รักนี้ จะไม่ปล่อย

    บทที่ 14 เจ้าแมว

    เราพากันขับรถออกมา ต่างคนต่างเงียบฉันหันไปมองลูกแมวน้อยในตะกร้าเบาะหลังแล้วเผลอยิ้มออกมา

    “ไม่คิดเลยนะคะ ว่าหัวหน้าทีมจะเลี้ยงแมวด้วย” ฉันเอ่ยแซว

    “เห็นผมเป็๲คนยังไงหรอครับ”

    “แหะๆ เอ่อ ดีค่ะ… ว่าแต่ แมวซื้อหรอคะ” ฉันรีบเปลี่ยนประเด็น

    “เปล่าครับ แมวจร ผมเจอมันข้างถังขยะหน้าบ้านเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว น่าจะหลงแม่ รึคนเอามาทิ้ง”

    “อาาา น่าสงสารจัง”

    “....”

    “อ้ะ ครั้งที่แล้วฉันไม่เห็นน้องเลยค่ะ”

    “ผมเลี้ยงแยกห้องครับ ตอนนั้นพึ่งรับมา ไม่รู้ว่ามีโรคอะไรไหม เลยขังในห้องนอนรับรองแขก..”

    “อ่อ….ชื่ออะไรนะคะ”

    “ยูอึนครับ”

    “ยูอึน…”

    “ตั้งตามชื่อของคนที่ผมชอบน่ะ”

    “!!!!” 

    ฉันนั่งอึ้งในคำที่จู่ๆ หัวหน้าทีมก็พูดออกมา นี่เขา มีคนที่ชอบอยู่แล้วงั้นหรอ … หมายถึง แฟน น่ะหรอ แปลว่าที่มีเ๱ื่๵๹ลึกซึ้งกับฉัน… ก็เป็๲การนอกกายน่ะสิ!

    “หัวหน้าทีมคะ จอดตรงข้างหน้านี้ก็ได้ค่ะ”

    “ครับ?? ยังไม่ถึง..”

    “จอดค่ะ!” ฉันออกเสียงสั่งเล็กๆ นั่งกำมือแน่น 

    รถจอดเทียบฟุตบาทตามคำสั่ง ฉันรีบคว้ากระเป๋าลงรถอย่างเร็ว โดยไม่ลืมที่จะหันไปล่ำลาเขา

    “ฉันจะแวะซื้อของใช้ส่วนตัวสักหน่อย.. ไม่รบกวนหัวหน้าทีมแล้ว ขอบคุณที่มาส่งค่ะ”

    ฉันพูดยาวแล้วปิดประตูรถทันที ไม่รอคำตอบจากเขา พลางเดินเข้ามินิมาร์ทข้างทางอย่างไร้จุดประสงค์

    …ขอแค่ลงจากรถของเขาได้…

    พักใหญ่กว่ารถหัวหน้าทีมจะขับออกไป ฉันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ถึงภายในจะแอบจุกหน่วงเล็กๆ ก็ตาม

    และแล้วก็มาถึงวันที่ฉันต้องไปประชุมที่ต่างจังหวัดแทนยัยผู้ช่วยอี ขณะหัวหน้าทีมขับรถ ฉันก็หลบเลี่ยงการคุยด้วยการนั่งอ่านเอกสารทวนซ้ำ จนจำทุกตัวอักษรได้

    “นั่งอ่านมาเกือบชั่วโมงแล้วนะครับ … ติดตรงไหนหรือเปล่า” หัวหน้าทีมถามทำลายบรรยากาศเงียบ

    “อ่อ เปล่าค่ะ คือ… ฉันอยากจำให้แม่นที่สุด กลัวจะหลุดทำหัวหน้าทีมลำบากไปด้วยค่ะ”

    “แค่ไปนั่งฟังเองครับ .. เขาไม่ได้ให้ออกไปพรีเซนสินค้า”

    “เอ่อ ก็ถึงอย่างนั้น…” ฉันยกเอกสารปิดใบหน้าตัวเอง แล้วเอนหัวพิงกระจก

    ‘…หงุดหงิดชะมัด นี่ฉันเป็๲อะไรของฉันเนี้ย…..’

    หลังจากมาถึงห้องประชุมใหญ่ แผนกวิจัยการตลาดของแต่ละสาขานั่งพร้อมเพรียงกัน หัวข้อประชุมดำเนินไปเรื่อยๆ ทั้งเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง ฉันก็พยายามตั้งใจฟัง แถมพกเครื่องอัดเสียงไว้เผื่อยัยผู้ช่วยอียูราทวนซ้ำด้วย

    “...สาขาใหญ่อย่างโซล มีความเห็นอย่างไรครับ”

    ท่านหนึ่งในบอร์ดบริหารหันมาถามความเห็นฉันกับหัวหน้าทีม

    หัวหน้าทีมลุกขึ้นยืน โค้งหัวเล็กๆ แล้วเดินออกไปพูดหน้าห้องประชุม

    “ครับ… อย่างที่ทราบว่า ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ ที่เรากำลังคิดค้น มีฐานเดิมอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ความแตกต่างที่เกิดขึ้นมา ปัจจัยสำคัญในตอนนี้คือจะนำเสนอกลุ่มเป้าหมายอย่างไร“

    ทั้งห้องประชุมเงียบรอฟังอย่างตั้งใจ

    “ตามอ้างอิงจากประชุมวาระครั้งก่อน เราพูดถึงประเด็นการออกแบบแพ็คเก็ตจิ้งใหม่ ที่จะใช้สีสันเป็๞ตัวบ่งบอกรสชาติ ที่แตกต่างกัน โดยพื้นฐาน เราควรลงพื้นที่ทำการวิจัยกลุ่มเป้าหมายก่อน ว่า ณ พื้นที่นั้น ชนกลุ่มใด จะเป็๞กลุ่มเป้าหมายของเรา”

    “การลงพื้นที่สำรวจ จะค่อนข้างกินงบประมาณและระยะเวลา รวมถึงแรงงานด้วย ถึงวิธีนี้ค่อนข้างจะตรงกลุ่ม แต่ก็ไม่ได้รับรองถึงความ๻้๵๹๠า๱ของกลุ่มเป้าหมาย 100% นะคะ” ทีมจากสาขาอื่นพูด

    “ใช่ครับ ปัจจัยแวดล้อม อาทิเช่น กลุ่มเป้าหมายย้ายถิ่นฐาน ความชอบที่เปลี่ยนไปหรือแม้กระทั่งการบริโภคสินค้าตามกระแส ที่เป็๞คู่แข่งของเราด้วย” อีกคนเสริม

    “นั่นก็ใช่ครับ แต่จุดประสงค์คือ …เราขายให้ใคร… นั่นต่างหากคือเหตุผลที่ลงพื้นที่ หากเราไม่ทราบว่าต้องขายสินค้าประเภทไหนให้ลูกค้ากลุ่มไหน แล้วลงสินค้าแบบจับสุ่ม อาจมีปัญหาเ๱ื่๵๹สินค้าขายไม่ออก ดองของ และปิดท้ายที่ขอโล๊ะสินค้านะครับ” 

    หัวหน้าทีมพูด ทุกคนหันไปซุบซิบกันเหมือนกำลังคิดตามความเห็นของเขา

    “ผมเห็นด้วยครับ เราเสียทุนในการจัดคนไปลงพื้นที่สำรวจเพียงไม่กี่วัน ดีกว่าการเสียต้นทุนไปกับสินค้าที่ขายไม่ออก รวมถึงการเสียพันธมิตรผู้ค้ารายใหญ่ รายย่อยด้วย..” ฝ่ายบอร์ดบริหารลงความเห็น

    “ครับ … ถ้างั้นผมจะยื่นเ๹ื่๪๫กับบอร์ดบริหารแล้วจะแจ้งทางสาขาอีกที หัวข้อถัดไป…..:‘]+}*<€|].~€\+\•?.!,!\_+}”

    เ๱ื่๵๹ประชุมยังเข้มข้นดำเนินไปเรื่อย หัวหน้าทีมสาขาฉันเดินกลับมานั่งที่ตัวเองด้วยใบหน้าเรียบไร้ความกังวลเช่นเดิม ฉันหันมองเขา ก่อนจะกระซิบขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เพราะรู้สึกแปลกๆ กับ๰่๥๹ล่าง

    “หัวหน้าทีม … ฉันขอไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะคะ”

    เขาพยักหน้าหนึ่งทีเป็๲อันเข้าใจ ฉันรีบวิ่งหลบไปเข้าห้องน้ำ ก่อนจะพบกันแจ๊คพ็อตที่ทำให้ฉันอยากกรี้ดจนสลบ...ประจำเดือน เปื้อนเป็๲ดวง บนกระโปรงสีชมพูอ่อนของฉัน

    “แม่งเอ้ย… ทำไมต้องเป็๞วันนี้นะ ทำยังไงดีล่ะ”

    ฉันรีบเอาทิชชู่มาซับให้รอยจางมากที่สุด ชะเง้อหน้าออกไป โชคดีที่ไม่มีใครมาเข้าห้องน้ำ ฉันรีบวิ่งปิดก้นเพื่อลงลิฟต์ไปหาร้านค้าที่ใกล้ที่สุด

    ติ้ง

    “ฮ่าๆๆ ใช่หรอ ก็ทางสาขานั้นแจ้งมา..  เอ่อ ไม่ลงหรอครับ”

    ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิด ผู้ชายสามคนก็ปรากฏในลิฟต์ พร้อมหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ฉันยังปิดก้นแน่น ยืนขาแข็ง ไม่กล้าก้าวขาเข้าไปเพราะกลัวพวกเขาเห็นเ๹ื่๪๫น่าอับอายนี้

    “เอ่อ ฉะ ฉันลืมของค่ะ …เชิญลงก่อนได้เลย”

    ไม่พูดเปล่า ฉันก้าวข้าง ไปกดปิดลิฟต์ให้พวกเขา แล้ววิ่งแจ้นไปที่บันไดหนีไฟ หลบอยู่มุมของชั้นด้วยอาการตื่นเต้นผสมอยากกรี้ดสุดๆ

    “แม่งเอ้ย ลงไปคนต้องเยอะแน่ ร้านค้าอยู่ไหนก็ไม่รู้ ทำยังไงดีล่ะ ฮือออออ”

    ฉันทรุดตัวนั่งยองๆ ที่มุมบันได จะกลับเข้าห้องประชุมก็คงจะยิ่งอับอายกว่าเดิม เผลอๆ จะเลอะเก้าอี้เขาไปด้วย จะไปตามล่าหาร้านค้ารึฉันก็ทนแบกรอยเปื้อนน่าอายนี่ไม่ไหว จะโทรเรียกใครก็ไม่ได้

    แงงงง ....ใครก็ได้ ขอผู้หญิงสักคน ผ่านมาทางนี้เถอะ