บทที่11 ตบหน้าฉาดใหญ่
ดวงตาของจี้หานลั่วไหววูบเล็กน้อย
แม้ว่าผู้กุมอำนาจทั้งสองแห่งจวนจี้กั๋วกงจะมีคำสั่งปิดปากบ่าวไพร่แล้วก็ตาม
ทว่าก็ไม่อาจต้านทานอนุสี่ผู้เป็ที่โปรดปราน ซึ่งคอยสืบข่าวคราวจากคนข้างกายของจี้ป๋อหรูได้
เื่แค่นี้ง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ
ด้วยนิสัยของจี้หานเวยทันทีที่รู้ว่า เหลียงซื่อจื่อที่นางเฝ้าคะนึงหา หอบสินสอดมาเพื่อแย่งชิงเ้าสาวถึงหน้าประตูบ้าน นางย่อมต้องโยนความผิดทั้งหมดมาที่จี้หานลั่วเป็แน่
และคงกัดไม่ปล่อยอย่างแน่นอน
หากไม่ใช่เพราะเกรงใจผู้ใหญ่ คำพูดที่ออกจากปากจี้หานเวย คงหยาบคายและรุนแรงกว่านี้มากนัก
เมื่อจี้หานลั่วเรียบเรียงความคิดได้แล้ว จึงตัดสินใจที่จะกดข่มความยโสโอหังของอีกฝ่ายลงเสียบ้าง
นางจึงยิ้มมุมปากแล้วเอ่ยขึ้น “ขอแสดงความยินดีกับพี่แปดด้วยนะเ้าคะ เหลียงซื่อจื่อช่างเอาใจใส่พี่แปดเหลือเกิน อุตส่าห์เลือกวันพิเศษเช่นนี้ ส่งคนนำเงินค่าสินสอดอนุภรรยามามอบให้ท่าน”
พอหวนนึกถึงข่าวที่ได้มาจากมารดา
จี้หานเวยก็แทบอยากจะพุ่งเข้าไปฉีกใบหน้ายั่วยวนดั่งนางจิ้งจอกของจี้หานลั่วให้เป็ชิ้น ๆ
แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะก่อเื่อื้อฉาว
นางสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามข่มความโกรธเกรี้ยวในใจเอาไว้ “น้องเก้า เหตุใดจึงเน้นคำว่า ‘เงินค่าสินสอดอนุภรรยา’ หนักแน่นนักเล่า? หรือเ้าดูแคลนที่ข้าต้องไปเป็อนุของเหลียงซื่อจื่อ?”
“หรือเ้าอยากให้ข้าหาเวลา ไปขอให้พี่รองช่วยตัดสินความให้ดีหรือไม่?”
จี้หานลั่ว: “...”
นางแย้มยิ้มบาง ๆ “จะเป็เช่นนั้นได้อย่างไร? ข้าเพียงแต่กลัวพี่แปดจะไปหลงเชื่อคำคนเป่าหู นอกจากจะทำลายความสัมพันธ์ฉันพี่น้องของเราแล้ว เกรงว่าจะทำลายชื่อเสียงของจวนจี้กั๋วกงและเหลียงซื่อจื่อไปด้วย”
“ผลที่จะตามมา เกรงว่าทั้งข้าและท่านคงรับผิดชอบไม่ไหวนะเ้าคะ”
[หลงรักใบหน้าของเ้า: โอ้ว ๆ ๆ ในที่สุดก็ได้เห็นสตรีมเมอร์ลุกขึ้นสู้ ในศึกชิงดีชิงเด่นระหว่างพี่น้องสักที มอบรางวัล 66 เหรียญดวงดาว]
[นินี่ผู้น่ารัก: ...แบบนี้เรียกว่าสู้แล้วเหรอ? ดูไม่ออกเลยแฮะ]
[ฤดูร้อนไม่หนาว: ไม่มีใครยอมใครจริง ๆ พี่สาวสายรองขู่จะฟ้องพี่รอง สตรีมเมอร์ก็ขู่กลับด้วยชื่อเสียงของสองซื่อจื่อ ต่อหน้ายิ้มแย้ม ลับหลังถือมีดพร้อมแทงกันยับ]
“หานเวย เ้าดึงน้องไปกระซิบกระซาบอะไรกัน?” จี้ป๋อหรูดูไม่ออกว่าลูกสาวทั้งสองกำลังเชือดเฉือนกันอยู่ แต่เขาเริ่มไม่พอใจที่จี้หานเวยเข้ามาขัดจังหวะการลงสินสอด จึงทำหน้าดุใส่
จี้หานเวยที่นอกจากจะเล่นงานจี้หานลั่วไม่สำเร็จ ยังถูกบิดาดุด่าอีก ความไม่พอใจในอกยิ่งทวีคูณ หางตาเหลือบไปเห็นเซี่ยงเฉิงหลียืนอยู่
นางพลันเกิดความคิดใหม่ขึ้นมาทันที
“ท่านพ่อ เมื่อครู่ลูกกำลังปรึกษากับน้องเก้าเ้าค่ะ”
“ตระกูลเซี่ยงตกอับถึงเพียงนี้ คงไม่มีปัญญาหาสินสอดดี ๆ มามอบให้แน่”
“มารดาแท้ ๆ ของน้องเก้าก็ด่วนจากไปเร็ว เหลือสมบัติไว้ให้นางไม่เท่าไหร่ สินเดิมติดตัวคงมีไม่มาก”
“ลูกสงสารน้องเก้ายิ่งนักเ้าค่ะ เลยคิดว่าจะให้ยืมเครื่องประดับศีรษะของลูก ให้นางใส่เพื่อกู้หน้าไปก่อนเ้าค่ะ”
ต่อหน้าจี้ป๋อหรู จี้หานเวยสวมบทบาทพี่สาวแสนดีผู้เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
แต่พอลับหลัง นางก็โน้มตัวไปกระซิบเย้ยหยันที่ข้างหูจี้หานลั่ว “น้องเก้า ชาตินี้ทั้งชาติ เ้าก็คู่ควรแค่ตามเก็บเศษเครื่องประดับที่ข้าไม่เอาแล้ว มาใส่กู้หน้าเท่านั้นแหละ”
จี้หานลั่ว: “...”
ดวงตาดำขลับลึกล้ำของเซี่ยงเฉิงหลีไหววูบ
ในยามที่จี้หานเวยกำลังกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่นั้น เขาก็ก้าวเท้าเดินออกมาอย่างผ่าเผย “เกรงว่าคงต้องทำให้คุณหนูแปดเสียน้ำใจเสียแล้วขอรับ”
เขาล้วงหยิบกล่องไม้จันทน์หอมประดับลวดลายทองคำ ออกมาจากอกเสื้อด้วยท่าทีไม่รีบร้อน แล้วค่อย ๆ เปิดออกต่อหน้าทุกคน
เผยให้เห็นชุดเครื่องประดับศีรษะทับทิมสีแดงสด
สะท้อนแสงแดดเป็ประกายระยิบระยับบาดตา
เซี่ยงเฉิงหลีจงใจหยิบสร้อยคอ ต่างหู กำไล และปิ่นปักผม ออกมาแสดงทีละชิ้นท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของทุกคน ก่อนจะบรรจงเก็บกลับลงในกล่องอย่างทะนุถนอม
“ต่อให้พลิกหาทั่วทั้งเมืองหลวง ก็คงหาเครื่องประดับชุดใดที่จะเชิดหน้าชูตาได้ดีไปกว่าชุด ‘เนตรโลหิตนิรันดร์’ ของฮูหยินใหญ่ตระกูลเซี่ยงชุดนี้ไม่ได้อีกแล้วขอรับ”
[นินี่ผู้น่ารัก: เครื่องประดับสวยมาก! เห็นไหมล่ะ ตบหน้าฉาดใหญ่เลย ตระกูลเศรษฐีเก่าต่อให้ตกอับก็ยังมีสมบัติเก่าเก็บเครื่องประดับทับทิมชุดนี้ ดูแพงกว่าของสองซื่อจื่อตั้งเยอะ มอบรางวัล 666 เหรียญดวงดาว]
จี้หานเวยจ้องมองชุดเครื่องประดับสีแดงเจิดจ้านั้นด้วยความอิจฉาริษยาที่แล่นพล่าน
แต่ปากยังคงไม่ยอมแพ้ “เ้าโกหก! ก็แค่เครื่องประดับทับทิมบ้าน ๆ ชุดหนึ่ง จะมีค่าอะไรนักหนา? ในจวนจี้กั๋วกงของเรามีตั้ง...”
“หุบปาก!” ซูเถียนหลินกุมขมับ ตวาดลั่นด้วยความโมโห
ทำเอาจี้หานเวยตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าเอ่ยปากสอดขึ้นมาอีก
มุมปากของเซี่ยงเฉิงหลียกขึ้นเป็รอยยิ้มจาง ๆ ที่แทบมองไม่เห็น เขาหันไปคารวะจี้ป๋อหรูและซูเถียนหลิน “ท่านจี้กั๋วกง ฮูหยินกั๋วกง ผู้น้อยขอใช้ชุดเครื่องประดับชุดนี้ ที่ไท่หวงไท่โฮ่วพระราชทานให้ตระกูลเซี่ยง เป็สินสอดสู่ขอคุณหนูเก้าแห่งจวนท่าน เพื่อยกย่องนางในฐานะ นายหญิงผู้ดูแลเรือนของตระกูลเซี่ยงขอรับ”
จี้หานลั่ว ยิ้มออกมาบาง ๆ
นางพึงพอใจกับคำว่า ‘นายหญิงผู้ดูแลเรือน’ นี้เป็อย่างยิ่ง
จี้ป๋อหรูเองก็ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ
การที่เซี่ยงเฉิงหลีสามารถงัดเอาเครื่องประดับชุดนี้ออกมาเป็สินสอดสู่ขอจวนจี้กั๋วกงได้ แสดงให้เห็นถึงความจริงใจอย่างสูงสุดของตระกูลเซี่ยง
หากเื่นี้แพร่สะพัดออกไป
จะเป็หน้าเป็ตาให้กับจวนจี้กั๋วกงอย่างมหาศาล
และยังเป็การช่วยเสริมมูลค่าของลูกสาวคนอื่น ๆ ในจวนจี้กั๋วกงทางอ้อมอีกด้วย
“ดี! ดี! ดีมาก! หลานชายลุกขึ้นเถิด” จี้ป๋อหรูเข้าไปประคองเซี่ยงเฉิงหลีให้ลุกขึ้นด้วยตนเอง ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกถูกใจว่าที่ลูกเขยคนนี้มากขึ้นทุกที
ทางด้านซูเถียนหลินนั้นตื่นเต้นยิ่งกว่าจี้ป๋อหรูเสียอีก
นางไม่อาจปกปิดแววตาแห่งความอิจฉาริษยาเอาไว้ได้เลย
นางรีบก้าวเท้าเข้าไป รับกล่องไม้จันทน์หอมลายทองคำมาจากมือของเซี่ยงเฉิงหลี จ้องมองด้วยสีหน้าหลงใหลพลางพึมพำว่า “นี่น่ะหรือคือ ‘เนตรโลหิตนิรันดร์’ ในตำนาน?”
ใครมันบังอาจพูด?
ว่าตระกูลเซี่ยงหาของหมั้นดี ๆ มาไม่ได้?
ลำพังแค่เครื่องประดับชุดนี้เพียงชุดเดียว
ก็มีมูลค่ามากกว่าสินสอดที่สองซื่อจื่อขนมาเสียอีก
[รู้ทันแต่ไม่พูด: เฮ้ ดูแม่เลี้ยงตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่เชียว ก็แค่เครื่องประดับทับทิมที่ไท่หวงไท่โฮ่วประทานให้ไม่ใช่เหรอ? จวนกั๋วกงอันยิ่งใหญ่จะไม่มีเครื่องประดับทับทิมสักชุดเชียวหรือ?]
“ท่านแม่ มันก็แค่เครื่องประดับศีรษะทับทิมบ้าน ๆ ชุดหนึ่งมิใช่หรือเ้าคะ?” จี้หานเวยกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ “ของท่านแม่มีเครื่องประดับที่ล้ำค่ากว่านี้ตั้งเยอะแยะ”
“เ้าจะไปรู้อะไร?” ซูเถียนหลินใช้นิ้วมือััอัญมณีสีแดงเจิดจ้านั้นอย่างแ่เบา แล้วเอ่ยช้า ๆ
“เครื่องประดับชุดนี้ บรรพบุรุษตระกูลเซี่ยงได้มาจากท้องทะเลลึก แล้วนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแด่ปฐมกษัตริย์แห่งแคว้นเซวียน”
“เล่าลือกันว่า หากได้สวมใส่เครื่องประดับชุดนี้ จะช่วยชะลอความแก่ชราได้”
“เหล่าพระสนมในวังหลวงแห่งแคว้นเซวียน ต่างแก่งแย่งชิงดีกันแทบเป็แทบตายเพื่อให้ได้มันมาครอง จนท้ายที่สุดก็ตกมาอยู่ในมือของไท่หวงไท่โฮ่ว สมัยที่พระนางยังดำรงตำแหน่งเป็กุ้ยเฟย”
“ต่อมาท่านผู้เฒ่าเซี่ยงกั๋วกง สร้างความดีความชอบอันยิ่งใหญ่ ไท่หวงไท่โฮ่วจึงพระราชทานเครื่องประดับชุดนี้ ให้แก่ตระกูลเซี่ยงที่กรำศึกนองเืเพื่อแผ่นดิน”
“เนตรโลหิตนิรันดร์...ในใต้หล้านี้มีเพียงชุดเดียวเท่านั้น มันคือสัญลักษณ์แสดงฐานะของนายหญิงใหญ่แห่งตระกูลเซี่ยง”
และเคยเป็สิ่งที่สตรีทั่วทั้งเมืองหลวง ต่างอิจฉาตาร้อนอยากได้มา
[รักเงินแล้วก็รักสวยด้วย: ข้าสังหรณ์ใจว่ามันต้องมีเงื่อนงำอะไรบางอย่าง]
“ช่วยชะลอความแก่ชราได้? แล้วเหตุใดไท่หวงไท่โฮ่วถึงยอมยกให้ตระกูลเซี่ยงเล่าเ้าคะ?” จี้หานเวยรู้สึกอัดอั้นตันใจ จึงเอ่ยถามสิ่งที่ทุกคนสงสัยออกมา
เซี่ยงเฉิงหลีอธิบายด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อน “ ท่านอาจารย์คงหยวนกล่าวว่า เนตรโลหิตนิรันดร์ชุดนี้มีไอสังหารรุนแรงเกินไป มีเพียงตระกูลเซี่ยงที่อาบเืในสนามรบมาอย่างโชกโชนเท่านั้น ถึงจะสามารถข่มมันเอาไว้ได้”
มือของซูเถียนหลินชะงักกึก
พลันรู้สึกว่าเครื่องประดับในมือ ร้อนลวกดั่งถ่านไฟ
นางรีบยื่นส่งคืนให้เซี่ยงเฉิงหลีทันที “ไอสังหารรุนแรง?”
เซี่ยงเฉิงหลีพยักหน้ารับกล่องกลับมา แล้วยื่นส่งไปตรงหน้าจี้หานลั่ว “คุณหนูเก้า เครื่องประดับชุดนี้แม้จะดูงดงาม แต่ไม่อาจสวมใส่ติดต่อกันเป็เวลานานได้ขอรับ”
[ชอบดูเื่วุ่นวาย: มีกัมมันตภาพรังสีหรือเปล่า?]
จี้หานลั่ว: “???”
“ทำไมหรือเ้าคะ?”
เซี่ยงเฉิงหลีเม้มริมฝีปากเล็กน้อยก่อนเอ่ย “ท่านแม่ของข้าบอกว่าหากสวมเครื่องประดับชุดนี้ ไม่ถึงหนึ่งก้านธูปก็จะทำให้รู้สึกเวียนศีรษะหน้ามืดไม่หยุด...อาจจะเป็เพราะไอสังหารที่รุนแรงเกินไปก็เป็ได้”
จี้หานลั่ว: “...”
“มิน่าเล่า ข้าถึงไม่เคยเห็นนายหญิงตระกูลเซี่ยงสวมใส่มันเลยสักครั้ง” ซูเถียนหลินร้องอ๋ออย่างเข้าใจ
ในขณะเดียวกันก็เกิดความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา “หานลั่ว เ้าลองสวมดูสิ”