เราพากันขับรถออกมา ต่างคนต่างเงียบฉันหันไปมองลูกแมวน้อยในตะกร้าเบาะหลังแล้วเผลอยิ้มออกมา
“ไม่คิดเลยนะคะ ว่าหัวหน้าทีมจะเลี้ยงแมวด้วย” ฉันเอ่ยแซว
“เห็นผมเป็คนยังไงหรอครับ”
“แหะๆ เอ่อ ดีค่ะ… ว่าแต่ แมวซื้อหรอคะ” ฉันรีบเปลี่ยนประเด็น
“เปล่าครับ แมวจร ผมเจอมันข้างถังขยะหน้าบ้านเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว น่าจะหลงแม่ รึคนเอามาทิ้ง”
“อาาา น่าสงสารจัง”
“....”
“อ้ะ ครั้งที่แล้วฉันไม่เห็นน้องเลยค่ะ”
“ผมเลี้ยงแยกห้องครับ ตอนนั้นพึ่งรับมา ไม่รู้ว่ามีโรคอะไรไหม เลยขังในห้องนอนรับรองแขก..”
“อ่อ….ชื่ออะไรนะคะ”
“ยูอึนครับ”
“ยูอึน…”
“ตั้งตามชื่อของคนที่ผมชอบน่ะ”
“!!!!”
ฉันนั่งอึ้งในคำที่จู่ๆ หัวหน้าทีมก็พูดออกมา นี่เขา มีคนที่ชอบอยู่แล้วงั้นหรอ … หมายถึง แฟน น่ะหรอ แปลว่าที่มีเื่ลึกซึ้งกับฉัน… ก็เป็การนอกกายน่ะสิ!
“หัวหน้าทีมคะ จอดตรงข้างหน้านี้ก็ได้ค่ะ”
“ครับ?? ยังไม่ถึง..”
“จอดค่ะ!” ฉันออกเสียงสั่งเล็กๆ นั่งกำมือแน่น
รถจอดเทียบฟุตบาทตามคำสั่ง ฉันรีบคว้ากระเป๋าลงรถอย่างเร็ว โดยไม่ลืมที่จะหันไปล่ำลาเขา
“ฉันจะแวะซื้อของใช้ส่วนตัวสักหน่อย.. ไม่รบกวนหัวหน้าทีมแล้ว ขอบคุณที่มาส่งค่ะ”
ฉันพูดยาวแล้วปิดประตูรถทันที ไม่รอคำตอบจากเขา พลางเดินเข้ามินิมาร์ทข้างทางอย่างไร้จุดประสงค์
…ขอแค่ลงจากรถของเขาได้…
พักใหญ่กว่ารถหัวหน้าทีมจะขับออกไป ฉันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ถึงภายในจะแอบจุกหน่วงเล็กๆ ก็ตาม
และแล้วก็มาถึงวันที่ฉันต้องไปประชุมที่ต่างจังหวัดแทนยัยผู้ช่วยอี ขณะหัวหน้าทีมขับรถ ฉันก็หลบเลี่ยงการคุยด้วยการนั่งอ่านเอกสารทวนซ้ำ จนจำทุกตัวอักษรได้
“นั่งอ่านมาเกือบชั่วโมงแล้วนะครับ … ติดตรงไหนหรือเปล่า” หัวหน้าทีมถามทำลายบรรยากาศเงียบ
“อ่อ เปล่าค่ะ คือ… ฉันอยากจำให้แม่นที่สุด กลัวจะหลุดทำหัวหน้าทีมลำบากไปด้วยค่ะ”
“แค่ไปนั่งฟังเองครับ .. เขาไม่ได้ให้ออกไปพรีเซนสินค้า”
“เอ่อ ก็ถึงอย่างนั้น…” ฉันยกเอกสารปิดใบหน้าตัวเอง แล้วเอนหัวพิงกระจก
‘…หงุดหงิดชะมัด นี่ฉันเป็อะไรของฉันเนี้ย…..’
หลังจากมาถึงห้องประชุมใหญ่ แผนกวิจัยการตลาดของแต่ละสาขานั่งพร้อมเพรียงกัน หัวข้อประชุมดำเนินไปเรื่อยๆ ทั้งเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง ฉันก็พยายามตั้งใจฟัง แถมพกเครื่องอัดเสียงไว้เผื่อยัยผู้ช่วยอียูราทวนซ้ำด้วย
“...สาขาใหญ่อย่างโซล มีความเห็นอย่างไรครับ”
ท่านหนึ่งในบอร์ดบริหารหันมาถามความเห็นฉันกับหัวหน้าทีม
หัวหน้าทีมลุกขึ้นยืน โค้งหัวเล็กๆ แล้วเดินออกไปพูดหน้าห้องประชุม
“ครับ… อย่างที่ทราบว่า ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ ที่เรากำลังคิดค้น มีฐานเดิมอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ความแตกต่างที่เกิดขึ้นมา ปัจจัยสำคัญในตอนนี้คือจะนำเสนอกลุ่มเป้าหมายอย่างไร“
ทั้งห้องประชุมเงียบรอฟังอย่างตั้งใจ
“ตามอ้างอิงจากประชุมวาระครั้งก่อน เราพูดถึงประเด็นการออกแบบแพ็คเก็ตจิ้งใหม่ ที่จะใช้สีสันเป็ตัวบ่งบอกรสชาติ ที่แตกต่างกัน โดยพื้นฐาน เราควรลงพื้นที่ทำการวิจัยกลุ่มเป้าหมายก่อน ว่า ณ พื้นที่นั้น ชนกลุ่มใด จะเป็กลุ่มเป้าหมายของเรา”
“การลงพื้นที่สำรวจ จะค่อนข้างกินงบประมาณและระยะเวลา รวมถึงแรงงานด้วย ถึงวิธีนี้ค่อนข้างจะตรงกลุ่ม แต่ก็ไม่ได้รับรองถึงความ้าของกลุ่มเป้าหมาย 100% นะคะ” ทีมจากสาขาอื่นพูด
“ใช่ครับ ปัจจัยแวดล้อม อาทิเช่น กลุ่มเป้าหมายย้ายถิ่นฐาน ความชอบที่เปลี่ยนไปหรือแม้กระทั่งการบริโภคสินค้าตามกระแส ที่เป็คู่แข่งของเราด้วย” อีกคนเสริม
“นั่นก็ใช่ครับ แต่จุดประสงค์คือ …เราขายให้ใคร… นั่นต่างหากคือเหตุผลที่ลงพื้นที่ หากเราไม่ทราบว่าต้องขายสินค้าประเภทไหนให้ลูกค้ากลุ่มไหน แล้วลงสินค้าแบบจับสุ่ม อาจมีปัญหาเื่สินค้าขายไม่ออก ดองของ และปิดท้ายที่ขอโล๊ะสินค้านะครับ”
หัวหน้าทีมพูด ทุกคนหันไปซุบซิบกันเหมือนกำลังคิดตามความเห็นของเขา
“ผมเห็นด้วยครับ เราเสียทุนในการจัดคนไปลงพื้นที่สำรวจเพียงไม่กี่วัน ดีกว่าการเสียต้นทุนไปกับสินค้าที่ขายไม่ออก รวมถึงการเสียพันธมิตรผู้ค้ารายใหญ่ รายย่อยด้วย..” ฝ่ายบอร์ดบริหารลงความเห็น
“ครับ … ถ้างั้นผมจะยื่นเื่กับบอร์ดบริหารแล้วจะแจ้งทางสาขาอีกที หัวข้อถัดไป…..:‘]+}*<€|].~€\+\•?.!,!\_+}”
เื่ประชุมยังเข้มข้นดำเนินไปเรื่อย หัวหน้าทีมสาขาฉันเดินกลับมานั่งที่ตัวเองด้วยใบหน้าเรียบไร้ความกังวลเช่นเดิม ฉันหันมองเขา ก่อนจะกระซิบขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เพราะรู้สึกแปลกๆ กับ่ล่าง
“หัวหน้าทีม … ฉันขอไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะคะ”
เขาพยักหน้าหนึ่งทีเป็อันเข้าใจ ฉันรีบวิ่งหลบไปเข้าห้องน้ำ ก่อนจะพบกันแจ๊คพ็อตที่ทำให้ฉันอยากกรี้ดจนสลบ...ประจำเดือน เปื้อนเป็ดวง บนกระโปรงสีชมพูอ่อนของฉัน
“แม่งเอ้ย… ทำไมต้องเป็วันนี้นะ ทำยังไงดีล่ะ”
ฉันรีบเอาทิชชู่มาซับให้รอยจางมากที่สุด ชะเง้อหน้าออกไป โชคดีที่ไม่มีใครมาเข้าห้องน้ำ ฉันรีบวิ่งปิดก้นเพื่อลงลิฟต์ไปหาร้านค้าที่ใกล้ที่สุด
ติ้ง
“ฮ่าๆๆ ใช่หรอ ก็ทางสาขานั้นแจ้งมา.. เอ่อ ไม่ลงหรอครับ”
ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิด ผู้ชายสามคนก็ปรากฏในลิฟต์ พร้อมหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ฉันยังปิดก้นแน่น ยืนขาแข็ง ไม่กล้าก้าวขาเข้าไปเพราะกลัวพวกเขาเห็นเื่น่าอับอายนี้
“เอ่อ ฉะ ฉันลืมของค่ะ …เชิญลงก่อนได้เลย”
ไม่พูดเปล่า ฉันก้าวข้าง ไปกดปิดลิฟต์ให้พวกเขา แล้ววิ่งแจ้นไปที่บันไดหนีไฟ หลบอยู่มุมของชั้นด้วยอาการตื่นเต้นผสมอยากกรี้ดสุดๆ
“แม่งเอ้ย ลงไปคนต้องเยอะแน่ ร้านค้าอยู่ไหนก็ไม่รู้ ทำยังไงดีล่ะ ฮือออออ”
ฉันทรุดตัวนั่งยองๆ ที่มุมบันได จะกลับเข้าห้องประชุมก็คงจะยิ่งอับอายกว่าเดิม เผลอๆ จะเลอะเก้าอี้เขาไปด้วย จะไปตามล่าหาร้านค้ารึฉันก็ทนแบกรอยเปื้อนน่าอายนี่ไม่ไหว จะโทรเรียกใครก็ไม่ได้
แงงงง ....ใครก็ได้ ขอผู้หญิงสักคน ผ่านมาทางนี้เถอะ