เวลานี้ภายในห้องเหลือเพียงองค์รัชทายาท องค์ชายใหญ่ องค์ชายรอง องค์ชายสี่ องค์ชายห้า องค์ชายหก และหลิวจางิ่ ทุกคนยังคงใกับรับสั่งของฮ่องเต้ที่สั่งกักบริเวณพระสนมเอกและสวีเยว่เล่อเป็เวลาถึงสามเดือน ยกเว้นหลิวจางิ่ เพราะนี่คือสิ่งที่นาง้า
“ชายาองค์ชายห้า ฝ่าาทรงตัดสินใจอย่างนี้ คงพอใจเ้าแล้วกระมัง” องค์ชายใหญ่ฉู่คุนถามเสียงเข้ม
“พี่ใหญ่ เื่นี้จะโทษน้องห้าและชายาของเขาไม่ได้ หากไม่ใช่เพราะพระสนมเอกและสวีเยว่เล่อกระทำการไม่บังควรต่อหน้าเสด็จย่า อีกทั้งเื่การช่วยเหลือชาวบ้านก็เป็ปณิธานของเสด็จพ่อมาตลอด พี่ใหญ่ไม่ทราบเื่นี้อย่างนั้นหรือ และด้วยเื่นี้เมื่อมีคนทำดีถูกกล่าวหา พี่ใหญ่คิดว่าเสด็จพ่อจะทรงทำอย่างไร” องค์รัชทายาทตอบ
“แต่ถึงอย่างไร ทั้งสองคนก็พูดเพราะความหวังดี หรือรัชทายาทคิดว่า ชื่อเสียงของนางจะไม่กระทบต่อราชวงศ์” องค์ชายใหญ่ฉู่อันกล่าวอย่างไม่ยอมรับ
“การช่วยเหลือชาวบ้านที่ตกทุกข์ได้ยากเป็เื่ที่เราทุกคนในราชวงศ์ควรแบ่งเบาภาระของเสด็จพ่อ ชายาองค์ชายห้าช่วยเหลือชาวบ้านไว้ไม่น้อย ข้าไม่เคยได้ยินผู้คนบนเกาะกล่าวถึงนางในทางที่ไม่ดีมาก่อน” องค์ชายสี่ฉู่ฉือพูดขึ้น
“พี่ใหญ่ ข้าว่าเวลานี้ท่านรีบตามพระสนมเอกไปดีกว่านะขอรับ” องค์ชายหกฉู่เหลียงพูดหลังจากเริ่มเห็นความตึงเครียดของแต่ละคน
“พี่ใหญ่ ข้าเห็นด้วยกับน้องหก ท่านรีบตามไปดูพระสนมเอกก่อนดีหรือไม่ขอรับ” องค์ชายรองฉู่หานรีบสนับสนุน
“พวกเ้าคิดจะรังแกข้ากับเสด็จแม่ของข้าอย่างนั้นหรือ” องค์ชายใหญ่พูดจบก็ได้แต่เดินออกจากห้องไป ทั้งที่พยายามระงับความโกรธเอาไว้เต็มอก
“น้องสะใภ้ ก่อนมาเข้าเฝ้าเสด็จพ่อ พี่หญิงใหญ่บอกว่าเ้ามียาที่ดมแล้วลดอาการเวียนศีรษะไม่ทราบว่าเ้ายังมีของสิ่งนั้นอยู่อีกหรือไม่ ชายาของข้าอยู่ในระหว่างตั้งครรภ์เช่นกัน มีอาการวิงเวียนศีรษะไม่ต่างจากพี่หญิงใหญ่ และเหมือนจะมีอาการของไข้หวัดด้วย” องค์ชายรองฉู่หานถามขึ้น
หลิวจางิ่ทำได้เพียงหันหน้าไปขอความเห็นจากฉู่อัน ซึ่งฉู่อันก็พยักหน้าให้กับนาง นางจึงนำพิมเสนน้ำมอบให้องค์ชายรอง
“สิ่งนี้เรียกว่าพิมเสนน้ำเ้าค่ะพี่รอง หากมีอาการวิงเวียนก็เปิดฝาออกมาสูดดมได้ หรือจะหยดลงบนผ้าเช็ดหน้าแล้วสูดดมก็ได้เช่นกันเ้าค่ะ”
“กลิ่นหอมเย็นชื่นใจอย่างที่พี่หญิงใหญ่บอกไว้” องค์ชายรองฉู่หานรับมาแล้วเปิดออกดมกลิ่น ก่อนจะรีบพูดต่อ “ต้องขออภัยน้องสะใภ้ด้วย ข้ามีความอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อย เพราะเห็นสีหน้าของพี่หญิงใหญ่ที่พูดถึงของสิ่งนี้แล้วนางดูมีความสุขมาก ข้าจึงอยากจะลองดมดูบ้าง”
“พี่รองอย่าได้กล่าวเกรงใจเช่นนั้นเลยเ้าค่ะ พิมเสนน้ำนี้หากไม่พอท่านให้คนไปรับเพิ่มที่จวนข้าได้ ส่วนอาการของไข้หวัดท่านได้ปรึกษาหมอหลวงหรือยังเ้าคะ”
“ให้หมอหลวงมาดูอาการแล้ว เพียงแต่หมอหลวงไม่ได้สั่งยาให้มาก เพราะเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อครรภ์ของนาง”
“ถ้าเช่นนั้นท่านสามารถทำชาหัวหอม[1] ให้พี่สะใภ้รองดื่มได้เ้าค่ะ ท่านเพียงแค่ให้นางกำนัลนำหัวหอมสักสองสามหัวมาต้มในน้ำสักสองกา ทิ้งไว้จนเย็นแล้วดื่ม หากไม่ชอบกลิ่นและรสชาติ ท่านสามารถเติมน้ำผึ้งลงไปได้เ้าค่ะ”
“ขอบใจเ้ามากน้องสะใภ้ ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”
จนกระทั่งองค์ชายใหญ่และองค์ชายรองออกจากห้องไป
“น้องห้า ข้าไม่เข้าใจ เหตุใดสวีเยว่เล่อจึงไม่พอใจชายาของเ้าถึงเพียงนี้” องค์รัชทายาทถามอย่างสงสัย
“น้องสะใภ้ เ้าทำให้วังหลวงร้อนเป็ไฟแล้วล่ะคราวนี้ ตำหนักต่างๆ คงครึกครื้นกันน่าดู” องค์ชายสี่ฉู่ฉือกล่าวยิ้มๆ
“หม่อมฉันคงเล่นใหญ่ไปหน่อยน่ะเพคะพี่สี่” หลิวจางิ่หันไปตอบ
“ตามความเห็นข้า พี่ห้ากับสวีเยว่เล่อโตมาด้วยกัน นางไม่เคยมองใครหรือใกล้ชิดใครมาก่อนนอกจากพี่ห้า ไม่แน่ว่านางคงคิดว่าพี่ห้ามีใจให้นาง แต่พอพี่ห้าพาพี่สะใภ้กลับเมืองหลวงมา นางจึงไม่พอใจ” องค์ชายหกฉู่เหลียงทำท่าทางวิเคราะห์
“น้องหก เ้าจะพูดมากเกินไปแล้ว” ฉู่อันบอกกับองค์ชายหก และหันหน้าไปมององค์รัชทายาทเป็สัญญาณ
รัชทายาทเห็นดังนั้นก็ได้บอกให้กงกงและนางกำนัลทั้งหมดออกจากห้องไป จึงเหลือเพียงพวกเขาห้าคน
“เื่นี้อาจมีความเกี่ยวพันกับเื่ที่เกิดขึ้นกับข้าเมื่อห้าปีก่อนก็เป็ได้ขอรับ” องค์ชายห้าฉู่อันเริ่มพูด
“ก่อนที่เ้าจะออกเดินทางไปเมืองเหออย่างนั้นหรือ” รัชทายาทถามขึ้น
“่นั้นข้ากับน้องหกก็อยู่ระหว่างเตรียมตัวออกเดินทางไปทางเหนือเื่ผู้ประสบภัยเช่นกันขอรับพี่สาม” องค์ชายสี่ฉู่ฉือกล่าวอย่างสงสัยเช่นกัน
“สองวันก่อนถึงกำหนดเดินทางของข้า มีคนนำจดหมายมามอบให้ข้า ในจดหมายบอกว่าพี่สี่และน้องหกรอข้าอยู่ที่โรงน้ำชา เพราะ่เวลานั้นข้ายุ่งกับการเตรียมตัวออกเดินทาง จึงไม่ทันได้สังเกตลายมือบนจดหมาย เมื่อข้าไปถึงโรงน้ำชา ข้าก็เข้าห้องรับรองไปนั่งรอพี่สี่กับน้องหก หลังจากนั้นไม่นานข้าก็สลบไป” ฉู่อันเล่าเหตุการณ์ในอดีตให้พี่น้องฟัง
_______________________________________________________________
[1] ที่มา : https://th.theasianparent.com/10-herbal-medicine-you-can-take-during-pregnancy