EP3: การวิเคราะห์เส้นใยและร่องรอยสู่ต่างประเทศ
หลังจากม่านหมอกสีดำจางลง อคิราห์และเมฆาก็ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ พวกนักทอผ้ามืดทั้งสามคนที่ถูกจับตัวได้หมดสภาพจากอาการอ่อนแรงอย่างหนัก เพราะพวกเขาใช้พลังงานเวทมนตร์จากร่างกายตัวเองในการดำเนินพิธี
เมฆาใช้ นกฮูกพยนต์สีขาว บินสำรวจพื้นที่รอบโรงงาน เพื่อยืนยันว่าไม่มีใครหลงเหลืออยู่ ส่วนเ้าพรายที่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ก็ทำหน้าที่ ซักถาม นักทอผ้ามืดที่ถูกเชือกชีวิตสีขาวพันธนาการไว้
“บอกมานะ! พวกแกทออะไร! ทอชุดชั้นในให้ปิศาจหรือยังไงฮะ!?” เ้าพรายที่ขยายร่างเท่าคนปกติลอยอยู่หน้านักทอผ้ามืดที่อ่อนแอแล้วขู่ฟ่อ
เมฆาเดินมาหาอคิราห์ที่กำลังเก็บ เศษผืนผ้าสีแดงเข้ม ที่หลงเหลือจากการทำลายเครื่องทอผ้า
“พวกนี้มันเป็แค่ลูกน้องที่ถูกพลังงานควบคุมเท่านั้น อคิราห์” เมฆาถอนหายใจ “พวกเขาไม่ได้รู้แผนการที่แท้จริงหรอก แต่เ้าพรายได้ข้อมูลมาว่า หัวหน้าของพวกเขากำลังเดินทางไปยังแหล่งรวมพลังงานขนาดใหญ่ ที่อยู่บนเกาะแห่งหนึ่ง”
“เกาะ?” อคิราห์ก้มลงพิจารณาเศษผ้าในมือของเธอ เส้นใยของมันเย็นเฉียบและเต็มไปด้วยกลิ่นของ มิติที่ถูกเปิด
“ฉันก็คิดอย่างนั้น” อคิราห์ตอบ “การที่พวกเขาเลือกใช้ โรงงานทอผ้า และ ด้าย เป็ศูนย์กลาง ไม่ใช่แค่การอำพราง แต่คือการใช้พลังงานของ อุตสาหกรรม และ จำนวนผู้คน ที่เคยใช้ชีวิตและทำงานที่นี่ เพื่อเสริมพลังเวทมนตร์ในการทอชะตากรรมให้สมบูรณ์”
ทั้งสองตัดสินใจเดินทางกลับมาที่ห้องทำงานลับของอคิราห์เพื่อวิเคราะห์หลักฐานสำคัญ: เศษผืนผ้าสีแดงเข้ม
อคิราห์วางผืนผ้าไว้บนโต๊ะ เธอถอดถุงมือเวทออก แล้วปล่อยให้ ดวงตาอสูรตาสมิง สแกนหาที่มาของเส้นใยนั้น
“เส้นใยนี่… มันถูกทอขึ้นในสถานที่ที่เต็มไปด้วย น้ำศักดิ์สิทธิ์และแร่ธาตุโบราณ ที่ถูกใช้ในพิธีชุบชีวิตของเหล่าขุนนางโบราณ!” เสียงอสูรวิเคราะห์ด้วยความแม่นยำ
“น้ำศักดิ์สิทธิ์?” อคิราห์ขมวดคิ้ว
“เมฆา! แกช่วยฉันค้นหาเมืองโบราณ หรือเกาะที่มีชื่อเสียงเื่ น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ หรือ บ่อน้ำที่เชื่อว่ามีพลังในการชุบชีวิต ที่อยู่ใกล้เคียงกับประเทศเราหน่อย”
เมฆาไม่รอช้า เขาเปิดแล็ปท็อปและใช้ฐานข้อมูลลับของเขาค้นหาอย่างรวดเร็ว เ้าพรายส่องดูหน้าจอด้วยความตื่นเต้น
“เจอแล้วเ้านาย! เกาะ เซเลส (Celes)! เป็เกาะในมหาสมุทรอินเดีย มีตำนานเล่าว่าน้ำพุที่นั่นสามารถรักษาทุกโรคได้! แต่ตอนนี้มันกลายเป็เพียงเกาะเล็กๆ ที่มีแต่ซากโบราณสถานของอาณาจักรเก่า!”
“เซเลส...” อคิราห์พึมพำ “ใช่แล้ว! พวกนักทอผ้ามืดใช้ พลังชีวิตจากเด็ก เป็เชื้อเพลิง และใช้ พลังของน้ำศักดิ์สิทธิ์ เป็ตัวนำพลังงานในการทอชะตากรรม พวกเขากำลังจะไปที่นั่นเพื่อทำพิธีสุดท้าย!”
เมฆามองไปที่ ห่วงนาคบาศ ที่ข้อมือขวาของเขาอย่างจริงจัง “ถ้าพวกมันกำลังจะ ทอ ชะตากรรม แสดงว่าพวกมันไม่ได้้าทำร้ายแค่คนสองคน แต่กำลังจะเปลี่ยนโชคชะตาของคนจำนวนมาก!”
อคิราห์พยักหน้า “ตุ๊กตาดูดเืเป็เพียง ด้ายเส้นเล็ก ที่รวบรวมพลังงานบริสุทธิ์ เมื่อพวกเขาใช้เครื่องทอผ้าในโรงงานเก่า พวกเขากำลังทอ ผืนผ้าขนาดกลาง ที่จะส่งผลกระทบในวงกว้าง”
เธอชี้ไปที่เหรียญนักล่ามิติ “และที่เกาะเซเลส ที่มีน้ำศักดิ์สิทธิ์เป็ตัวเสริมพลัง พวกเขาจะทอ ผืนผ้าแห่งชะตากรรมขั้นสูงสุด ซึ่งจะส่งผลต่อมิติและโชคชะตาของโลก!”
“พวกมันกำลังจะสร้าง หายนะ ครั้งใหม่ให้กับพวกมนุษย์อย่างนั้นรึ! เป็เื่ที่น่าตื่นเต้นที่สุดที่ข้าเคยเจอมาเลย!” อสูรตาสมิงแสดงความกระหายในการต่อสู้
เมฆาหยิบ แจ็คเก็ตลายพรางทหาร ขึ้นมาสวมอีกครั้ง สีหน้าของเขาตอนนี้ไม่เหลือร่องรอยของความเซอร์อีกต่อไป มีแต่ความมุ่งมั่นของนักล่าที่ต้องหยุดยั้งภัยพิบัติ
“ฉันจะเตรียมเครื่องบินเช่าเหมาลำ” เมฆาบอกอคิราห์ “ที่เกาะเซเลสมีแต่ป่าทึบและซากปรักหักพัง การต่อสู้ครั้งนี้จะเป็การต่อสู้กลางแจ้ง และเราต้องพึ่งพาพลังของแกมากกว่าตรรกะของฉันแล้วล่ะ อคิราห์”
อคิราห์จัดการกับ ตุ๊กตาไทเลอร์ ตัวใหม่ที่ถูกส่งมาให้เป็เหยื่อล่อ โดยใช้มนตร์ผนึกซ้ำซ้อนจนมันไม่สามารถปล่อยพลังงานได้อีก
อคิราห์สวมถุงมือเวทสีเงินกลับเข้าที่ และเตรียมอุปกรณ์ทั้งหมดของเธอ เธอหันไปมองเมฆา
“ฉันรู้ว่าที่เซเลส จะมีทั้งพลังงานโบราณของน้ำศักดิ์สิทธิ์ และพลังเวทมนตร์สกปรกของกลุ่มทอผ้ามืด เราจะรับมือกับทั้งสองอย่างพร้อมกันได้ยังไง”
เมฆาผายมือไปที่ ห่วงนาคบาศก์ ที่ข้อมือของเขา
“ห่วงนาคบาศ ของฉันจะจัดการกับพลังงานโบราณและภูตผีที่ถูกปลุกขึ้นมาจากการรบกวนพิธีได้ ส่วนแก... ก็แค่เตรียม หัตถ์อสูร ให้พร้อมสำหรับจัดการกับเส้นด้ายและพลังงานสกปรกที่ถูกทอขึ้นมาโดยตรง”
เมฆาฉีกยิ้มแบบที่โทนี่ สตาร์กชอบทำ “เอาล่ะ อคิราห์ จอมเวทหัตถ์อสูร ถึงเวลาไปเที่ยวต่างประเทศกันแล้ว”
*โปรดติดตามตอนต่อไป*