ยามจื่อ (23:00 – 00.59)
ซูเฟยเฟยนอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงใจกระสับกระส่ายรู้สึกร้อนรนยังไงบอกไม่ถูกนางจึงลุกขึ้นจากที่นอนรู้สึกเหมือนราวกับกำลังจะมีเื่ไม่ดีเกิดขึ้น นางลุกสวมเสื้อผ้าอาพรของตัวเองก่อนจะใช้ก้าวพริบตาเหาะเหินไปที่กำแพงของเมืองเพื่อชมจันทร์ดับความกระวนกระวายในใจ นางไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อนราวกับกำลังจะสูญเสียอะไรบางอย่าง
ซูเฟยเฟยยกมือขึ้นทาบที่หน้าอกข้างซ้ายที่กำลังเต้นระส่ำไม่ยอมสงบลงสักทีของตัวเอง
เป็อะไรไปนะ
นางทำสมาธิอยู่นานจึงเงยหน้าขึ้นชมแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา
วันนี้ทำไมพระจันทร์ถึงได้ดูโศกเศร้านักล่ะ น้ำสีใสไหล่ออกมาอาบดวงตาทั้งสองข้างของนาง
มือเล็กยกมือขึ้นลูบไปที่แก้มของตัวเอง
นี่ข้าร้องไห้หรือทำไมข้าถึงร้องไห้ล่ะ
นางไม่เข้าใจตัวเองที่จู่ ๆ น้ำตาของนางก็ไหลอาบสองแก้มมือเล็กปาดน้ำตาทิ้งก่อนจะหายวับไปราวกับสายลมเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยของสำนัก
เพล้ง เพล้ง เพล้ง เสียงประกระบี่ลอยมากับสายลม
นางััได้ถึงพลังเวทย์กระบี่ของใครบางคนกำลังต่อสู้อยู่ที่ไหนสักแห่งของป่าทางด้านตะวันตก นางจึงรีบเร่งฝีเท้าตามเสียงของกระบี่ไป
พลังปราณของเ้าของกระบี่อ่อนมากจนนางไม่สามารถรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายที่ประมือกันอยู่นั่นเป็ใครถึงได้ซ่อนพละกำลังของตัวเองและกระบี่ได้แเีราวกับกระบวนท่าของนาง
“ซิ่วหลาง” ริมฝีปากเล็กพึมพำออกมา เมื่อนึกได้ดังนั้นจะเป็ใครไปไม่ได้ เพลงกระบี่ที่เบาดังกับสายลมมีเพียงชายคนนั้นคนเดียวเท่านั้น นั่นคือคนรักของนาง
เมื่อนางเร่งฝีเท้าเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ
“เพล้ง เพล้ง เพล้ง”
เสียงกระบี่ดังสนั่นไม่ขาดสาย
“ซิ่วหลาง เ้ายอมพวกข้าแต่โดยดีเสียเถิด เ้าจะได้ไม่เจ็บตัวไปมากกว่านี้” หนึ่งในมหาเทพอันสูงสุดเอ่ยขึ้น ก่อนจะใช้วิชาเซียนของกระบี่สะท้อนใส่ชายหนุ่ม ซิ่วหลางวาดกระบี่ในมือรับแรงกระแทกก่อนจะกระอักเืออกมาทางปากมืออีกข้างยกขึ้นทาบอก
“ข้าไปทำอะไรให้พวกท่าน พวกท่านถึงได้ทำกับข้าแบบนี้”
“เ้าทำผิดั้แ่แรกแอบคบกับท่านหญิงซูเฟยเฟยลูกศิษย์ของผู้าุโ หากเ้ายอมจากไปเสียโดยดี พวกข้าจะปล่อยเ้าไป เราจะได้ไม่ต้องเจ็บตัว”
“ไม่ ข้าไม่ไป ข้าจะอยู่ที่นี่”
เพล้ง!! ชายหนุ่มฝืนตัวลุกขึ้นวาดกระบี่สู้กับมหาเทพทั้งสองแต่กลับโดนสะท้อนเวทย์กลับมาอีกเช่นเคยเนื่องจากต้องสู้กับสองเทพด้วยพละพลังกระบี่ของชายหนุ่มนั้นหากสู้กับเทพสูงสุดเพียงคนเดียวยังพอไหว แต่ดันต้องมาสู้กับสองเทพเลยทำให้ชายหนุ่มนั้นสู้ไม่ไหวเพราะพลังกระบี่ของตัวเองยังคงถูกผนึกไว้อยู่ ซิ่วหลางสามารถใช้พลังของกระบี่ได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้นและเื่นี้มิมีใครรู้นอกจากตัวชายหนุ่มเอง เขาได้ปิดบังเื่นี้เอาไว้
พลังแสงสีฟ้าพุ่งเข้ามาหาชายหนุ่มด้วยความรวดเร็ว
“น้องหญิงชาตินี้ข้าผิดต่อท่าน ข้าคงต้องจบชีวิตของตัวเองลงเพียงเท่านี้หากชาติหน้าข้าหวังว่าจะได้เป็คู่สร้างคู่สมอยู่เคียงคู่น้องหญิงซูเฟยเฟยของข้าไปจนแก่เฒ่า”
ซิ่วหลางหลับตาลงยอมรับชะตากรรมของตัวเองคงทำอะไรมิได้แล้ว แม้แต่ร่ำลาหญิงสาวผู้เป็คนรักก็มิอาจเอื้อมถึงพลังของข้าช่างน้อยนิด หากใช้พลังจริง ๆ ต่อสู้ขึ้นมาจริง ๆ ์คงมิอาจเมตตาเฉกเช่นวันนี้ หน้าน้อยเนื้อต่ำใจยิ่งนัก
“ท่านพี่”
!!
น้ำตาของซิ่วหลางไหลลงมาอาบแก้มรับพลังเวทย์สีฟ้าอรุณของทั้งสองมหาเทพไปเต็มแรงชายหนุ่มกระอักเืออกมาก่อนจะตัวล้มลงไปกับพื้น
“ซิ่วหลาง!” ซูเฟยเฟยะโเรียกชื่อชายคนรักพุ่งตัวเข้าหาประคองร่างของชายหนุ่มไว้ที่ตัก
นางมาช้าไป
ซูเฟยเฟยยกมืออันสั่นเทาของตัวเองขึ้นไปประคองหน้าของชายคนรัก
“พวกท่าน ทำอะไรกับซิ่วหลางของข้า” นางถามด้วยน้ำเสียงโกรธแค้นที่ทำร้ายชายคนรักของนาง
“ท่านหญิงเฟยเฟย ท่านมาที่นี่ได้เยี่ยงไร”
“หุบปาก”
“ซิ่วหลาง ซิ่วหลาง ท่านเป็อย่างไรบ้าง ซิ่วหลาง” นางเรียกชื่อชายคนรัก
แคก แคก ชายหนุ่มกระอักเืออกมาอย่างหนัก
“น้องหญิง ข้า ขอ โทษ แค่ได้เห็น แคก แคก หน้าเ้าก่อนตายดียิ่ง ใบหน้าเ้าช่างงดงามเหมือนเดิม แคก” ชายหนุ่มพยายามพูดออกมาภายในร่างกายรู้สึกหนักอึ้งเจ็บไปทั่วร่างมิอาจขยับไหว ขอแค่ได้เห็นหน้านางก่อนตายก็ยังดีชายหนุ่มยิ้มออกมาบาง ๆ
“ซิ่วหลาง เ้าไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ข้าจะรักษาท่าน ฮือ ฮือ” ซูเฟยเฟยพยายามถ่ายลมปราณไปที่ร่างของคนรักแต่มันกลับไม่ได้ผล ทั้งร้องไห้จนตาแดงก่ำ ซิ่วหลางส่ายหัวบอกนางให้หยุดก่อนจะยกมือของตัวเองขึ้นพยายามเอื้อมมือไปจับที่ใบหน้างามหญิงอันเป็ที่รักแต่กลับเอื้อมมือไปไม่ถึงจึงฝืนค้างไว้อย่างงั้น
ลมหายใจของชายหนุ่มแ่เบาลงกลายเป็สม่ำเสมอตาสองข้างเริ่มพร่ามัวพลังปราณลดลงทีละนิดจนซูเฟยเฟยจับชีพจรพลังปราณของชายหนุ่มไม่ได้
เปลือกตาอันหนังอึ้งเริ่มปิดลงมือที่พยายามเอื้อมจับใบหน้าของซูเฟยเฟยตกลงข้างตัวและหมดลมหายใจไป
“ซิ่วหลาง!” หญิงสาวร้องไห้ออกมากอดคนรักก่อนพลังปราณของนางจะพัดผ่านรอบตัวกระแสลมพัดกระหน่ำเป็สายดั่งพายุที่พร้อมจะะเินางหันหน้าไปหามหาเทพทั้งสอง นางจำได้ว่าเทพสององค์นี้เป็เทพของซานกงกงอาจารย์ของนาง
“เหอะ” นางหัวเราะขึ้นมาอย่างคนบ้าเสียสติทั้งน้ำตา กอดร่างชายคนรักที่เพิ่งจะจากนางไป นางประคองร่างของชายหนุ่มเอาไว้
“พวกท่านต้องให้คำตอบกับข้า พวกท่านรู้หรือไม่ว่า เขาเป็ใคร”
“ท่านหญิงเฟยเฟย ท่านรู้หรือไม่สามารถความรักในโลกเซียนมันผิดมหันต์ต่อ์ยิ่ง เพราะแบบนี้ไงท่านถึงฝึกวิชายอดไผ่ไร้ใจไม่สำเร็จสักที” หนึ่งในมหาเทพเอ่ยขึ้น
“แล้วเยี่ยงไร ข้าจะมีความรักกับเซียนด้วยกัน แล้วพวกท่านมายุ่งอะไรกับเื่ของข้า” พายุลมเริ่มรุนแรงขึ้นใบไผ่เริ่มแตกตัวออกจากต้นเข้ารุมเร้ามหาเทพทั้งสองพร้อมเชือดเฉือนเทพทั้งสองตรงหน้าให้จมไปทั้งร่างด้วยคมของใบ
“์ ์ หึ ์เป็พ่อท่านหรืออย่างไร” นางตวาดเสียงออกมา
ใบของไผ่เริ่มบาดเข้าเนื้อของมหาเทพทั้งสอง ใบของไผ่เปรียบเสมือนคมดาบสองคมที่มองไปก็แค่ใบไม้ธรรมดาหากโดนบาดขึ้นมาก็เหมือนคมของมีดนับร้อยที่พร้อมจะทิ่มแทงทุกเมื่อ บัดนี้วิชาประจำตระกูลของนางได้ถูกนำออกมาใช้เป็ครั้งแรก
กระบวนท่าที่นึ่ง
ยอดไผ่สังหาร
จึก จึก จึก
!!
คมของไผ่บาดเข้าที่แขนทั้งสองข้างของท่านมหาเทพทั้งสองจนเสื้ออาพรขาดสะบัด
“ท่านหญิงหยุดเถิด ที่พวกเราทำแบบนี้ก็เพื่อตัวท่านเอง นี่เป็คำสั่งของท่านผู้าุโ”
“ผู้าุโงั้นเหรอ” นางวางร่างของคนรักไว้ด้วยความไวนางหายตัวไปบีบคอของมหาเทพทั้งสองไว้ด้วยมือทั้งสองข้างปลายเล็บของนางจิกเข้าไปที่ลำคอของมหาเทพทั้งสองจนเืซิบใบหน้าของมหาเทพทั้งสองบิดเบี้ยวใบหน้าของนางในตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธแค้น
“อ้าก !! ปล่อยข้า” มหาเทพทั้งสองตัวลอยขึ้น ใยพลังเวทย์ของนางถึงทำอะไรพวกเราที่เป็ถึงมหาเทพได้พลังของนางก็แค่พลังเซียนขั้นธรรมดาจะบังอาจมาเทียบพลังกับพวกข้า” มหาเทพทั้งสองพยายามดิ้นเพื่อให้หลุดจากการจับกุมของซูเฟยเฟยหันหาไปหากันดิ้นทุรนทุราย
“พวกท่านส่งซิ่วหลางของข้าไปที่ไหน”
“เฟยเฟย”
อาจารย์ของนางโผล่ออกมาสาดพลังเวทย์ไปที่นางทำให้นางต้องปล่อยตัวมหาเทพทั้งสองถอยหลังออกไปตามแรงของเวทย์
“ซานกงกง” นางพึมพำ
“อืม ข้าเอง เ้ากล้ามากนะที่ทำร้ายมหาเทพรู้หรือไม่ หากเื่นี้แพร่งพรายออกไปข้าเองก็ช่วยเ้าไม่ได้”
“แล้วท่านล่ะ ท่านล่ะอาจารย์ ไยท่านถึงส่งคนมาทำร้ายซิ่วหลางจนเขาต้องตาย” ซูเฟยเฟยกรีดร้องถามอาจารย์ของตนออกไป ในใจของนางเจ็บซ้ำพร้อมจะแตกออกเป็เสี่ยง ๆ
“เฟยเฟย เื่นี้ข้าให้คำตอบเ้าไม่ได้ ซิ่วหลางจำเป็ต้องจากไปเพื่อให้เ้าได้ขึ้นเป็ซ่างเสิน”
“ซ่างเสิน ซ่างเสิน พวกท่านเห็นข้าเป็ตัวอะไรกัน เห็นแต่ประโยชน์ของตัวเอง แล้วข้าล่ะ ข้าเล่า” นางชี้นิ้วไปที่หน้าของอาจารย์ของนางและมหาเทพทั้งสองทักท้วงร้องความยุติธรรมให้ตัวเองและคนรักแต่นางรู้ว่าพูดไปใครก็ไม่เห็นใจจะร้องขอความเป็ธรรมไปทำไม
เกิดเป็เซียนงั้นหรือ เหอะ ข้าไม่แม้จะอยากเกิดมาเป็เซียนใย์ช่างใจร้ายกับข้านักโชคชะตาช่างเล่นตลกกับข้าเหลือเกิน เหตุอันใดถึงให้ข้าเกิดมาเป็เซียนให้ชาตินี้ของข้าอยู่กับท่านพี่ซิ่วหลางคนรักของข้าไม่ได้หรือ ทำไมถึงให้คนรักของข้าไปเกิดในแดนมนุษย์ ท่านช่างไม่ยุติธรรมกับข้ามีความรักในเซียนแล้วเยี่ยงไรมันผิดด้วยหรือผิดมากหรือท่านที่เป็เ้า์นั้นไม่เคยรักใครเลยหรือไง
อาจารย์ของนางมองนางด้วยสายตาเ็ป
ซูเฟยเฟยเหมือนตายทั้งเป็ไร้แม้กระทั่งเรี่ยวแรงจะยืน ยังดีที่ยังมีลมปราณช่วยพยุงตัวของนางไว้
“อาเฟย”
“ซิ่วหลางจากไป สาแก่ใจท่านแล้วสินะ หึ อยากให้ข้าเป็ซ่างเสิน ข้าจะเป็ให้ท่าน หลังจากข้าเป็แล้ว พวกท่าน ท่าน แล้วก็ท่าน” นางวาดนิ้วไปที่มหาเทพ
“หวังว่าจะไม่มายุ่งกับข้าอีก” นางะโออกมาหันหลังเดินไปที่ร่างของชายคนรักก่อนจะพาร่างของซิ่วหลางหายเข้าไปในป่าไผ่อันลึกในเขตของนาง
“ซานกงกง”
ซานกงกงยกมือห้ามมหาเทพทั้งสองไว้ไม่ให้ตามนางไปก่อนจะบอกให้ท่านมหาเทพทั้งสองกับตำหนักปล่อยให้นางได้อยู่คนเดียว
ก่อนท่านทั้งสามจะหายตัวไป
“ซิ่วหลางไยท่านถึงทิ้งข้าไปไม่ลาแบบนี้” มือเล็กยกมือขึ้นลูบใบหน้าไร้ิญญาของคนรัก น้ำตาของนางร่วงหล่นลงพื้นเป็สายกรีดร้องออกมาจนใจแทบขาดก่อนที่ร่างอันไร้ิญญาของซิ่วหลางจะหายเป็ธุลีไปจากอ้อมกอดของนางเหลือไว้เพียงพู่ที่ผูกติดชายกระบี่ที่ชายหนุ่มมักจะพกติดตัวไปไหนมาไหนด้วยไว้ให้นางดูต่างหน้านางหยิบพู่สีดำแดงขึ้นมาลูบด้วยความถนุถนอมก่อนจะเก็บมันเข้าในเสื้อ
“ท่านพี่ รอข้าก่อนนะ ไม่ว่าท่านอยู่ที่ใด ข้าจะพลิกแผ่นดินหาท่านให้จนเจอ ชาติหน้าฉันใดซูเฟยเฟยผู้นี้มิขอเกิดเป็เทพเซียนหากเป็ไปได้ข้าขอเกิดเป็หญิงสาวที่ได้อยู่เคียงข้างท่านไปจนแก่เฒ่าเสียยังดีกว่า”
นางตัดพ้อกับสายลมเงยหน้าขึ้นฟ้าหวังว่า์จะเห็นใจ
นางร้องไห้อย่างหนักไม่ยอมออกไปจากป่าไผ่และไม่ยอมให้ผู้ใดย่างกายเข้ามาในเขตของนาง
นางทำได้เพียงร่ำสุราใต้แสงจันทร์เพื่อคลายความโศกเศร้าเสียใจ ข้ามิอาจเคียงคู่ท่านต้องอยู่อย่างเดียวดายข้างกายมีเพียงจอกเหล้าหนึ่งจอกที่ทำได้เพียงกินมันจนเมามายเพื่อลืมเลือนความโศกเศร้าเสียใจของตัวเองจนเวลาล่วงเลยผ่านไปหลายเดือนหลายร้อยปี
นางยังคงนั่งจำศีลอยู่ที่เดิมไม่ขยับตัวไปไหนร่ำสุราเมไรกับตัวเองปล่อยให้เวลาผ่านไปในแต่ละวัน ผมของนางเริ่มยาวขึ้นตามกาลเวลาและพลังเวทย์ของนางก็เพิ่มขึ้นตามระยะเวลาจำศีลและยังแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย
รสชาติขมของเหล้าที่กินมาเป็เวลาหลายปีจนกลายเป็เหมือนน้ำเปล่าแก้มของนางนั้นแดงก่ำด้วยฤทธิ์ของเหล้าเปลือกตาปรือขึ้นยกมือขึ้นตบยุงที่บินเข้ามา
ซูเฟยเฟยนี่เ้ากำลังทำอะไรอยู่นางเอ่ยปากถามตัวเองก่อนจะทิ้งตัวนอนลงไปกับกองใบไผ่แห้งน้ำตาของนางยังคงรินไหลเป็สายก่อนจะหลับไปท้ังอย่างนั้น