ผ่านการฝึกฝนมาได้เจ็ดวัน หากกำลังภายในขั้นสามัญนับได้หนึ่งร้อย ครั้งนี้หานเฟิงก็ฝึกกำลังภายในมาได้ใกล้สามสิบแล้ว
ความคืบหน้าในระดับนี้ ใกล้เคียงกับความเร็วในการฝึกฝนของผู้ที่มีระดับการฝึกยุทธ์ขั้นกลางแล้ว
ที่เป็เช่นนี้มีสาเหตุหลักสองประการ
ประการแรก หานเฟิงมิใช่ไม่สามารถฝึกกำลังภายในได้ แต่กำลังภายในที่เขาฝึกปรือนั้นถูกหอคอยเพลิง์เก้าเปลวไฟดูดซับ แต่ก็ไม่ได้ดูดซับไปอย่างไร้ความหมายเสียทีเดียว กำลังภายในนั้นต้องเดินทางผ่านไปตามเส้นลมปราณ ระหว่างขั้นตอนนี้เส้นลมปราณได้รับการขัดเกลาไปด้วย กล่าวได้ว่าเส้นลมปราณของหานเฟิงขยายตัวและทนทานไม่น้อยไปกว่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสามัญปลายระดับต้นเลยทีเดียว
ก่อนที่จะทะลวงไปถึงขั้นสามัญระดับกลาง หานเฟิงฝึกฝนด้วยความเร็วที่อยู่ระหว่างผู้มีระดับการฝึกยุทธ์ขั้นล่างและขั้นกลางอยู่แล้ว
ประการที่สอง เคล็ดวิชาเพลิงวิเศษเก้าเปลวไฟเป็เคล็ดวิชาที่ทรงพลัง ไม่อาจบอกลำดับขั้นที่แน่ชัด ห่างไกลเกินกว่าจะเทียบกับวิทยายุทธ์ที่ฝึกกำลังภายในพื้นฐานที่หานเฟิงฝึกฝนเมื่อก่อนหน้านี้
อย่างเช่น เคล็ดวิชาเพลิงวิเศษเก้าเปลวไฟชั้นแรก ขอเพียงหานเฟิงฝึกปรือชั้นแรกจนชำนาญ เขาก็จะสามารถจุดไฟสามัญได้ ไม่ว่าหานเฟิงจะมีพลังระดับขั้นใด หรือแม้กระทั่งยังอยู่ในขั้นสามัญก็ใช้ได้เช่นกัน
แต่หากเป็ผู้ฝึกยุทธ์คนอื่น จำต้องอยู่ในขั้นสามัญระดับปลายเท่านั้น จึงจะสามารถควบแน่นกำลังภายใน สร้างพลังปราณขึ้นมา
อีกทั้งหาก้าสร้างไฟสามัญ น้ำสามัญ หรือธาตุอื่น ๆ จักต้องทะลวงถึงขั้นมนุษย์เสียก่อน
หานเฟิงฝึกกำลังภายในได้รวดเร็วเช่นนี้ เป็เพราะสาเหตุหลัก ๆ สองประการดังกล่าว
น่าเสียดายที่ระยะเวลาในการฝึกสั้นเกินไป ในด้านกำลังภายใน ท่ามกลางบรรดาผู้เยาว์ตระกูลหานที่กำลังฝึกวรยุทธ์ นอกจากเด็กวัยสิบถึงสิบเอ็ดปีที่เพิ่งเข้าร่วมฝึกแล้ว เขายังคงตามหลังอยู่มาก
เพียงแต่เมื่อเทียบกับกู่ปาก็ถือได้ว่าก้าวข้ามเขาไปเล็กน้อยแล้ว
วันต่อมา ณ ลานฝึกยุทธ์ตระกูลหาน
เหล่าคุณชายตระกูลหานหันมามองเด็กหนุ่มหน้าตาหม่นครึ้มผู้หนึ่งด้วยสายตาแปลก ๆ คราวแล้วคราวเล่า
หานเฟิงมองเด็กหนุ่มผู้นั้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มซึ่งดูแล้วแปลกพิกล
เด็กหนุ่มผู้นี้คือกู่ปานั่นเอง
กู่ปาตอนนี้ทั้งโกรธทั้งโมโหผสมปนเป กู่ปารู้ดีว่า คนเหล่านี้มองเขาอยู่อย่างเห็นได้ชัด แต่เขามักรู้สึกว่าความจริงแล้วพวกเขามองไปที่ด้านหลังของเขา
ครูฝึกหลินขมวดคิ้วแล้วตะคอก “มองอะไร ยังไม่จดจ่อกับการฝึกอีก”
ในใจของครูฝึกหลินกลับนึกสงสัย กู่ปาคนนี้ไม่ใช่ผู้มีพร์ แต่เหตุใดจึงดึงดูดความสนใจของคนมากมายถึงเพียงนั้น หรือจะเกี่ยวข้องกับที่กู่ปาลาป่วยเมื่อก่อนหน้านี้? แต่เ้าเด็กดื้อพวกนี้รักสหายร่วมเรียนั้แ่เมื่อไหร่กัน?
อีกทั้งคนไม่น้อยยังเหลียวมองกู่ปาด้วยสายตากำกวม บุรุษผู้หนึ่งมีอะไรให้มอง เด็กสมัยนี้ นับวันยิ่งเข้าใจยากขึ้นเรื่อย ๆ หรือว่านี่คือความแตกต่างระหว่าง่อายุ?
ครูฝึกหลินในฐานะสมาชิกกลุ่มนักล่า ความสนใจที่มีต่อเื่ซุบซิบนินทาจึงมีน้อยยิ่ง จะรู้ได้อย่างไรเล่าว่าาแของกู่ปาอยู่ในบริเวณที่ไม่ควร
ตามกฎแล้ว หลังจากฝึกได้สักระยะหนึ่ง พวกเขาจะต้องจับคู่ต่อสู้กัน
กู่ปาสาวเท้าเข้าไปหาหานเฟิงแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอึมครึม “หานเฟิง เ้ากล้าประลองกับข้าหรือไม่?”
หลังจากผ่านประสบการณ์เื่นั้นมาแล้ว กู่ปาก็ไม่คิดจะปิดบังใบหน้าที่แท้จริงอีกต่อไป
เด็กหนุ่มตระกูลหานซึ่งเดิมทีตั้งใจว่าจะประลองกันก็หูผึ่ง ทันทีที่ได้ยินว่ากู่ปากับหานเฟิงจะประลองกัน พวกเขาก็หยุดมือ ก่อนจะเข้ามามุงดูด้วยสีหน้ายากอธิบาย
กู่ปายิ่งอับอายและโกรธแค้นกว่าเดิม โชคดีที่ใบหน้าของกู่ปามืดครึ้มอยู่แล้ว จึงมองไม่เห็นความผิดปกติแม้แต่น้อย
ครูฝึกหลินให้ความสนใจกับหานเฟิงมากขึ้นนับั้แ่หานเฟิงฝึกกำลังภายในได้ บัดนี้เขาอยากเห็นแล้วจริง ๆ ว่าหานเฟิงคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว ส่วนเด็กหนุ่มตระกูลหานที่รายล้อมเข้ามาดูนั้น เขาไม่สะดวกจะไล่ไป
หานเฟิงหัวเราะเบา ๆ “กู่ปา ดูเหมือนบทเรียนที่ข้าสอนเ้าครั้งก่อนจะไม่พอสินะ”
กู่ปาขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “คราก่อนเป็ข้าประมาทเกินไป จึงตกหลุมพรางเ้า ครั้งนี้ข้าไม่มีทางตื่นตระหนกอย่างคราก่อนเป็แน่”
หานเฟิงยักไหล่พลางเอ่ย “เมื่อเจ็ดวันก่อนก็คือเจ็ดวันก่อน สถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมือนกัน อย่าลืมสิ ตอนนี้ข้าฝึกกำลังภายในได้แล้ว”
สีหน้าของกู่ปามืดครึ้มกว่าเดิม “แค่เจ็ดวัน หรือเ้าจะบอกว่าเ้าก้าวหน้าไปไกลกว่าข้าแล้ว?”
อาจเป็เพราะเขาโมโหเกินไป กู่ปาจึงหัวเราะด้วยโทสะ “ไม่ว่าข้าจะไร้ประโยชน์เพียงใด ข้าก็ฝึกปรือมาสามปีแล้ว หานเฟิง เ้าอวดดีเกินไปแล้วกระมัง”
ครูฝึกหลินที่อยู่ไกล ๆ ขมวดคิ้วมุ่นโดยไม่รู้ตัว “กู่ปาผู้นี้ เหตุใดกล้าพูดจาเช่นนี้กับหานเฟิง หานเฟิงเป็ลูกหลานสายตรงของตระกูล กู่ปาเป็เพียงลูกบ่าวรับใช้ผู้หนึ่ง บ่าวรับใช้ในตอนนี้ล้วนโอหังกันหมดแล้วหรือ? ดูเหมือนจักต้องบอกกล่าวนายท่านสักหน่อยแล้ว”
ครูฝึกหลินจะรู้ได้อย่างไรว่ากู่ปาประสบเหตุการณ์ถูกทะลวงทวารครั้งก่อนทำให้โมโห
ผู้ใดจะเข้าใจถึงความเ็ปของคนถูกทะลวงทวารนอกเสียจากผู้ที่เกี่ยวข้อง?
ท่ามกลางกลุ่มคน สีหน้าหานหลินไม่น่าดูเช่นกัน แต่เมื่อคิดว่าไหน ๆ กู่ปาก็ถูกแทงทวารไปแล้ว เขาจึงได้แต่หน้านิ่วคิ้วขมวดกล่าว “ช่างเถอะ เป็เพราะถูกคนรอบข้างกระตุ้นจนเกินไป ถึงได้กล้ากระทำการโจ่งแจ้งเช่นนี้ หานเฟิงผู้เดียวก็เพียงพอแล้วที่จะสั่งสอนบทเรียนให้กับเขา”
หานเฟิงไม่ถือสาในท่าทีโกรธเคืองของกู่ปา เขายิ้มน้อย ๆ ก่อนจะกล่าว “จะสู้ก็เข้ามาเถอะ”
กู่ปายันเท้ากับพื้น ะโขึ้นไปกลางอากาศ ท่าเท้าพื้นฐานของเขาะเิออกด้วยกำลังภายใน พุ่งออกไปด้วยพลังอันน่าหวาดหวั่น
ตูม!
ด้วยกำลังภายในระดับปัจจุบันของหานเฟิง เขาจะถูกกู่ปาเตะโดนได้อย่างไร จึงเบี่ยงตัวหลบในชั่วพริบตา อย่างไรก็ตาม ครั้นเกิดเสียงดังตูม บนพื้นห่างออกไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตรก็ปรากฏรอยเท้าบุ๋มลึกลงไป
ใบหน้าของกู่ปาเต็มไปด้วยความโมโห “หลบอีกแล้ว หานเฟิง นอกจากหลบให้ข้าเปลืองกำลังแล้ว เ้ายังมีลูกไม้อะไรอีก?”
“แต่ว่านะ ครานี้ข้าจะไม่ยอมเสียแรงเปล่าอีกแล้ว”
หานเฟิงหัวร่อ “วางใจเถอะ ครั้งนี้ข้าจะไม่ซ่อนเร้นอะไรอีกแล้ว ข้าโจมตีโดยตรงก็ไม่เป็อะไร”
“หมัดยาวพื้นฐานกระบวนท่าที่เก้า!!”
ทั้งสองคนพุ่งเข้าปะทะกัน
ตูม! ตูม!
ทั้งสองคนถูกมวลพลังงานมหาศาลพุ่งเข้าใส่จนต้องถอยหลังอย่างต่อเนื่อง
หานเฟิงถอยหลังไปเจ็ดก้าว ทว่ากู่ปากลับก้าวถอยหลังไปถึงสิบเอ็ดก้าว
ตัดสินได้แล้ว!
ผู้คนโดยรอบพลันเกิดความโกลาหล
“น่ากลัวเกินไปแล้ว แค่เจ็ดวันหานเฟิงก็ก้าวหน้าไปไกลกว่ากู่ปาแล้ว ความเร็วนี้น่าตกตะลึงเกินไปแล้ว!”
“ด้วยความเร็วนี้ หานหลินยังไม่ทันได้ออกจากลานฝึกยุทธ์ ก็อาจจะถูกข้ามผ่านไปได้เสียก่อน”
“ข้ายังคิดว่าครั้งนี้หานเฟิงจะเป็ฝ่ายเสียเปรียบ แต่ดูตอนนี้สิ”
ใบหน้าหานหลินแสดงถึงความไม่เชื่อสายตา สีหน้าซับซ้อน “หากไม่มีเื่พรรค์นั้นของอาสี่ จะดีเพียงใดกัน”
กู่ปาร้องะโด้วยความไม่อยากเชื่อ “ไม่มีทาง นี่เป็ไปไม่ได้!”
ดวงตาของครูฝึกหลินเปล่งประกายครั้งแล้วครั้งเล่า “คืบหน้ารวดเร็วอย่างน่าหวาดกลัวอะไรเพียงนี้ เทียบได้กับผู้มีระดับการฝึกยุทธ์ขั้นกลางแล้ว เื่วันนี้จักต้องรายงานท่านผู้นำตระกูลให้ทราบ!”
ยามนี้เอง กู่ปาร้องคำรามลั่น “ถึงอย่างนั้น วันนั้นเ้าก็ไม่ควรทิ่มแทงดอกเบญจมาศของข้า”
หานเฟิงไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี บัดนี้กำลังภายในของเขาไปไกลกว่ากู่ปาแล้ว จะยังใช้ลูกไม้พิเรนทร์เช่นนั้นได้อย่างไร
เพียงแต่
หานเฟิงกล่าวด้วยเจตนาร้าย “ในเมื่อเ้าปกป้องของของเ้าเช่นนี้ จะทำให้เ้าผิดหวังคงไม่ดีนัก”
สิ้นคำ หานเฟิงก็พุ่งเข้าโจมตีกู่ปาด้วยความเร็วแสง ทั้งหมัดทั้งเท้าที่แม่นยำของเขารัวออกไปให้กู่ปาต้องงงงัน สุดท้ายหานเฟิงมองเห็นช่องโหว่ หมุนตัวไปด้านหลังกู่ปา แล้วซัดดัชนีทะลวงทวารออกไปอีกครั้ง!
เสียงกรีดร้องโหยหวนที่ทำให้ทุกคนในตระกูลหานรู้สึกเ็ปและคุ้นเคยดังขึ้นอีกครั้ง