ตอนที่ 23 : เจียฮว๋าซานคือภูเขาไฟ “นี่หรือคือสิ่งที่พระองค์ได้เห็นก่อนหน้านี้….”ซุนอวี้เซวียนถามขึ้นอย่างตกตะลึงยามที่ขึ้นมาถึงแนวปากปล่องภูเขาไฟเจียฮว๋าซานเรียบร้อยแล้วและได้พบเห็นภาพตรงหน้า ในขณะที่ทุกคนที่มาด้วยกันก็กำลังจดจ้องมองไปที่ภาพเดียวกันนั้นอย่างไม่อาจกะพริบตา…แม้สภาพอากาศที่นี่จะเลวร้ายและฝุ่นควันจะเยอะจัดจนไม่อาจจะมองเห็นสิ่งใดได้ถนัดนัก แต่ก็ไม่อาจปิดบังแสงสว่างเจิดจ้าที่ส่องออกมาจากในปล่องภูเขาไฟได้มันทั้งดูสวยงามและน่าหวาดหวั่นอย่างยิ่งยามที่พยายามคิดถึงว่ามันคือสิ่งใดกันแน่…ลู่หลินเรียนสาขาธรณีวิทยา เคยดูสารคดีเกี่ยวกับภูเขาไฟมาเป็นร้อย ๆ ครั้ง ลงศึกษาจากพื้นที่จริงมาก็ไม่น้อย แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่มาได้ใกล้สถานที่จริงที่อันตรายถึงเพียงนี้ ได้สัมผัสความร้อนที่แผดเผาทุกอณูของร่างกาย ได้มองแสงสว่างเจิดจ้าจนตาแทบบอด และได้หายใจในสภาวะที่ออกซิเจนเบาบางจนแทบหายใจไม่ออก ความรู้สึกเหล่านี้เหนือกว่าที่เคยจินตนาการไว้มากยิ่งเมื่อได้คิดว่าอีกไม่ถึงสามสิบวันนับจากนี้ ร่างของป๋ายอี้หลินคนนี้อาจต้องตกลงไปสู่แสงทองอร่ามที่เบื้องล่างเพราะถูกพวกชาวบ้านจับโยนลงไปตามที่ถูกบันทึกไว้ในตำราประวัติศาสตร์ ขนกายทุกจุดก็พากันลุกชูชันจนทั้งร่างสั่นสะท้าน…..ตลอดเวลาที่อยู่ในโลกยุคโบราณนี้เขามักจะยินดีที่ทุกอย่างตรงตามบันทึกประวัติศาสตร์ เพราะนั่นหมายถึงทุกเรื่องเป็นสิ่งที่เขารู้อยู่แล้วและไม่มีอะไรให้ต้องกังวล เมื่อรู้ปัญหาก่อนก็ย่อมต้องหาทางแก้ไขได้แต่วินาทีนี้เขากลับภาวนาจากก้นบึ้งของหัวใจขอร้องว่าอย่าให้เรื่องที่ทั้งป๋ายอี้หลินและโจวหยางอ๋องต้องตกลงไปจากปากปล่องนี้เป็นเรื่องจริงเลย เพราะมันน่ากลัวและโหดร้ายเกินไป…ยิ่งจินตนาการภาพเหตุการณ์ตามบันทึกประวัติศาสตร์ร่างกายก็ยิ่งรู้สึกหนาวยะเยือกแม้ตอนนี้อุณหภูมิตรงนี้จะสูงมากก็ตาม…ตอนนั้นที่ทั้งสองคนต้องเผชิญกับชะตากรรมโหดร้ายนี้จะหวาดกลัวสักเพียงใดนะ…ความรู้สึกหวั่นไหวผลักดันให้ลู่หลินหันมองไปทางโจวหยางอ๋องโดยไม่รู้ตัวน่าแปลกที่อีกฝ่ายก็กำลังหันมามองที่เขาเหมือนกันในจังหวะเดียวกันแบบพอดิบพอดีราวกับมีสิ่งใดดลใจแววตาที่สบกันครานี้มิได้มีแววเย้าแหย่ ล้อเล่น เกลียดชัง หรือสนเท่ห์ใจอันใดเลย…มันเต็มไปด้วยความจริงจังและความหวาดหวั่นแบบที่ไม่อาจทราบที่มาได้อย่างชัดเจนนักว่าทำไมถึงได้รู้สึกเหมือนกันได้ขนาดนี้ ตัวลู่หลินนั้นรู้เรื่องราวทุกอย่างอยู่แล้ว จะหวาดกลัวย่อมไม่แปลก แล้วกับโจวหยางอ๋องล่ะกำลังคิดอันใดอยู่ถึงได้รู้สึกเหมือนกันในเวลาเดียวกันได้?“…….”“…….”ทั้งคู่มองตากันอยู่พักใหญ่ ก่อนที่โจวหยางอ๋องหวงเทียนหยางจะเป็นฝ่ายละสายตาไปก่อนยามที่รู้สึกได้ว่าความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้นั้นไม่ปกติ ทำให้ลู่หลินได้มีโอกาสผละสายตากลับมามองไปที่ลาวาอีกครั้งเช่นกันพร้อมกับความคิดที่ยังพรั่งพรูในหัว…เอาเถอะ… เรื่องเหตุการณ์ละเอียดยิบย่อยอย่างการที่ป๋ายอี้หลินและโจวหยางอ๋องต้องตกลงไปนั้นอาจถูกบันทึกไว้มั่วๆ และไม่เป็นความจริง หรือต่อให้แม้จะเป็นความจริง ในเมื่อเขารู้ก่อนแล้วก็ย่อมต้องมีหนทางหลีกเลี่ยงหลีกลี้หนีไปได้แต่สิ่งที่ไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้เลยคือการที่ไม่ว่ายังไงภูเขาไฟเจียฮว๋าซานก็จะต้องระเบิดออกมา และหากเขาไม่หาทางทำอะไรสักอย่างให้ได้ในช่วงสามสิบวันนี้ ชาวเมืองกว่าสามหมื่นชีวิตจะต้องตายตกอยู่ใต้เศษซากของภัยพิบัตินี้… “สิ่งนี้มันคืออะไรกัน? ……”ซุนอวี้เซวียนเอ่ยถามอีกครั้งแม้จะยังไม่ได้คำตอบของคำถามแรกเลยด้วยซ้ำ แต่ในช่วงเวลาแห่งความตกตะลึงนี้เขารู้สึกว่าการถามเป็นสิ่งเดียวที่สามารถจะทำได้แล้ว และมันก็เป็นการช่วยบรรเทาความรู้สึกที่หนักอึ้งจากภาพที่เห็นทั้งหมดได้อย่างดี…แสงสีทองสว่างจ้าเรืองรองคล้ายทะเลทองขนาดมหึมาที่อยู่ตรงหน้ามาพร้อมกับความร้อนที่แผดเผาไปทั่วร่างกายไม่ผิดกับที่องครักษ์เจิ้งกล่าวไว้เมื่อครู่นี้เลยสักนิด เพียงแต่เขามั่นใจได้ว่ามันไม่ใช่ทองแน่ๆ“ให้ป๋ายอี้หลินช่วยอธิบายสิ… บอกมาให้หมดว่าเจ้ามีความรู้สิ่งใดบ้าง…”โจวหยางอ๋องหวงเทียนหยางหันไปตอบคำถามของซุนอวี้เซวียนสั้นๆ ในใจเริ่มรู้บ้างแล้วว่าสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่นี้คือสิ่งใด แต่ไม่กล้าที่จะฟันธงและอยากให้มีใครสักคนช่วยยืนยันความคิดอีกสักเล็กน้อยป๋ายอี้หลินก็นับว่าเข้าเค้าเพราะดูเหมือนจะรู้จริงอย่างที่กล่าวอ้าง ที่ผ่านมาก็พิสูจน์ให้เห็นมาหลายอย่างแล้วว่าทุกคำพูดล้วนเป็นจริงตามนั้น มายามนี้เขาจึงมั่นใจในตัวอีกฝ่ายอย่างเต็มเปี่ยมลู่หลินไม่คาดว่าโจวหยางอ๋องจะไว้ใจและเชื่อใจเขาได้ไวขนาดนี้ แน่นอนว่าเขาเฝ้ารอโอกาสนี้อยู่แล้วจึงได้รีบเอ่ยคำอธิบายอย่างว่องไว แต่แน่นอนว่าครานี้เขาจะตั้งสติให้ดีที่สุดในชีวิตเลือกสรรถ้อยคำมาบอกกล่าวให้ฟังดูเข้าใจง่ายและน่าเชื่อถือมากที่สุด เพราะไม่แน่ว่าจะได้มีโอกาสดีๆ แบบนี้อีกหรือไม่ จึงขอใช้โอกาสที่อาจได้รับเพียงครั้งเดียวนี้อย่างคุ้มค่าที่สุดเห็นโจวหยางอ๋อง ท่านกุนซือซุน และองครักษ์เจิ้งมองมาอย่างตั้งใจรอฟัง ลู่หลินก็เริ่มเปิดปากทันที"สิ่งที่ทุกท่านเห็นตรงหน้านั้นเป็นหินหลอมเหลวที่อยู่ใต้ผืนแผ่นดิน เรียกว่า ลาวา หรือว่า ไฟเหลว ตามที่พวกท่านเรียกขานกันนั่นแหละ… เพียงแต่ที่สีของมันเป็นสีทองอร่ามเพราะมันร้อนมากกว่ามากภูเขาเจียฮว๋าซานนี้เกิดขึ้นมาจากการที่หินหลอมเหลวจากใต้ผืนดินมีความร้อนมากจึงดันแผ่นดินขึ้นมาจนนูนคล้ายภูเขาลูกใหญ่ แต่แท้จริงแล้วมันต่างจากภูเขาทั่วไปเพราะด้านล่างของมันเต็มไปด้วยลาวามากมายที่รอวันปะทุขึ้นมา มันจึงเรียกว่า ภูเขาไฟทุกท่านอาจคุ้นเคยกับลาวาหรือไฟเหลวกันแล้วและรู้ว่ามันอันตรายแค่ไหน แต่ลาวาที่อยู่ในปล่องภูเขาไฟนั้นอันตรายกว่ามากเพราะมันมีความร้อนสูงและมีปริมาณมหาศาลเมื่อความร้อนของลาวาใต้ภูเขาไฟมันอัดแน่นมากขึ้น มันจะดันตัวจนยอดเขาเปิดออกกลายเป็นปากปล่องภูเขาไฟแบบที่พวกเรายืนอยู่ในขณะนี้ สิ่งแรกที่ออกมาคือฝุ่นควันและอากาศพิษมหาศาลที่จะพวยพุ่งขึ้นสู่ฟ้า และลำดับต่อไปคือความร้อนจากใต้ผืนดินจะดันลาวาทั้งหมดให้ปะทุจนพุ่งทะลุปล่องภูเขาขึ้นมาได้และไหลบ่าไปทั่วทุกทิศรอบภูเขาไฟ…."“!!!!!!”คำอธิบายของลู่หลินสร้างความตื่นตระหนกให้กับทุกคนในบริเวณนั้นเป็นอย่างยิ่งขนาดลาวาแค่ปริมาณไม่มากผุดขึ้นมาจากรอยแยกยามที่เกิดแผ่นดินไหวยังจัดการได้อย่างเย็นถึงเพียงนั้น แล้วกับลาวาจำนวนมหาศาลที่อยู่ในภูเขาลูกใหญ่นี้เล่าจะน่ากลัวสักเพียงไหน“ดังที่พวกท่านเห็น…ตอนนี้ปากปล่องภูเขาไฟได้เปิดออกมาแล้ว เหลือแค่ว่าลาวาจากภายในจะพวยพุ่งขึ้นมาเมื่อใดเท่านั้น…… ช่วงนี้เกิดเหตุแผ่นดินไหวบ่อยขึ้น…และเหตุที่ลาวาผุดขึ้นมาตามรอยแยกก็เริ่มมีมากขึ้น….. พวกท่านคิดว่ามันเป็นสัญญาณเตือนถึงสิ่งใดกันเล่า….”“…..นี่เจ้าหมายความว่า….”"ใช่แล้วขอรับ…ภูเขาไฟเจียฮว๋าซานกำลังจะระเบิดครั้งใหญ่และผลักเอาลาวาทั้งหมดออกมากวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองโจว บ้านเรือนและผู้คน….และมันกำลังจะเกิดขึ้นในอีกสามสิบวันข้างหน้านี้แล้ว…..“!!!!!!!!”
_______________________Talk#ขอบคุณคอมเมนต์ค่าE-Book ที่ Meb ภาค 1 ออกแล้วมี 80 ตอน เพิ่มตอนพิเศษ 5 ตอน ราคา 299 บาทE-Book ที่ Meb ภาค 2 ออกแล้วมี 67 ตอน เพิ่มตอนพิเศษ 3 ตอน ราคา 299 บาทสนใจสั่งซื้อเข้าไปที่ Meb กดค้นหานักเขียน Giffyguf เจอเลยค่ะ สำคัญ! ก่อนซื้อเข้าไปดูรายละเอียดข้อมูลเนื้อหาในเล่มในตอนที่ 1 ก่อนนะคะ ขอบคุณที่สนับสนุนค่า >_<