หลังจากนั้นเพียง 2 วัน เซี่ยเหยาฮวาก็ได้รับข่าวจากบิดาว่านายท่านหลงนั้นยินดีค้าขายกับพวกเรา หลังจากนี้เพียงแค่ตกลงเื่ราคาสินค้า หากตกลงกันได้แล้วก็สามารถรอรับสินค้าได้เลย
แม้ว่าเธอจะดีใจ แต่ก็แปลกใจไม่น้อยเช่นกัน ไหนท่านพ่อบอกว่านายท่านหลงนั้นมักเลือกคู่ค้าด้วยตนเองและมักจะไม่ค้าขายกับพ่อค้าใหม่ๆเท่าไหร่นัก แต่แล้วเหตุใดถึงได้ตกลงกับนางได้ง่ายดายเช่นนี้ จะบอกว่าเป็เพราะชื่อเสียงของตระกูลเซี่ยก็คงเป็ไปไม่ได้ พ่อค้าที่มีชื่อเสียงมากกว่าบิดาของนางนั้นก็มีมากมายแต่ยังไม่สามารถค้าขายกับเขาได้
“คุณหนูคิดอะไรอยู่หรือเ้าคะ” ลี่ถังที่เห็นคุณหนูของตนนั่งเหม่อราวกับคิดอะไรอยู่จึงถามขึ้น
“ข้าเพียงคิดว่าเหตุใดนายท่านหลงถึงได้ยินดีค้าขายกับเราง่ายดายถึงเพียงนี้”
“อาจเป็เพราะนายท่านหลงผู้นั้นจะถูกใจในความสามารถของคุณหนูก็ได้นะเ้าคะ”
“ข้าจะไปมีความสามารถอะไรกัน”
“บ่าวได้ยินมาว่าเขานั้นชื่นชอบคนที่มีความสามารถและซื่อตรงเป็พิเศษ ซึ่งคุณหนูและตระกูลเซี่ยของเรานั้นมีสิ่งนี้อย่างครบครัน” ลี่ถังอธิบายให้คุณหนูของตนเข้าใจ ในความคิดของนางนั้นเป็เช่นนั้นจริงๆ
“ก็คงเป็เช่นนั้น ถึงอย่างไรก็ไม่มีเหตุผลอื่นแล้ว” แม้ว่านางจะยังคงรู้สึกแปลกๆราวกับว่ามันต้องมีอะไรบางอย่างมากกว่านั้น แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถหาคำตอบได้
“เช่นนั้นไปทานมื้อเช้าเถิดเ้าค่ะ นี่ก็ได้เวลาแล้ว”
จริงๆแล้ว่สองวันที่ผ่านมาเซี่ยเหยาฮวานั้นได้พาลี่ถังอออกไปตระเวนดูรอบเมืองนี้มาแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างของเมืองนี้ช่างน่าสนใจไปเสียทุกอย่าง ยิ่งคิดนางก็ยิ่งชื่นชมชินอ๋องมากกว่าเดิมเสียอีก ยิ่งเห็นว่ามีคนที่มีความสามารถมากมายขนาดนี้ก็ทำให้เธออยากทำแบบนี้ได้เช่นกัน
เช่นนั้นเธอจึงมักจะออกไปเที่ยวชมร้านค้าอยู่หลายครั้ง เผื่อนางจะได้แรงบันดาลใจบางอย่างที่จะนำไปปรับใช้กับกิจการของตนเองได้บ้าง
ตอนนี้กิจการของนางจริงๆนั้นมีเพียงร้านค้าเช่าเท่านั้น ซึ่งในอนาคตเมื่อร้านเ่าั้อยู่ตัวแล้วก็จะไม่ต้องดูแลมากมายเช่นตอนนี้แล้ว เมื่อนั้นเธอก็จะกลับมาว่างงานอีกครั้ง ดังนั้นตอนนี้จึงต้องมองหาลู่ทางอื่นๆเอาไว้บ้าง
“วันนี้คุณหนูจะออกไปดูร้านค้าอีกหรือไม่เ้าค่ะ”
“ไปสิ วันนี้ข้าจะไปเยี่ยมชมร้านค้าของนายท่านหลงเสียหน่อย” นางอยากรู้ว่าเขามีวิธีการขายสินค้าของตนเองให้น่าสนใจได้อย่างไร กลับไปถึงเมืองหลวงจะได้ขายสินค้าได้มากขึ้น
“เ้าค่ะ เช่นนั้นบ่าวจะไปเตรียมผ้าปิดหน้ามาให้นะเ้าคะ”
ในตอนแรกเซี่ยเหยาฮวาไม่ได้สวมผ้าปิดหน้าแต่อย่างใด แต่ด้วยความที่เป็ลูกคุณหนูจากเมืองหลวง ทั้งรูปร่าง หน้าตา และผิวพรรณล้วนแตกต่างจากหญิงสาวทั่วไป อีกทั้งหน้าตาของเธอก็งดงามไม่น้อย จึงมีแต่คนคอยจดจ้องจนทำให้เธอรู้สึกรำคาญ ลี่ถังจึงเสนอให้นางคาดผ้าเอาไว้แทน
แต่ยังไม่ทันที่ลี่ถังกลับมา ก็มีคนเข้ามาทักทายเธอเสียก่อน
“คารวะคุณหนูเซี่ย” ผู้ชายรูปร่างผอมสูงคนหนึ่งเข้ามาทักทายนาง
“เ้าค่ะ ไม่ทราบว่าท่านคือ” นางไม่รู้จริงๆว่าอีกฝ่ายคือใคร เท่าที่จำได้ที่เมืองถงเซียงแห่งนี้นางนั้นไม่ได้มีคนรู้จักเลยแม้แต่คนเดียว
“ข้าคือคนที่ชนคุณหนูเมื่อวันก่อนอย่างไรเล่าขอรับ”
“คุณชายท่านนั้นนั่นเอง”
เมื่อวันก่อนระหว่างที่นางกำลังเดินดูสินค้าที่วางขายอยู่ริมถนนคุณชายผู้นี้ก็เดินมาชนนางครั้งหนึ่ง แม้ว่าจะดูออกว่าอีกฝ่ายตั้งใจเดินมาชนเผื่อเปิดโอกาสให้ตนเอง แต่นางก็ไม่ได้เปิดโปงแต่อย่างใด ไม่คิดว่าวันนี้เขาถึงขั้นเข้ามาทักนางเช่นนี้
“ข้าชื่อหานหนิงเสวี่ย ไม่ทราบว่าคุณหนูเซี่ยมีนามว่าอะไรหรือขอรับ” ครั้งก่อนเขานั้นพยายามถามนามของนางแล้ว แต่นางก็หาโอกาสลีกเลี่ยงจนเขาได้มาเพียงแซ่ของนางเพียงเท่านั้น วันนี้จึงไม่คิดจะปล่อยโอกาสให้หลุดมือไปแน่
“ชื่อของข้านั้นไม่ได้น่าสนใจหรอกเ้าค่ะ ไม่ทราบว่าคุณชายหานมีสิ่งใดกับข้าหรือเ้าค่ะ” นางตอบกลับอย่างไม่เกรงใจ ด้วยนางนั้นไม่ค่อยชื่นชอบวิธีการของอีกฝ่ายมากนัก ดูแค่ภายนอกก็รู้แล้วว่าคุณชายคนนี้นั้นเ้าชู้เพียงใด ซึ่งแน่นอนว่านางไม่ชอบคนเช่นนี้ที่สุด
“คุณหนูเซี่ยนี่ช่างมีอารมณ์ขันเสียจริง”
“….” เมื่อได้ยินเช่นนั้นเธอก็ทำเพียงยิ้มบางๆส่งกลับไปให้เขาเท่านั้น ในใจได้แต่คิดว่าเมื่อไหร่ลี่ถังจะมาเสียที
“ข้าอยากจะเลี้ยงอาหารขอโทษคุณหนูเซี่ยสักครั้งเท่านั้นขอรับ” เมื่อเห็นว่าคุณหนูเซี่ยไม่ตอบสิ่งใด เขาจึงพูดความตรงการของตนเองออกไปทันที
“คุณชายหานก็เกรงใจเกินไป ข้าไม่ได้คิดมากเช่นนั้นหรอกเ้าค่ะ” เธอตอบกลับเขาไปด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปเห็นสาวใช้เดินเข้ามา “สาวใช้ของข้ามาแล้ว เช่นนั้นข้าขอตัวนะเ้าค่ะ” พูดจบเซี่ยเหยาฮวาก็เดินออกไปทันที
หานหนิงเสวี่ยได้แต่ยืนอยู่ที่เดิมด้วยความงงงวย นี่เป็ครั้งแรกที่เขาเกี้ยวหญิงสาวแล้วไม่สำเร็จเช่นนี้ ปกติแล้วแผนการของเขาจะสำเร็จทุกครั้ง ไม่ใช่ว่าวันนี้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเริ่มก่อตัวขึ้นหรอกหรือ แล้วเหตุใดถึงเป็เช่นนี้ไปได้
ชื่อเสียงในด้านความเ้าชู้ของเขานั้นเป็ที่ขึ้นชื่อ คราใดที่เขาเริ่มหว่านเสน่ห์ก็ไม่มีหญิงสาวคนใดต้านทานเอาไว้ได้ ดูได้จากอนุกว่า 10 คนที่อยู่ในจวนของเขาได้ แล้วเหตุใดแม่นางเซี่ยผู้นั้นถึงได้ปฏิเสธเขาได้กัน
ทางด้านเซี่ยเหยาฮวาหลังจากสลัดผู้ชายน่ารำคาญออกไปได้ก็เดินชมเมืองต่อโดยไม่ได้สนใจอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
“คุณหนูเ้าค่ะคุณชายเมื่อครู่เป็ใครหรือเ้าคะ” ลี่ถังถามคุณหนูของตนด้วยความสงสัย นางไม่เคยรู้ว่าคุณหนูมีเพื่อนที่นี่มาก่อน
“แค่ผู้ชายที่มั่นใจในตนเองมากไปหน่อยเท่านั้น อย่าไปสนใจเลย”
“แล้วคุณหนูออกมาเช่นนี้จะไม่เป็อะไรแน่หรือเ้าคะ”
“จริงสิ เช่นนั้นเ้าส่งคนไปสืบมาหน่อยว่าเขาเป็ใคร ตระกูลของเขามีฐานะอะไรในเมืองนี้”
“เ้าค่ะ”
แต่จากที่ดูจากความมั่นใจของเขาแล้วเซี่ยเหยาฮวาคิดว่าอีกฝ่ายคงมีอิทธิพลในเมืองนี้ไม่น้อย แต่นางก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก ถึงอย่างไรคุณชายคนนั้นก็คงไม่เอาเื่ที่ตนเองถูกผู้หญิงปฏิเสธมาสร้างเื่อะไรหรอก มิเช่นนั้นคงกลายเป็ที่ขายหน้าไปทั่วแน่
อีกอย่างดูจากปฏิกิริยาของผู้คนภายในโรงเตี๊ยมที่ไม่ได้ตื่นตระหนกอะไร ก็เห็นได้ชัดแล้วว่านี่ไม่ใช่เื่แปลกและอีกฝ่ายก็คงไม่ใช่คนที่ต้องให้ความเกรงใจมากมายนัก
“เชิญขอรับ เชิญดูสินค้าของร้านเราได้เลยขอรับ” ทันทีที่นางก้าวขาเข้าไปยังร้านค้าของนายท่านหลงก็ได้ยินเสียงต้อนรับจากด้านในทันที
เซี่ยเหยาฮวากวาดสายตาไปทั่วร้านก็พบว่าร้านนี้มีลูกค้ามากจริงๆ นอกจากลูกค้าที่แต่งตัวดีแล้วลูกค้าที่แต่งตัวราวกับขอทานเองก็มีเช่นกัน แต่ที่ทำให้นางสนใจนั่นก็คือคนงานขอร้านค้ากลับไม่ได้ตามประกบลูกค้าเพื่อช่วยเหลือใกล้ๆแต่อย่างใด
คนงานเลือกที่จะยืนดูอยู่ห่างแทน สายตาคอยสอดส่องลูกค้าเผื่อมีสิ่งที่้าให้ช่วยเหลือ การทำเช่นนี้นอกจากให้ความเป็ส่วนตัวกับลูกค้าแล้วยังถือเป็การแสดงออกว่าทางร้านนั้นให้ความไว้วางใจกับทุกคนเช่นกัน
“มีสิ่งใดให้ช่วยหรือไม่” หลังจากที่สังเกตรอบๆร้านแล้วเธอก็ได้ยินเสียงทุ้มที่ถือว่าคุ้นหูเป็อย่างมากดังขึ้นด้านหลัง
“นายท่านหลง” ไม่คิดมาก่อนเลยว่าเธอจะเจอเขาที่นี่ในวันนี้