สองวันผ่านไป ร่างกายของหลินเฟิงเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำม่วงคล้ำจากการถูกซ้อม แต่เขายังต้องตื่นแต่เช้ามืดมากวาดลานฝึกยุทธ์หน้าสำนัก กฎของที่นี่เข้มงวด หากงานไม่เสร็จ ก็ไม่มีข้าวกิน
เสียงพูดคุยจอแจดังขึ้นเมื่อเหล่าศิษย์เริ่มทยอยออกมาฝึกซ้อม วันนี้บรรยากาศดูตึงเครียดผิดปกติ
"ใคร... ใครเป็คนทำ!!"
เสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดดังลั่นมาจากเรือนพักศิษย์สายใน ร่างสูงโปร่งในชุดผ้าไหมสีขาวปักลายเมฆสีทองเดินออกมา ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยโทสะ เขาคือ 'จางเหว่ย' ศิษย์เอกผู้มีพร์ และเป็คนที่หลินเฟิงไม่อยากเข้าใกล้ที่สุด
"เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ ศิษย์พี่จาง?" ศิษย์น้องคนหนึ่งรีบวิ่งเข้าไปถาม
"หยกเืัของข้า... หยกประจำตระกูลที่ท่านพ่อมอบให้ ข้าถอดวางไว้หน้าห้องเมื่อคืน ตอนนี้มันหายไป!" จางเหว่ยตวาดเสียงดัง ลมปราณในตัวพุ่งพล่านจนฝุ่นรอบตัวฟุ้งกระจาย "ต้องมีหัวขโมยหน้าโง่แอบเข้ามาแน่!"
สายตาอำมหิตของจางเหว่ยตวัดมองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่กลุ่มบ่าวรับใช้ที่กำลังทำความสะอาดอยู่มุมหนึ่ง
"พวกเ้า... เมื่อเช้านี้ใครได้รับหน้าที่ทำความสะอาดแถวเรือนข้า?"
เหล่าบ่าวรับใช้ตัวสั่นงันงก รีบก้มหน้ามองพื้น ไม่มีใครกล้าสบตา จนกระทั่ง...
"ข้าเห็นขอรับ! ข้าเห็น!"
เสียงแหลมเล็กดังขึ้น 'อาซาน' รีบวิ่งเหยาะๆ ออกมาจากกลุ่มบ่าวรับใช้ ชี้นิ้วไปทางหลินเฟิงที่กำลังกวาดใบไม้อยู่อย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่
"เมื่อเช้ามืด ข้าเห็นเ้าหลินเฟิงมันด้อมๆ มองๆ อยู่แถวห้องของท่านจางเหว่ย มันต้องเป็คนขโมยไปแน่ๆ ขอรับ!"
หลินเฟิงเงยหน้าขวับ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความใ "ข้าเปล่า! เมื่อเช้าข้ากวาดอยู่แค่ลานหน้าสำนัก ไม่ได้เฉียดกรายไปเรือนศิษย์สายในเลยสักนิด!"
"หุบปาก!" จางเหว่ยตวาด ลมปราณกระแทกใส่หลินเฟิงจนเซถอยหลัง "เ้ากล้าเถียงข้ารึ? ไอ้สวะ!"
"ข้าไม่ได้ทำจริงๆ ขอรับ ข้า..."
"ค้นตัวมัน!" จางเหว่ยสั่งเสียงเฉียบขาด
อาซานยิ้มเยาะที่มุมปาก รีบวิ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อหลินเฟิง แล้วล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อเน่าๆ ของเขา หลินเฟิงพยายามปัดป้องแต่สู้แรงไม่ได้
"โอ๊ะ! นี่มันอะไรกัน?"
อาซานร้องเสียงดัง แล้วดึงวัตถุสีแดงชาดออกมาโชว์ให้ทุกคนเห็น มันคือ 'หยกเืั' ที่ส่องประกายแวววาวตัดกับมือสกปรกของอาซาน
"หลักฐานคาตา!" อาซานะโ "มันซ่อนไว้ในเสื้อจริงๆ ด้วย ท่านจางเหว่ย!"
หลินเฟิงยืนตัวแข็งทื่อ เขาเข้าใจทันที... นี่มันคือการใส่ร้าย! อาซานต้องแอบขโมยมาแล้วยัดใส่ตัวเขาตอนที่เข้ามาประชิดตัวเมื่อครู่
"ข้า... ข้าไม่รู้เื่! อาซานเป็คนยัดเยียดความผิดให้ข้า!" หลินเฟิงะโก้อง ความโกรธแค้นอัดแน่นในอก
เพี๊ยะ!
ฝ่ามือที่อัดแน่นด้วยลมปราณของจางเหว่ยฟาดเข้าที่ใบหน้าของหลินเฟิงอย่างจัง
แรงตบนั้นรุนแรงจนร่างผอมบางหมุนคว้างกลางอากาศ ฟันซี่หนึ่งหลุดกระเด็นออกมาพร้อมเืสดๆ ร่างของเขาร่วงลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น
"เ้าคิดว่าข้าโง่รึ?" จางเหว่ยเดินเข้ามาเหยียบลงบนอกของหลินเฟิง ออกแรงกดจนกระดูกซี่โครงลั่นเอี๊ยดอ๊าด "บ่าวรับใช้อย่างอาซานจะกล้าขโมยของข้าทำไม? มีแต่ไอ้ขยะอย่างเ้าที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ริอ่านจะขโมยของมีค่าไปขาย!"
"อึก... อ๊าก!"
หลินเฟิงพยายามดิ้นรน แต่เท้าของจางเหว่ยหนักราวกับูเา ความเ็ปที่หน้าอกรุนแรงจนหายใจไม่ออก
"เ้าทำหยกข้าแปดเปื้อนด้วยกลิ่นสาบสวะ..." จางเหว่ยพูดด้วยน้ำเสียงเ็า "แค่มือข้างนี้สินะที่กล้าแตะต้องของของข้า"
จางเหว่ยยกเท้าขึ้น แล้วกระทืบลงไปที่ข้อมือขวาของหลินเฟิงเต็มแรง
กร๊อบ!
เสียงกระดูกแตกหักดังสะท้านลานฝึก ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนของหลินเฟิง
"อ๊ากกกกกกก!!!"
ความเ็ปแล่นพล่านขึ้นสมองจนตาพร่ามัว ข้อมือของเขาบิดเบี้ยวผิดรูปอย่างน่าสยดสยอง
"จำใส่กะโหลกไว้" จางเหว่ยหยิบหยกขึ้นมาเช็ดกับเสื้อของหลินเฟิงอย่างรังเกียจ ก่อนจะเตะเข้าที่ท้องของเขาอีกครั้งจนตัวงอ "นี่คือบทลงโทษของหนูสกปรกที่บังอาจแตะต้องของสูง... ลากมันไปขังที่คุกมืด! พรุ่งนี้ค่อยให้ผู้าุโตัดสินโทษ!"
ศิษย์น้องสองคนรีบเข้ามาหิ้วปีกร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของหลินเฟิง ลากถูลู่ถูกังไปกับพื้นหิน
หลินเฟิงที่สติเลือนรางพยายามเงยหน้ามอง... ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือรอยยิ้มสะใจของอาซาน และแววตาเหยียดหยามของจางเหว่ย
ท่ามกลางความเ็ปเจียนตาย... มีเพียงสิ่งเดียวที่หลินเฟิงคิดในใจ
'จางเหว่ย... อาซาน... ข้าขอสาบาน ต่อให้ข้าเป็ผี ข้าก็จะกลับมาลากไส้พวกแกทุกคน!'