวั่นวิตกอยากจะรู้เนื้อความในจดหมาย แต่ก็ไม่กล้าขอจากพี่เขย
“ทำตัวเป็นขี้ข้าสองนาย”หลางรั่วอิ๋งบริภาษแล้วสั่งบ่าวชายที่ยืนมุงอยู่ “โบยมันสิบไม้ ให้รู้ว่าใครเป็นนายที่มันควรภักดี”
สืออวิ๋นถูกกดตัวลงกับพื้นหินบ่าวในเรือนนำไม้ออกมาแล้วเริ่มลงมือทุบตีเขาตามคำสั่งเหนียงเซียงร้องไห้ปานจะขาดใจไม่ต่างจากซู่หงที่ใจหายใจคว่ำตามหวงเฟิ่งเหยาในใจมีแต่ความเคียดแค้นที่ไม่สามารถช่วยเหลือคนของนางได้
หวงกว่างฝูอ่านจดหมายยับยู่ในมืออย่างรวดเร็วแล้วกล่าว“เนื้อความในจดหมายชัดเจนอยู่แล้วเจ้าจะบากหน้าออกไปหาเขาให้อายทำไม”
เรื่องยุ่งเหยิงมันควรจบๆไปแล้ว อีกไม่กี่วันการแต่งงานระหว่างติงเฉิงคุนกับหลางเชียนอิงก็จะเกิดขึ้นมิคาดนังหลานสาวตัวดีกลับพยายามจะทำลายเรื่องมงคลนี้
“ข้าต้องให้เขาบอกต่อหน้าข้ามีข้าต้องไม่มีนาง” ดวงตาของหวงเฟิ่งเหยาวาวโรจน์นางชี้นิ้วไปยังสตรีไร้ยางอาย
“เจ้าต้องคิดถึงผลเสียต่อตระกูลหวงให้มากถ้าเขาแต่งงานกับเจ้า แล้วเชียนเอ๋อร์จะทำเช่นไร นางกับเขา...” ต่อหน้าบ่าวไพร่ทำให้ถ้อยคำสะดุด หวงกว่างฝูไล่ทุกคนให้แยกย้ายเขาลากแขนหลานสาวเข้าไปในห้องโถงอันจะเป็นการมิดชิดกว่า
เมื่อไม่มีคนนอกหวงเฟิ่งเหยาก็พูดในสิ่งที่ค้างคาในใจก่อนหน้านี้นางคิดว่าอย่างไรสายเลือดระหว่างอาหลานย่อมจะต้องผูกพันกันบ้างจึงอ้อนวอนขอความเห็นใจจากเขา
“ข้าเป็นหลานสาวท่านทำไมท่านอาไม่เห็นแก่ข้า ข้าไม่เคยทำสิ่งใดผิดต่อสกุลหวง คนที่ต้องอายก็คือนางและที่นางทำก็ไม่ใช่เรื่องเสื่อมเสียที่สกุลหวงต้องแบกรับไว้ นางเป็นคนนอกเป็นแค่คนอาศัย”
นางหวางกุ้ยถือว่าตนเป็นมารดาลูกหลานผู้หญิงในบ้านตัวนางมีสิทธิ์ที่จะสั่งสอนได้เต็มที่จึงไม่รอฟังคำตัดสินจากบุตรชาย กล่าวอย่างเดือดดาล
“นังเด็กดื้อด้านพูดจนปากฉีกก็ยังไม่รู้ฟัง เลิก...ไม่ต้องฟังนางพูดแล้ว จับนางไปขังไว้คราวนี้ใส่กุญแจให้แน่นหนา ให้คนยืนเฝ้าสองคน จะเข้าห้องน้ำก็ต้องมีคนไปด้วยจนกว่าจะเสร็จงานมงคลระหว่างสกุลหวงกับสกุลติงค่อยปล่อยนางออกมา”
สิ้นคำสั่งของนางหวงเฟิ่งเหยาก็ถูกหิ้วปีกกลับไปยังห้องของตนเอง ที่ลานหินสืออวิ๋นเพิ่งถูกโบยเสร็จ แผ่นหลังแตกเลือดซิบ เหนียงเซียงร่ำไห้เงยหน้าถามฟ้าว่าเหตุใดเบื้องบนถึงได้ใจร้ายกับคุณหนูเฟิ่งเหยานัก
บ้านสกุลหวงกำลังจะมีงานมงคลบ่าวไพร่ในเรือนต่างเร่งมือทำความสะอาดและตกแต่งด้วยผ้าแดงมงคล
ภายในห้องของหวงเฟิ่งเหยาที่กลิ่นอายความชื่นมื่นไม่ได้ล่วงมาถึงจู่ๆ ประตูหน้าห้องถูกเปิดออกหลางเชียนอิงเดินผ่านม่านกั้นห้องเข้ามาถึงห้องชั้นในเด็กสาวที่นั่งกอดเข่าเซื่องซึมอยู่บนเตียงเงยหน้าซึ่งผ่ายผอมลงมากขึ้นมอง
“ข้ามาเพื่อสมน้ำหน้าเจ้า”
หวงเฟิ่งเหยาตาวาวดั่งแมวที่กำลังโกรธลุกพรวดโถมกายเข้าหา แต่ซานไฉที่มากับหญิงสาวแทรกกายเข้ามาขวางแรงเด็กสาวที่อ่อนเพลียเพราะกินข้าวปลาไม่ลงทำให้นางถูกสาวใช้ผลักจนเซกลับไปที่เตียง
“วู่วาม เอาแต่ใจทำอะไรไม่คิดหน้าไม่คิดหลังอย่างนี้ไงเล่า คุณชายติงถึงไม่เลือกเจ้า” คนที่มั่นใจว่าตนเองชนะในสนามรักครั้งนี้กล่าววาจาเยาะหยันพร้อมรอยยิ้มดูแคลน
“เพราะพวกเจ้าใช้แผนสกปรกไงเล่า”พวกเจ้า...นางหมายรวมหลางรั่วอิ๋งกับนางหวางกุ้ยหญิงชราเป็นคนสกุลหวงกลับส่งเสริมคนนอก ช่างไม่รู้สำนึกต่อท่านปู่ที่ตายไปสักนิด
“สกปรกอย่างนั้นรึ”หลางเชียนอิงยิ้มเหี้ยมเดินวางท่าราวกับนางพญาเข้าหาเด็กสาวแล้วตวัดฝ่ามือตบหน้านาง
หวงเฟิ่งเหยาจะตบคืนแต่ก็ถูกซานไฉจับมือไว้ทว่าเท้าของนางก็ถีบถูกคู่อริ ถือว่าเสมอกัน
“อยากแต่งงานมากนักใช่ไหมดี...ข้าจะยุให้พี่เขยหาผู้ชายมาแต่งกับเจ้าสักคนแต่คนคนนั้นต้องไม่มีอะไรสู้คุณชายติงได้ ดูซิ ถึงตอนนั้นเจ้าจะเป็นเช่นไร”กล่าวแล้วก็หันกายกลับหัวเราะอย่างสะใจ
หวงเฟิ่งเหยาคว้าหมอนใกล้มือได้ก็โยนใส่ตามหลัง
“ข้าขอสาปแช่งเจ้าสักวันติงเฉิงคุนจะเห็นธาตุแท้อันชั่วร้ายของเจ้า!” หวงเฟิ่งเหยาด่าไล่หลังพร้อมกับทุบทำลายข้าวของในห้องตัวเองนางก่นด่าฟ้าดินว่าไม่มีตา ส่งเสริมคนชั่วให้รังแกคนดีเสียงทำลายข้าวของยังดังอยู่นานเป็นเค่อ กระทั่งเด็กสาวหอบจนตัวโยนจึงได้หยุด
แม้หวงเฟิ่งเหยาอยู่ในห้องแต่หูก็ได้ยินพวกบ่าวซึ่งเป็นคนของสองพี่น้องจงใจยั่วโมโหนางด้วยพูดคุยถึงเรื่องงานมงคลที่ใกล้เข้ามาอย่างตื่นเต้นยินดีกระทั่งถึงวันรับตัวเจ้าสาวด้วยคำสั่งจากคนที่ต้องการเหยียบย่ำนางให้ไร้ศักดิ์ศรีแทบจมดินจึงสั่งสาวใช้ว่าหากขบวนรับตัวเจ้าสาวมาถึงก็ให้ทำทีหละหลวมเผอเรอเปิดประตูปล่อยเด็กสาวออกมา
หวงเฟิ่งเหยาวิ่งมาถึงลานหินหน้าห้องโถงที่ใช้เป็นสถานที่ส่งตัวเจ้าสาวขึ้นเกี้ยวติงเฉิงคุนในชุดเจ้าบ่าวยืนอยู่ด้านหน้าขบวนผู้ถือธงมงคลและวงดนตรี เขาสบตานางแต่แล้วก็เบือนหน้าหนีด้วยความละอายใจ หวงเฟิ่งเหยาเม้มริมฝีปากขัดเคืองเสียใจราวโลกกำลังจะถล่ม นางออกตัวจะวิ่งเข้าไปหาเขาอยู่แล้วแต่ถูกสืออวิ๋นซึ่งเฝ้ามองนางอยู่รั้งตัวไว้ก่อน
ชายหนุ่มสังหรณ์ใจว่าที่คุณหนูเฟิ่งเหยาออกจากห้องใส่กุญแจขังนางอย่างแน่นหนาได้นั้นต้องเป็นแผนการของสองพี่น้องที่ต้องการให้นางขายหน้าต่อคนหมู่มาก
สืออวิ๋นทั้งอุ้มทั้งลากเจ้าของร่างเล็กพาไปจนถึงหน้าเรือนพักของนาง
“ปล่อยนะเจ้าคนบ้า!”นางทั้งเตะทั้งถีบ ย้ายความไม่พอใจซึ่งอัดอั้นใจทั้งหมดมาทุ่มใส่สืออวิ๋น
“ถ้าคุณหนูโวยวายก็เท่ากับสร้างช่องทางให้พวกนางทำลายชื่อเสียงท่านอย่างป่นปี้”
“นั่นมันเรื่องของข้าข้าจะคุยกับคุณชายติง ข้าจะบอกให้ทุกคนรู้เล่ห์กลของนังจิ้งจอกเชียนอิง”
“พิธีการดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้วพวกเขายกเลิกไม่ได้แล้ว” สืออวิ๋นเค้นเสียงตอบให้ทุกคำพูดของตนซึมซาบเข้าสู่ความคิดของนาง
ยกเลิกไม่ได้อย่างนั้นรึนางนี่แหละจะทำให้งานแต่งทั้งหมดถูกยกเลิก!
“ข้าบอกให้ปล่อย”หวงเฟิ่งเหยาจิกข่วนไปบนท่อนแขนกำยำ ร่างเล็กดิ้นปัดๆ จนสืออวิ๋นยอมปล่อยเด็กสาวเงื้อฝ่ามือตบหน้าเขาพร้อมด่าทอ “เจ้าเป็นแค่บ่าวเป็นคนใช้บ้านข้า อย่ารู้ดีสะเออะมาออกความเห็น”
คนถูกหยามมองหน้านายตัวน้อยที่เขากับมารดาซื่อสัตย์ภักดีเสมอมาเขาคงต้องเจียมตนให้มากกว่านี้สินะว่าตนอยู่ในฐานะอะไร บ่าวต่ำต้อยเช่นเขาถูกคนอื่นดูแคลนมาตลอดชีวิตจึงไม่อยากให้นางทำเรื่องให้คนอื่นมาเหยียดหยาม จึงพยายามใจเย็นกับนาง
“ทั้งหมดข้าทำไปเพราะหวังดีสักวันท่านจะต้องขอบคุณข้า” พูดจบสืออวิ๋นก็อุ้มนางเข้าห้องแล้วใส่กุญแจขังนางไว้ตามเดิม
“เจ้าคนอกตัญญูข้าเป็นนายเจ้า เจ้ายังไม่ช่วยเหลือ ยังไปเข้าข้างคนพวกนั้นมารังแกข้าข้าจะแช่งเจ้า เจ้าคนใจดำ เจ้าคนไร้น้ำใจ” หวงเฟิ่งเหยาเขย่าประตูปากก็ตะโกนด่าปาวๆ
“เอาแต่โวยวายไม่เก็บอารมณ์กี่ครั้งแล้วที่พลาดให้คนพวกนั้นเล่นงานได้ ในสายตาคนนอกใครๆก็คิดว่าคุณหนูเป็นคนร้ายกาจ หากคุณหนูออกไปทำลายพิธีแต่งงานโทษจะไม่ใช่แค่ถูกขังหรือถูกสั่งโบย คุณหนูคือทายาทสกุลหวงจึงต้องอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและทะนงตนไว้ ได้โปรดเห็นแก่ความรักของนายผู้เฒ่าเห็นแก่บิดามารดาที่ให้กำเนิดสักนิดเถอะ”
ถูกยกบุพการีกับท่านปู่มาตักเตือนหวงเฟิ่งเหยาก็อึ้งงันไปครู่หนึ่ง แต่ก็ยังเถียงข้างๆ คูๆ
“เขาไม่รักษาสัญญา”
สืออวิ๋นถอนหายใจทั้งอดสูทั้งเห็นใจที่นางยังมีความคิดแบบเด็กๆนั่นเพราะไม่มีญาติใกล้ชิดคอยแนะนำยามประสบปัญหา เขาคงต้องใจเย็นกว่านี้เผื่อนางจะยอมฟังคำของเขาบ้าง
“ในเมื่อเขาไม่รักษาสัญญาไยคุณหนูยังดื้อดึงตามตื๊อเขา ทำไมต้องลดศักดิ์ศรีตัวเอง ไม่มีเขาก็ใช่ว่าคุณหนูจะหาคนที่ดีกว่านั้นมาแต่งงานด้วยไม่ได้”
“เจ้า...เจ้าไม่ใช่ข้าก็พูดได้สิ เจ้าไม่ใช่คนเสียหน้าที่ถูกหลางเชียนอิงแย่งคู่หมั้นหมายแบบข้านี่”ความแค้นเรื่องถูกแย่งของที่ควรเป็นของนางมาก่อนความรักที่ควรมีให้ติงเฉิงคุน
“หากคุณชายติงมั่นคงกับคุณหนูจริงเขาจะไม่มีวันเปิดโอกาสให้หลางเชียนอิงเข้ามาแทรกกลาง”
“นางใช้เล่ห์ ใช้มารยา”นางเชื่อว่าติงเฉิงคุนคงไม่ตั้งใจทรยศความเชื่อใจของนางเพราะมีหลายครั้งหลายหนที่เขาพยายามจะตกลงกับนางเรื่องแต่งงาน
“จะเล่ห์หรือมารยาแต่พวกเขาก็แต่งงานกันแล้ว คนไม่อาจฝืนชะตาฟ้า”
ใครฝืนไม่ได้ก็ช่างนางจะฝืนให้ดู!
“พูดมาก!” หวงเฟิ่งเหยากระแทกเท้าตึงๆ เริ่มระบายอารมณ์กับข้าวของบนโต๊ะคนยืนฟังด้านนอกได้แต่ส่ายหัว เขาอยากรู้จริงๆว่านางรักติงเฉิงคุนหรือแค่อยากเอาชนะหลางเชียนอิง
สืออวิ๋นกำลังจะกลับไปยังหน้าโถงใหญ่มารดาที่รู้เรื่องบุตรชายลากคุณหนูเฟิ่งเหยากลับห้องจากปากของเสี่ยวกุ่ยก็รุดมาถึงนางได้ยินเสียงหวงเฟิ่งเหยาอาละวาดอยู่ในห้อง
“ให้เป็นแบบนี้จะดีหรือ”
“ก็ยังดีกว่าให้คุณหนูออกไปอาละวาดขายหน้าคนอื่นเราอย่าเปิดโอกาสให้คนพวกนั้นได้สมใจฉุดคุณหนูลงต่ำเพราะใจคุณหนูก็ร่วมด้วยจะดีกว่านะขอรับ”
“นางยังเล็กนัก”เหนียงเซียงเช็ดน้ำตาที่เอ่อคลอสะเทือนใจทุกครั้งที่คุณหนูของตนต้องพบเรื่องเจ็บปวด หลังจากอาละวาดครู่หนึ่งคนในห้องก็เปลี่ยนเป็นร้องไห้คร่ำครวญ
“นางอายุสิบห้าถือว่าเริ่มเป็นผู้ใหญ่แล้ว ในเมื่อนางไม่มีใครนางก็ต้องพร้อมเติบโตได้ด้วยตัวเองนะขอรับท่านแม่”
นางต้องเติบโตและเข้มแข็งให้ได้ด้วยตัวเองแต่เขากับมารดาจะอยู่เคียงข้างไม่มีวันทอดทิ้งไปไหน นอกเสียจากว่านางจะเอ่ยปากไล่นอกเสียจากว่านางจะพบผู้ชายดีๆ สักคนที่รักนางเทียมเท่าชีวิต