“ถ้าพี่อยากจับกล้ามผมก็บอกกันดีๆ ก็ได้นะฮะ ผมไม่ดื้อหรอก?” น้ำเสียงกวนประสาทของเด็กหนุ่มทำให้เธอเผลอตีเด็กบ้าทันที!
ป๊าบ!
“เด็กบ้า!หยุดพูดแล้วลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้ พี่จะพานายขับรถไปที่มหาลัยกับที่งาน”เธอรีบเปลี่ยนเื่ทันทีเพราะไม่คิดว่าเด็กนี่จะเห็นตอนที่เธอแอบมองกล้ามเขา!
“โอ๊ย! พี่ฮะ ผมเจ็บ”แม้ว่าเควินจะพูดแบบนั้นแต่สายตาขบขันของเขาก็ทำให้เธอตีเขาอีกทีแล้วดึงเด็กหนุ่มให้ยืนขึ้น“เลิกเล่นแล้วมาคุยกันดี ๆ นายมีใบขับขี่สากลไหม?”
“มีฮะ”
“โอเค นี่กุญแจรถนายขับคันนี้ไปก็แล้วกัน” เธอยื่นกุญแจรถให้เขาแต่เควินกลับขมวดคิ้วและหันไปสงสัยรถที่จอดไว้หน้าบ้านแทน
“พี่อยู่คนเดียวไม่ใช่หรือ...ทำไมมีรถสองคันล่ะ? หรือพี่พายแอบซุกกิ๊กไว้?” สายตาจับผิดของเควินทำให้เธอเผลอหยิกเด็กปากเสียโดยไม่ตั้งใจ
“โอ๊ย! ผมเจ็บนะพี่พาย”
“ของพี่สาวพี่ย่ะ พี่พัทรเขาไปเรียนทำงานที่เชียงใหม่เลยเอารถอีกคันมาฝากไว้ที่นี่” พี่พัทรที่เธอพูดคือ พิมพ์พัทรพี่สาวแท้ ๆ ของเธอ
เธอดันตัวเควินออกไปนอกตัวบ้านก่อนที่จะยัดเขาเข้าไปในรถส่วนตัวเธอเองก็เดินวนไปด้านที่นั่งคนขับแล้วขับตรงไปยังประตูรั้วอันใหญ่ที่อยู่คนละด้านกับนีฟเฮาท์
“จำทางดี ๆ ด้วยล่ะเพราะหลังจากนี้นายต้องไปเอง พี่ไม่พาไปแล้วนะ!”
เควินเริ่มไปทำงานในอีกสองวันต่อมาและเวลาเข้างานของเขาค่อนข้างยืดหยุ่นเด็กหนุ่มเลยมีเวลาที่จะมานั่งกินข้าวเช้าด้วยกันบ่อย ๆ
เธอมองเควินที่ลงมากินข้าวด้วยสภาพหัวเปียกโชกน้ำที่หยดลงมาจากผมนั้นทำให้เสื้อเชิ้ตที่เขาใส่นั้นเปียกเป็ทางยาวจนเธอเห็นกล้ามอกร่ำไรเธอหลุบตาลงพลางเก็บจานข้าวตรงหน้าทั้ง ๆ ที่ยังไม่อิ่ม
“อ้าว! พี่พายอิ่มแล้วหรือ?”เควินที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เงยหน้าขึ้นมามองด้วยความสงสัย
“อือวันนี้พี่ต้องรีบไปร้านนะ วินกินเสร็จแล้วก็วางจานไว้ในอ่างล้างจานก็แล้วกันเดี๋ยวพี่กลับมาล้างเอง” เธอรีบเก็บทุกอย่างให้เรียบร้อยพอเธอหันกลับไปมองเขาอีกทีก็พบว่าเควินมองเธอแล้วยิ้มน้อย ๆ
“พี่พายนี่ขยันจังเลยนะร้านยังไม่เปิดเลยไม่ใช่หรือฮะ?” ดวงตาหวานของเควินที่จ้องมาที่เธอทำให้เธอรู้สึกใจสั่นจนเธอต้องรีบหันไปคว้าสกู๊ตเตอร์แล้วเดินออกจากบ้านทันที
“พี่มีเื่ต้องทำนะพี่ไปนะ ส่วนนายก็ปิดบ้านให้พี่ด้วยละกัน”เธอพูดขี่สกู๊ตเตอร์ออกมาโดยไม่หันกลับไปมองเขาอีก
เด็กนั่นตาหวานเกินไปแล้วนะ!ส่วนแก ไอ้พาย! เลิกรู้สึกแปลก ๆ ได้แล้ว เควินยังเด็กจำไว้!
่แรก ๆเธอก็ไม่พูดอะไรเวลาที่เห็นเควินลงมาในสภาพนั้นแต่พอหลายวันเข้าเธอก็ชักทนไม่ไหวจนต้องจับเด็กกวนประสาทมาเป่าผมก่อนกินข้าว
พิมพ์พายก้มมองผมสีบลอนด์ที่แห้งดีแล้วของเควินอย่างพอใจก่อนที่จะเลื่อนไดร์ไปเป่าตามเสื้อเชิ้ตของเขาให้แห้ง “โตแล้วนะเรายังต้องให้พี่เป่าผมให้อีกหรือ?”
“ก็มันเสียเวลานี่น่า”น้ำเสียงงอแงของเควินทำให้เธอถอนหายใจออกมาแล้วปิดไดร์ก่อนที่จะดึงเขาให้ลุกขึ้นยืน
“ไปกินข้าวได้แล้วจะได้ไปทำงาน วันนี้จะกลับดึกไหม?”
“น่าจะสักสี่ทุ่มฮะ่นี้ผมเพิ่งเริ่มโปรเจกต์เลยต้องประชุมกันหนักหน่อย”
เธอแอบเหลือบมองเด็กหนุ่มนิดหน่อยแล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจ“งั้นก็ขับรถกลับบ้านดี ๆ ก็แล้วกัน”
“ฮะ เดี๋ยวยังไงผมจะส่งข้อความบอกพี่อีกที”
“อือ”เธอรับคำแล้วบทสนทนาบนโต๊ะอาหารก็เปลี่ยนไปเป็เื่อื่น
ดูเหมือนว่างานของเควินจะยุ่งมากจริงๆ เพราะนับั้แ่เริ่มงาน เควินก็ไม่เคยกลับบ้านก่อนสามทุ่มเลยเธอได้เจอเควินแค่่เวลาอาหารเช้าเท่านั้น
พิมพ์พายเหลือบมองนาฬิกาในมือถือที่แสดงเวลาสามทุ่มห้าสิบเจ็ดแล้วผ่อนลงหายใจออกมาวันนี้วินบอกว่าจะกลับสี่ทุ่ม เธอจะรอให้เขากลับมาก่อนแล้วค่อยหลับ
ครื้น... ครื้น...
เสียงรถยนต์ที่แว่วเข้ามาทำให้เธอเหลือบตามองนาฬิกาอีกครั้งแล้วก็พบว่าตอนนี้เวลายี่สิบสองนาฬิกาจุดศูนย์ศูนย์พอดี!
เด็กคนนี้บทจะเนี้ยบขึ้นมาเขาก็กลับบ้านตามเวลาที่บอกเป๊ะ ๆ และเขาทำแบบนี้มาเกือบสามอาทิตย์แล้ว
เธอหลับตาลงพลางเพ่งสมาธิไปที่ไอพลังของมนุษย์ที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้านแล้วภาพของเควินที่กำลังปลดล็อกประตูดิจิตอลก็ผุดขึ้นมาและในนาทีต่อมาเขาก็ก้าวเข้ามาในบ้านและปิดประตูเรียบร้อยเมื่อเห็นว่าเควินกลับมาแล้ว เธอก็ละความสนใจจากเควินแล้วพลิกตัวไปปิดโคมไฟข้างเตียงเข้านอน
ติ๊ด ๆ
เสียงข้อความเข้าทำให้เธอเหลือบมองโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างหมอนแล้วหยิบขึ้นมาดู
‘ผมถึงบ้านแล้วฮะ’
พิมพ์พายยิ้มบาง ๆ ออกมาก่อนที่จะส่งข้อความตอบกลับเขาไปแต่ทว่าข้อความเข้าใหม่จากนิลินทำให้เธอถึงกับปวดหัวตุ๊บทันที
‘ตอนนี้องค์กรของฉันยืนยันแล้วว่าคนที่ฆ่าธันวาคือเอเบรียนและสี่ในแปดศพที่ถูกฆาตกรรมก่อนหน้าคือุ์!ในรายงานยังบอกอีกว่า...มีความเป็ไปได้ว่าคนร้ายของทั้งเก้าคดีจะมีความเกี่ยวข้องกันและคนร้ายน่าจะมีมากกว่าหนึ่งตอนนี้กำลังรอผลการสืบสวนอยู่
ยังไง่นี้แกก็ระวังตัวหน่อยแล้วกันฉันว่ามันคงกำลังหาเหยื่อคนต่อไปอยู่ แล้วแกก็รีบนัดไครีสฮับได้แล้ว!อย่าให้ฉันต้องเตือนเป็ครั้งที่สอง ไม่อย่างนั้นฉันจะตามไปลากแกถึงบ้านแน่เข้าใจ๋?’
เธออ่านข้อความที่ได้จากเพื่อนซ้ำอีกรอบแล้วโยนโทรศัพท์ทิ้งเพราะคิดไม่ออกว่าจะทำยังไงกับเื่นี้ดี
ไอ้เื่นัดไครีสฮับนะไม่ยากหรอกปัญหามันติดอยู่ที่ว่า...เธอจะไปค้างที่โรงแรมได้ยังไงโดยที่เควินไม่รู้ต่างหากล่ะ!
ข่าวใหม่ที่เธอเพิ่งได้รับทำให้เธอนอนพลิกไปพลิกมาจนเกือบเช้ากว่าเธอจะข่มตาหลับลงได้พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็เกือบเที่ยงเธอเลยรีบไปจัดการตัวเองแล้วลงไปด้านล่างเพราะไม่แน่ใจว่าเควินไปทำงานแล้วหรือยัง
ภาพของแซนด์วิชจานโตที่ตั้งอยู่บนโต๊ะอาหารนั่นทำให้เธอชะงักพอเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ ถึงเห็นว่ามีโน๊ตแปะเอาไว้ด้วย
‘ผมเห็นพี่ยังไม่ตื่นเลยทำข้าวเช้าเผื่อไว้ให้ผมไปทำงานแล้วนะฮะ’
ข้อความสั้น ๆแต่มันกลับทำให้ความรู้สึกประหลาดก็แล่นปาดเข้าในใจโดยไม่ทันตั้งตัวก็เธอไม่คาดคิดว่าเด็กจอมกวนคนนั้นจะรู้สึกการใส่ใจคนอื่นด้วย
พิมพ์พายสะบัดหัวเบา ๆเพื่อไล่ความรู้สึกที่ไม่สมควรเกิดขึ้นให้ออกไปจากความคิด เควินเป็ลูกเพื่อนแม่พี่ชายเขาอุตส่าห์ไว้ใจให้ช่วยดูแล แถมเด็กหนุ่มก็อายุต่างกับเธอเป็สิบปี!
ดังนั้นเควินเปรียบเสมือนน้องชายเธอคนหนึ่งเลิกคิดเลอะเทอะได้แล้ว ไอ้พาย!
จานเปล่าถูกว่างลงในอ่างล้างจานก่อนที่เธอจะเดินออกไปที่ชั้นวางของหน้าครัวที่มีรูปปั้นคนแคระที่เหมือนกับในห้องทำงานของเธอวางอยู่คนภายนอกอาจจะเห็นว่านี้คือรูปปั้นคนแคระธรรมดา ๆ แต่แท้จริงแล้วนี่คืออุปกรณ์เวทเมด
อุปกรณ์เวทนี้จะมีหน้าที่ช่วยในการทำความสะอาดบ้านและมีกลไกการทำงานก็มีเพียงง่ายๆ คือแตะที่ฐานของรูปปั้นแล้วข้าวของในบ้านจะเริ่มทำความสะอาดตัวเอง!
อันที่จริงรูปลักษณ์ของอุปกรณ์เวทเมดนี้สามารถเป็ได้หลากหลายรูปแบบั้แ่ไม้จิ้มฟันเล็ก ๆ ไปจนถึงรูปปั้นที่สูงกว่าตัวคนทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมของเ้าบ้านที่จะจัดวางยังไงไม่ให้สะดุดตาคนภายนอกที่เข้ามาเป็แขก
เพียงแค่เธอแตะลงที่ฐานของรูปปั้นคนแคระเสียงน้ำไหลก็ดังขึ้นในครัวพอเธอหันกลับไปมองที่ครัวก็เห็นว่าฟองน้ำกำลังล้างจานที่วางทิ้งไว้เพียงไม่นานเสียงตามส่วนต่าง ๆ ของบ้านก็ดังตาม
เธอกวาดตามองข้าวของทั่วบ้านที่กำลังทำความสะอาดตัวเองบ้างเลื่อนตัวเองเก็บเข้าที่บ้างราวกับว่ามีมือที่มองไม่เห็นกำลังทำงานไปทั่วบ้านพิมพ์พายพยักหน้าอย่างพอใจก่อนที่จะเดินขึ้นไปที่ห้องทำงานบนชั้นสองเพื่อทำอะไรบางอย่าง
พิมพ์พายเดินผ่านห้องนอนของตัวเองที่มีเสียงตีหมอนดังออกมาและตรงไปยังห้องทำงานที่อยู่เยื้องไปจากห้องนอนของวินเล็กน้อยมือบางแต่ละบนประตูเบา ๆ และร่ายเวทบางอย่างออกมา
แกร๊ก!
เสียงปลดที่ดังขึ้นทำให้เธอยิ้มมุมปากและเปิดเข้าไปในห้องนั้น
ทันทีที่ประตูเปิดออกภาพของโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นในสายตาด้านหลังของโต๊ะทำงานตัวนั้นก็มีตู้หนังสือหลายอันวางติดกันจนกินพื้นที่ไปทั้งผนังด้านหลัง
เธอมองเลยไปโต๊ะทำงานไปที่ผนังกระจกกว้างจนเห็นนีฟเฮาท์ตั้งอยู่ไม่ไกลแล้วดึงประตูปิดก่อนที่จะเดินผ่านโต๊ะทำงานไปหยุดที่โต๊ะขนาดกลางที่หน้าผนังกระจก
...บนโต๊ะขนาดกลางนั้นมีกล่องใสขนาดเมตรคูณเมตรวางไว้อย่างโดดเด่น...
พิมพ์พายเอื้อมมือไปแต่ที่ด้านข้างกล่องใสเบาๆ และรอจนกว่าทุกอย่างในจะปรากฏขึ้นและหลังจากนั้นไม่นานกระแสพลังจำนวนมากก็ไหลออกมาจากกล่องนั่นและกระจายไปทั่วอาณาเขตบ้าน!