มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย

ตอนที่ 228 สาวน้ำแข็ง

“ผู้อำนวยการเฉิน?” พวกเขาสองสามคนพากันตกใจ ตั้งแต่ทำงานในบริษัทนี้มานาน นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นผู้อำนวยการเฉินกระตือรือร้นในการต้อนรับคนนอก


ใบหน้าของผู้จัดการจางกลายเป็นน่าเกลียด เขาไม่ใช่คนโง่ เขารู้แล้วว่าวันนี้เขาเหยียบเจอตอเข้าให้แล้ว


“คุณคือ?” ฉินเฉามองไปที่ชายตรงหน้าเขา หรือว่าเขาคือเฉินเชียง?


“ฉันชื่อเฉินเชียง เป็นผู้อำนวยการบริษัทนี้” เฉินเชียงพูดอย่างอบอุ่น “ฉันไม่คิดเลยว่านายจะเป็นคู่หมั้นของคุณหนูหลงจริงๆ โอ้ สำหรับที่นายมาบริษัทของเรา นี่ถือเป็นเกียรติสำหรับเราอย่างมากจริงๆ”


อะไรนะ? คู่หมั้น? เมื่อได้ยินคำนี้ ฉินเฉาอัศจรรย์ใจ แม่มันเถอะ! เธอทำให้ฐานะฉันโคตรจะสูงเลย ทำไมเธอไม่บอกว่าเธอและเขาอยู่กินกันแล้วไปเลยล่ะ!


“นี่ ผมไม่ใช่...” เมื่อฉินเฉาจะอธิบาย เฉินเชียงก็พูดสวนขึ้นมา


“ฉินเฉา การพบกันวันนี้ถือว่าเป็นโชคชะตา นายคิดงั้นมั้ย? เอาอย่างนี้เป็นไง เรามาเป็นพี่น้องกัน ฉันแก่กว่า เพราะงั้น นายเรียกฉันว่าพี่ใหญ่เฉินนะ สำหรับฉันจะเรียกนายว่าน้องชาย คิดว่าไง?”


“เอิ่ม ไม่มีปัญหา” ฉินเฉาไม่คัดค้าน ถึงยังไง ฝั่งตรงข้ามก็แก่กว่าเขาจริงๆ ดังนั้นการเรียกเฉินเชียงว่าพี่ใหญ่สำหรับเขาถือว่าไม่ได้เสียหายอะไร


“ฮ่าๆ ดี ฉันรู้ว่านายเป็นพวกว่าง่าย น้องชาย คืนนี้ พี่ใหญ่ขอชวนนายไปเลี้ยงข้าว เพื่อต้อนรับการมาที่นี่ของน้องชาย ฮ่าๆ ๆ!”


เฉินเชียงพูด พร้อมกับโอบไหล่ฉินเฉา จากนั้นก็หัวเราะ ราวกับว่าพวกเขาสนิทกันมาเป็นปี


เหงื่อไหลอาบหัวฉินเฉา บุคลิกอย่างนี้...ถ้ามีคนบอกเขาว่าเฉินเชียงไม่ได้เป็นนักเลง ฉินเฉาก็ไม่มีทางเชื่อ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม


“เอาล่ะ น้องชาย เรื่องตำแหน่งของนาย....” ตาของเฉินเชียงกวาดไปรอบๆ สักครู่ ก่อนที่ตกลงที่ร่างของผู้จัดการจาง จากนั้นเขาก็พูด “เอาอย่างนี้ ทำไมนายไม่เป็นรองผู้จัดการฝ่ายบุคคลล่ะ นี่คือผู้จัดการ จางชูสง พวกนายสองคนคงรู้จักกันแล้วสินะ”


“หึหึ แน่นอน พวกเรารู้จักกันแล้ว” ฉินเฉาพูดด้วยรอยยิ้ม แต่เหงื่อกลับไหลออกมาจากหัวของจางชูสง เขาไม่คิดเลยว่าผู้อำนวยการเฉินจะอำนวยความสะดวกให้กับฉินเฉาขนาดนี้


อลิซตกตะลึง เธอคิดว่าฉินเฉาเป็นแค่คนน่าสมเพชที่จบมาจากมหาลัยเกรด 3 แต่สุดท้าย คนอื่นกลับกลายเป็นรองผู้จัดการฝ่ายบุคคลไปซะแล้ว


มีแค่ชิซินเท่านั้นที่ดูเหมือนไม่ประหลาดใจ แน่นอน เขาเข้ามาทำงานที่บริษัทนี้จริงๆ


“พวกนายรู้จักกันแล้วสินะ งั้นก็ดี ผู้จัดการจาง นายก็มาด้วยกันกับเราคืนนี้แล้วกัน” นี่เป็นวิธีที่เฉินเชียงใช้จัดการกับลูกน้องของเขาบ่อยๆ โดยการแสดงความใจกว้างและอำนาจของเขา


“ผม ผมคิดว่าผมขอผ่าน...คืนนี้ ผมมีเรื่องต้องทำ มีเรื่องต้องทำ...” จางชูสงรีบปฏิเสธ


“โอ้ งั้น ผู้จัดการจางจะไม่เห็นแก่หน้าของฉันสินะ” เฉินเชียงหัวเราะอย่างร่าเริง มองไปที่ผู้จัดการฝ่ายบุคคลของเขา จางชูสงกลัว เขาพลันนึกถึงเกี่ยวกับปัญหาหนึ่งของผู้อำนวยการเฉิน และนั่นก็คือ ถ้ามีคนปฏิเสธคำเชิญไปดื่มของเขาล่ะก็ บอสใหญ่คนนี้จะกลายเป็นโกรธได้ง่ายมากๆ


“เราไปดื่มกันวันหลังก็ได้” ฉินเฉาโบกมือ “ยิ่งกว่านั้น ผมอยากจะเริ่มทำงานจากตำแหน่งเล็กๆ ก่อน”


“งั้นก็ไปดื่มกันวันอื่น ยิ่งกว่านั้น ฉันก็เพิ่งนึกได้ว่าฉันมีเที่ยวบินพอดี งั้น ฉันคงอยู่เป็นเพื่อนน้องชายเย็นนี้ไม่ได้แล้ว” จางชูสงตกใจ เมื่อฉินเฉาพูดอย่างนั้น เฉินเชียงก็เปลี่ยนเป็นวันอื่นทันที “แต่จะให้พี่ใหญ่ ปล่อยให้น้องชายต้องทำงานตำแหน่งเล็กๆ ในบริษัทของพี่ใหญ่ได้ยังไง!? เอาอย่างนี้ บอกพี่ใหญ่มา ว่านายจบอะไรมา ฉันจะได้ให้นายเป็นผู้จัดการสาขานั้น”


เมื่อได้ยินอย่างนี้ จางชูสงตกใจ ผู้อำนวยการเฉินจะเอาใจชายที่ชื่อว่าฉินเฉาคนนี้เกินไปแล้ว เขาเป็นใครกันแน่? ทำไมเขาถึงทำให้ผู้อำนวยการเฉินเป็นอย่างนี้ได้!


“ผมคิดว่าผมเป็นพนักงานเล็กๆ ดีกว่า ผมอยากจะเริ่มจากจุดเริ่มต้น” ฉินเฉายังคงยึดมั่นในความคิดของเขา แม้ว่าเขาจะใช้ความสัมพันธ์ของเขาเพื่อเข้ามาในบริษัทนี้ เขาก็ไม่อยากจะอาศัยผู้หญิงจนเกินไป


เขาเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเอง ว่าเขาสามารถไต่เต้าไปทีละนิดๆ ได้


“เมื่อน้องชายไม่อยากเป็น งั้นพี่ใหญ่ก็ไม่บังคับ” เฉินเชียงพยักหน้า “งั้นเอางี้ น้องชายไปรายงานตัวกับหลี่เสวี่ย พอดีว่าทางเธอกำลังขาดผู้ช่วยอยู่พอดี”


“โอเค ไม่มีปัญหา” เมื่อได้ยินอย่างนี้ ฉินเฉาในที่สุดก็รู้สึกผ่อนคลาย เป็นผู้ช่วยก็ดี อย่างน้อยก็เป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย


ซูเซียงปิง ตาแก่ รอก่อนเถอะ ฉัน ฉินเฉาจะหาเงินให้ได้ 5 ล้านภายใน 1 ปีให้ได้เลยคอยดู


เป้าหมาย 5 ล้าน นี่ไม่ใช่เล็กๆ ต่อให้มีงานเต็มเวลา เขาก็ยังคงต้องหาทางอื่นเพื่อหาเงินด้วย แน่นอน เรื่องผิดกฎหมายนั่นไม่นับ


“ชิซิน ช่วยบอกระเบียบข้อปฏิบัติของบริษัทให้น้องชายของฉันหน่อยนะ หลังจากนี้ เขาจะเป็นพวกเดียวกับเราแล้ว เพราะงั้น พวกเธอก็ช่วยกันดูแลเขาด้วยล่ะ”


เฉินเชียงบอกกับผู้คนรอบๆ


“แน่นอนครับ แน่นอน” จางชูสงยิ้มอย่างขลาดเขลา แต่อลิซกลับแย่งงานของชิซินอย่างมีความสุข พูดว่า


“พี่ฉินใช่มั้ยคะ? ฉันจะช่วยพี่เรื่องระเบียบการเอง” อลิซเริ่มเอาเอกสารสำหรับฉินเฉาออกมา และจากนั้นก็จัดการมันให้เขา “เอานี่ไปที่สำนักงานจัดการธุรกิจบนชั้น 11 ไปหาผู้จัดการหลี่ ใช่ค่ะ ฉันจะพาพี่ไปที่นั่น”


“ไปเถอะน้องชาย พี่ใหญ่ก็ต้องขึ้นเครื่องไปประชุมที่เมืองตงชวนกับลูกค้าของเราที่นั่นแล้ว ดังนั้น ฉันจะไม่อยู่ที่บริษัทสัก 2 - 3 วัน ถ้านายต้องการอะไร โทรหาพี่ใหญ่ นายถามเบอร์ฉันจากอลิซได้”


พร้อมกันนั้น ผู้อำนวยการเฉินก็มองไปที่นาฬิกาของเขา และรีบออกไปจากบริษัท


เมื่อเฉินเชียงเดินออกไป ความกดดันบนตัวพวกเขา 2 - 3 คนก็หายไปกับเขาด้วย ฉินเฉาก็ไม่อยากทำให้เรื่องมันยาก ดังนั้น เขาจึงรับเอกสารแล้วไปที่ชั้น 11 ด้วยกันกับอลิซ


เฉินเชียงลงบันไดมา และเดินเข้าไปหาแลนด์ครูซเซอร์สีดำ


“คุณหนู ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีครับ”


“อารมณ์ของฉินเฉาเป็นยังไง?” หลงเบลล์นั่งอยู่ที่เบาะหลังอย่างอ่อนแรง มองไปที่ชายคนนั้น ที่ปรากฏตัวตรงหน้าเธอด้วยท่าทางเชื่อฟัง


“ดีครับ เขาดูมีความสุขดี แต่คุณหนู คู่หมั้นคุณหนูมีนิสัยแปลกๆ ผมเสนอตำแหน่งผู้จัดการให้เขา แต่เขาไม่เอา ยืนยันจะเป็นพนักงานธรรมดา”


“คุณไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก แค่ปล่อยให้เขาทำตามที่เขาต้องการก็พอ” หลงเบลล์โบกมือ “เขาก็เป็นคนแบบนั้นล่ะ”


“ไม่มีปัญหาครับ เมื่อคุณหนูพูดแบบนั้น งั้นผมก็โล่งใจ” ในบริษัท เฉินเชียงเป็นหัวหน้า แต่มีแค่เขาเท่านั้นที่รู้ว่า ตัวเขานั้นเป็นนักเลงตั้งนานแล้ว ครั้งหนึ่ง เขาแทบจะถูกฆ่าตายกลางถนน


โชคดีที่หลงเทียนเจิ้งเข้ามาช่วยเขา และทำให้เขาเป็นลูกน้องของเขา


ภายหลัง ตัวเขาต้องการทำงานสะอาด ดังนั้น เขาจึงตั้งบริษัทโฆษณาเหยี่ยวฟ้าขึ้นมา แต่จริงๆ แล้ว มันกลับมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับเทียนหลงกรุ๊ป


การโฆษณาต่างๆ ของเทียนหลงหลายอย่าง ต่างติดต่องานกับบริษัทเหยี่ยวฟ้า ดังนั้น เมื่อได้รับการสนับสนุนจากหัวเรือใหญ่อย่างเทียนหลงกรุ๊ป บริษัทเหยี่ยวฟ้าก็ได้รับประโยชน์มากล้น


“คุณทำดีมาก ลุงเฉิน คืนนี้ ฉันจะเลี้ยงข้าวคุณ” หลงเบลล์พูดขึ้นมา


“ฮ่าๆ ไม่ต้องครับ ไม่ต้อง” เฉินเชียงรู้ดี เขารู้ว่าหลงเบลล์เพียงแค่หยอกล้อเท่านั้น “ผมต้องบินแล้ว ผมคงต้องขอตัวครับ”


ไม่มีใครรู้ว่าเฉินเชียงต้องบินจริงหรือเปล่า ในขณะเดียวกัน ฉินเฉาที่กำลังถือเอกสาร หลังจากฟังคำแนะนำจากอลิซ เขาก็เคาะประตูสำนักงานจัดการฝ่ายธุรกิจ


“เข้ามาได้!” น้ำเสียงของหญิงสาวในห้องดังออกมา น้ำเสียงค่อนข้างเย็นชา แช่แข็งผู้คนเมื่อพวกเขาได้ยิน


หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ฉินเฉาก็ผลักประตูเข้าไป


ใครจะรู้ เมื่อฉินเฉาเห็นใบหน้าหญิงสาว เขาถึงกับตกตะลึง


ฉินเฉาเห็นสาวงามมาแทบจะทุกประเภท ฉะนั้น ร่างของเขาจึงมีภูมิต้านทานสาวงามอยู่บ้าง แต่ยังไงก็ตาม เมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้าเขา ฉินเฉาก็ยังอดตะลึงไม่ได้


โคตรสวย! เขาไม่รู้ว่าจะใช้คำไหนมาบรรยายตัวเธอ นอกจากสองคำนี้


หญิงสาวตรงหน้าเขาเหมือนกับเป็นเทพธิดาน้ำแข็งและหิมะ นอกจากรูปลักษณ์ที่งามจนยากจะหาใครเปรียบ เธอก็ยังเหมือนจะมีนิสัยเย็นชาอีกด้วย


เมื่อเห็นฉินเฉาเข้ามา หญิงสาวก็หันมามอง ขมวดคิ้วงาม และถาม


“นายเป็นใคร?”


“ผู้จัดการหลี่” ฉินเฉาจำชื่อหญิงสาวได้ว่าเธอชื่อ หลี่เสวี่ย ใช่แล้ว เธอช่างสมกับชื่อจริงๆ (เสวี่ย หมายถึง หิมะ) “ผมเป็นพนักงานใหม่ที่ถูกส่งมาเป็นผู้ช่วยคุณครับ”


ฉินเฉาพูดอย่างสุภาพ เมื่อนี่เป็นงานที่ถูกกฎหมายในบริษัทถูกกฎหมาย ฉินเฉาจะพูดแบบไม่ระวังแบบเมื่อก่อนตอนที่ยังเป็นยามอยู่ไม่ได้


“โอ้?” หลี่เสวี่ยขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาที่น่าหลงใหลของเธอกวาดมองฉินเฉาอยู่หลายครั้ง “เมื่อนายเป็นพนักงาน ทำไมนายไม่แต่งเครื่องแบบบริษัท?”


“อ๊า ผมขอโทษ” ฉินเฉารีบพูด “ผมเพิ่งเข้ามาทำงานที่บริษัทนี้ จึงยังไม่มีใครเอาเครื่องแบบมาให้ผม”


“ไปที่โต๊ะหน้าและบอกพวกเขาให้เอามาให้นาย กลับไปใส่เครื่องแบบ แล้วค่อยมาหาฉันอีกครั้ง!”


เมื่อพูดจบ หลี่เสวี่ยก็โบกมือที่ดูนิ่มนวลของเธอ ความหมายชัดเจน ไล่ฉินเฉาออกไป


ฉินเฉาลูบจมูกอย่างช่วยไม่ได้ หันกลับไป ปิดประตู และกลับไปที่ชั้น 10 พร้อมกับหางหน้าที่หว่างขาของเขา


“ทำไมคุณมานี่?” เมื่อเห็นฉินเฉากลับมาที่โต๊ะหน้าอีก ชิซินกะพริบตาปริบๆ และถามเขา


ฉินเฉามองหญิงสาวที่เมื่อกี้นี้เงียบแต่มีดวงตาที่กระจ่างใส ส่งยิ้มให้เธอและพูด


“ผู้จัดการหลี่บอกว่าฉันแต่งตัวไม่เหมาะสม ดังนั้น เธอจึงให้ฉันมาใส่เครื่องแบบ และค่อยกลับไปหาเธออีกครั้ง”


“ฮ่าๆ ๆ ผู้จัดการหลี่ก็เป็นคนจริงจังแบบนี้แหละ คุณต้องทำตัวให้ชินไว้” ชิซินหัวเราะ เธอรู้สึกว่ารอยยิ้มของฉินเฉานั้นดูอบอุ่น


“เครื่องแบบใช่มั้ย? ฉันจะไปเอามาให้!” อลิซขันอาสา “พี่ฉิน หุ่นพี่ดีมาก ฉันจะไปเอาตัวที่ดีที่สุดมาให้พี่”


พร้อมกันนั้น อลิซก็หายไปจากห้องโถงอย่างรวดเร็ว


จริงๆ แล้ว เธอจะเอาเครื่องแบบที่ดีที่สุดมายังไง? เครื่องแบบทุกตัว ไม่ใช่ว่าเหมือนกันหมดหรอกเหรอ


“อย่าโกรธเธอเลยนะ เธอก็แค่ถือตัวนิดหน่อยแค่นั้นเอง” ชิซินกะพริบตาใส่ฉินเฉา


“อืม!” ฉินเฉาพูดด้วยรอยยิ้ม และโน้มตัวไปที่หน้าโต๊ะ “นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม ฉันถึงชอบเธอมากกว่า คนสวย เธอชื่ออะไร?”


“คุณนี่ก็ปากหวานจริง...” ชิซินหัวเราะคิกคัก “ฉันชื่อชิซิน ระวังไว้ อย่าไปทำท่าทางแบบนี้ให้บอสคุณเห็น ไม่อย่างนั้นเธอจะโกรธ”


“ยัยผู้หญิงน้ำแข็งนั่นน่ะเหรอ...” ฉินเฉาเดาะลิ้น และพูด “ด้วยใบหน้าจริงจังแบบนั้น เธอคงจะรีบแก่สินะ”


“ทำไมคุณถึงเรียกผู้จัดการหลี่ว่าแก่?” ชิซินพูด “เธออายุ 25 ปี แค่นั้นเอง”


“25 ปี?” ฉินเฉาแสร้งเป็นตกใจ “เธอต้องมีใบหน้าที่อายุ 25 ปี แต่อายุหัวใจของเธอต้องเป็น 55 ปี แน่นอน! พระเจ้า ทำงานกับคนแบบนี้ ฉันจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไง!”


“ตอนนี้เริ่มโอดครวญแล้วเหรอ!” ชิซินมองเขาด้วยสายตาดูถูก “ไม่ใช่ว่าคุณอยากจะเริ่มจากตำแหน่งเล็กๆ ไม่ใช่เหรอ เมื่อกี้นี้น่ะ?”


“แฮ่ม...” ฉินเฉาไอแห้งๆ ออกมา “ฉันก็แค่อยากจะเห็นเธอมีความสุข ดังนั้น ฉันก็เลยคร่ำครวญเล็กน้อย ยังไงก็เถอะ ซินซินน้อย บอกฉันหน่อยได้มั้ย ว่าผู้จัดการหลี่นี้เป็นคนแบบไหน?”


จบตอน