เฉินม่อไป๋ยืนมองการทำนายของหมอดูชราอยู่ครู่หนึ่งก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง
ดูเหมือนว่าที่เขาทำนายดวงได้แม่นก็เพราะสามารถอ่านสีหน้าของผู้อื่นได้ ดังนั้นจึงจับประเด็นที่ลูกค้า้ารู้อย่างง่ายดาย โดยที่หลังจากพูดแบบคลุมเครือจนพวกเขาคล้อยตามก็ค่อยวกกลับมาเื่ขายยันต์หรือเครื่องรางต่อ
ช่างเป็การหากินที่ง่ายดายอะไรอย่างนี้
“พี่ชายเป็อะไรไป” อู๋หลิ่วถงเอียงศีรษะถามเมื่อเห็นว่าเธอเอาแต่ยืนนิ่งอยู่กับที่
เฉินม่อไป๋ได้ยินเสียงของเด็กชายก็รู้สึกตัว เธอส่งยิ้มให้เขาก่อนจะเดินแยกจากกลุ่มคนที่เข้าแถวรอดูดวงไป
หญิงสาวไม่อยากตั้งร้านทำนายดวงให้ใครเหมือนนักพรตต้มตุ๋นท่านนั้น หากจู่ ๆ ชายหนุ่ม...อะแฮ่ม หญิงสาวอายุน้อยอย่างเธอมาตั้งร้านอะไรแบบนี้คงไม่พ้นถูกมองว่าเป็พวกสิบแปดมงกุฎแน่นอน
เดินวนในตลาดเพื่อดูลาดเลาหาที่ทางทำเงินอยู่รอบหนึ่งก็พบว่าการขายของโบราณให้แก่ร้านรับซื้อใหญ่ ๆ ก็เป็วิธีที่ไม่เลวนัก ถึงแม้ไม่มีดวงตาพิเศษที่สามารถแยกแยะของโบราณ แต่เธอก็มีดวงตาที่เห็นภูตผีได้
แค่ถามพวกเขาก็สิ้นเื่!
แต่ถึงกระนั้นเธอก็ไม่ได้เข้าไปถามเองตรง ๆ เนื่องจากกลัวว่าจะถูกคนปกติมองว่าสติไม่ดี เธอไม่อยากสร้างชื่อเสียให้ตนเอง ยังไงก็คงได้หากินกับที่นี่ไปอีกสักระยะ
หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู ทำทีเป็คุยกับคนปลายสาย จากนั้นก็พูดขึ้น
"หนุ่มน้อยชื่ออู๋หลิ่วถงใช่ไหม"
อู๋หลิ่วถงที่ถูกเรียกชื่อผงกศีรษะรับด้วยความตื่นเต้น "ใช่!"
"อืม ฉันชื่อเฉินม่อไป๋นะ ยินดีที่ได้รู้จัก" เฉินม่อไป๋แนะนำตัวเอง
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ!" อู๋หลิ่วถงลอยมาโค้งศีรษะให้พี่ชายตัวสูงด้านหน้า
เฉินม่อไป๋ยิ้มเอ็นดูเมื่อเห็นเด็กน้อยดูมีสำมาคารวะแบบนั้นทั้งที่กลายเป็ิญญาไปแล้ว "น่ารักจริง ๆ"
อู๋หลิ่วถงถูกชมก็บิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย "พี่ชายก็หล่อมากครับ"
"..." เฉินม่อไป๋ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ภายนอกของเธอเหมือนผู้ชายจนิญญายังแยกไม่ออกเลยอย่างนั้นเหรอ
เฮ้อ เอาเถอะ หลอกได้แม้กระทั่งิญญาก็ควรชื่นชมตัวเองละนะ
หญิงสาวโยนความสลดใจเมื่อครู่ทิ้งไปแล้วเริ่มพูดเข้าเื่ "ฉันมีเื่จะวานให้เธอช่วยหน่อย วางใจเถอะ ไม่ใช่เื่ยากอะไรหรอก"
"ถ้าเป็เื่ผมพอช่วยได้ก็ไม่มีปัญหาครับ" อู่หลิ่วถงดวงตาเป็ประกาย
เฉินม่อไป๋ยิ้ม จากนั้นเธอก็พูดขึ้น "ฉันอยากให้เธอไปสอบถามเหล่าิญญาหน่อยว่ามีใครพอจะสามารถแยกแยะของโบราณได้บ้าง หากเขายอมช่วยเหลือ ฉันจะเซ่นไหว้อาหารกับกระดาษเงินกระดาษทองจำนวนหนึ่งไปให้ อ้อ ถ้า้าก็สามารถสวดส่งิญญาให้ได้นะ"
เมื่ออู๋หลิ่วถงได้ยินก็ดวงตาเป็ประกาย "พี่ชาย แล้วผมล่ะ ผมจะได้ของเซ่นไหว้ด้วยไหม"
"ได้แน่นอนอยู่แล้ว" เฉินม่อไป๋หัวเราะเบา ๆ
"งั้นผมจะรีบไปทำงานให้พี่ชายเดี๋ยวนี้เลย!" เด็กชายตัวน้อยพูดจบก็หายตัวไปตามหาิญญาที่สามารถแยกแยะของโบราณได้ทันที
เฉินม่อไป๋เห็นแบบนั้นก็เดินหาสถานที่สงบ ๆ เพื่อโทรหามารดาและนั่งรออู๋หลิ่วถง เธอไม่กลัวว่าเขาจะหาไม่เจอเพราะิญญาของเขาผูกติดกับตุ๊กตาไม้ที่อยู่ในกระเป๋าเป้ของตัวเอง
ผ่านไปได้สักพักใหญ่ อู่หลิ่วถงก็กลับมาพร้อมกับิญญาโปร่งแสงจำนวนหนึ่ง
หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูก่อนจะพูดขึ้น "ทุกตนตรงนี้ทั้งหมดนี่สามารถแยกแยะของโบราณได้เหรอ"
"เปล่าครับ ิญญาที่สามารถแยกแยะของโบราณได้ก็มีแค่ผู้เฒ่าคนนี้" นิ้วเล็ก ๆ ชี้ไปยังชายชราในชุดจีนประยุกต์ก่อนจะยิ้มแห้ง ๆ แล้วพูดต่ออย่างขัดเขิน "ส่วนิญญาที่เหลือ พอได้ยินว่าพี่ชายสวดส่งิญญาได้ ก็เลยติดตามมาด้วย"
เฉินม่อไป๋พยักหน้าเป็เชิงเข้าใจ เธอกวาดมองดวงิญญาใบหน้าซูตอบ
ดวงตาของเธอทอแสงอ่อนโยนระคนสงสาร "ไว้ฉันจะช่วยสวดส่งพวกคุณหลังจากทำธุระเสร็จนะ แต่ระหว่างนี้ก็อยู่เงียบ ๆ อย่าสร้างปัญหาล่ะ"
หลังจากได้ยินเธอพูดแบบนั้น เหล่าดวงิญญาเร่ร่อนก็โห่ร้องอย่างดีใจ พวกเขาติดตามเฉินม่อไป๋อย่างเชื่อฟังไม่แม้แต่จะเข้าไปรบกวนการทำธุระของเธอเลยแม้แต่น้อย
ขณะที่เดินกละบเข้าไปในตลาด ิญญาชายชราที่สามารถแยกแยะของโบราณได้ก็แนะนำตัวเองแบบคร่าว ๆ
เขามีนามว่า เสิ่นอัน เป็นักสะสมของเก่าที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงมาก ซึ่งเหล่าิญญาเองก็รู้จักเพราะเห็นเขามาเลือกซื้อของในตลาดบ่อย ๆ แต่เมื่อสองเดือนก่อน เสิ่นอันกลับต้องมาหัวใจวายตายที่นี่ ทำให้เป็ิญญาเร่ร่อนยึดติดกับสิ่งที่ตนรัก ไม่สามารถทำใจแยกจากไปได้
แน่นอนว่าที่เขายอมช่วยเหลือเธอก็เพราะอยากได้รับของเซ่นไหว้เท่านั้น ไม่้าให้สวดส่งิญญาแต่อย่างใด ซึ่งเฉินม่อไป๋ก็เคารพการตัดสินใจของเขา
หญิงสาวตามด้วยขบวนิญญานับสิบตนเดินเข้าไปในตลาดอีกครั้งอย่างมุ่งมั่น
ชายชราพาเฉินม่อไป๋ไปยังร้านค้าของเก่าเล็ก ๆ เขาบอกว่าที่นี่มีของโบราณชิ้นหนึ่งที่สามารถขายได้ในราคาสามแสนหยวนแต่เธอต้องเป็คนค้นหามันด้วยตนเอง เสิ่นอันคลุกคลีกับวงการนี้มานาน ทั้งยังมีลูกศิษย์หลายคน เขาจึงถ่ายทอดความรู้ให้แก่เธอแทนที่จะเลือกของให้เลย
เฉินม่อไป๋พยายามย่อยวิชาความรู้ที่พึ่งได้รับมาอย่างจริงจัง เธอหยิบจับสิ่งของในร้านก่อนจะตรวจดูอย่างละเอียดท่ามกลางสายตาจับจ้องของเ้าของร้าน
หลังจากเลือกดูอยู่นาน ในที่สุดเฉินม่อไป๋ตัดสินใจหยิบโถกระเบื้องเคลือบขนาดเท่าลูกบาสขึ้นมา ถึงเธอจะยังแยกแยะของโบราณไม่ออก แต่เพราะรู้สึกถูกชตากับมันมากที่สุดจึงเลือกหยิบขึ้นมา
"เถ้าแก่ โถใบนี้ราคาเท่าไหร่" เฉินม่อไป๋ถามด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจนัก แต่เมื่อเสิ่นอันไม่ได้ทักท้วงก็คิดว่าเธอเลือกได้ถูกต้องแล้ว
แต่ดูไปโถใบนี้ก็น่าจะแพงเอาเื่ เธอมีเงินแค่พันกว่าหยวนจะซื้อไหวไหมนะ
ชายวันกลางคนมองประเมินเฉินม่อไป๋ก่อนจะกล่าวขึ้น "หนึ่งพันสองร้อยหยวน"
ขณะนั้นเอง เสิ่นอันก็พูด "อย่าพึ่งตอบรับ ให้ทำท่าทีลังเลแล้วต่อราคาก่อน ถ้าเขาไม่ยอมก็ทำทีเป็วางของพร้อมทำท่าทีเสียดาย"
เฉินม่อไป๋มีประสบการณ์กับเื่แบบนี้มาแล้วจึงแสดงได้อย่างลื่นไหลและเป็ธรรมชาติมาก เธอเม้มปากอย่างลำบากใจแล้วพูด "เถ้าแก่ ลดให้อีกหน่อยได้ไหม พรุ่งนี้จะเป็วันเกิดผู้าุโในบ้าน ผมอยากซื้ออะไรให้เป็ของขวัญแต่ไม่มีเงินเยอะขนาดนั้น"
ว่ากันว่าผู้ใหญ่มักจะเอ็นดูเด็กที่กตัญญู แต่เพราะเ้าของร้าน ขายของอยู่ที่นี่มานานจึงรู้ถึงเล่ห์กลของลูกค้าประเภทนี้ได้ทันที
"ไม่ได้ ๆ โถใบนี้ฉันซื้อมาในราคาหนึ่งพันหยวน ไหนจะค่าขนส่ง ค่าเก็บรักษา แล้วก็ค่าอื่น ๆ อีก ขายหนึ่งพันสองร้อยหยวนก็ขาดทุนจะแย่แล้ว ฉันลดให้ไม่ได้หรอก!"
เฉินม่อไป๋ก้มหน้าถอนหายใจ เธอค่อย ๆ วางโถงกระเบื่องลงบนโต๊ะอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะหมุนตัวไปดูสินค้าร้านฝั่งตรงข้ามที่มีโถกระเบื้องคล้ายกัน ทำเอาใบหน้าของเถ้าแก่ดำราวกับก้นหม้อ!
หากชายหนุ่มไปร้านอื่นเขาจะไม่โมโหเท่านี้ แต่นี่กลับเลือกที่จะเดินเข้าร้านคนที่เขาเกลียดขี้หน้าราวกับจงใจ!
"เถ้าแก่ โถกระเบื้องใบนี้ราคาเท่าไหร่ครับ" เฉินม่อไป๋เอ่ยถาม
เ้าของร้านคนใหม่ที่เฉินม่อไป๋ถามนั้นดูกระตือรือร้นขึ้นเล็กน้อย เขาส่งสายตาสมน้ำหน้าให้กับศัตรูทางการค้าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก่อนจะหันมาตอบ "สามร้อยหยวนเท่านั้น โถกระเบื้องใบนี้ลายสวยไม่น้อยไปกว่าที่พ่อหนุ่มอยากได้เลยนะ แถมถูกกว่าด้วย!"
เฉินม่อไป๋ไม่ได้ตอบทว่าหันศีรษะไปมองโถกระเบื้องลายนกกระเรียนใบเดิมอย่างเสียดายก่อนจะหันมามองโถกระเบื้องลายัตรงหน้า
"เถ้าแก่มีโถกระเบื้องลายนกกระเรียนไหมครับ แม่ผมชอบนกกะเรียนมาก"
ดูเหมือนว่าเขาคงอยากจะซื้อโถกระเบื้องไปให้คนที่บ้านจริงๆ ไม่ได้เล่นแง่อย่างที่คิด เ้าของร้านคนเดิมจึงโผลงขึ้นมาทันใด "ฉันเปลี่ยนใจขายโถใบนี้ในราคาสองร้อยหยวนแล้ว พ่อหนุ่มรีบมาซื้อสิ!"
เฉินม่อไป๋ชะงักมือที่กำลังลูบอยู่บนโถกระเบื้องลายั ก่อนจะหันไปถามอย่างไม่แน่ใจ
"แล้วไม่ขาดทุนแย่เหรอครับ"
เมื่อมาถึงตรงนี้ เหล่าิญญาทั้งหลายก็หัวเราะลั่น พวกเขาถึงกับยกนิ้วให้ชายหนุ่มอย่างยกย่อง เขาย้อนคำพูดก่อนหน้านี้ให้เ้าของร้านได้เจ็บแสบจริง ๆ
ไม่บ่อยนักหรอกที่ิญญาเร่ร่อนจะได้ชมความบันเทิงแบบนี้ ทำเอารู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาเลยล่ะ
ใบหน้าของเถ้าแก่โถกระเบื้องลายนกกระเรียนเต็มไปด้วยความอับอาย ส่วนเ้าของร้านโถกระเบื้องลายักละบกลั้นขำอย่างสุดชีวิต แต่ถึงกระนั้นก็ยังอดไม่ไหวอยู่ดี
"ฮ่าฮ่า เหล่าหลี่ ฉันเห็นว่านายมีวาสนากับพ่อหนุ่มคนนี้หรอกนะ ฉันเลยไม่เอาเื่ที่นายแย่งลูกค้าไปต่อหน้าต่อตา"
ชายเ้าของร้านที่ถูกเรียกว่าเหล่าหลี่นั้นได้แต่ขบเคี้ยวฟันอย่างเจ็บใจ เขาทนความอับอายนี้แทบไม่ไหวจึงได้แต่ขายโถกระเบื้องออกไปให้ไวที่สุด
หลังจากที่เฉินม่อไป๋เดินจากไปในมุมลับตา เขาก็ะเิหัวเราะออกมา
บันเทิงใจอะไรขนาดนี้!