บทที่ 10 จับแกได้แล้ว
"เอาอย่างนั้นก็ดี มีหนูน้อยคนนี้อยู่ ผมก็วางใจ" กู้เสวี่ยซงได้ยินดังนั้น ความขุ่นเคืองในใจจึงผ่อนคลายลง
"แบบนี้... ผมก็มีน้องสาวแล้วเหรอ?" ในตอนนี้ กู้อวี่ยังคงรู้สึกเหลือเชื่อ
เขาเป็ลูกคนเล็กของบ้าน เมื่อเทียบกับพี่ชายคนอื่น ๆ แล้ว เขาอยากมีน้องสาวมากกว่า แต่ตอนที่แม่ให้กำเนิดเขา ร่างกายก็บอบช้ำมาก จึงไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก ประกอบกับที่บ้านมีลูกชายเยอะอยู่แล้ว เื่อยากได้ลูกสาวจึงไม่ได้ถูกพูดถึงอีก
นาน ๆ ครั้ง เฉินฮุ่ยก็ได้แต่บ่นกับตัวเองเบา ๆ
"ถ้าอย่างนั้น อาจารย์ชิงอวิ๋นก็อยู่ที่นี่ก่อนเถอะ ยังมีห้องว่างอยู่อีกเยอะ" กู้เสวี่ยซงพูดกับชิงอวิ๋น
"ต้องรบกวนคุณกู้แล้ว!"
ให้เหยาเหยาอยู่ที่นี่ ชิงอวิ๋นก็รู้สึกไม่ค่อยอยากจากไปนัก ส่วนใหญ่เป็เพราะกลัวว่าเด็กน้อยจะถูกครอบครัวนี้ชิงตัวไป สายตาที่คุณนายของบ้านนี้มองเหยาเหยานั้นช่างน่ากลัว ราวกับตั้งใจจะกลืนกินเด็กน้อยเสียให้ได้
ถ้าไม่ใช่เพราะเหยาเหยาเป็เด็กที่ศิษย์น้องเก็บมา เขาคงคิดว่าเป็ลูกสาวที่พลัดพรากจากอกกันไปนานแล้ว
เื่การสืบทอดเป็รากฐานของสำนัก ชิงอวิ๋นบอกกับตัวเองว่า ไม่ว่าจะระแวดระวังแค่ไหนก็ไม่มีวันเพียงพอ!
หลังจากตกลงเื่ที่พักกันเรียบร้อยแล้ว ทุกคนในบ้านก็แยกย้ายกันไป เหยาเหยาถูกพี่เลี้ยงพาไปอาบน้ำ ห้องน้ำในบ้านคุณใหญ่มาก เด็กน้อยสะดุดตากับอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ั้แ่แรกเห็น ข้างในมีฟองและกลีบดอกไม้ลอยอยู่เต็มไปหมด เด็กน้อยไม่เคยลองอาบแบบนี้มาก่อนเลยสักครั้ง
เหยาเหยาถอดเสื้อคลุมตัวน้อยออก แล้วลงไปแช่น้ำเล่นอย่างสนุกสนาน
หลังจากปล่อยน้ำร้อนไปสองครั้ง คนรับใช้กลัวว่าผิวของเหยาเหยาจะเปื่อย จึงเตือนว่าถึงเวลาที่ต้องลุกออกไปแล้ว เด็กน้อยเลยจำใจต้องออกจากอ่าง
จากนั้น เหยาเหยาก็แอบจดบันทึกความชอบส่วนตัวลงในสมุดเล่มเล็ก ๆ เพิ่ม ‘การอาบน้ำที่เต็มไปด้วยฟอง’ เข้าไปในรายการ
หลังจากเช็ดตัวเสร็จ คนรับใช้ก็ช่วยเหยาเหยาเปลี่ยนเป็ชุดนอนผ้าไหม นี่เป็ชุดที่คุณนายให้คนเอามาให้ ขนาดของมันอาจจะไม่พอดีตัวนัก แต่ก็พอถูไถไปก่อนได้
ส่วนชุดที่พอดี คุณนายนัดกับดีไซเนอร์ไว้แล้ว พรุ่งนี้จะมาวัดตัวเหยาเหยาโดยเฉพาะ เสื้อผ้าจะแล้วเสร็จภายในวันเดียว
ร่างกายนุ่มนิ่มของเหยาเหยาเพิ่งจะัักับเตียง คุณนายก็อุ้มเหยาเหยาเข้าไปกอด
"อาบน้ำสบายไหม" คุณนายถามอย่างอ่อนหวาน เธอเป็ห่วงว่าเหยาเหยาจะไม่ชินกับอ่างอาบน้ำที่บ้าน
"ค่ะ สบายมาก หนูชอบมากเลย" เหยาเหยาพยักหน้าตอบ
ในตอนนั้นเอง เธอก็รู้สึกแปลก ๆ ที่ถูกเฉินฮุ่ยกอดเธอเอาไว้ บอกไม่ถูกเหมือนกัน เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่เธอถูกผู้หญิงกอดแบบนี้
ก่อนหน้านี้ ถึงอาจารย์ชิงหานจะอุ้มเธออยู่บ่อย ๆ แต่มันให้ความรู้สึกที่ต่างไปจากนี้โดยสิ้นเชิง
คุณนายที่รับเธอเป็ลูกสาวคนนี้น่ะ ทั้งตัวหอม พูดจาอ่อนโยน ถูกใจเธอจริง ๆ!
ความจริงแล้ว ตัวเธอเองก็ไม่รู้ที่มาที่ไปของตัวเอง รู้แค่เพียงว่าจำความได้ก็ไปอยู่กับอาจารย์ชิงหานมาตลอด หากเธอมีพ่อแม่จริง ๆ พวกท่านก็น่าจะทำแบบที่เฉินฮุ่ยทำให้เช่นกัน
ดังนั้น เธอจึงทะนุถนอมคุณนายที่เพิ่งจะมาอยู่ด้วยคนนี้มาก เด็กน้อยเอื้อมแขนป้อม ๆ ไปกอดแขนของเฉินฮุ่ยเอาไว้
"เตียงนุ่มเกินไปหรือเปล่า นอนหลับสบายดีไหม"
การกระทำของเ้าก้อนแป้งตัวน้อย ทำให้ใจของเฉินฮุ่ยอบอุ่นขึ้น เธอเข้าใจดีว่าเด็กหญิงเต็มใจที่จะใกล้ชิดกับเธอ เสียงของเธอจึงอ่อนโยนยิ่งขึ้นไปอีก
เพราะเธอชอบเตียงนุ่ม ตอนที่เธอแต่งงานกับสามี เธอจึงสั่งทำเตียงหลังนี้มาเป็พิเศษ ตัวเธอนอนแล้วกำลังดี ส่วนลูกชายคนเล็กบ่นอยู่หลายครั้งว่านุ่มเกินไปจนนอนไม่หลับ
"หนูชินแล้วค่ะ!" เหยาเหยาส่ายหน้า
เธอไม่เคยเกี่ยงงอนเื่เตียง ไม่ว่าที่ไหน ถ้าเธอเหนื่อยล้า เธอก็นอนหลับลงได้ อาจารย์ชิงหานเคยพูดเอาไว้ว่า เด็กคนนี้ นอกจากเื่กินจุแล้ว เื่อื่น ๆ ก็ไม่เื่มากเลย
เฉินฮุ่ยคอยเป็ห่วงเป็ใยอยู่ห่าง ๆ ทำให้แม่ลูกคู่นี้เข้ากันได้ดีเป็พิเศษ
"หรือว่า คุณนายกำลังกลัวอยู่คะ" เหยาเหยานึกถึงเื่ที่คุณนายเพิ่งเจอมาวันนี้ แถมยังดูอ่อนเพลียจนนอนไม่หลับ ทำให้อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
ผีสางนางไม้ พวกนี้ล้วนชั่วร้าย ถ้าเป็คนขวัญอ่อนเจอเข้าก็ง่ายที่จะถูกทำให้หวาดกลัวจนิญญาหลุดออกจากร่าง
ต่อให้เป็คนเข้มแข็งใจกล้าขนาดไหน ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น การนอนไม่หลับย่อมเป็สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งจริง ๆ แล้ว นี่ก็เป็การแสดงออกอย่างหนึ่งของิญญาที่อ่อนแอ
"ก็กังวลอยู่บ้าง" เฉินฮุ่ยตอบออกไปตามตรง
เธอรู้ดีถึงความสามารถของเหยาเหยา เธอไม่กล้านอนจริง ๆ เพราะกลัวว่าพอหลับตาลง สิ่งนั้นจะคืบคลานเข้ามาในฝันของเธออีก แค่คิดถึงความรู้สึกที่เกือบหายใจไม่ออกในตอนนั้น ก็ทำให้เธอขนลุกไปหมดแล้ว
เหยาเหยามองไปที่ใบหน้าของเธอซึ่งเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เธอชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ลุกขึ้นจากผ้าห่ม
"หืม เกิดอะไรขึ้น" เฉินฮุ่ยมองมาด้วยความสงสัย
ดวงตากลมโตของเหยาเหยาเป็ประกาย "งั้นหนูจะช่วยคุณนายเอง"
พูดจบ เด็กน้อยก็ยื่นมือออกมาวาดยันต์กลางอากาศ ได้ยินเพียงเสียงใส ๆ ของเหยาเหยาร่ายมนตร์ออกมา
"ขออัญเชิญเทพยดาเบื้องบน โปรดประทานสติปัญญาอันแจ่มใส จิตใจสงบสุขแก่ดวงิญญาดวงนี้ ดั่งเสียงกังสดานในพลัน"
สิ้นเสียงสวด เหยาเหยาก็แตะนิ้วเรียวที่ประสานเป็รูปดอกบัวลงบนหว่างคิ้วของเฉินฮุ่ย ความเย็นะเืไหลผ่านปลายนิ้วราวกับสายน้ำที่ไหลรินจากหว่างคิ้วสู่ก้นบึ้งของจิตใจ นี่คือมนต์คาถาปลอบประโลมดวงิญญาของลัทธิเต๋า ใช้เพื่อปลอบขวัญและทำให้จิตใจสงบ โดยเฉพาะดวงิญญาที่กำลังหวาดกลัว
ยิ่งผู้ใช้คาถาฝึกฝนมากเท่าไร พลังก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
เห็นได้ชัดว่าเหยาเหยาอยู่ในระดับที่สูงมาก
ในขณะนั้นเอง ความตึงเครียดของเฉินฮุ่ยก็คลายตัวลง เพราะปราณอันบริสุทธิ์นี้
ความรู้สึกง่วงซึมที่ไม่ได้ััมานานก็เข้ามาแทนที่ จริง ๆ แล้ว นี่ไม่ใช่ผลของมนตรา แต่เป็เพราะร่างกายของเฉินฮุ่ยเหนื่อยล้ามาเป็เวลานานแล้วต่างหาก เพียงแต่จิตใต้สำนึกของเธอพยายามยื้อสติเอาไว้ ตอนนี้ เมื่อมนตราช่วยลบคำสั่งของจิตใต้สำนึก เธอจึงไม่สามารถต้านทานความง่วงได้อีกต่อไป
เฉินฮุ่ยไม่มีโอกาสได้บอกฝันดีกับเหยาเหยาด้วยซ้ำ ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะดับวูบลง
เมื่อเห็นแบบนั้น รอยยิ้มหวานราวน้ำผึ้งก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเหยาเหยา ก่อนที่เด็กน้อยจะปีนขึ้นไปบนเตียงแล้วขยับเข้ามาซุกตัวข้าง ๆ เฉินฮุ่ย
"ฝันดีค่ะ…" เหยาเหยากระซิบเสียงเบา ก่อนจะจุ๊บลงบนแก้มของเฉินฮุ่ยอย่างอ่อนโยน
อาจารย์เคยบอกกับเธอว่า การแสดงความรักต่อผู้ใหญ่ที่รักและเมตตา สามารถทำได้ด้วยการจุ๊บที่แก้ม
วันนี้เกิดเื่ราวมากมายเหลือเกิน เด็กน้อยไม่เพียงแต่ได้พบกับอาจารย์ชิงอวิ๋น แต่ยังได้พบกับแม่บุญธรรมของเธออีกด้วย
การลงจากเขามันช่างน่าสนใจจริง ๆ พรุ่งนี้เธอจะต้องเผากระดาษเงินกระดาษทองบอกข่าวดีนี้ให้อาจารย์ชิงหานรู้ เหยาเหยาคิดอย่างมีความสุข
ขณะเดียวกันดวงตากลมโตก็ค่อย ๆ ปิดลง เตรียมที่จะเข้านอน หากไม่นอนจะทำให้ไม่สูงเอาได้
ทุกคนต่างก็พักผ่อน ห้องโถงใหญ่พลันเงียบสงัดในทันใด
เพราะใกล้มืด บรรยากาศในบ้านตระกูลกู้ก็เงียบสงบลง
ทันใดนั้น ต้นมะเดื่อที่อยู่นอกลานบ้านก็สั่นไหวอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย อุณหภูมิในบ้านลดลงอย่างน่าประหลาด ร่างสีขาวบิดเบี้ยวค่อย ๆ คลานออกมาจากเงามืด
ร่างร่างนั้นค่อย ๆ เคลื่อนกายเข้าหาเตียง ในขณะที่กำลังจะลงมือ มือเล็ก ๆ อวบอ้วนก็ยื่นออกมาอย่างรวดเร็ว บีบคอของมันไว้แน่น
“อั่ก!”
เห็นได้ชัดว่าร่างสีขาวนั้นไม่ได้คาดคิดว่าจะมีใครมาจับตัวเองได้ เพราะถูกบีบคอ มันจึงไม่สามารถกรีดร้องได้ ได้แต่ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง
ทว่าไร้ประโยชน์ มือเล็ก ๆ นั้นแข็งราวกับเหล็กบีบคอของมันเอาไว้แน่น
ไป๋อิงตกตะลึงอย่างมาก คิดไม่ถึงเลยว่า แค่่สั้น ๆ แบบนี้ ตระกูลกู้จะไปหาตัวประหลาดแบบนี้มาได้
และเ้าของมือคู่นี้ ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็เหยาเหยาที่น่าจะกำลังนอนหลับอย่างสุขสันต์
ในตอนนี้ ดวงตาของเธอดำมืดเหมือนกับบ่อลึกที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง ทำให้ผู้คนรู้สึกหนาวเหน็บขนลุกซู่
เธอสูดดมกลิ่นอาหารที่หอมหวานเข้มข้น ทำให้ใบหน้าของเธอเผยรอยยิ้มอย่างเคลิบเคลิ้ม
เธอหัวเราะออกมาเบา ๆ “ในที่สุด ก็จับแกได้แล้ว”
ในขณะนี้ แววตาดูถูกเหยียดหยันของเหยาเหยาทำให้ดูมีความเป็ผู้ใหญ่เกินวัย!