วันนี้เป็วันที่ต้องไปโรงเรียนครั้งแรก เทพในร่างของเจนนิสา ต้องแต่งตัวชุดนักเรียนใส่กระโปรง เสื้อแขนสั้นสีขาว ซึ่งเทพมองดูกระจกแล้วรู้สึกตัวเองกระอักกระอ่วนใจมาก ที่ต้องใส่ชุดชั้นใน กางกางใน เทพต้องเลือกใสกางเกงขาสั้นไว้ด้านในเพื่อความมั่นใจ แล้วยังหาเสื้อสปอร์ตสีขาว มาใส่อีกชั้นหนึ่ง
“ เฮ้อ ...” เทพมองกระจกแล้วถอนหายใจ เทพเลือกใส่รองเท้าผ้าใบไปโรงเรียนไม่อยากใส่รองเท้าคัตชู แบบผู้หญิง ยิ่งเห็นรองเท้าที่ส้นสูง ที่มีอยู่คู่เดียว ของเจน
เทพลองใส่เดินเล่นดูไม่เกินสองก้าว ก็ล้มทันที
“ ใส่กันไปได้อย่างไรวะนี่?”
ก่อนที่จะใส่รองเท้าผ้าใบแล้วเตรียมเดินออกไป แม่ส้มก็บอกว่า
“ วันนี้หกโมงเย็น พวกเราจะต้องไปโรงพัก เพื่อคุยกับคู่กรณีอย่าลืมนะลูก”
“ จ๊ะ แม่”
เทพเวลานี้เริ่มเรียนรู้สิ่งต่างๆ ในโลกในใหม่ให้มากขึ้น เสียดายที่บ้านไม่มีเน็ต มือถือก็ไม่มี ทำให้ไม่สามารถค้นคว้าหาข้อมูลได้มากนัก ความจำของเจนนิสาก็มีไม่ครบร้อย เพระสมองส่วนความจำถูกทำลายไปบางส่วน ฟื้นฟูกลับมาไม่ได้
วันนี้โบว์ นุ่น และ ฟ้า มารถตู้คันใหญ่มารอหน้า ชุมชน เทพเลยขึ้นไปนั่งติดกับโบว์ ที่หน้าอกใหญ่เสียเหลือเกิน เทพเองแม้ไม่เคยประสีประสาเื่แบบนี้ ยังรู้สึกอึดอัดใจไม่น้อย
“ เป็ไงแก มีมือถือแล้วหรือยัง” นุ่นชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ชิด หน้าเกือบชนกับเทพ
“ ยัง ไม่มีเงินซื้อ” เทพหายใจลึกๆ แล้วบอกไปตามตรง
“ เดี๋ยวบ่ายนี้ เลิกเรียน ฉันจะซื้อให้เอง” นุ่นคงรำคาญที่ติดต่อเจนไม่ได้
“ ไม่ดีหรอก เดี๋ยวฉันหาเงินซื้อเอง” เทพไม่อยากรบกวนเื่แบบนี้กับใคร
“ ไม่เป็ไร ไว้แกมีเมื่อไรค่อยมาคืนฉันก็แล้วกัน”
“ ก็ได้” เทพคิดว่าสมัยนี้มันคงต้องจำเป็จริงๆ สำหรับไอ้มือถือเนี่ย
“ เดี๋ยววันนี้ อาจารย์จะให้แกทดสอบวันละสามวิชา แกพร้อมหรือเปล่า พวกเราไปขอเลื่อนกับอาจารย์ก่อนก็ได้นะ” ฟ้าถามเจนด้วยความเป็ห่วง
“ ไม่ต้อง ฉันอ่านมาครบหมดแล้ว ไม่ต้องเลื่อนหรอก” เทพใช้เวลาอ่านหนังสืออยู่วันเดียว ก็เข้าใจเนื้อหาทั้งหมดแล้ว
“ ข้อสอบครั้งนี้ ทีมวิชาการเขาดัดแปลงข้อสอบมาจากข้อสอบโอเน็ตเลยนะ อย่าประมาทล่ะ” นุ่นเอ่ยเตือน เทพได้แต่พยักหน้าไม่พูดอะไร
หลังจากเข้าพบอาจารย่ฝ่ายวิชาการ เทพก็มานั่งสอบในห้องที่ถูกจัดไว้โดยเฉพาะ
มีอาจารย์นั่งเฝ้าอยู่สามคน
“ เจนนิสา การสอบครั้งนี้เป็การสอบทดแทนกลางเทอม โดยมี หกวิชา ขอเพียงเธอสอบผ่านได้เกิน 80 % เธอก็มีสิทธิ์เรียนที่ห้องกิ๊ฟเหมือนเดิม แต่ถ้าไม่ผ่านเธอต้องไปเรียนห้องธรรมดา ตามกติกา เข้าใจนะ เราจะให้เวลาเธอสอบ สองวันเพื่อไม่ให้เธอ ล้าจนเกินไป เอาล่ะ เธอมีเวลาสอบ วิชาละ 2 ชั่วโมง เริ่มวิชาแรกได้เลย”
เทพอ่านข้อสอบแล้ว ก็สามารถทำได้ทุกข้อ เพราะเทพมีความจำล้ำเลิศติดตัวมาแต่อดีต แล้วยังได้ทักษะความเข้าใจที่มีอยู่ในตัวของเจนนิสา จึงทำให้สามารถใช้เวลาทำข้อสอบได้ อย่างรวดเร็ว และถูกต้อง ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็สามารทำเสร็จได้ จึงร้องขอข้อสอบวิชาที่สอง จากนั้นไม่นาน เทพก็สามารถทำข้อสอบได้ทั้งหมดสามวิชาภายในเวลาแค่ไม่ถึง 1 ชั่วโมง อาจารย์ผู้คุมสอบ ถึงกับอึ้ง แล้วส่งให้อาจารย์ทำการตรวจข้อสอบทั้งหมดทันที
และแล้วอาจารย์ตรวจข้อสอบก็ใ ยิ่งนัก
“ นี่เป็ไปได้อย่างไร ข้อสอบที่ผมดัดแปลงจากข้อสอบโอเน็ตมา เปลี่ยนแค่บางส่วน แต่แกนหลักผมไม่ได้เปลี่ยนเลย” อาจารย์ผู้คุมสอบแล้วเป็อาจารย์ที่ออกข้อสอบ เห็นผลสอบของเจนนิสา แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ ถูกทุกข้อ ทั้งสามวิชาเลย ไม่น่าเป็ไปได้ เราให้เจนนิสา ลองทดสอบอีกสามวิชาเลยดีไหม?”
แล้วอาจารย์ทั้งสามท่านก็นำข้อสอบมาให้เทพ ที่นั่งรอ ไม่ได้ไปไหน
“ ได้ค่ะ” เทพต้องพูดคำที่ไม่ถนัด แถมยังต้องมีคำลงท้ายที่สตรีพูดกันอีก ทำให้ในใจกระอักกระอ่วนพอสมควร
แล้วสุดท้ายเทพก็ทำข้อสอบอีก สามวิชาตามที่อาจารย์ทั้งสามคนได้ บอกเอาไว้
แล้วผลการทดสอบ ก็เป็เช่นเดิม คือ ร้อยคะแนนเต็ม ซึ่งปกติแล้วไม่เคยมีใครทำข้อสอบแบบนี้ได้ถึงระดับนี้มาก่อน อาจารย์ฝ่ายวิชาการทั้งสามท่านเลยมีความคิดว่า เื่นี้ คงต้องเตรียมตัวส่งให้เจนนิสา เป็ตัวแทนของโรงเรียน สตรีบีเคเค ไปทำการสอบแข่งขันทางด้านวิชาการระดับโลกให้ได้
“ เจนนิสา อาจารย์ยินดีด้วย เธอผ่านการทดสอบ เธอได้เรียนที่ห้องกิ๊ฟเหมือนเดิม ต่อไป เธอจะเป็ตัวแทนโรงเรียน ไปสอบแข่งขันคัดตัวทางด้านวิชาการ อาจารย์หวังว่าเธอจะมีโอกาส ไปแข่งขันโอลิมปิคทางด้านวิชาการต่อไป รายละเอียดอาจารย์จะบอกเธออีกครั้ง”
เทพรับคำของอาจารย์แล้วก็เดินออกจากห้องสอบไป โดยที่เพื่อนๆ ทั้งสามคนหลังเรียนเสร็จ ก็มาเฝ้ารอ อยู่อย่างพร้อมหน้า
“ เป็ไงบ้างแก” ฟ้ารีบเข้ามาทักทายก่อน
“ ก็ไม่เป็ไร อาจารย์ให้ทำข้องสอบ วันนี้ 6 วิชาเลย”
“ หา ! โหดไปแล้ว ไหนบอกว่าจะแบ่งเป็สองวันยังไงล่ะ” โบว์เริ่มไม่พอใจ
“ แล้วผลสอบออกมาเลยหรือเปล่า” นุ่นถามบ้าง
“ ร้อยคะแนนเต็มทุกวิชา” เทพเอ่ยออกมาเหมือนเป็เื่ธรรมดา
“ ......” ทั้งสามคนอ้าปากค้างนิ่งเงียบสนิท อึ้งกันไปหมด
แต่พอทั้งสามคนตั้งสติได้ก็เข้ามากอดรัดแสดงความยินดี ที่เทพสอบได้คะแนนเต็ม ในขณะที่ในใจเทพรู้สึกใจเต้นแปลกๆ เืลมสูบฉีด ที่เพื่อนสาวๆ ทั้งสามเข้ามากอดเขาแน่นขนาดนี้ ถึงแม้ร่างของเขาเป็หญิง แต่ใจของเขานั้นยังเป็ชายชาตินักรบ ไม่ใช่พระอิฐพระปูน แล้วทั้งสามคนก็พากันไปห้างสรรพสินค้า เลี้ยงฉลองให้กับ เจนนิสา ที่สอบได้ แล้วก็จะซื้อมือถือให้กับ เทพอีกด้วย
หลังจากที่นุ่นควักบัตรเครดิตรูด ซื้อมือถือพร้อมซิม ราคา 8,000 ให้ เทพไป 1 เครื่องเทพก็ศึกษาวิธีการใช้ไม่นาน ก็ใช้เป็
“ ขอบใจมากนะ ฉันมีเงินเมื่อไร ฉันจะคืนให้ทันที”
“ ฉันจะซื้อรุ่นเดียวกันให้เหมือนกับพวกเรา แกก็ไม่ยอม เลือกใช้รุ่นธรรมดาแบบนี้ ก็ไม่เหมือนพวกเราเลยนะซิ” นุ่นกับเพื่อนล้วนใช้มือถือรุ่นใหม่ที่มีราคาแพง ซึ่งมีราคาถึง สามหมื่นบาท แต่ว่าเทพคิดว่าไม่จำเป็ ใช้งานแค่โทร เล่นเน็ต แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว เพราะตราบใดที่ยังหาเงินเองไม่ได้ แม่ยังลำบาก ขืนซื้อมือถือ ที่มีค่าเท่ากับรถเข็นของแม่ที่ใช้ทำมาหากิน คงทำใจให้ใช้มันไม่ได้อย่างแน่นอน
โบว์ นุ่น และฟ้า ทั้งสามคนนั้น มาจากตระกูลที่มีฐานะ ร่ำร่วยก็ว่าได้ ดังนั้นการซื้อมือถือ ให้เพื่อนแบบนี้ นุ่นไม่คิดว่าเป็เื่ลำบากอะไร แต่เทพเองกลับมีความคิดที่เหมือนกับเจนในร่างเก่า ที่ไม่อยากรบกวนเพื่อนๆ
แล้วทั้งสามคนก็มานั่งกิน ไก่ทอดเกาหลีในร้านแห่งหนึ่ง
หลังจากที่คุยกันเื่ผลสอบแล้ว เทพเล่าว่าอาจารย์จะส่งไปสอบโครงการอะไรสักอย่างเพื่อไปเป็ตัวแทนของประเทศไปแข่งขันโอลิมปิควิชาการ
“ แกคิดให้ดีดี นะ หากแกสอบได้เป็ต้องไปเข้าค่าย แล้วถ้าได้เป็ตัวแทน แล้วไปแข่งขันได้เหรียญกลับมา แกอาจจะได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่กลับมาแล้ว แกจะต้องหาเงินใช้ทุนที่ทางรัฐมอบให้ เป็จำนวนปีตามที่แกไปรับทุนไปเรียน และที่สำคัญ พวกนี้จบมาก็ต้องไปเป็อาจารย์สอน หรือ เป็นักวิจัยโครงงานต่างๆ แกจะไม่มีสิทธิ์เรียนหมอ แบบพวกเราสามคนเลยนะ” โบว์อธิบาย รายละเอียด ของอนาคตหากได้เหรียญแข่งขันกลับมา ทำให้เทพสงสัย แต่พอคิดว่า ตัวเขาไม่มีเงินเรียน ยังต้องขอทุนอยู่เลยได้แต่นั่งเงียบไม่พูดอะไร
“ ฉันบอกกับแม่ฉันแล้ว ถ้าแกโอเค แม่ฉันจะช่วยส่งเสียให้แกเรียนจนจบหมอเองไม่ต้องไปขอทุน แล้วต้องทำงานใช้ทุนอีกหลายปี” นุ่นเสนอตัวให้ความช่วยเหลือ ขนาดนี้ เทพก็รู้สึกตื้นตันนัก เพราะเท่าที่รู้ว่า การเรียนแพทย์นั้นต้องใช้เงินมากมาย อยู่พอสมควร แต่เวลานี้ เทพคิดว่า เขาคงอยู่โลกนี้อีกไม่นาน พอเขาหาวิธีกลับไปได้ เื่เรียนที่นี่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องสนใจอีกต่อไป แล้วอีกอย่างเขาไม่เคยคิดอยากเป็หมอเลย ทุกคนเห็นเทพเงียบไป เลยเข้ามาให้กำลังใจ โดยการจับมือ ทำให้เทพรู้สึกได้ว่าเพื่อนๆ เหมือนรอคำตอบอยู่
“ ขอบใจแกมากนะ ยังมีเวลาอยู่อีกตั้งสองปี กว่าจะจบ ไว้ใกล้ๆ ค่อยว่ากันอีกที”
ทั้งหมดก็พยักหน้า แล้วก็เริ่มกินอาหารที่อยู่ตรงหน้าอย่างจนหมดเกลี้ยง แล้วพากันไปนั่งกินไอสครีม ร้านดังกันต่อแล้ว ก็เดินเล่นกันตามประสา เด็กสาวที่นานๆทีจะได้มาห้างกันสักครั้ง เทพมองเวลาที่นัดแม่ส้มเอาไว้ ยังมีเวลาอีกหลายชั่วโมง เลยไม่รีบร้อน จึงไปเดินเล่นกับเพื่อนๆ ต่อไป ส่วนเพื่อนสาวก็พากัน เดินเข้าออกร้านเครื่อสำอาง ทดลองทาปากแต่งหน้า กัน แม้แต่ตัวเองยังโดนเพื่อนให้ลอง เทสต์ ลิปสติค และอายแชโด ตามร้านต่างๆ จนเทพอึดอัดอยากจะร้องไห้ออกมาดัง ๆ ว่า
“ข้าคือนักรบแม่ทัพใหญ่กรุงศรี อย่ามาทำอะไรแบบนี้กับข้านะโว้ย ”
แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เทพออกมาจากร้านที่ด้วยใบหน้าสีโดนปัดแก้มด้วยแป้งพับรุ่นใหม่กันน้ำ มีสะเก็ดดาววิ๊ง ๆอีกด้วย แถมด้วยทาด้วยอายแชโด โทนสีเข้ม รอบดวงตา มีสะเก็ดดาวด้วยอีก แล้วยังทาริมฝีปากด้วยสีชมพูบางเจี๊ยบ เพื่อนๆ ล้วนบอกว่าสวยดี ซึ่งทุกคนก็แต่งหน้าอย่างมีสนุกสนาน
มีแต่เทพได้แต่ทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่คนเดียว พอเดินออกหลายร้าน เพื่อนๆซื้อของแค่ชิ้นเดียวแต่สามารถแต่งหน้าครบจบทุกคน ทั้งหมดก็เดินกลับที่รถ เพื่อที่จะไปส่ง เจนนิสาทีบ้านก่อน แต่พอขึ้นรถ กำลังจะออก ก็คนขับรถเก๋งสีดำมาจอดขวางหน้า แล้วก็มีชายอยู่ห้าคน แต่งกายชุดดำ มีหน้ากากสีดำปิดบังใบหน้า ถือปืน เอ็ม 16 จี้ให้คนขับรถลงมา แล้วเอาพานท้ายปืนกระแทกใส่ศรีษะ จนสลบ แล้วลากร่างที่ไปไว้ท้ายรถเก๋งที่จอดขวางเอาไว้ แล้วชายสองคนก็ขึ้นมาข้างหลัง แล้วเอาปืนจ่อทั้งสี่คนเอาไว้ แล้วอีกคนหนึ่ง ก็ขับรถออกจากห้างไปอย่างรวดเร็ว ทั้งสี่คนต่างตกตะลึงไม่คิดว่า เื่แบบนี้จะมาเกิดกับตนเอง ในห้างใหญ่ขนาดนี้
เทพนั่งมองด้วยความสนใจ ว่าปืนไฟสมัยนี้ รูปร่างหน้าตาแปลกๆ ไม่เหมือนสมัยก่อน แล้วมองชายสองคนที่ถือปืน ขู่ โดยไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย
“ พี่้าอะไรจากพวกเราคะ?” โบว์ใจกล้าที่สุดเอ่ยถาม
“ เงียบ ไม่ต้องพูดถึงที่หมายแล้วก็รู้เอง” ชายคนหนึ่งพูดออกมาสั้น
นุ่นที่นั่งใกล้กับเทพ นั่งตัวสั่นจับแขนเทพ ด้วยความหวาดกลัว เทพต้อบจับมือนุ่นเบาๆ กระซิบบอกว่า
“ ไม่ต้องกลัว”
ในขณะนั้นคนร้ายคนหนึ่งก็ใช้มือถือ กดหาใครคนหนึ่งแล้วพูดออกมาว่า
“ ได้ตัวเป้าหมายเรียบร้อย แต่มีเพื่อนเป้าหมายมาด้วยอีกสามคน อีกสิบห้านาทีพวกเราจะถึงที่หมาย เตรียมเปิดสถานที่ รอรับได้เลย”
ทุกคนที่ได้ฟัง ก็พอจะเข้าใจความหมายแล้ว มันคงคิดจะจับใครบางคนเท่านั้น ส่วนที่เหลือ ถูกจับมาโดยบังเอิญ นุ่นได้ฟังแล้ว ก็ยิ่งหน้าซีดเผือดลงไปอีก !
แล้วรถก็วิ่งผ่านสถานที่แห่งหนึ่ง เป็คล้ายโกดังที่เรียงกันอยู่เป็จำนวนมาก แล้วรถตู้ก็เลี้ยวเข้ามาในโกดังที่11 ซึ่งพวกมันยังมีคนรออยู่อีกหลายคนในโกดัง
“ เอาละ ลงมากันได้แล้ว” พอทุกคนลงจากรถก็พบ พวกคนร้ายอีกสิบกว่าคน นั่งตามจุดต่างๆ พร้อมอาวุธปืนครบมือ ทุกคนถูกจับเข้ามาในห้อง ภายในโกดังแล้วใช้พลาสติกรัดสายไฟมันรัดข้อมือทุกคนเอาไว้ และยึดมือถือเอาไว้ทั้งหมด
จากนั้น พวกมันก็หยิบมือถือ มาถ่ายวิดีโอ โดยเห็นหน้านุ่นเสียส่วนใหญ่
พอมันถ่ายเสร็จก็เดินออกไป ทิ้งให้เด็กสาวอยู่เพียงลำพัง สี่คน ทั้งสามคนได้แต่ร้องไห้ หวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“ ต้องเป็เพราะพ่อแน่ๆ เื่ถึงได้เป็แบบนี้ ฉันเกลียพ่อ” จู่ๆ นุ่นก็เอ่ยขึ้นมาแบบไม่มีปี่มี่ขลุ่ย
“ เกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่?” เทพสงสัย
หลังจากนุ่นปรับสติลงได้ ก็ค่อยเล่าให้เพื่อนๆ ฟังว่า พ่อของนุ่นเป็นักการเมือง มีเื่ลับลมคมในมากมาย เื่ที่ถูกจับ น่าจะเกิดจาก ศัตรูทางการเมืองของพ่อ้าแลกเปลี่ยน หรือ จะบังคับให้พ่อทำอะไรบางอย่าง
“ ฉันไม่รู้ว่าเื่อะไร แต่พ่อก็สั่งให้ฉันรีบไปรีบกลับบ้าน ฉันคิดว่าไม่มีอะไร ไม่นึกเลย จะทำให้พวกแกต้องมาถูกจับไปด้วย”
“ ไม่เป็ไร พวกมันคงไม่คิดทำร้ายเราหรอก ถ้าทำมันคงทำไปแล้ว”
โบว์เอ่ยออกมาปลอบใจทุกคนแล้วตัวเองไปด้วย
ผ่านไป 1 ชั่วโมง คนร้ายทั้งหมดยี่สิบคนประชุมกัน แล้วหันหน้ามามองสี่สาว ด้วยสายตาที่หื่นกระหาย แล้วเหี้ยมเกรียม เทพเห็นแล้วก็อ่านใจพวกมันได้เลย ว่าพวกมันคงไม่บรรลุจุดประสงค์ เลยคิดจะจัดการกับตัวประกันทั้งหมดอย่างไรกันดี!.....