บางทีเธอก็แอบคิดนะว่าเธอไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้...ถึงได้มีเ้ากรรมนายเวรมาจ้องเวรเธอไม่เว้นแต่ละวัน!
ทำไมนะหรือ...
ั้แ่วันแรกที่เธอมาถึงเธอก็โดนจับแต่งงานกับคนกวนประสาทนั้น
พอวันที่สองเธอก็ต้องเผชิญวิบากกรรมกับแก๊ง
นางกำนัลซอมบี้
ส่วนวันที่สาม...เธอก็ต้องมานั่งปั้นหน้า ‘ฉีกยิ้มการค้า’ ให้กับบรรดาเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงผู้เป็ดั่งครอบครัวและญาติสนิทขององค์หญิงิจู!
นาทีนี้...ใครมันซวยไปกว่า ‘ไอ้อัญ’ อี๊ก!
อัญญ่าแอบผ่อนลมหายใจออกเบาๆ พลางปรายตามองฮ่องเต้ที่นั่งคุยกับเฟิงหลงและไท่จื่อรุ่ยิ พี่ชายแท้ ๆขององค์หญิงิจูอย่างออกรส
ส่วนบรรยากาศอีกด้านของโต๊ะนั้นแตกต่างกับฝั่งผู้ชายอย่างลิบลับเพราะมันถูกแบ่งออกเป็สองขั้วขั้วแรกก็คือฮองเฮาไป๋หลินซินกับไท่จื่อเฟยเว่ยเหวินจิ้ง ผู้เป็ชายาเอกของไท่จื่อ
ขั้วที่สองคือพระสนมเหยียนม่านชิงกุ้ยเฟยกับไท่จื่อปินเหยียนอวี้เหยาอาและหลานสาวตระกูลเหยียนที่เป็พระสนมชั้นกุ้ยเฟยและอีกคนก็เป็ชายารองของไท่จื่อ
ส่วนเธอ...ก็กำลังกรีดร้องในใจอย่างบ้าคลั่งกับความปั่นประสาทตรงหน้า
นั่นก็เพราะคนเหล่านี้คือญาติสนิทที่สุดขององค์หญิงิจูโดยเฉพาะฮองเฮาที่แม้จะมีศักดิ์เป็น้าแท้ ๆแต่นางก็เป็มารดาบุญธรรมที่เลี้ยงดูองค์หญิงมาั้แ่ก่อนที่ฮองเฮาไป๋ซูเหลียนผู้เป็แม่ของเธอกับไท่จื่อจะสิ้นพระชนม์เสียอีก
งานหยาบแล้วไหมล่ะ!
หลังจากที่ปล่อยไก่ไปหมดเล้าในพิธียกน้ำชาวันก่อนวันนี้เธอจึงเลือกที่จะนั่งยิ้มเงียบ ๆ เพื่อป้องกันความผิดพลาดใด ๆที่อาจเกิดขึ้นได้ หากเธอยังมั่นเกินเบอร์แบบนั้นอีก
“ถ้ารู้ว่าหนิงอันแต่งงานกับเ้าแล้วจะเรียบร้อยขึ้น
ขนาดนี้ ข้ายุให้เสด็จพ่อยกหนิงอันให้เ้าไปนานแล้ว เฟิงหลง”เสียงของไท่จื่อดังขึ้นมาก่อนเพื่อนพลางมองเธออย่างล้อเลียน
แต่คำพูดของเขากลับทำให้คนทั้งโต๊ะหันมามองเธอด้วยสายตาที่แตกต่างกันไปโดยเฉพาะสองสาวตระกูลเหยียนที่มองจากดาวอังคารก็รู้ว่าไม่ถูกกับพวกเธอ
ส่วนเธอนะหรือ...
ได้แต่เก็บความแค้นและจดชื่อไท่จื่อลงบัญชีหนังหมาเอาไว้เพราะยังไม่รู้เลยว่าความสัมพันธ์ของคนในราชวงศ์กับองค์หญิงิจูเป็อย่างไรกันแน่...
“นี่เ้าแอบเอายาอะไรให้นางกินหรือเปล่านางถึงได้สงบเสงี่ยมขนาดนี้”คราวนี้ไท่จื่อหันไปกระซิบกระซาบกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็สามีขององค์หญิงจนดวงตาคมเหลือบมองเธออย่างประหลาดใจเช่นกัน
ดูจากท่าทางของพวกเขาทั้งสองคนแล้วทั้งคู่คงจะสนิทกันไม่ใช่น้อยในขณะที่ฮ่องเต้ก็นั่งอมยิ้มคล้ายกำลังสนุกกับเื่ตรงหน้า
“กระหม่อม เอ่อ...”
“เ้ามีวิธีอะไรก็บอกข้าบ้างเ้ารู้ไม่ใช่หรือว่าหนิงอันทำให้คนในวังหลวงปั่นป่วนกันแค่ไหน”ไม่เพียงแค่นินทาระยะเผา แต่สายตาของไท่จื่อที่ส่งมานั้นจงใจกวนประสาทเธอชัด ๆ
และสายตานั้นเองก็ทำให้เธอเผลอตวัดตาค้อนและหลุดปากออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว...
“เสด็จพี่!”
“อ้าว... อันเอ๋อร์เ้านั่งอยู่ด้วยหรือนี่?” น้ำเสียงกวนประสาทของไท่จื่อทำให้เธอหันซ้ายหันขวาเพราะอยากจะขว้างอะไรสักอย่างใส่เขา
“รุ่ยิเ้านี่ชอบแกล้งน้องเสียจริง มา ๆ อันเอ๋อร์ กินเยอะ ๆ นะแม่เตรียมของโปรดไว้ให้เ้าตั้งหลายอย่าง” ฮองเฮายิ้มออกมาน้อย ๆแล้วคีบอาหารใส่จานให้เธอ
“เพคะ เสด็จแม่”เธอรับคำทั้งที่ยังส่งสายตาคาดโทษให้ไท่จื่อที่ยังคงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีที่ได้กวนประสาทเธอ
ไท่จื่อคนนี้นิสัยเหมือนกับพี่ชายเธอไม่มีผิดมิน่า...ถึงได้มีชื่อคู่กันอยู่ในบัญชีหนังหมาของเธอ
จะว่าไปเธอก็ชักคิดถึงพี่ชายปากเสียของเธอเหมือนกันนะเนี่ย...
ฮ่องเต้มองเธอกับไท่จื่อแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วก็กลับไปคุยกับเฟิงหลงต่อ ส่วนเธอก็ตักอาหารคีบอาหารจานโน่นทีจานทีเข้าปาก
ในเมื่อเธอลงมือกับไท่จื่อไม่ได้เธอก็เอามาลงกับอาหารเพื่อว่ามันจะทำให้เธออารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง
น้ำตาลตกโว้ย!
“คำโบราณที่บอกว่าการแต่งงานจะทำให้เด็กสาวกลายเป็ผู้ใหญ่นั้นไม่เกินจริงดูซิ ขนาดองค์หญิงิจูที่ไม่ชอบเสวยผักกลิ่นฉุนยังกลับมาเสวยได้เลย”คำพูดจิกกัดของพระสนมเหยียนกุ้ยเฟยทำให้เธอที่ชะงักมือที่กำลังส่งผักกาดแห้งเข้าปากแล้วเลิกคิ้วช้าๆ
อ้าว...พูดแบบนี้ก็สวยซิป้า!
เธอหรี่ตาลงมองสองสาวตระกูลเหยียนที่ลอยหน้าลอยตาหัวเราะกันคิกคักแล้วหลุบตาลงพลางกระตุกยิ้มมุมปาก
จะว่าไป...่สองสามวันมานี้เธอเจอแต่เื่เครียด ๆ จนคิดว่าตัวเองจะบ้าไปซะก่อน
นี่ถ้าเธอก็ฉวยโอกาสนี้ระบายความเครียดออกไปสักหน่อยก็ถือว่าเป็ความคิดที่ไม่เลวเหมือนกันนะ...
เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอก็ทำหน้าใสซื่อออกมาราวกับว่าไม่รู้ว่าเพิ่งโดนเหน็บและเธอคีบกับข้าวให้ฮองเฮาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“เสด็จแม่หมูสามชั้นนึ่งผักกาดแห้งจานนี้รสชาติดียิ่งนัก พระองค์ลองเสวยดูซิเพคะ”ท่าทางของเธอทำให้ฮองเฮาเหลือบมองนิดหนึ่ง ก่อนที่นางจะยิ้มบาง ๆออกมาคล้ายเดาได้เธอกำลังจะทำอะไร
“อืม...รสชาติดีอย่างที่เ้าว่าจริง ๆ วันหลังแม่ให้คนทำให้กินอีกดีหรือไม่”
“ขอบพระทัยเสด็จแม่คนเราพอโตมากขึ้นก็ควรเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิมโดยการไม่ยุ่งเื่คนอื่นไม่อย่างนั้นคนอื่นจะค่อนแคะเอาได้ว่าแก่เพราะกินข้าวแต่กลับไม่รู้จักกาลเทศะและทำตนให้น่านับถือสมอายุที่เพิ่มขึ้น”เธอพูดพลางส่งผักกาดแห้งที่เหลือเข้าปากอย่างอารมณ์ดี
“เ้า!”
“จริงอย่างที่อันเอ๋อร์พูดเหยียนกุ้ยเฟย หากเ้าไม่สามารถคิดก่อนพูดได้ เ้าก็ควรสงบปากสงบคำเอาไว้”น้ำเสียงเรียบนิ่งของฮองเฮาที่ดังแทรกขึ้นมาทำเอาเธออยากจะสูดปากแทน
แต่ด้วยความเก๋าในสนามวังหลังพระสนม
เหยียนกุ้ยเฟยจึงต้องหุบปากและกัดฟันกรอดอย่างเจ็บใจแทนเพราะนางไม่อาจสู้ฮองเฮาที่ตำแหน่งใหญ่กว่าได้
ในขณะที่ฮ่องเต้กับไท่จื่อก็แค่เหลือบมองมาทางพวกเธอนิดนึงแล้วหันกลับไปคุยกับเฟิงหลงเหมือนกับว่าพวกเขาไม่อยากยุ่งเื่ของพวกผู้หญิง
แล้วแบบนี้เธอจะพลาดเื่สนุกๆ ได้ยังไง ในเมื่อทั้งฮ่องเต้และฮองเฮาเปิดโอกาสให้เธอเต็มที่เธอก็ต้องจัดสักหน่อย
เธอยิ้มหวานให้พระสนมเหยียนกุ้ยเฟยแล้วคีบผักกาดแห้งใส่จานให้พระสนมเหยียนกุ้ยเฟย
“ผักกาดขาวแห้งมีสรรพคุณช่วยบำรุงธาตุและลดอาการปรับเืลมในร่างกายได้ดียิ่งนักพระสนมเหยียนกุ้ยเฟยควรเสวยให้มากจะได้รู้สึกคลายอาการวิงเวียนไปได้มาก!”
พรวด!
“แค่ก ๆ”เสียงไอเพราะสำลักเหล้าของไท่จื่อที่นั่งอยู่ไม่ไกลทำให้เธอหันไปมองอย่างใแล้วก็พบว่าไท่จื่อนั้นพยายามกลั้นหัวเราะเต็มที่!
แต่ในจังหวะที่เธอกำลังเบี่ยงตัวไปอีกทางนั้นจู่ ๆตัวเธอก็ดูเหมือนจะชนเข้ากับร่างของใครบางคนที่กำลังรินน้ำชาซึ่งอยู่ห่างออกไปอีกเกือบ'คืบ' อย่างงง ๆ
“โอ๊ย!”เสียงร้อนของหญิงสาวที่สวยจัดคนหนึ่งก็ดังขึ้น เพียงแค่เสี้ยววินาทีถัดมานางก็ไถลไปอีกด้านแล้วล้มลงไปนั่งกองบนพื้นอย่างแรง!
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เธอต้องหันไปมองคนที่นั่งน้ำตาคลออยู่บนพื้นด้วยความประหลาดใจว่าการที่ผิวัักันเบาๆ นั้นจะทำให้นางเซถลาราวกับโดนสิบล้อชนได้ยังไง!
“ชิงอวี้!”เสียงของเหยียนไท่จื่อปินดึงขึ้นพร้อมกับที่นางพุ่งไปมาหาหญิงสาวคนนั้นที่น่าจะราวๆ ยี่สิบเหมือนองค์หญิงิจู
“ฮึก...ฮึก...อย่าทำข้าเลยข้ากลัวแล้ว” เสียงร้องไห้ของ
ชิงอวี้อยู่นั่งบนพื้นทำเอาเธอชะงักและมองผู้หญิงคนนั้นตาค้าง
นี่เธอไปทำอะไรนางั้แ่เมื่อไรกัน?
“องค์หญิงิจูทำไมพระองค์ถึงพระทัยร้ายยิ่งนัก หลานสาวข้าไปทำอะไรให้พระองค์พระองค์ถึงได้ทำร้ายนางเยี่ยงนี้”
เสียงของพระสนมเหยียนกุ้ยเฟยดังขึ้นและนางก็เดินมาคั่นระหว่างเธอกับชิงอวี้เอาไว้ราวกับกลัวว่าเธอจะพุ่งเข้าไปทำร้ายหลานสาวนางอย่างไรอย่างนั้น
“หม่อมฉันมิเป็ไรเพคะท่านน้าม่านชิง ท่านพี่อวี้เหยา องค์หญิงิจู พระองค์ไม่ได้ตั้งใจ...ฮึก”เสียงสะอึกสะอื้นของ
ชิงอวี้ดึงขึ้นพร้อมกับที่นางแสร้งยกมือของตัวเองที่โดนน้ำร้อนลวกขึ้นมาให้ทุกคนเห็น
เธอหรี่ตามองพระสนมเหยียนกุ้ยเฟยเหยียนไท่จื่อปินและชิงอวี้ที่กำลังแอบเหลือบมองเฟิงหลงด้วยสายตาน่าสงสารแล้วกลอกตามองบนอย่างอ่อนใจกับแผนการตื้นๆ ตรงหน้า
เธอล่ะอยากอัพแพตให้พวกนางจริงๆ นางร้ายในยุคเธอนั้น เขาพัฒนากันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
พวกนางรู้กันบ้างไหม!
“ข้าว่าพระสนมเหยียนกุ้ยเฟยคงเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะ”เธอตอบกลับพระสนมเหยียนกุ้ยเฟยด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบพลางเหลือบมองมือของชิงอวี้
“แต่หม่อมฉันเห็นกับตาว่าองค์หญิงิจูจงใจชนชิงอวี้ตอนที่กำลังเทน้ำชา”เหยียนไท่จื่อปินพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพลางประคองน้องสาวที่ร้องไห้ราวกับมีญาติเสียให้ยืนขึ้น
เธอมองพวกเขาแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ไม่คิดเลยว่าสามสาวตระกูลเหยียนจะสามารถเปลี่ยนอุบัติเหตุตรงหน้าเป็ความจงใจซะได้
“จงใจ?! ข้าว่าเหยียนปินตาฝาดมากกว่าละมั้ง”
“ไม่จริงถ้าพระองค์ไม่ตั้งใจ น้องสาวหม่อมฉันจะเจ็บหนักขนาดนี้ได้ยังไงเสด็จพี่...องค์หญิงิจูคงโกรธที่ชิงอวี้เคยเป็คู่หมั้นของท่านแม่ทัพใหญ่มาก่อนนางเลยหาเื่น้องสาวข้า เสด็จพี่ต้องให้ความยุติธรรมกับน้องสาวหม่อมฉันนะเพคะ”เหยียนไท่จื่อปินรีบหันไปอ้อนไท่จื่อทันที
อ้อที่แท้ก็พวกนางกับองค์หญิงิจูเคยมีเื่กันมาก่อนนี่เองแถมยังเป็เื่การแย่งชิง ‘ผู้ชาย’ อีกด้วย
เธอเหลือบมองตัวสาเหตุมองเธอด้วยสายตาสงบนิ่งจนเธออ่านไม่ออกก่อนที่จะหันไปมองฮ่องเต้และไท่จื่อที่กำลังมองเธออย่างประเมิน
ช่างหมอนั้นเถอะยังไงเขาก็คงไม่เข้าข้างเธอแน่!
เธอก็ไม่รู้หรอกว่าพวกเขาเห็นเหตุการณ์มากแค่ไหนแต่เธอไม่มีทางยอมให้พวกนางรังแกแน่นอน!