4
เมื่อจำได้
[X TALK]
วันนี้ทั้งวัน ผมเสียทั้งแรงเสียทั้งเวลาไปกับการวิ่งหนีคู่อริที่ตามรังควานผมไม่เลิก ผมเหนื่อยมาก พอกลับมาถึงบ้าน ผมเห็นไอ้วายนอนหลับอย่างสบายใจ สมองผมก็สั่งให้ล้มตัวลงนอนทันที ตอนนั้นผมไม่ได้คิดอะไรเลยครับ
ผมอยากนอนมากจะเตียงของใครผมก็ไม่สน ผมล้มตัวลงนอนข้างๆ ไอ้วายแล้วหลับไปพักใหญ่ จนไอ้วายมันมายืนชี้หน้าตัวสั่นด่าผมนั่นล่ะครับ ผมถึงเริ่มรู้ตัวว่าผมผิด ผมพยายามปลอบมันให้ใจเย็นลง กว่ามันจะยอมสงบ เล่นเอาผมแทบหมดแรง นี่ยังดีที่ไอ้วายไม่ฟ้องยาย ไม่งั้นมีหวังผมได้ผิดสัญญาที่ให้ไว้กับยายแน่
หลังจากนี้ต้องระวังไม่ให้ยายรู้ว่าชอบทะเลาะกับไอ้วาย
แต่…ทำไมมันถึงเหม็นขี้หน้าผมวะ
ผมคิดยังไงก็คิดไม่ออกจริงๆ นะ ผมเคยไปทำอะไรให้มันเจ็บช้ำน้ำใจในอดีตไว้หรือเปล่า อืม…คิดยังไงก็คิดไม่ออกเลยแฮะ
ผมตัดสินใจไปอาบน้ำ ให้น้ำจากฝักบัวไหลรดตัว เผื่อจะคิดอะไรออกบ้าง แต่ก็ไม่ช่วยอะไรเลย ผมไม่ชอบความรู้สึกนี้เลยว่ะ ค้างๆ คาๆ ต้องมาเครียดเพราะหาคำตอบไม่ได้แบบนี้ ไม่สนุกเลยว่ะ ผมออกจากห้องน้ำไปหาไอ้วายต้นตอของปัญหากะว่าจะหยั่งเชิงถามมันดู เผื่อมันแง้มคำใบ้มาให้ ผมจะได้แกะรหัสในความทรงจำ เผื่อจะได้คำตอบว่าผมเคยไปทำอะไรให้มันเจ็บช้ำน้ำใจ ทว่าพอผมเปิดประตูห้องนอนออกไป ผมก็พบว่าวายกำลังเอาเทปกาวมาติดรอบพื้นเตียงสร้างอาณาเขตของตัวเองอยู่
“อะ เอกซ์”
ไอ้วายยืนตัวตรงด้วยความใ เทปกาวที่อยู่ในมือหล่นลงพื้นแล้วกลิ้งหลุนๆ หายเข้าไปใต้เตียง ผมเงยหน้ามองมันด้วยความไม่เข้าใจ
ไอ้วายทำแบบนี้ทำไม กลัวผีก็คงจะไม่ใช่เพราะถ้ามันกลัวผี มันก็ควรจะใช้สายสิญจน์ไม่ใช่เทปกาวแบบนี้
“มึงทำอะไร”
ผมเค้นเสียงต่ำถามมันด้วยอารมณ์ที่เริ่มเดือดปุดๆ อย่าคิดว่าผมโง่ไม่เข้าใจในสิ่งที่มันทำนะ มันกำลังขีดเส้นแบ่งเขตอยู่ชัดๆ
“คะ คือ เอ่อ...”
ไอ้วายอ้ำอึ้งไม่รู้จะพูดยังไง สายตาล่องแล่กราวกับกำลังหาคำแก้ตัวอยู่ ซึ่งผมไม่้าคำลวงโลก ผมเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายโดยข้ามเส้นแบ่งเขตอย่างไม่คิดจะเคารพกฎ ไอ้วายถอยหนีผมไปสองสามก้าวก็ชนเข้ากับขอบเตียงแล้วล้มลงไปนั่งอยู่บนฟูกที่นอนนุ่มๆ ด้วยใบหน้าประหม่า
“มึงคิดจะแบ่งเขตกับกูจริงๆ ดิ”
“อะ เอกซ์ ถอยไป เราตกลงกันแล้วไง นายช่วยเคารพกฎหน่อย” ไอ้วายพูดตะกุกตะกักแล้วพยายามเขยิบถอยหนี
“มึงจะไม่บอกเหตุผลกูจริงๆ เหรอวะ”
ผมใช้แขนทั้งสองข้างยันฟูกที่นอนขังร่างไอ้วายไม่ให้หนีไปไหนจนมันต้องนอนราบแทรกตัวไปกับฟูกเพื่อออกห่างจากผมให้มากที่สุด
“ยะ อย่านะเอกซ์”
ไอ้วายหลับตาปี๋พยายามเบือนหน้าหนี ทำตัวเหมือนรังเกียจผมเข้าไส้เสียเต็มประดา
“สรุปที่มึงเป็อยู่นี่คือมึงกลัวกูใช่มั้ย”
“ก็...มีส่วน”
ไอ้วายสารภาพกับผมตรงๆ แล้วพยายามเขยิบตัวหนี ผมเลยต้องกดไหล่ทั้งสองข้างของมันตรึงไว้ แต่พอไอ้วายโดนผมแตะเนื้อต้องตัวก็หน้าถอดสีเบาๆ
“อะ เอกซ์ ขอร้องล่ะ เราไม่ชอบสถานการณ์แบบนี้”
ไอ้วายยกมือไหว้ผม ผมไม่เข้าใจว่ามันกลัวผมทำไม ผมไปทำอะไรไว้มันถึงได้ฝังใจกลัวผมหนักขนาดนี้
“มึงกลัวกูทำไม กูเคยฆ่าพ่อฆ่าแม่มึงไง มึงตอบกูมาซิ”
“ระ เราบอกไปแล้วไงว่ามันเป็เหตุผลส่วนตัวของเรา”
“...”
“ช่วยรักษาระยะห่างกับเราหน่อยเถอะ เราไม่ชอบสิ่งที่แกทำอยู่ตอนนี้”
ไอ้วายรวบรวมแรงทั้งหมดดันร่างผมให้ลงไปนอนข้างๆ จากนั้นมันก็รีบเขยิบหนีไปอีกฝั่งของเตียง
“กูคาใจว่ะ”
ถึงจะรู้ว่าเสียมารยาทต่อมัน แต่จะให้ผมยอมเลิกราโดยที่ยังคาใจแบบนี้
ผมนอนไม่หลับว่ะ ผมพลิกตัววาดวงแขนไปกอดมันจากด้านหลังไว้ แล้วกระซิบถามมันเบาๆ “มึงบอกกูอีกสักหน่อยไม่ได้เหรอวะ”
“เอกซ์ อย่าทำแบบนี้!” วายเริ่มขึ้นเสียงใส่ผม มันคงใกล้จะหมดความอดทนแล้วจริงๆ
“กูขอโทษ แต่กูอยากรู้จริงๆ ถ้ากูทำอะไรผิดกูจะได้ขอโทษมึงถูกไง”
“เอกซ์ หยุดนะ!”
วายเริ่มสะบัดตัวหนี ผมไม่มีทางเลือกเลยต้องขึ้นไปนั่งคร่อมร่างมัน เราฉุดกระชากลากถูกันอยู่พักหนึ่ง จนในที่สุดผมก็สามารถเอาร่างไอ้วายมาอยู่ใต้อาณัติได้
“ปล่อยเรานะเอกซ์”
“ไม่ว่ะ ถ้ามึงไม่ตอบ กูจะคร่อมร่างมึงแบบนี้แหละ”
“แต่เราหายใจไม่ออก!!”
“งั้นกูลงจากตัวมึงก็ได้”
ว่าจบผมก็ทำตามคำพูด แต่ดูเหมือนวายจะโกรธจนควันออกหู ไอ้วายพยายามจะถีบสั่งสอนผม ผมเลยใช้กำลังทั้งหมดหยุดยั้งมันเอาไว้
“ปล่อยเรานะเอกซ์!!”
“โอ๊ย!! กัดแขนกูทำไมเนี่ย!”
ผมสะบัดแขนที่ถูกวายกัด แล้วกระเถิบห่างจากมันเล็กน้อย
วายจ้องหน้าผมเขม็ง มันหายใจฟึดฟัดหน้าดำหน้าแดง คงโกรธที่ผมแกล้งมันน่าดู
“สารเลว!”
วายสบถใส่ผมแล้วลุกจะเดินหนีออกจากห้อง ผมเห็นท่าไม่ดีเลยรีบคว้าแขนมันแล้วกระชากกลับลงมานอนบนเตียง
“นายคิดจะทำอะไร ปล่อย!”
“กูรู้นะว่าถ้ามึงออกห้องไปตอนนี้ มึงจะไม่กลับมาอีก”
“หึ! ถ้ารู้แล้วจะทำตัวต่ำๆ ซ้ำสองกับเราอีกทำไม”
“ซ้ำสอง?”
“!!”
“หมายความว่าไงไอ้วาย กูเคยทำไม่ดีกับมึงมาก่อนจริงๆ ใช่ปะ”
“ปะ เปล่าไม่มีอะไร”
“แต่หน้ามึงมันฟ้องว่ามี”
“บอกว่าไม่มีก็ไม่มีสิ!!”
“เดี๋ยววาย!!”
“หยุดเซ้าซี้เราสักที! นายจะอยากรู้เหตุผลไปทำไม รู้แล้วได้อะไร ความสบายใจของนายน่ะเหรอ เหอะ!!”
วายสะบัดมือผมออก แล้วเดินรุดจะหนีออกจากห้อง
ผมไม่สามารถให้วายออกจากห้องได้ เพราะถ้ามันออกไป มันจะไม่กลับมานอนในห้องนี้อีก และรุ่งเช้า เมื่อยายรู้เื่ ผมก็จะผิดคำสัญญาต่อยาย และทำให้ยายเสียใจ ผมยอมให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นไม่ได้ ผมต้องรั้งมันไว้! แต่การจะยื้อคนโมโหหนักไม่ใช่เื่ง่าย วายขัดขืนผมทุกวิถีทาง ผมต้องใช้แรงทั้งหมดที่มีจับวายทุ่มลงบนเตียง แล้วใช้ร่างของผมทับร่างของวายไว้
วายที่นอนคว่ำอยู่ใต้ร่างผมดีดดิ้นไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย มันเริ่มส่งเสียงร้องหวังจะให้ยายช่วย ผมต้องเอามือปิดปากมันไว้
เรายื้อยุดฉุดกระชากกันนานสองนาน จนวายเริ่มสะอื้นร้องไห้ ผมถึงได้คลายมือออก
“วาย…กู”
“สารเลว!!”
ผมไม่อาจสู้หน้าวายได้ ผมปล่อยร่างของวายให้เป็อิสระ แต่ในจังหวะที่ผมกำลังจะหันหลังยอมแพ้ ทันใดนั้นก็มีภาพภาพหนึ่งฉายเข้ามาในหัวของผม มันเป็ภาพผมในชุดลูกเสือที่กำลังเล่นตั้มสาวในเต็นท์ ซึ่งภาพทุกอย่างมันคล้ายกับสิ่งที่ผมทำกับวายไปเมื่อกี้นี้ ผมในวัยเด็กหัวเราะร่าจนไม่ได้ยินเสียงของอีกฝ่ายที่กำลังขาดอากาศหายใจ กระทั่งร่างของเด็กคนนั้นชักกระตุกไปรอบหนึ่ง ผมถึงสะดุ้งรีบคลายออก คนตรงหน้ารีบสูดอากาศเข้าปอดเสียงดังเฮือกใหญ่ก่อนจะสำลักไอออกมาอย่างหนักหน่วง ใบหน้าที่แดงก่ำของเด็กคนนั้นยับยู่ยี่ก่อนจะร้องไห้ออกมาดังระงม
ไอ้วาย!!
ใช่ มันคือไอ้วาย เพื่อนสมัยประถมของผม!!
ผมผละออกห่างจากร่างวายมายืนอยู่ปลายเตียง มองหน้าวายที่แดงก่ำสลับกับฝ่ามือที่สั่นเทิ้มของตัวเอง
ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมวายถึงพยายามสร้างระยะห่างกับผม
ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมเวลาผมเข้าใกล้หรือแตะตัวมัน มันถึงไม่ชอบ
ผมเข้าใจ เข้าใจหมดทุกอย่าง!!
“วะ วายกู...”
“เก็บคำขอโทษของนายแล้วถอยออกไปจากเส้นแบ่งเขตซะ!”
วายตวาดไล่ผมอย่างไม่ไยดี
ก็สมควรอยู่หรอก ผมสมควรแล้วที่จะถูกมันเกลียด ผมถอยหลัง คอตกเป็หมาหงอยออกมาจากอาณาเขตของวาย เดินเป็ผีซึมเศร้าไปนั่งตรงปลายเตียงตัวเอง
“กูขอโทษ ขอโทษที่ทำร้ายมึง”
ผมพูดโดยไม่คิดจะหันหน้าไปมองอีกฝ่าย เพราะผมรู้ว่าตอนนี้วายคงโกรธผมเป็ฟืนเป็ไฟ สายตาที่มันมองผมในตอนนี้คงเต็มไปด้วยเปลวไฟที่พร้อมจะเผาผมทั้งเป็
“อยู่เงียบๆ ตรงนั้นไปจนกว่าเราจะเย็นลงก็แล้วกัน!!”
คำประกาศิตของวาย ทำให้ผมยอมศิโรราบอย่างไม่อาจขัดขืน
“ขอโทษครับ...”
หลังจากผ่านไปหลายนาที ไอ้วายก็สงบลง ผมเลยใช้โอกาสนี้ขอโทษในสิ่งที่ตัวเองทำกับมันในอดีต รวมไปถึงเหตุการณ์เมื่อกี้ด้วย มันยกโทษให้ แต่มันก็ขอร้องให้ผมอยู่ห่างๆ เพราะมันยังไม่ไว้ใจผมอยู่
“ได้ กูจะอยู่ห่างจากมึง แต่ทุกๆ วันกูจะเข้าใกล้มึงให้มากขึ้นจนมึงหายเหม็นขี้หน้ากู”
ผมกอดอกแสดงสีหน้าจริงจังกับคำพูดที่ผมบอกไป ไอ้วายพอได้ยินก็ก้มหน้าก้มตาพยายามหลบสายตาผมอีกครั้ง
“ตะ แต่เราว่ามันคงไม่ง่าย”
เห็นไหม ถ้าผมไม่พยายามเข้าหามัน มันก็จะสร้างกำแพงกับผมอยู่แบบนี้ ซึ่งระยะห่างนี้จะทำให้เราสองคนอึดอัด ผมเดินเข้าไปใกล้มันอีกนิด ก่อนจะพูดความตั้งใจจริงที่ผมอยากจะบอก
“มึงกับกูต้องอยู่ห้องเดียวกันนานแค่ไหนก็ไม่รู้ ถ้ามึงยังเป็แบบนี้อยู่” ผมชี้ลงไปที่เส้นแบ่งเขตแดนด้วยเทปกาวเพื่อเน้นย้ำในสิ่งที่ผมพูด “มึงจะอยู่สบายๆ ได้ยังไง มึงไม่กลัวตัวเองเป็บ้าที่ต้องคอยมานั่งหวาดระแวง ทั้งๆ ที่กูก็ไม่ใช่ฆาตกรหน้าเืเหรอวะ”
“กะ...ก็ถูกของนาย”
ไอ้วายมีท่าทีเห็นด้วย ผมเลยรีบพูดต่อ
“ดังนั้น กูจะเข้าหามึงทุกวัน วันละนิดวันละหน่อยจนกว่ามึงจะหายเหม็นขี้หน้ากู”
ผมก้มลงไปนั่งยองๆ ที่เส้นแบ่งเขตแดนแล้วดึงเทปกาวออกมาประมาณห้าเิเ
“วันนี้วันแรก กูจะเปิดเส้นเขตแดนของมึงนิดหน่อย มึงจะอยู่ในเขตของมึงก็อยู่ไป กูจะไม่ก้าวก่าย แต่เวลากูอยากได้อะไรจากมึง กูก็จะยื่นมือเข้าไปขอจากช่องนี้ โอเค้?”
ไอ้วายรีบะโขึ้นไปอยู่บนเตียงทันทีที่ได้ยินผมบอกว่า ‘ผมจะไม่เข้าไปก้าวก่ายในเขตแดนของมัน’ ปัดโธ่...กลัวอะไรนักหนา
“อือ...โอเค”
“เออ”
ผมลุกขึ้นยืนมองหน้ามันพลางยิ้มมุมปากนิดหน่อย แบบนี้ก็สนุกดีแฮะ สงสัยพรุ่งนี้ต้องหาทางเข้าใกล้มันอีกหน่อย เอ~ ทำไรดีว้า~
ผมมัวแต่คิดหาวิธีมาทำให้ไอ้วายเลิกกลัวจนลืมไปว่าตอนนี้ผมยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้า ผมเลยต้องรีบเดินไปหากางเกงบ็อกเซอร์มาใส่ แต่ในจังหวะที่ผมก้าวอยู่นั้นผ้าเช็ดตัวก็คลายปมมัดออกแล้วไหลรูดลงสู่พื้นอย่างช้าๆ
“เอกซ์!!”
ไอ้วายร้องเรียกด้วยความใ ซึ่งผมก็ไหวตัวทันรีบคว้าผ้าเช็ดตัวมามัดขอดเป็ปมใหม่
“ทำเป็ใไปได้ เมื่อกี้กูนอนทับร่างมึงทั้งๆ สภาพอย่างนี้ มึงยังไม่อายเลย แล้วนั่นปิดตาทำไม อายเหรอวะ”
ผมพูดแหย่ไอ้วายไปนิดหน่อยแล้วก็เดินไปหากางเกงบ็อกเซอร์สั้นๆ มาใส่ แต่ไอ้วายน่าจะเคืองในคำพูดของผมก็เลยปาหมอนมาใส่ผมเป็การสั่งสอน
“มีแต่คนดิบเถื่อนอย่างนายเท่านั้นแหละที่ไม่รู้จักอายผีสางนางไม้!”
“เหรอวะ เท่าที่กูรู้มาผู้ชายเขาไม่อายเื่แบบนี้กันหรอกนะพวก”
ผมหยิบหมอนของมันโยนไปยังเตียงของผมด้วยใบหน้าหยอกล้อหน่อยๆ แต่ไอ้วายมันไม่เล่นด้วย ไอ้หมอนี่ตีหน้าเครียดใส่ผมจนตาตี๋ๆ ของมันเบิกกว้างดูดุขึ้นมาจริงๆ
“เอาหมอนเราคืนมา”
“ก็ออกมาเอาเองดิ”
“เอกซ์!!”
ผมทำเป็ไม่สนใจอีกฝ่ายแล้วเดินไปเปิดคอมเพื่อจะเล่นเกมอย่างรู้สึกสะใจนิดๆ หึๆ ไอ้วายเอ๊ยยย มึงมันอ่อนหัดนัก
[ชาตินี้ พี่ขอสัญญาว่าจะรักน้องนางตลอดไป~]
เสียงโทรศัพท์มือถือของผมดังขึ้นเรียกความสนใจให้ผมต้องเดินเลี้ยวไปยังหัวเตียงเพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูว่าใครโทรมา
[สายเรียกเข้า : แซด]
ชิบ!! ไอ้แซดโทรมา!! ผมรีบกดรับสายทันทีเพราะรู้ว่าปลายสาย้าจะบอกอะไร
[ช่วยกูด้วยเอกซ์ กูกำลังจะโดนรุม แฮกๆ]
“มึงอยู่ไหน!”
[กะ กูอยู่ XXX!!]
“เออ หาที่ซ่อน เดี๋ยวกูไปช่วย!!”
ผมกดวางสายก่อนจะบึ่งไปเอาเสื้อผ้ามาสวมใส่อย่างเร่งรีบ จากนั้นก็เปิดลิ้นชักหยิบอุปกรณ์ป้องกันตัวแล้วคว้ากุญแจรถจักรยานยนต์เพื่อจะออกไปช่วยเพื่อนต่อทันที
“เอกซ์ นายจะไปไหน มันดึกแล้วนะ”
ปัง!!
ผมไม่ได้ตอบไอ้วายแถมยังปิดประตูอัดหน้ามันอีก กูขอโทษว่ะวาย กูไม่มีเวลามาคุยกับมึงแล้วจริงๆ!!
[END X TALK]