บทที่ 138 พลังที่หลับใหลของมังกร
ทันทีที่ซูเฟิงชี้ดาบไปทางชิว เหวินเจี้ยน ลูกบอลพลังงานสีส้มค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างรวดเร็ว มันบิดเกลียมและปะทุอย่างเกรี้ยวกราดจนสุดท้ายก็พุ่งไปด้านหน้าด้วยความเร็วสูงสุดเพื่อบดขยี้ร่างของชายผู้นั้นให้แหลกสลาย
ชิว เหวินเจี้ยนไม่ได้หลีกหนี นั่นยิ่งทำให้ซูเฟิงรู้สึกโกรธมากกว่าเก่า ยามที่เห็นรอยยิ้มจากชายตรงหน้า ซูเฟิงก็คิดว่าเขาคนนี้นั้นไม่ได้มีความรักตัวกลัวตายเลยแม้แต่น้อย ทั้งคนของซูหยางและคนของซูเฟิงต่างพากันร้องตะโกนด้วยความหวาดกลัว
เหตุใดชิว เหวินเจี้ยนจึงไม่ทำแบบนั้นกัน…
'เป็นพลังให้กับข้าที...' ชิว เหวินเจี้ยนเอื้อนเอ่ยในใจ รู้สึกได้ถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ภายในแม้จะไม่รุนแรงเท่าพลังของเทพมารทว่าแข็งแกร่งยิ่งนัก ชิว เหวินเจี้ยนยกมือขึ้นไปด้านหน้า พลังความร้อนที่พุ่งทะยานมาแทบจะทำให้มือของเขาหลอมละลาย
วาบ…
วงเวทย์สีดำส่องประกายเป็นวงกลมใหญ่กว่าลูกบอลพลังงานของเทพมาร มันเปิดกว้างกลายเป็นประตูมิติที่ซูเฟิงไม่เคยเห็น ด้านในมืดมิดอับแสง ชิว เหวินเจี้ยนยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เมื่อลูกบอลพลังงานมาถึงมันก็ถูกกลืนเข้าไปในประตูมิติอย่างง่ายดาย
ชิว เหวินเจี้ยนก็มีพลังเปิดประตูมิติได้เช่นกัน แต่พลังของเขาไม่สามารถทำลายสิ่งที่เข้าไปในนั้นได้ดั่งใจ ทำได้เพียงส่งของเข้าไปด้านในหรือเดินทาง แต่ของมังกรมายาลวงนั้นสามารถบุบทำลายสิ่งของที่อยู่ภายในได้
ซูเฟิงกัดฟันเมื่อพลังของเทพมารถกดูดกลืนเข้าไป ชิว เหวินเจี้ยนปิดประตูมิติของมังกรมายาลวง ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นอ้าปากค้างด้วยความตกใจที่เหลือเพียงแต่ไอร้อนเอาไว้ พลังมหาศาลที่จะทำลายเมืองนั้นหายไปอย่างรวดเร็ว ชิว เหวินเจี้ยนยังคงอยู่ตรงนั้น นิ่งงันและเต็มไปด้วยรอยยิ้มเหมือนอย่างเคย
"เจ้า...พลังระดับต่ำเช่นนั้นเหตุใดจึงสร้างเวทย์ขนาดนี้ได้" ซูเฟิงชี้ดาบไปที่เขา ชิว เหวินเจี้ยนยักไหล่เป็นคำตอบ
"ใครต่ำกว่ากันแน่ เจ้าไม่รู้สึกถึงมันหรือ" ชิว เหวินเจี้ยนเอ่ยถามและยกมือขึ้นมา พลังสีดำประหลาดตาไหลเวียนห่อหุ้มร่างกายนั้น จอมมารลำดับที่สามกำดาบแน่น เขาทะยานออกไปหาชิว เหวินเจี้ยนด้วยแรงทั้งหมดที่มีคิดจะบดขยี้เขาด้วยใบดาบที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี
เคร้ง!
ไม่ใช่เพียงซูเฟิงและคนอื่นที่ตกใจ ซูหยางและหนี่เหยาเองก็ไม่ต่างกัน ใบดาบที่น่าจะบั่นลำคอของชิว เหวินเจี้ยนนั้นกระทบกับของแข็งบางอย่างจนเสียงดังลั่น ซูเฟิงกระโดดถอยห่างออกมาเมื่อรู้สึกถึงเวทย์บางอย่างที่ชิว เหวินเจี้ยนกำลังสร้างขึ้น
"นั่นมันอะไร...พลังนั่น" ซูหยางรำพึงกับตนเองเพียงผู้เดียว ทุกคนในห้องโถงบัลลังก์จับจ้องไปที่ร่างกายของชิว เหวินเจี้ยน นอกจากจะมีพลังสีดำล้อมรอบกาย ส่วนลำคอที่น่าจะขาดวิ่นนั้นยังมีบางสิ่งที่งอกขึ้นชั่วพริบตาเพื่อจะปกป้องเขาอีกด้วย
"เกล็ดมังกร...ได้ยังไง" หนี่เหยาเบิกตากว้างเมื่อเห็นผู้มีพระคุณของเขาไม่ได้รับบาดเจ็บจากคมดาบทั้งทีน่าจะโดนเข้าไปเต็มแรง
ซูเฟิงเห็นเกล็ดสีดำแวววาวนั้นงอกขึ้นปิดลำคอของชิว เหวินเจี้ยนวูบหนึ่งก่อนจะหายลับไป ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองจอมมารลำดับที่สามด้วยสายตาที่ผันเปลี่ยนไป นัยน์ตาเรียวเล็กเช่นนั้นเป็นของมังกรไม่ผิดเพี้ยน
"เจ้าเป็นเผ่าอะไรกันแน่" ซูเฟิงแค่นเสียง จับหอกที่อยู่ด้านหลังของตนเอาไว้ เทพมารเองก็เหมือนอีกร่างหนึ่งของเขา เทพมารเสกขวานไฟขึ้นมาในมือ มันลุกท่วมด้วยเปลวเพลิงพร้อมๆ กับหอกของซูเฟิงที่ประกายแสงสีม่วงอย่างรุนแรง
"ข้าไม่คุยกับหัวขโมยเช่นเจ้า" ชิว เหวินเจี้ยนเอื้อนเอ่ย ชายหนุ่มก้าวออกไปเบื้องหน้า ภายในร่างกายเสาะหาพลังที่เข้มข้นอยู่ลึกในจิตใจ แข็งกล้าไม่ดุดันแต่มากด้วยความอาจหาญอย่างบอกไม่ถูก เขารู้สึกถึงมันได้
ยามที่มังกรมายาลวงและชิว เหวินเจี้ยนรวมเป็นหนึ่ง เขี้ยวของชิว เหวินเจี้ยนก็ปรากฏออกมา คนของซูเฟิงและซูหยางตกตะลึงมากกว่าเก่าที่เห็นปีกงอกจากกลางหลังของชิว เหวินเจี้ยน ปีกใหญ่สยายออกกว้าง สีดำรัตติกาลของมันงดงามกว่าสิ่งใด แต่แล้วมันก็แตกตัวออกกลายเป็นพลังสีดำที่วิ่งฉิวล้อมกายชิว เหวินเจี้ยนเอาไว้
ปีกของมังกรมายาลวงกลายเป็นดั่งโล่คุ้มภัยให้ชายหนุ่ม เป็นพลังงานที่แล่นแปลบปลาบไปทั่ว หากผู้ใดเข้าใกล้เขาคงตกตายก่อนที่จะได้จับต้องกายเนื้อ
"คุมตัวคนของซูหยางเอาไว้" ซูเฟิงกล่าวกับลูกน้องของตนทุกคนที่อยู่บริเวณนั้น ทุกคนรู้สึกได้ว่าจอมมารลำดับที่สามกำลังจะเอาจริง ชายหนุ่มขว้างหอกที่อาบพลังไปด้านหน้าสุดกำลังแขน เสียงแหวกอากาศดังสนั่นไปทั่ว แค่เพียงเเล่นผ่านทุกคนรอบห้องก็รู้ได้ทันทีว่ามันทรงพลังขนาดไหน
ชิว เหวินเจี้ยนไม่มีอาวุธในมือเลยสักอย่าง ตอนที่หอกนั้นพุ่งเข้ามาหาเขา ร่างของซูเฟิงก็ลอยตามมาด้วย หอกระดับด้อยกว่าระดับศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่สามารถทำอะไรชิว เหวินเจี้ยนได้ ตอนที่มันกำลังจะทะลวงร่างของเขา เวทย์ป้องกันของมังกรมายาลวงก็วิ่งล้อมกายเขาเอาไว้ มันพุ่งเข้าปะทะกับหอกจนระเบิดดังลั่น
อาวุธสำคัญของซูเฟิงแหลกสลายเป็นเถ้าถ่าน…
"บังอาจ!" ซูเฟิงตวาดลั่นก่อนจะเงื้อดาบขึ้นสุดแขน เทพมารนั้นยกขวานไฟขึ้นมาด้วย เวทย์สีดำของมังกรมายาลวงพุ่งเข้าสกัดกั้นทว่าด้อยกว่าระดับนึ่งจึงแตกกระจายออกอย่างรวดเร็ว ซูเฟิงเผยรอยยิ้ม จอมมารฟาดดาบสีดำลงที่ไหล่ของชิว เหวินเจี้ยนสุดแรงจนเกิดลมหมุน พื้นที่ชิว เหวินเจี้ยนยืนอยู่ทรุดเป็นรอยกว้างขนาดใหญ่ พื้นห้องบัลลังก์แตกละเอียด
"ปกป้องข้า..." ชิว เหวินเจี้ยนเอื้อนเอ่ยแผ่วเบา เขาได้ยินซูหยางกรีดร้องเพราะกลัวเขาจะตกตายจากการโจมตีรุนแรงเช่นนั้น และเป็นแบบเดิม เกล็ดของมังกรมายาลวงงอกขึ้นมาแทนผิวกายของเขา ปกป้องร่างของชิว เหวินเจี้ยนจากคมดาบได้เป็นอย่างดี
"ยังไม่หมด" ซูเฟิงดีดตัวออกไปเมื่อการโจมตีไม่เป็นผล ขวานไฟของเทพมารเข้ามาแทนที่ จริงอยู่ที่ร่างของเทพมารนั้นไม่มีร่างจริง เป็นเพียงจิตวิญญาณ หากแต่เมื่อเจ้าของอยู่เบื้องหน้า ทุกการโจมตีจะกลายเป็นของจริงขึ้นมาทันที
ทันใดนั้นเอง ทุกอย่างก็ประจักษ์ต่อสายตาของทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนั้น แม้พื้นที่ชิว เหวินเจี้ยนจะแหลกเป็นเศษหินแต่ชายหนุ่มก็ยังหยัดยืนอยู่ ร่างของสัตว์บางอย่างปรากฏขึ้นข้างหลังร่างของชิว เหวินเจี้ยน มันเลือนลางเสียจนแทบกลายเป็นความว่างเปล่า แต่ถ้าคนที่นี่เป็นระดับเมฆากันแล้วคงเห็นได้
ร่างของมังกรสีดำตัวใหญ่เกือบเท่าเทพมารปรากฏขึ้นเบื้องหลัง มันใช้กรงเล็บทั้งสองขณะที่ปีกสยายออกกว้างผลักขวานไฟของเทพมารให้ถอยห่างจากร่างของชายหนุ่ม เทพมารคำรามก่อนจะเซถลาไปข้างหนึ่งส่งผลให้ขวานปักลงที่เสาหินของห้องโถงอย่างจัง
โครม!
เสาหินแตกละเอียดเพราะพลังไฟที่พลุ่งพล่าน ชิว เหวินเจี้ยนกระโดดหลบเศษหินเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว คนทั้งของซูหยางและซูเฟิงก็เช่นกัน จอมมารลำดับที่สามกำดาบแน่น นึกโกรธแค้นใจเหตุใดเขาถึงหลบการโจมตีได้ทั้งหมด
"แกเป็นใคร...ระดับพลังแค่นั้นทำไมถึงแข็งแกร่ง พลังที่เจ้าได้มานั้นเป็นอย่างไรกัน!" ซูเฟิงตวาดใส่ เขาเห็นคนมากมายเริ่มกระจายออกห่างการต่อสู้นั้น
ชิว เหวินเจี้ยนส่งสายตาไปหาซูหยางไม่ให้นางขยับโดยตามใจเพราะการต่อสู้ยังไม่จบและคนอื่นๆ อาจเป็นอันตราย หนี่เหยาเองก็เช่นกัน เขานั่งนิ่งรอดูว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป หากพรวดพราดทำอะไรไปชิว เหวินเจี้ยนจะลำบากมาปกป้องพวกเขาเป้นแน่
"เจ้าโจมตีได้แค่นี้หรือ เป็นจอมมารจริงหรือไม่" ชิว เหวินเจี้ยนปัดเศษฝุ่นออกจากร่างกาย เวทย์ที่วิ่งวนรอบกายนั้นยังอยู่ พลังสีดำก็ยังเอ่อล้นท่วมท้น
ซูเฟิงกำดาบเสียจนเส้นเลือดขึ้นเกร็ง "ข้าจะให้เจ้าได้หลั่งเลือดวันนี้"
ชิว เหวินเจี้ยนยิ้มอย่างยินดี ไม่มีท่าทีหวาดกลัวในสายตาของเขา ชายหนุ่มขยับเข้ามาใกล้ก่อนจะวิ่งพุ่งเข้าหาจอมมารลำดับที่สามด้วยความเร็วจนแทบมองไม่ทัน ซูเฟิงยกดาบขึ้นปัดป่ายฟาดฟันอย่างรุนแรงเพื่อจะล้มชายตรงหน้า แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่สามารถทำลายเกล็ดที่ผุดขึ้นมาป้องกันชิว เหวินเจี้ยนได้
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบโต้ เขาใช้เพียงร่างกายรับการโจมตีเอาไว้ ชายหนุ่มยิ้มอย่างพึงพอใจกับพลังมากมาย สายตาของมังกรจดจ้องไปที่จอมมารที่ว่าเก่งนักหนา
"โจมตีเสียจนพอใจ…เมื่อไรที่เจ้าหมดแรง จะถึงทีของข้าเสียที"