เช้าตรู่.. สัตว์ป่าออกหาอาหาร ผู้คนเริ่มทำงาน..
เฟยเทียนก็เช่นกันเขาตื่นขึ้นมาทำกิจวัตรประจำวันที่ไม่อาจจะขาดไปได้ และทุกอย่างก็เป็เช่นนี้ไปเรื่อยๆ
จนถึงสิ้นเดือน..
ลมหนาวโชยมาผัดพาให้ชายผ้าพันคอของเฟยเทียนปลิวไปตามสายลม
"อีกเพียงหนึ่งเดือนข้าต้องประลองกับสยงป้า ตอนนี้เขาอาจบรรลุรวบรวมขั้นสูงสุดแล้ว แต่ข้ามีกระบี่ผีอยู่เมื่อถึงตอนนั้นข้าก็สามารถควบคุมได้ซักสองสามส่วนแล้ว" เฟยเทียนขบคิด
เขารู้ตัวดีว่าต่อให้ตนมีพร์แค่ไหน การที่จะตามสยงป้าทันเป็ไปไม่ได้ ในตอนที่สยงป้าอยู่ขั้นปลาย เขายังอยู่แค่ขั้นต้นเท่านั้น
ระยะห่างมันมากเกินไปและคนที่สามารถขึ้นเป็อันดับสิบเอ็ดของกระดานศิษย์นอกจะไม่มีพร์ขนาดนั้นเชียวหรอ?
นี่ทำให้เฟยเทียนตั้งข้อสังเกตุุว่าสยงป้าอาจบรรลุระดับรวบรวมขั้นสูงสุดแล้ว!
ตอนนี้ในมือเฟยเทียนมีแค่ กระบี่ผี ก้าวย่างเมฆา เคล็ดกระบี่หิมะโปรย และ หมัดอสูรโลหิต
ในความคิดเขาหากพลังไม่เพียงพอก็ต้องหาตัวมาเสริม อาจเป็วิชาะเิพลังอะไรทำนองนั้น!
เขาหยิบกระบี่ขึ้นถือด้วยสองมือ
"นายมีวิชาที่ะเิพลังในคราวเดียวรึเปล่า?"
"มีแลกด้วย สองจอก" กระบี่ผีตอบสั้นๆ
"ได้!" เฟยเทียนตัดสินใจทันที ตอนนี้อยู่ในสถานการณ์เร่งด่วน เขาต้องคว้าเอาสิ่งที่เป็เส้นต่อชีวิตไว้ก่อน
อีกอย่างเขาว่าสยงป้าย่อมไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตรอดแน่นอนถือรอดก็อาจจะหมดหนทางฝึกปราณถูกทำลายตันเถียน
ดังนั้นหากครั้งนี้เขาแพ้นั้นคือการตัดสินชะตาชีวิตเขาในสำนักยุทธ์บัญชา์!
จริงอยู่ที่ มีกฏว่าห้ามฆ่าและทำลายตันเถียน แต่นั้นเป็แค่กฏปกติ ไม่ใช่สำหรับการประลองเป็ตาย!
การประลองเป็ตายจะจัดขึ้นเมื่อสองฝ่ายคุยกันไม่ลงตัวและเมื่อทั้งสองฝ่ายยินยอม ก็จะจัดการประลองขึ้น โดยหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตายไปทางสำนักจะไม่ยุ่งเกี่ยวและเอาความฝ่ายที่รอดชีวิต!
ที่จริงเฟยเทียนไม่ต้องรับคำท้าก็ได้ แต่สิ่งที่เขาคิดคือ หากไม่รับคำท้าสิ่งที่ตามมาอาจเป็การก่อกวนไม่สิ้นสุดและอาจลามไปถึงพวกเ้าอ้วนผอมสองคนนั้น
ทางที่ดีควรให้จบที่ตัวเองจะดีที่สุด!
เขาเดินลงจากจุุดชมวิวและไปที่ห้องพัก ขณะเดินถึงหน้าห้องก็ต้องชะงัก
อีกสองห้องข้างๆเขามีคนอยู่หรอ? ใครกันที่บรรลุระดับรวบรวมขั้นต้น แล้วมาอยู่ที่นี่?
เฟยเทียนขบคิดเล็กน้อยและเข้าห้องพักไปไม่สนใจ
...
ตีนเขาเมฆาแดง
"นี่เ้าอ้วน! ข้าว่าไปถึงจะขอน้ำส้มเฟยเทียนอีกซักสองสามขวด มันสุดยอดเกินไปแล้ว!" เ้าผอมชูไม้ชูมือ
"แน่นอน! เ้าดูสิหากไม่ใช่เพราะน้ำส้มของเขาเป็ไปได้หรอแค่ครึ่งเดือนเราจะบรรลุ หากเป็ยามปกติข้าคิดว่าอย่างน้อยก็สามเดือน!" เ้าอ้วนฉีกยิ้ม
"ไปๆๆ ไปหาเฟยเทียนกัน!" ทั้งสองเข้าสูู่เาเมฆาแดงอย่างเป็ทางการ
ปากในตอนแรกบอกว่าจะไปหาเฟยเทียน แต่พอมาถึงกลับเดินเที่ยวเล่นอ้อมูเา พวกนี้ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
เดินไปพูดไปเหมือนคนบ้า สุดท้ายมันจึงมาหยุดที่ห้องพักสองห้องเห็นว่าเงียบสงบดี บางทีอาจมีแค่เขาสองคน
จากนั้นพวกมันทั้งสองก็แยกย้ายกันไป จัดสัมภาระตัวเอง
ส่วนเฟยเทียนก็ไม่รู้เื่พวกนี้อยู่แล้ว เขากำลังนั่งซึมซับเคล็ดวิชาที่ได้จากกระบี่ผี
'กระบี่โรยรา'
วิชานี้มีเพียงกระบวนท่าเดียวเท่านั้น เมื่อใช้ออกจะเกิดอานุภาพรุนแรงสะท้านฟ้า!
เฟยเทียนก็กำลังซึมซับอยู่เช่นกัน เขา้าบรรลุก่อนจะถึงวันประลองนั้นจะดีที่สุด หากไม่บรรลุขั้นปลาย
ก็ขอให้เข้าใจวิชากระบี่โรยรานี่ซักหน่อยก็ยังดี
..
กลางดึก..
ขณะเฟยเทียนกำลังนอนอยู่ เสียงอะไรบางอย่างก็ปลุกเขาให้ตื่น เฟยเทียนงัวเงียตื่นขึ้น เขาเปิดประตูออกไปดู พบว่ามีคนสองคนนั่งกินย่างเนื้ออยู่กองไฟ กลิ่นหอมโชยมา
คนนึงอ้วนคนนึงผอม เดี๋ยว?
เฟยเทียนชะงักขยี้ตาใหม่ เ้าพวกนี้ใคร? ทำไมเหมือนเ้าอ้วนเ้าผอมจัง?
เฟยเทียนตัดสินใจเดินเข้าไปหา
"พวกเ้าเป็ใคร?!" เขากดเสียงต่ำจากทางด้านหลัง ทำให้ทั้งคู่ใ ลุกหนีกระเจิง!
"เชี่*!"
"ผะ..ผีหลอก!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า! อะไรกันพวกเ้ากลัวผีงั้นหรอ?" เฟยเทียนหัวเราะจนต้องเอามือมากุมท้อง
ทั้งสองชะงักและวิ่งกลับมาเตะเขาไปคนละที
"โอ้ยๆ!" เฟยเทียนลุกขึ้นและยิ้ม
"พวกเ้าบรรลุแล้วหรอ แล้วหาข้าเจอได้ยังไง?" เฟยเทียนสงสัยจริงๆ เ้าพวกนี้หาเขาเจอได้ยังไง?
"หาเจอกับผีนะสิ! พวกข้าแค่สุ่มๆมาเห็นว่าเงียบสงบดี พรุ่งนี้ค่อยไปตามหาเ้า แต่ดูเหมือนดวงเราจะสมพงษ์กันเหลือเกิน" เ้าอ้วนจิกกัด
"พวกเราเป็พี่น้องกันนี่เนอะ!" เ้าผอมเสริมขึ้นมาและกัดเนื้อย่างเข้าปาก
"มาๆนั่งๆ คืนนี้ไม่เมาไม่เลิก!" เ้าอ้วนหยิบไหสุราสามไหออกจากอก ทำให้เ้าผอมถามขึ้นทันที
"เ้าไปเอามาจากไหนอะ!"
เพี๊ยะ!
"จะพูดดังทำซากอะไร! นี่เป็สุราที่พี่น้องข้าที่บังเอิญเจอกันนำมาให้ คืนนี้ไม่เมาไม่เลิก!" เ้าอ้วนยิ้ม
เฟยเทียนและเ้าผอมก็ไม่ได้ถามต่อ ทั้งสามตั้งวงล้อมกองไฟ
กินย่างเนื้อดื่มสุรากันอย่างสบายอารมณ์ เนื่องจากที่นี่มีแต่พวกเขา แถมยังใกล้ผู้คนจะแหกปากดังหน่อยก็ไม่เป็ไร
...
ยามเช้า...
แม้เมื่อวานจะกินดื่มหนักไปหน่อย แต่เขาก็ยังไม่ละทิ้งหน้าที่ที่ควรกระทำทุกวัน นั้นคือฝึกวิชา
ทุกครั้งที่เขาออกกระบวนท่า ล้วนถูกกระทำอย่างปราณีตและสวยงาม แถมยังรุนแรง!
เฟยเทียนแสดงออกมาทุกกระบวนท่าและใช้ก้าวย่างเมฆาไต่ไปสู่น้ำตกที่เก่าที่เดิม
เขาตัดสินใจว่าต่อไปจะมาฝึกที่นี่ เนื่องจากตรงนั้นมีพวกสองคนนั้นฝึกไม่สะดวก บางทีเสียงดังอาจรบกวนพวกเขาเกินไป
แม้จะเป็สหายกันก็เถอะ แต่เฟยเทียนก็เกรงใจคนเป็อยู่!
เขายืนนิ่งในหัวนึกทบทวนภาพและเนื้อหาวิชาหมัดอสูรโลหิต
ย่ะ!
เฟยเทียนออกหมัด มันไม่ดีนักแต่ก็ยังพอถูไถได้ เฟยเทียนออกหมัดเรื่อยๆ และทำอยู่อย่างนั้น
เขาต่อยไปเรื่อยๆเพื่อขัดเกลาตัวเอง
นี่เป็การฝึกกล้ามเนื้อแขนงหนึ่ง เพื่อให้คุ้นชินเสียก่อน เวลาออกกระบวนท่าจริงๆจะทำให้ง่ายและสมดุลมากขึ้น!
เขาทำอยู่อย่างนั้นราวสองชั่วยาม...
"น่าจะสมควรแล้วละ" เฟยเทียนระบายลมออกจากปากเสื้อผ้าเขาเต็มไปด้วยเหงื่อไหล
เฟยเทียนยกขาตั้งท่าสองมือบิดงอ เริ่มออกกระบวนท่า
อสรพิษ!
เฟยเทียนพุ่งไปข้างหน้าดั่งอสรพิษฉกเหยื่อ หมัดของเขาชนเข้ากับต้นไม้จนมันหักโค่นลง!
ต่อไป! ในใจเฟยเทียนร่ำร้อง
เหยี่ยว!
เสียงกู่ร้องต่ำคล้ายเหยี่ยวดังออกมาจากร่างกายของเฟยเทียน เขาโผบินอย่างสง่าผ่าเผยและกรงเล็บปักเข้าที่หินจนแหลกเป็ก้อนเล็กก้อนน้อย!
"จากนี้คือการฝึกที่แท้จริง!"
เฟยเทียนยิ้มเย็นและฝึกอย่างเอาเป็เอาตายทันที ในสิ่งนี้เป็สิ่งที่หลายคนไม่มี คือความขยันหมั่นเพียรและไม่ย่อท้อ
สองสิ่งนี้หาได้ทั่วไปแต่จะมีคนใช้มันรึเปล่าแค่นั้น หากมีแต่พร์ไม่มีความขยันหมั่นเพียรและไม่ย่อท้อก็เท่านั้นเ้าก็จะติดอยู่อย่างนั้น
หากไม่มีพร์แต่ขยันหมั่นเพียรและไม่ย่อท้อ ใช่! เ้าอาจไม่เก่งเท่าพวกมีพร์แต่เ้าก็ยังสามารถพัฒนาต่อไปได้! แม้จะจากเย็นไปหน่อยก็เถอะ
ดังที่เขาว่าไว้ คนเก่งไม่กลัวคนเก่งด้วยกัน แต่กลัวคนขยัน!
..
ขอบคุณที่อ่านครับ มาช้าแต่มานะ อิอิ