ชายากำราบ (ท่านอ๋อง)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 47 จมเรือตัวเอง


            เหยียนหลิงฉานและเวินหรูฮั๋นซึ่งได้รับเชิญจากมู่หลิงจูยืนอยู่ที่ประตูห้องส่วนตัวมองดูฉากที่ล่อแหลมภายในห้องก็อดไม่ได้ที่จะกรีดร้อง และยกมือขึ้นปิดตา

            หงเซียไม่ได้คาดคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายในห้องนางกลัวมากจนไม่กล้าขยับ ได้แต่ยืนนิ่งอยู่ที่ประตู

            ในเวลานี้แขกเพียงไม่กี่คนที่อยู่บริเวณนั้นเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องก็ค่อย ๆ ทยอยออกไป หลังจากเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นก็พากันลอบถอนหายใจ

            มู่อวิ๋นจิ่นสวมผ้าคลุมหน้าแฝงตัวอยู่ท่ามกลางฝูงชน

            มู่หลิงจูและมู่อี้หยาง  ได้สติขึ้นมาบ้าง จึงปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อมองเหตุการณ์เบื้องหน้าก็ถึงกับถลึงตาโตและขมวดคิ้วมุ่นแน่น

            “กรี๊ดๆๆ”มู่หลิงจูเห็นร่างชายเปลือยกายตรงหน้าก็กรีดร้องด้วยความตกใจก่อนจะผลักมู่อี้หยางออกไปทันทีแล้วคู้ตัวพยายามซ่อนร่างของตัวเอง

            หงเซียเองที่เพิ่งเรียกสติของตัวเองกลับมาได้ก็รีบเข้าหยิบเสื้อคลุมของมู่หลิงจูที่พื้นแล้วสวมให้ผู้เป็นนายซึ่งอยู่ในสภาพที่ไม่น่ามองนัก

            “ออกไปจากที่นี่ซะ!”มู่หลิงจูกรีดร้องสาปส่ง จากนั้นก็ปิดประตูห้องหมายเลขสี่ลงดัง “ปัง!”

            หลังประตูมีเสียงดังครวญครางไม่รู้จบ

            “ถ้าจำไม่ผิดผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คุณหนูสี่ของตระกูลมู่หรอกหรือ แล้วชายผู้นั้นคือใคร” แขกคนหนึ่งถามอย่างสงสัย

            “ผู้หญิงคนนั้นชื่อมู่หลิงจูใช่แล้ว… ผู้ชายคนนั้นเองก็ดูคุ้นๆ เหมือนกัน”

            “ข้าจำได้คุณชายรองมู่อี้หยาง ทำไมเขาถึงกอดคุณหนูสี่ที่เสื้อผ้ากระเซอะกระเซิงเช่นนั้นกัน?”

            ในเวลานี้มู่อวิ๋นจิ่นที่หาโอกาสพูดออกมาในเวลาที่เหมาะสมก็แสร้งทำเป็นเดินผ่าน“ถ้าอย่างนั้นข่าวลือต้องผิดแน่ๆ  คนที่มีความสัมพันธ์กับคุณชายรองไม่ใช่คุณหนูสามแต่น่าจะเป็นคุณหนูสี่”

            “ใช่ ถูกต้องเป็นเช่นนั้นเอง”

            มู่อวิ๋นจิ่นได้ยินดังนั้นจึงพูดต่อ“โชคดีที่วันนี้เราได้เห็นถึงความจริง ไม่เช่นนั้นคุณหนูสามสกุลมู่จะถูกเข้าใจผิดโดยเปล่าประโยชน์”

            ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

            ในขณะนี้เหยียนหลิงฉานและเวินหรูฮั๋น ที่ได้รับเชิญยังคงยืนอยู่ที่ประตูห้องส่วนตัว ทั้งสองขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางมองหน้ากัน

            หลังจากนั้นเวินหรูฮั๋นก็พูดเยาะเย้ยเป็นคนแรก“หลิงฉาน เจ้าบอกว่านางเชิญเรามาที่นี่โดยเฉพาะ เจ้ามีความคิดเห็นอย่างไร”

            เหยียนหลิงฉานส่ายหน้าเมื่อนึกถึงฉากเมื่อครู่สายตาของนางก็เผยความดูถูกเหยียดหยามเช่นกัน “สตรีผู้มีความสามารถอันดับหนึ่งแห่งอาณาจักรซีหยวนข้าเกรงว่านางจะไม่สามารถรักษาตำแหน่งนี้ไว้ได้อีกต่อไป”

            "ไร้สาระไปกันเถอะ"

            “อืม”

            ...

            หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้นไปแล้วหนึ่งชั่วยามทั้งเมืองเตี๋ยฮวาต่างเล่าลือถึงเรื่องนี้ไปทั่ว

            “ผิดแล้วๆเรื่องนี้ไม่ใช่คุณหนูสาม แต่เป็นคุณหนูสี่ต่างหาก! มีคนเห็นพวกเขาสองคนอยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้องส่วนตัวที่โรงน้ำชาหมิงเยว่และทั้งสองยังกอดกันในขณะที่ชุดกระเซิงอีก!”

            มู่อวิ๋นจิ่นยิ้มเล็กน้อยและกลับบ้านอย่างพึงพอใจ

            ...

            ข่าวลือแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

            ในเวลานี้ที่ห้องโถงด้านหน้าของจวนสกุลมู่อัครเสนาบดีมู่และซูปี้ชิงกำลังคุยเรื่องสำคัญกับมู่อวิ๋นหาน ทันใดนั้นเห็นพ่อบ้านวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาคุกเข่าลงตรงหน้า

            “นายท่านฮูหยินมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นขอรับ!”

            "เกิดอะไรขึ้น?"อัครเสนาบดีมู่ถามด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์นัก เพราะสองสามวันที่ผ่านมามีเรื่องให้รำคาญใจมากพอแล้วแล้วยังจะเกิดอะไรขึ้นตอนนี้อีก!

            พ่อบ้านกลืนน้ำลายก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอัครเสนาบดีและซูปี้ชิงเขามีท่าทีหวาดกลัวเล็กน้อยที่จะพูดต่อ

            หลังจากลังเลอยู่นานเขาก็พูดอย่างเหนียมอายว่า “ลือกันว่าคุณหนูสี่และคุณชายรองกอดกันในโรงน้ำชาหมิงเยว่ท่าทางของพวกเขาก็ดูสนิทสนมกัน  แขกเหรื่อที่อยู่ในโรงน้ำชาต่างเห็นด้วยสายตาตนเองตอนนี้ทุกตรอกซอกซอยกำลังพูดถึงเรื่องนี้ ว่าคุณหนูสี่ต่างหากที่มีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับองค์ชายรอง...”

            "อะไรนะ?!"

            "อะไรนะ?!"

            อัครเสนาบดีมู๋และซูปี้ชิงพูดพร้อมกันทันใดนั้นสีหน้าของทั้งคู่ก็พลันถอดสีจนดูแทบมิได้

            “ตอนนี้จูเอ๋อร์อยู่ที่ไหน?” ซูปี้ชิงขมวดคิ้วถามพ่อบ้าน

            พ่อบ้านตกตะลึง“หลังจากเหตุการณ์นั้น คุณหนูสี่วิ่งไปที่ชานเมืองเพื่อทิ้งตัวลงไปในทะเลสาบ ทว่าโชคดีที่หงเซียหยุดนางไว้ได้ทัน”!

            “เร็วเข้าพาข้าไปหา จูเอ๋อร์!"” ซูปี้ชิงรีบออกไปโดยไม่สนใจสิ่งอื่นใด

            อัครเสนาบดีมู่ที่ยืนอยู่ด้านหลังโกรธมากเขากุมหัวใจด้วยความเจ็บปวดและทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ “ครอบครัวนี้อับโชคนัก ครอบครัวอัปมงคลนัก...”

            มู่อวิ๋นหานซึ่งนั่งอยู่ข้างๆมองฉากนี้ด้วยสายตาครุ่นคิด จากนั้นจึงบอกบ่าวรับใช้หลายคนว่า “พาท่านพ่อกลับไปพักผ่อนซะ”

            “ขอครับคุณชายใหญ่”

            เมื่อมู่อวิ๋นหานมาถึงสวนหลังจวนเขาเห็น เงาคนกระโดดข้ามกำแพงมาจากด้านนอก

            “มู่อวิ๋นจิ่น”

            ทันทีที่มู่อวิ๋นจิ่นปีนลงมาจากรั้วนางก็ได้ยินใครบางคนเรียกชื่อนาง ก่อนจะหันกลับไปดู และพบว่าเป็นมู่อวิ่นหานยื่นอยู่ด้านหลัง

            “พี่ใหญ่เป็นท่านนี่เอง” มู่อวิ๋นจิ่นกระตุกมุมปากของตน เผชิญหน้ากับมู่อวิ๋นหานด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อยด้วยเหตุผลบางประการ

            อย่างไรเสียมู่หลิงจูยังถือว่าเป็นน้องสาวแท้ๆ ของเขา อวิ๋นจิ่นเพิ่งทำลายชื่อเสียงของน้องสาวจนป่นปี้ มิรู้ว่าในฐานะพี่ชายใหญ่ควรจะสั่งสอนนางเช่นไรดี!

            “อืม…ทักษะการปีนกำแพงของเจ้าดีมาก ดูเหมือนว่าในช่วงที่ข้าไม่อยู่ เจ้ามักจะแอบออกไปข้างนอก”มู่อวิ๋นหานพูดขณะมองมู่อวิ๋นจิ่น

            มู่อวิ๋นจิ่นเม้มริมฝีปากก่อนจะส่งยิ้มอย่างซุกซน“ท่านพี่  ชมข้าเกินไปแล้ว”

            “เรื่องของหลิงจูเกี่ยวข้องกับเจ้าหรือไม่”มู่อวิ๋นหานยังคงถามต่อ

            แม้ว่ามู่อวิ๋นจิ่นจะไม่เข้าใจความหมายถึงสิ่งที่มู่อวิ๋นหานต้องการจะสื่อทว่านางยังคงพยักหน้าและยอมรับว่า “ “เรื่องเมื่อวานนี้เป็นฝีมือของข้าเอง ข้าแค่ทำเช่นเดียวกันกับที่มีคนทำไว้กับข้าข้าต้องการเอาคืนบ้างก็เท่านั้น”

            มู่อวิ๋นจิ่นคิดว่ามู่อวิ๋นหานจะสอนบทเรียนบางอย่างให้กับนางแต่เขากลับหัวเราะเบา ๆ และพูดกับนางว่า  “ไม่ผิดหรอกที่เจ้าจะรู้จักเอาคืน”

            “แค่กลอุบายนี้สร้างปัญหามากเกินไปจะดีกว่าถ้าทุบตีและทำให้นางพิการ” มู่อวิ๋นหานหัวเราะเบา ๆ

            มู่อวิ๋นจิ่นขมวดคิ้วเมื่อได้ยินสิ่งนี้นางมองไปที่มู่อวิ๋นหานอย่างงงงวย เขาเป็นพี่ชายแท้ๆ ของมู่หลิงจูมิใช่หรือ?

            ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่ก็มีเสียงแว่วดังอยู่ข้างหน้า

            “รีบไปหาหมอตอนนี้จูเอ๋อร์อารมณ์ไม่คงที่” เสียงที่ตื่นตระหนกของซูปี้ชิงดังขึ้น

            “ท่านแม่ข้าไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป ข้าไม่มีหน้าจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป ให้ข้าตาย… ให้ตายเถอะ!”เกือบจะทันทีก็ได้ยินเสียงมู่หลิงจูร้องโอดครวญดังขึ้น

            เมื่อเห็นสิ่งนี้มู่อวิ๋นจิ่นเลิกคิ้วขึ้นด้วยความภาคภูมิใจที่แฝงอยู่ในดวงตาคู่สวย ก่อนที่นางจะโบกมือให้มู่อวิ๋นหาน“ข้ารู้สึกเพลียเหลือเกิน ข้าจะกลับไปพักผ่อน”

            “อืม”มู่อวิ๋นหานพยักหน้าเบา ๆ มองไปที่มู่อวิ๋นจิ่นที่ถอยกลับไป ด้วยท่าทีที่กำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

            ...

            ในตอนกลางคืนประตูของเรือนบุปผาภิรมย์ถูกเปิดออกเสียงดังโครมคราม

            ซูปี้ชิงแสดงท่าทีแข็งกร้าวเดินเข้ามาอย่างรวดเร็วตามด้วยบ่าวรับใช้อีกหลายคน

            มู่อวิ๋นจิ่นเหมือนกำลังรอซูปี้ชิงอยู่ก็มิปานเพราะในขณะนี้เรือนบุปผาภิรมย์ยังคงมีแสงสว่างไสวส่องอยู่ และตัวนางเองก็กำลังนั่งอยู่กลางลานพร้อมกับชาสองถ้วยบนโต๊ะหิน

            “มู่อวิ๋นจิ่นเจ้าคนสารเลว! เจ้ามันชั่วช้า น่ารังเกียจ และไร้ยางอายที่คิดกลอุบายเช่นนั้นเพื่อทำร้ายจูเอ๋อร์”ซูปี้ชิงสาปแช่งด้วยความโกรธเมื่ออยู่ต่อหน้ามู่อวิ๋นจิ่น

            มู่อวิ๋นจิ่นเงยหน้าขึ้นอย่างเฉื่อยชาและมองไปที่ซูปี้ชิง  “ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าจะมีใครที่ด่าทอตนเองได้ไหลลื่นเช่นนี้!”

            “เรื่องที่เกิดขึ้นนี้สาเหตุมาจากท่านแม่กับน้องสาวเป็นคนก่อขึ้นมิใช่หรือ? พอเรื่องนี้เกิดกับตนเองบ้าง ก็กลายเป็นว่าอีกฝ่ายเป็นคนสารเลวชั่วช้าไปเสียแล้ว?”มู่อวิ๋นจิ่นขมวดคิ้ว เปรยด้วยเสียงแผ่วเบา

            ซูปี้ชิงถึงกับชะงักงันดวงตาแดงก่ำเมื่อได้ยินได้ฟังจนต้องสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระงับอารมณ์ “เจ้าก็แค่เด็กเมื่อวานซืนไม่มีสิทธิ์เอาตัวมาเทียบกับจูเอ๋อร์! หลายปีมานี้ข้าให้เจ้าใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในจวนเยี่ยงคุณหนูผู้สูงส่งไม่นึกไม่ฝันว่าจะหันมาแว้งกัดเอาได้!”

            “ซูปี้ชิงข้าเคยเตือนสติท่านหลายต่อหลายครั้งแล้วว่าอย่าได้ล้ำเส้นข้า มิฉะนั้นข้าจะเล่นงานบุตรสาวมู่หลิงจูที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของท่านให้ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด”

            “เป็นเพราะท่านแม่ความจำไม่ดีและต้องการท้าทายความสามารถของข้าครั้งแล้วครั้งเล่า” มู่อวิ๋นจิ่นหรี่ตาที่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นของนางลง

            “สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้คือเดิมทีเป็นพวกท่านที่ต้องการเอาชีวิตข้าข้าก็แค่ตอบโต้ ส่วนมู่หลิงจูกลับรนหาที่เอง จะมาโทษข้าไม่ได้เด็ดขาด!” มู่อวิ๋นจิ่นเอ่ยอย่างรำคาญแววตาแฝงไปด้วยความสาแก่ใจ

            ซูปี้ชิงหายใจเข้าลึกๆร่างกายของนางสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม และจากนั้นก็สาวเท้าเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง“มาเลย สอนบทเรียนนางโง่เขลาคนนี้ ให้ข้าดูหน่อย!”

            หลังจากที่ซูปี้ชิงพูดจบบ่าวรับใช้หลายคนก็เข้ามาข้างหลังนาง ทุกคนถือไม้เท้าอยู่ในมือ

            เมื่อเห็นเช่นนี้จื่อเซียงก็รีบเข้าไปทันที“ฮูหยิน ท่านจะทุบตีคุณหนูไม่ได้ คุณหนูกำลังจะแต่งงานกับองค์ชายหก หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมาฮูหยินไม่มีทางรับผิดชอบได้แน่นอนเจ้าค่ะ”

            เพียะ!ซูปี้ชิงยกมือขึ้นตบหน้าจื่อเซียง  ก่อนจะถลึงตามองอีกฝ่ายอย่างชั่วร้าย“ตอนนี้แม้แต่บ่าวรับใช้ที่ต่ำต้อยก็ยังกล้าต่อกรกับข้า”

            “มานี่ข้าทุบตีทาสต่ำต้อยคนนี้ให้ตาย!”

            หลังจากพูดจบบ่าวรับใช้ก็แบ่งออกเป็นสองฝ่าย แยกกันไปหามู่อวิ๋นจิ่นและจื่อเซียงตามลำดับ

            ดวงตาของมู่อวิ๋นจิ่นเต็มไปด้วยเจตนาฆ่านางหมุนข้อมือของตน ทันใดนั้นแส้หางหงส์ที่พันรอบข้อมือก็คลายออก พลันมีแสงสีทองส่องประกายในคืนที่มืดมิด

            มู่อวิ๋นจิ่นโบกมือของนางและแส้หางหงส์ก็พันรอบคอของหัวหน้าบ่าวรับใช้ นางออกแรงดึงเบา ๆ คอของบ่าวรับใช้ก็บิดและตายลงในที่สุด

            เมื่อเห็นสิ่งนี้คนที่เหลือก็ยืนอยู่กับที่ด้วยความตกใจจนไม่กล้าขยับเขยื้อน

            “เจ้ารู้วิธีการต่อสู้?” ซูปี้ชิงพูดอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อมองไปที่รูปลักษณ์ที่เรียบร้อย เมื่อเทียบกับความว่องไวของมู่อวิ๋นจิ่นในตอนนี้แม้แต่คนธรรมดาก็สามารถบอกได้ว่าการต่อสู้ของนางนั้นนับว่าไม่ธรรมดา

            “ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า”มู่อวิ๋นจิ่นพูดอย่างเย็นชา สายตาจับจ้องไปที่บ่าวรับใช้ที่อยู่ด้านข้าง “เจ้าคนไหนอยากรนหาที่ตายอีก!”

            เมื่อได้ยินดังนั้นบ่าวรับใช้ก็ต่างพากันมองร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นและไม่มีใครกล้าก้าวออกมาอีก

            ซูปี้ชิงมองกลุ่มบ่าวรับใช้ที่บัดนี้ไม่มีใครกล้าขยับก่อนจะนึกก่นด่าอยู่ในใจหรือว่านางจะจัดการนางคนชั่วไม่ได้หรือ?

            ไม่! ไม่มีทาง!ข้าไม่มีทางยอมแพ้แน่นอน!

            เพียงแต่ว่าวันนี้นางอยู่กับมู่อวิ๋นจิ่นก็มีแต่เสียเปรียบทั้งขึ้นทั้งล่องในเมื่อเป็นเช่นนี้… นางมีแต่ต้องสู้ให้ถึงที่สุด

            หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ซูปี้ชิงหันหลังกลับและเดินจากไปในทันที

            เมื่อเห็นดังนั้นบ่าวรับใช้ก็ต่างพากันรีบวิ่งตามหลังซูปี้ชิงไปเช่นกัน

            นอกเรือนบุปผาภิรมย์ซูปี้ชิงหันไปสบตากับป้าหลี่ที่มากับนางอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะพูดว่า “ไปหาคนที่จะฆ่ามู่อี้หยางให้ข้า!”

            “ข้าต้องการให้ทุกคนในเมืองเตี๋ยฮวารู้ว่าเป็นมู่อวิ๋นจิ่นที่ยุยงให้มู่อี้หยางดูถูกชื่อเสียงของจูเอ๋อร์เพื่อปกป้องตัวเอง!ข้าอยากให้ทุกคนในเมืองเตี๋ยฮวารู้ว่าการตายของมู่อี้หยางมาจากน้ำมือของมู่อวิ๋นจิ่น...”

            “ในเมื่อนางไม่ยอมปล่อยให้จูเอ๋อร์กับข้าใช้ชีวิตอย่างมีความสุข   ข้าย่อมไม่มีทางปล่อยให้นางลอยนวลต่อไปได้อีก   ไม่มีทางเด็ดขาด”

    คล้ายกับเรื่องชายากำราบ (ท่านอ๋อง) ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808