เขายังคงนั่งหลับตาอยู่เงียบๆ ขณะที่ได้ยินเสียงคนเดินฝ่ากองหิมะเข้ามาไกล้
‘หึ เสียงฝีเท้าของนางยังคงเหมือนเดิม สะเปะสะปะไร้ทิศทาง ไร้พละกำลัง’
ชายหนุ่มค่อยๆลืมตาขึ้น เมื่อเงาร่างของนางพาดทับลงบนร่างเขาภายใต้แสงจันทร์สาดส่อง
ดวงตาหงส์จ้องเขม็งไปที่เด็กหญิงตัวเล็กๆนั่น
“ทำไมยังอยู่ที่นี่อีก” เขาถามน้ำเสียงแข็งกระด้าง
นางนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ตอนตนเองไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมถึงพาตนเองเข้ามาอยู่ในสถานการณ์อันตรายเช่นนี้
นางหนีได้แล้วเชียว ‘ ทำไมกัน’
“ เ้าโจรชั่ว “ นี่เป็คำเรียกขานของนางที่เอ่ยขึ้นกับผู้มีพระคุณ
เขาเงยหน้าขึ้นมองนางทันที ‘เ้าเด็กนี่ เนรคุณได้ถึงขั้นนี้’
กู้เซียวเซียวรีบหยุดและเอามือปิดปากทันที นางเผลอพูดในสิ่งที่นางคิด
เขาหมดความสนใจเนรคุณตัวน้อย ก่อนค่อยๆลุกขึ้น มือข้างหนึ่งของเขาจับท้องด้านขวาเอาไว้แน่น
ตอนนั้น นางถึงเพิ่งจะเห็นเืที่เลอะอยู่ที่เสื้อของเขาแม้ไม่เยอะ แต่ก็ชัดเจน
“ ไสหัวเ้าไปได้แล้ว” เขาฝืนเดินไปข้างหน้าก่อนกระชากเสียงเอ่ยกับนาง โดยไม่หันหลังกลับมามองนางอีก
ขาของเขาก้าวออกไปอย่างเชื่องช้าผิดกับขามา
มือของเขาจับต้นไม้ด้านข้างแต่ความมุ่งมั่นในการก้าวเดินไปข้างหน้าไม่ลดลง
“ ท่านรอข้าที่นี่ก่อนเถอะ ข้าจะไปเอายามาให้” นางยังเอ่ยประโยคนี้ไม่จบดี เข้าก็เอียงตัวพิงเข้ากับต้นไม้ใหญ่ด้านข้าง
หน้าผากเขามีเหงื่อออกมาก ทำไมาแแค่รอยถากถึงทำให้มีอาการขนาดนี้ได้ เขาพอรู้คำตอบ และป้องกันไว้บ้างแล้ว
กู้เซียนเซียน ยืนนิ่งมองเขาอยู่แบบนั้น
‘ งี่เง่าจริง’ เขามองไปที่เด็กหญิงซึ่งตอนนี้เดินมาอยู่เบื้องหน้าเขาเขาถูกพิษ ถึงไม่ใช่พิษร้ายแรง และก็กินยาสกัดไว้แล้ว แต่..นางนอกจากยืนมองแล้ว ทำอะไรได้อีก
เขาอยากเดินจากไป แต่ขาของเขาก็อ่อนแรงเหลือเกิน
เด็กหญิงคนนั้นมองตรงมาที่เขา ก่อนเดินเข้ามาใกล้และดึงมือของเขาไปเกาะที่บ่าของนาง
ไม่นับว่าเป็การพยุงเขา
เพราะเขาเองไม่ได้วางน้ำหนักอะไรไปที่นาง เขาแค่ไม่รู้ว่านางจะทำอะไรกันแน่
นาง ‘ทำที’ พยุงเขาเดินไปข้างหน้า เดินไปเรื่อยๆจนถึงเขตประตูของวัดนั่น
ก่อนเขาจะขืนตัวไว้ ไม่พยายามเดินไปกับนางอีก
ถึงแม้จะรู้ว่าเข้าไปแล้ว ปลอดภัยกว่าอยู่ภายนอกก็ตาม
แต่หนึ่งคือ เขาจะพาศัตรูเข้าไปด้วยคนไม่รู้อิโหน่อิเหน่จะเดือดร้อนหรือไม่
สองคือ.. ศัตรูอยู่ในที่ลับ เขากลับอยู่ในที่แจ้ง ต้องโง่งมขนาดไหนถึงจะเปิดตัวเอิกเกริกเช่นนี้
แม้เขาจะทำท่าทางให้นางรู้ว่า เขาจะไม่เดินต่อ
แต่นางก็ใช้แรงอันน้อยนิด ค่อยๆดึงมือเขาลากพาเดินไปข้างหน้า
ตอนนั้นเองที่มีคบเพลิงอันหนึ่ง สว่างขึ้นด้านหน้าเขาสองคนเด็กนั่นก็ผลักเขาไปด้านข้างทันที
เขาที่ไม่ทันระวัง จึงได้ล้มลงไปอย่างหมดสภาพ
คนถือคบเพลิง รีบวิ่งตรงมาทางนี้
“คุณหนู คุณหนู …ท่านไปอยู่ไหนมาจนป่านนี้ .. ข้า ข้าจะบ้าเพราะท่านแล้ว !! “
เฝิงหลานที่หน้าตาซีดเผือก ดูลนลานรีบวิ่งตรงมาทางที่นางยืนอยู่
นางตรงเข้ากอดคุณหนูของนางไว้จนแน่น
“ ต่อไป ห้ามท่านออกไปไหนอีก บ่าวกังวลมาก ตามหาท่านั้แ่หัววันฮือๆๆ.. “
นางกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่จริงๆตอนที่รู้ว่าเ้านายหายตัวไป นางเดินหาไปเกือบทั่วเขาลูกนี้ แต่ไม่พบแม้แต่รอยเท้าเล็กๆของนาง
“ท่านไปอยู่ไหนมา บ่าวกำลังจะเดินไปแจ้งอาจารย์หญิงให้ส่งคนออกตามหาท่านอยู่แล้ว”
‘ดีที่พบท่านก่อน ไม่ทำให้เป็เื่ใหญ่ไป’ นางแค่คิดประโยคนี้ในใจไม่ได้เอ่ยออกไป
ตอนที่นางรู้ว่าคุณหนูหายตัวไปสิ่งแรกที่นางคิดคือ หากหาไม่เจอจริงๆ นางจะรีบไปแจ้งอาจารย์ให้รีบส่งคนมาเพิ่มเพื่อออกตามหา
แต่หากเื่นี้ รู้ถึงหูของฮูหยินเข้ามิใช่ว่าคุณหนูจะถูกลงโทษหนักหลังจากพบตัวและกลับถึงจวนแล้วหรือ
อย่างไรแถวนี้ไม่เคยมีประวัติว่ามีโจรป่าไม่มีหมาป่า นางอาจแค่นอนหลับอยู่ที่ห้องใดห้องหนึ่งแถวนี้
นางค่อยๆไล่หาทีละห้อง อย่างไม่กระโตกกระตากหาทุกซอกทุกมุม จนถึงยามฮ้ายนี่ นางจึงเดินมาจนพบกับคุณหนูที่เดินสวนเข้ามาจากประตูทิศตะวันตกด้านหลังหอสวดมนต์
เฝิงหลานคลายอ้อมกอดของนางออก ก่อนจับตัวเด็กหญิงหมุนไปหมุนมารอบๆ‘ นี่อะไรกัน เสื้อผ้าสกปรกมอมแมมไปหมด’
“ท่านไปทำอะไรมากันแน่ เล่ามาตอนนี้เลย” เฝิงหลานรีบสอบสวนต่อทันที
แต่กู้เซียวเซียวไม่ได้ตอบคำถามนาง
นางผละจากเฝิงหลานเดินไปที่ต้นไม้ด้านหลัง
‘ อ๊ะ.. เขาไปไหนแล้ว’
นางมองไปรอบๆ จึงเห็นว่าเขาซ่อนตัวอยู่ด้านข้างของเรือนโดยมือข้างหนึ่งของเขาจับอยู่ที่หน้าอก แทนที่จะเป็ที่ท้องหรือเอวเหมือนตอนแรก
นางรีบเดินเข้าไปหา
เขามีอาการหอบเหนื่อยมากขึ้นอย่างชัดเจน
เฝิงหลานรีบเดินตามเข้ามาดูและใจนหน้าซีด
นางรีบดึงแขนของกู้เซียนเซียนถอยห่างออกมาก
ก่อนหันไปบอกนางเร็วๆ “ คุณหนูใครกัน เขาไม่ใช่คนที่พักที่นี่แน่ บ่าวไม่เคยเห็นหน้าเขา”
เื่อื่นเฝิงหรานอาจไม่เก่ง แต่เื่จำหน้าคนนางออกจะพิเศษเกินคนทั่วไปอยู่บ้างจริงๆ
“ ใช่ เขาาเ็อยู่ข้างนอก “
“ เป็ข้าเดินไม่ระวังตกลงไปในหลุมดักสัตว์และเขาก็พยายามช่วยข้าจนทำให้ตัวเองาเ็ไปด้วย เ้าช่วยพยุงเขาก่อน พาเขาไปรักษาาแด้านใน” นางโกหกตาใสด้วยไม่อยากให้บ่าวนางเป็กังวล
เฝิงหลานฟังเื่ราวปานนิยายที่คุณหนูของนางเร่งรีบแต่งขึ้นก็ทอดถอนใจ แปลว่านางซักถามไปก็คงไม่ได้คำตอบ เด็กหญิงไม่รู้ว่าเวลาที่นางโกหก ใบหน้านางจะนิ่งจะผิดปกติและสายตานางจะแน่วแน่มองตรงไปที่คนฟังจนไม่เป็ธรรมชาติ
เฝิงหลานลอบมองไปที่ชายหนุ่มที่ดูผ่านๆก็รู้ว่าเขาได้รับาเ็และน่าจะหนักเกินกว่าโดนไม้ขีดข่วนด้วย
ดูจากภายนอก เสื้อผ้าสกปรกมอมแมมไม่ต่างจากเ้านายของนาง มีาแที่เอว
ผ้าสีดำที่ปิดหน้าปิดตาของเขาอยู่ทำให้มองเห็นแต่ดวงตาคม ‘ ผู้มีพระคุณของคุณหนูไปช่วยนางที่หลุมดักสัตว์ จำต้องปิดหน้าปิดตาด้วย ‘
ยังมีมีดสั้นเหน็บอยู่ที่เอว ไม่ใช่ลักษณะของนายพรานหรือชาวบ้านทั่วไปแน่ๆลักษณะไม่สามัญเช่นนี้ จะบอกว่าแค่บังเอิญเดินเล่นฝ่าหิมะมาช่วยคุณหนูของนางคงไม่ใช่
ร่างสูงเอนพิงตัวเรือน ลำตัวโค้งไปข้างหน้าเล็กน้อยมือยังคงจับอยู่ที่หน้าอก เขาหอบหายใจอย่างหนัก แต่สายตาคมที่มองตรงมาที่พวกนางกลับแข็งกร้าวผิดกับการแสดงออกของร่างกายที่ดูอ่อนแอนัก
เฝิงหรานไม่ได้เชื่อใจเขา ที่ผ่านมาล้วนเป็เช่นนี้มีใครบ้างที่นางกับคุณหนูไว้ใจได้ ยกเว้นตัวของตัวเอง
กู้เซียนเซียนมองสายตาอึมครึมของบ่าวผู้ภักดีออก เฝิงหรานไม่ขยับตัวไปช่วยชายแปลกหน้าคนนั้นนางจึงเอ่ยขึ้น
‘อืม เขาาเ็ขนาดนี้ ไม่มีแรงกระทั่งฆ่าไก่เ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก’’
เขาที่ยืนอยู่เงียบๆมาซักพักแล้ว ฟังพวกนางสบประมาทเขาต่างๆนาๆ ฟังประโยคที่บอกว่าเขาไม่มีแรงแม้จะฆ่าไก่ เขายิ้มเย็นภายใต้ผ้าปิดหน้า เพ่งมองอย่าอาฆาตไปทางพวกนาง
‘ เ้าคิดว่าข้าฆ่าเ้าไม่ได้’ ด้วยสภาพของเขาตอนนี้ต่อให้เหลือลมหายใจเฮือดสุดท้ายแค่การฆ่าเด็กคนหนึ่งกับหญิงคนหนึ่ง ใช่ว่าจะหนักมือ
เฝิงหรานเดินไปทางเขาอย่างลังเล เข้าไปดูเขาไกล้ๆเห็นว่าเขาเองก็ไม่ได้รีบหยิบมีดเล่มนั้นมาตวัดใส่นาง
“ หากเ้ากล้าทำอะไรคุณหนู เฝิงหรานจะเป็คนแรกที่ฆ่าเ้า” นางเอ่ยเสียงกร้าวกับเขา
ขณะที่นางพูด นางก็เอามือเขาไปพาดคอนาง มือข้างหนึ่งอ้อมไปประคองด้านหลังเขาและพาเขาเดินไปอย่างเงียบๆ
พวกเขาเดินกันมาเรื่อยๆ ไม่ไกลนักก็ถึงเรือนที่พวกพวกนางพักอยู่
กู้เซียนเซียนรีบเดินแซงเข้าไปเปิดประตูและจุดตะเกียง
เฝิงหรานจึงประคองคนแปลกหน้าไปนอนที่ตั่งด้านใน ก่อนมองดูเขาอีกรอบอย่างหวาดระแวงดึงตัวคุณหนูของนางให้ไปยืนไกลๆเขา ส่วนตัวนางเองรีบออกไปยกน้ำอุ่นมาให้คุณหนูทำความสะอาดใบหน้า
เขามองการกระทำของนายบ่าวคู่นั้นเงียบๆโดยไม่เอ่ยอะไร แล้วจึงค่อยๆเอนตัวราบไปกับตั่ง ตอนนี้ตาเขาจะปิดแล้วจริงๆ ยาคงกำลังออกฤทธิ์และเขาก็วิ่งๆเดินๆมาตลอด ยาพิษคงถูกกระตุ้นให้กระจายไวขึ้นเหมือนกัน
‘ตอนนี้น่าจะปลอดภัยแล้ว ได้พักหน่อยก็ดี’ เขาคิดพร้อมกับค่อยๆหลับตาลง
่เวลาที่หลับตาลง ชายหนุ่มคิดว่าแค่พักสายตาไม่คิดว่าการหลับครั้งนี้ เขาจะหลับไปจนถึงสายของวันถัดไป
ตอนที่เขาตื่นขึ้นมา อากาศรอบตัวอบอุ่นขึ้นในห้องเงียบเชียบ เขารีบลุกขึ้นนั่งมองไปรอบๆ ทบทวนความทรงจำอย่างเร็วๆ บนตัวเขามีผ้าห่มผืนหนาแม้จะใส่เสื้อผ้าชุดเดิม แต่เมื่อเลื่อนมือไปจับที่แผล ตอนนี้แผลของเขาได้รับการทำความสะอาดและทำแผลแล้ว
เขาขมวดคิ้วแน่น เขาหลับไปั้แ่ตอนไหน เหตุใดถึงไม่รู้สึกตัว นี่ออกจะประมาทเกินไปแล้วจริงๆ
เขายังคงสำรวจไปรอบๆห้อง มองผ่านไปทางม่านกั้นเห็นเงาร่างเล็กๆของเด็กหญิงคนเดิมเมื่อคืน นั่งอยู่ที่เก้าอี้ไม่ไกลจากเขา
ชายหนุ่มค่อยๆลุกจากตั่งซึ่งเขาใช้นอนอยู่เมื่อคืนเงียบๆเดินอ้อมม่าน และมองไปทางเด็กนั่น
นางกำลังดูภาพจากคัมภีร์อะไรซักอย่างที่เขาไม่รู้จัก คงอ่านหนังสือไม่ออก หรือไม่ก็อ่านได้ไม่กี่ตัวอักษรถึงแน้นดูแต่ภาพเช่นนี้ เขาเย้ยหยันในใจ
ตอนเขาอายุเท่านี้ เขาอ่านคัมภีร์แปดอักษรคล่องแล้ว
“ เด็กโง่ เ้าไปหาอะไรให้ข้ากินที “
เขาเรียกนางตามจิตใต้สำนึกของเขา จนเด็กหญิงสะดุ้งออกจากภวังค์แล้วเงยหน้ามามองเขาทันที
‘โจรชั่ว’ ตอนนี้ ไม่มีผ้าปิดหน้าปิดตาเหมือนเช่นเมื่อคืนแล้ว
เขาก็รู้ตัว แต่ไม่ได้คิดจะปิดบังอะไรเด็กนั่นอีกอย่างไรก็แค่คนผ่านมาแล้วผ่านไป ประเดี๋ยวเด็กนั่นก็ลืมแล้ว ดูจากสมองของนาง การตอบสนองของนางความจำก็คงจะเหมือนกัน
กู้เซียนเซียนมองตรงไปที่เขา บุรุษแปลกหน้าผู้นี้แม้จะไม่ใช่ในแบบที่เป็คนหนุ่มเต็มตัวแต่เขาก็ ” สวยงาม” ยิ่งนักเหตุใด์จึงไร้ตา เอาใบหน้าเยี่ยงพานอันไปวางไว้บนหน้าโจรเช่นเขาได้
เขาตื่นแล้ว อันนี้นางรู้ดีและดูเหมือนจะสบายดีแล้วด้วยตอนที่นางอ้ำอึ้งอยู่นั้น ปากของนางก็ตอบคำถามของเขาออกไป
“ ข้ารู้แล้ว “ นางลุกขึ้นและเดินผละจากเขาไปด้านนอกด้วยไม่รู้จะต่อบทสนทนาอะไรจากเขาอีก
ผ่านไปไม่หนึ่งถ้วยน้ำชาเฝิงหลานก็เดินเข้ามาพร้อมถาดอาหารเจ ของนางและของเขา
“คุณหนู ท่านทานข้าวเถอะ”
นางยกถาดมาวางไว้ให้นางที่โต๊ะเล็กข้างๆที่นางนั่งดูภาพวาดอยู่
ส่วนอาหารของเขา เฝิงหรานกลับออกไปยกมาอีกรอบมีข้าวต้มและกับข้าวเจอีกสองอย่าง
นางยกมาวางที่โต๊ะหลังม่าน แล้วส่งสายตาเหี้ยมบอกเขาให้มานั่งที่นี่
เขาเดินไปนั่งกินแต่โดยดี
หลังกินข้าวเสร็จ เขามองสำรวจไปรอบๆที่พักของพวกนางสองคนอีกครั้งก่อนจะเดินอ้อมฉากไปที่ประตู ประหนึ่งออกจากโรงเตี้ยมรับรองแขก
“ นี่.. ท่านจะไปทั้งอย่างนี้..”เด็กหญิงถามเขา
เขาเลิกคิ้วมองไปทางนางแว่บหนึ่ง ก่อนล้วงเข้าไปในอกเสื้อแล้วเดินไปวางเงินห้าตำลึงบนโต๊ะเล็กด้านข้างตัวนาง
‘ แค่นี้คงพอ ‘ เขาคิดแล้วจึงเดินจากไป
‘ นี่ เหตุใดเขาถึงเสียมารยาทเช่นนี้ นอกจากจะไม่ขอบคุณนางซักคำแล้วยังจ่ายเงินแล้วเดินออกไปเฉยๆเช่นนี้ก็ได้หรือ ‘
นางไม่ได้อยากรู้จักชื่อเขา ไม่ได้อยากจะสนิทสนมคุ้นเคยอะไรกันกับเขาแค่อยากบอกเขาว่า ระหว่างนางกับเขาล้วนไม่มีความแค้นต่อกัน หากเจอกันในภายภาคหน้าขอให้เสมือนคนแปลกหน้าต่อกันก็แค่นั้นพอแต่การจะจากกันไปแบบนี้ นางก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันมีอะไรที่ผิดปกติ
จะให้รั้งไว้ ก็ไม่มีเหตุผลสมควร ระหว่างที่นางยังงงอยู่กับการกระทำของเขา
เงาด้านหลังของเขาก็หายไปตามทางเดินหน้าห้องนางแล้ว
ส่วนนี้เป็ที่พ้กของฆราวาสฝ่ายหญิง
หากมีคนเห็นเขาเข้าเล่า นางขมวดคิ้วก่อนรีบลุกออกจากเก้าอี้ มือคว้าผ้าสีดำผืนหนึ่งมาถือไว้ แล้วรีบร้อนวิ่งออกไป แม้ตอนนี้จะมองไม่เห็นเขาแล้วก็ตาม แต่ทางที่เขาเดินผ่านไปเมื่อครู่ก็ไม่มีเงาร่างของคนนอกอื่นๆอยู่เช่นกัน
‘ เขาจากไปแล้ว ไปง่ายๆแบบนี้เลยหรือ ‘ นางคิดในมือยังคงถือผ้าคลุมหน้าสีดำของเขาเมื่อคืนกลับเข้ามาในห้องนอน ภายหน้าหากเจอเขาอีก เขาจะเป็มิตรหรือเป็ศัตรูกับนางกันแน่
นางเหม่อลอยไปชั่วขณะ ทั้งกังวลทั้งผิดหวังนางควรคิดให้เร็วกว่านี้และพูดกับเขาให้รู้เื่
ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาอ่านไม่ออกของเฝิงหรานซึ่งยืนอยู่ข้างๆเ้านายตัวน้อยตลอดความวิตกของเด็กหญิง นางสามารถเข้าใจได้ แต่ที่มากกว่านั้นคือนางภาวนาให้ในอนาคตจะไม่ต้องพบพานกับคนคนนี้อีก เพราะเขาดูคุ้นหน้านางอยู่บ้าง แต่นึกอย่างไรนางก็นึกไม่ออกว่าเคยเจอเขาที่ไหน
บุรุษแปลกหน้าเดินจากไปเงียบๆไม่ปรากฏตัวอีกจนถึงวันที่พวกนางครบกำหนดและเดินทางลงจากเขาไป