ในเมื่อเื่ราวถึงจุดจบแล้วย่อมไม่มีความตื่นเต้นอะไรให้รับชมต่อ
กลุ่มคนทยอยแยกย้ายเสิ่นจื่อโยวยอบตัวให้องค์ชายเจ็ดอย่างตั้งใจ นางกล่าว“ขอบพระทัยองค์ชายเจ็ดที่ยื่นพระหัตถ์เข้าช่วยเหลือเพคะ”
องค์ชายเจ็ดปรายตามองนางด้วยสีหน้าสงบนิ่งก่อนผงกศีรษะ“เื่เล็กน้อยเท่านั้น”
เมื่อกล่าวจบก็หมุนรถเข็นจากไปช้า ๆ
“นับว่าเป็คนดีคนหนึ่งแม้จะดูเ็าไปนิด” เสิ่นจื่อโยวรำพึงกับตนเอง อารมณ์ปลอดโปร่งขึ้นไม่น้อย
องค์ชายเจ็ดที่ยังจากไปไม่ไกลพลันชะงักเขาััที่วางแขนเบา ๆ มุมปากยกโค้งอย่างไม่อาจสังเกต
ตรงบริเวณที่ประทับของเหล่าองค์ชายองค์ชายรองเซวียนหยวนจวินมองไปยังทางเสิ่นจื่อโยวแล้วขยับริมฝีปากกล่าวกับเซวียนหยวนช่าง“เอ๋! เ้าไม่ต้องเข้าไปแสดงท่าทีสักนิดหรือ เ้าคนพิการเซวียนหยวนโม่วิ่งเข้าไปช่วยเหลือว่าที่พระชายาของเ้าแล้วแต่เ้าในฐานะว่าที่พระสวามีที่แท้จริงกลับเก็บมือนั่งชมเื่สนุกอยู่ตรงนี้”
ภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นนั้นพวกเขาต่างได้ชมั้แ่ต้นจนจบพวกเขาตระหนักดีว่าเป็ผู้ใดที่ลงมือก่อน
แต่พวกเขาก็ไม่คิดทำตนเป็วีรบุรุษช่วยเหลือ‘นางอัปลักษณ์’
เซวียนหยวนช่างปรายตามองเขาอย่างเ็า“ให้ดีท่านอย่าได้เอ่ยถึง ‘ว่าที่พระชายา’ คำนี้อีกข้ากับนางไม่ได้มีความสัมพันธ์อันใดต่อกัน!”
“เอาล่ะ ๆ ตกลงเ้าว่าอย่างไรก็อย่างนั้น เพียงสัพยอกเ้าเล่นเท่านั้น จะะโโลดเต้นไปไย การหมั้นหมายระหว่างเ้ากับนางมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ล่วงรู้ขอเพียงท่านพ่อไม่มีรับสั่ง งานหมั้นหมายของพวกเ้าก็ไม่มีทางเกิดขึ้นเ้าจะกลัวไปไยเล่า”
“ฮึจะกลัวก็กลัวว่าที่นางเข้าวังครานี้มิใช่ด้วยเหตุผลธรรมดามิเช่นนั้นหญิงอัปลักษณ์สติวิปลาสคนหนึ่งจะมีคุณสมบัติเพียงพอให้เสด็จพ่อทรงเชิญมาร่วมงานเลี้ยงหรือ” เซวียนหยวนช่างกล่าวด้วยน้ำเสียงเหยียดหยัน
“จะว่าไปก็ถูก พวกเรารอดูความเปลี่ยนแปลงเถิด”
เซวียนหยวนจวินตบบ่าของน้องสามด้วยความเห็นใจยามนี้น้องสามคงทำได้เพียงภาวนาอย่าให้เสด็จพ่อเกิดพระอารมณ์ครึ้มพระทัยอะไรขึ้นมาแล้วทรงรับสั่งถึงเื่นี้
ในเมื่องานเลี้ยงวันนี้พระองค์ทรงมีพระราชดำริเลือกสรรพระชายาเอกให้กับบรรดาองค์ชาย
น่าเสียดายที่คำภาวนาของเซวียนหยวนจวินไม่บังเกิดผล
เป็ความจริงที่เสด็จพ่อของพวกเขาทรงลืมเื่นี้ไปแล้วทว่ายังมีคนผู้หนึ่งที่จำได้นั่นก็คือฮองเฮา
ฮองเฮากับหรงกุ้ยเฟยมารดาของเซวียนหยวนช่างเป็ดุจน้ำกับไฟคนหนึ่งวงศ์ตระกูลมีอำนาจยิ่งใหญ่ อีกคนเป็พระสนมคนโปรดของฮ่องเต้สถานะในวังหลังจึงเสมือนคานอำนาจกันอยู่
ที่เสิ่นจื่อโยวได้เข้าวังในครานี้ก็เพราะฮองเฮาเป็ผู้เกริ่นขึ้นต่อหน้าพระพักตร์เป้าหมายของนางก็เพื่อ้าลากเสิ่นจื่อโยว ‘คู่หมั้นในวัยเยาว์’ นี้ออกมาตอกหน้าหรงกุ้ยเฟย ทำให้พวกเขาตกเป็ที่ขำขันของผู้คน
แม้จะไม่สามารถยัดเยียดเสิ่นจื่อโยวสตรีอัปลักษณ์นางนี้ให้เป็พระชายาเอกของเซวียนหยวนช่างแต่เพียงได้เห็นใบหน้าถอดสีของสองแม่ลูกนั่นก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว
ดังนั้นที่เสิ่นจื่อโยวถูกลากออกมาในครานี้ก็เพื่อเป็เป้ายิง
บรรยากาศเริ่มเข้าสู่ความเข้มข้นในขณะที่ทุกคนกำลังร่ำสุรากันได้ที่ฮองเฮาก็ตรัสขึ้น นางหันไปซบอิงฮ่องเต้ “ฝ่าาหม่อมฉันเห็นว่าช่างเอ๋อร์อายุยี่สิบหกถึงวัยหมั้นหมายแล้วพระองค์ทรงทอดพระเนตรสิเพคะแม้แต่องค์ชายรองพี่ชายของเขายังให้กำเนิดบุตรคนที่สองแล้ว”
ฮ่องเต้ทรงพระสรวลเสียงดัง“ฮองเฮากล่าวได้มีเหตุผล ไม่รู้ว่าช่างเอ๋อร์หมายตาสตรีตระกูลใดไว้บ้างหรือไม่”
หัวใจเซวียนหยวนช่างพลันจมดิ่งลางสังหรณ์ไม่ดีปรากฏ ไม่ผิดจากที่คาด...
ฮองเฮายกมือปิดปากกล่าวด้วยรอยยิ้ม“ฝ่าาทรงลืมแล้วหรือเพคะ ช่างเอ๋อร์มีคู่หมั้นคนหนึ่งเมื่อนานมาแล้วทั้งยังเป็คู่หมั้นั้แ่วัยเยาว์”
“อ่า? ให้เจิ้นคิดเสียหน่อยมีเื่เช่นนี้ด้วยหรือ”
“ใช่สิเพคะมิใช่บุตรสาวคนโตแห่งจวนเสนาบดีเสิ่นหรอกหรือเพคะ ถือเป็คู่ครองที่มีความเหมาะสมกัน”
ทันทีที่ฮองเฮากล่าวประโยคนี้ออกมา บรรยากาศในสถานที่แห่งนี้ก็เปลี่ยนเป็เงียบสงัด
เสิ่น...เสิ่นจื่อโยว?! พวกเขาไม่ได้ฟังผิดไปใช่หรือไม่?!เป็หญิงอัปลักษณ์แห่งจวนเสนาบดีเสิ่นผู้นั้น?!
ถึงแม้วันนี้การแสดงออกของเสิ่นจื่อโยวจะไม่เลวทว่าพวกเขาส่วนใหญ่ล้วนตระหนักดีว่าเพราะเหตุใดเสิ่นจื่อโยวจึงสวมผ้าปิดบังใบหน้า
มิใช่เพื่อปกปิดปานนั้นหรือ
คาดไม่ถึงว่าองค์ชายสามเซวียนหยวนช่างจะมีสัญญาหมั้นหมายกับเสิ่นจื่อโยวนี่เป็เื่ที่น่าขันที่สุดในใต้หล้านี้
ต้องรู้ว่ายามนี้เซวียนหยวนช่างถือเป็หนึ่งในผู้ท้าชิงตำแหน่งองค์รัชทายาทที่ได้รับการสนับสนุนมากที่สุดหากเขาต้องอภิเษกสมรสรับหญิงอัปลักษณ์ขึ้นเป็ชายาเอกจริง...
หึ ๆนั่นย่อมเป็เื่ที่น่าขันยิ่งนัก ต้องเป็เื่ขบขันในกาลข้างหน้าไปอีกยาวนาน
สีหน้าของเซวียนหยวนช่างประเดี๋ยวแดงประเดี๋ยวขาวเขาเขวี้ยงถ้วยในมือลงบนพื้น กล่าวด้วยสีหน้ามืดดำ “ไม่มีเื่เช่นนี้!มีผู้ใดบ้างที่้าแต่งงานกับเสิ่นจื่อโยวหญิงอัปลักษณ์ผู้นั้น!”
“ช่างเอ๋อร์นี่เป็การหมั้นหมายั้แ่วัยเยาว์ที่หรงกุ้ยเฟยจัดการให้เ้าเื่นี้เ้าควรไปถามเสด็จแม่ของเ้า”ฮองเฮายกมือปิดมุมปากกล่าวด้วยเสียงกลั้วหัวเราะเบา ๆ
“การหมั้นหมายั้แ่วัยเยาว์? เื่พรรค์นี้จะมากำหนดกฎเกณฑ์ได้อย่างไรงานอภิเษกสมรสของกระหม่อมสามารถทำให้เป็เื่ขำขันได้หรือ!”
“หึ ช่างเอ๋อร์ ในปีนั้นที่พระมารดาของเ้าได้ตกลงเื่การหมั้นหมายนางมิได้แสดงท่าทีเช่นนี้เลยอย่างไรกัน ยามนี้เมื่อหลักเขาพึ่งพิงที่มีนามว่าตระกูลซูพังทลายลงเ้ากับพระมารดาของเ้าก็ไม่คิดรับบัญชีนี้แล้ว?”
ฮองเฮาไม่ยอมอ่อนข้อแม้เพียงเศษเสี้ยวแต่ละก้าวล้วนกดดันบีบคั้น ั์ตาฉายประกายย่ามใจ
ในเวลานี้เองทุกคนจึงได้เผยสีหน้าเข้าใจอย่างถ่องแท้ออกมา...มิน่าเล่าองค์ชายสามกับเสิ่นจื่อโยวมีการตกลงหมั้นหมายั้แ่วัยเยาว์ที่แท้ก็เพื่อหลักเขาพึ่งพิงที่มีนามว่าตระกูลซูนี่เอง
ยามนี้เมื่อหลักเขาพึ่งพิงพังทลายลงทั้งเสิ่นจื่อโยวเองยังเป็หญิงอัปลักษณ์ แน่นอนว่าพวกเขาย่อมละทิ้งโดยไม่ต้องตรึกตรอง
เซวียนหยวนช่างอยากจะสรรหาของบางสิ่งมาอุดปากฮองเฮายิ่งนัก!
“จะอย่างไรก็ตาม หากผู้ใดคิดแต่งก็แต่งเสีย!แต่ตำแหน่งชายาเอกของข้าต้องไม่ใช่สตรีอัปลักษณ์ที่ทั้งโง่เขลาและไร้ประโยชน์!”
เซวียนหยวนช่างสะบัดแขนเสื้อแล้วนั่งลงด้วยความเดือดดาล
ั้แ่ชั่วขณะที่ฮองเฮาลากนางออกมา เสิ่นจื่อโยวก็เฝ้ามองทุกสิ่งอยู่ด้านข้างด้วยสายตาเ็า
น่าขันยิ่งนักการหมั้นหมายั้แ่วัยเยาว์ที่พวกเขากล่าวถึงนั้นนางในฐานะผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกลับไม่รู้เื่รู้ราวสักนิด
พวกเขาราวกับกำลังเล่นเตะลูกขนไก่เตะนางไปมา ทำให้สัญญาการหมั้นหมายนี้ประหนึ่งเป็จุดอ่อน ดุจเครื่องมือที่ใช้โจมตีฝ่ายตรงข้ามหรืออาจมองมันเป็สิ่งสร้างความบันเทิงชิ้นหนึ่งพวกเขาเคยคำนึงถึงความคิดความรู้สึกของนางบ้างหรือไม่?!
บางทีในสายตาของคนเหล่านี้ เสิ่นจื่อโยวคงแทบอดรนทนไม่ไหวที่อยากจะแต่งเข้าราชวงศ์กระมัง
มุมปากของเสิ่นจื่อโยวยกหยักเป็รอยยิ้มหยันนางลุกขึ้นนวยนาดไปยังจุดกึ่งกลางพระที่นั่ง
ครั้นพวกเขาพบว่าเสิ่นจื่อโยวเริ่มมีการเคลื่อนไหวก็หยุดซุบซิบสนทนากันพวกเขาต่างมองไปที่เสิ่นจื่อโยว
ในสายตาที่มองไปยังเสิ่นจื่อโยวมีทั้งความอิจฉาริษยาเยาะเย้ย เหยียดหยาม กระทั่งแฝงด้วยเจตนามุ่งร้าย
สายตาที่เปี่ยมไปด้วยเจตนามุ่งร้ายนั้นมาจากเซวียนหยวนช่างเขาคิดว่าเื่นี้ต้องเป็เื่ที่เสิ่นจื่อโยวตกลงกับฮองเฮาไว้ล่วงหน้าจากนี้นางก็จะแสดงท่าทีโง่งมไร้เหตุผลในที่นี้เพื่อบีบบังคับให้เขารับนางเป็ชายาเพ้อฝันที่จะก้าวขึ้น์ในก้าวเดียว
สตรีอัปลักษณ์ผู้นี้หากเขารู้ว่าเหตุการณ์จะดำเนินมาสู่จุดนี้ก็คงส่งคนไปลอบกำจัดนางั้แ่คราแรก!
สำหรับเซวียนหยวนช่างแล้วสัญญาการหมั้นหมายระหว่างเขากับเสิ่นจื่อโยวถือเป็เื่น่าอัปยศอดสู
เสิ่นจื่อโยวปรายตามองเขาด้วยสายตาเรียบเฉยก่อนจะหันไปยังตำแหน่งประมุขทำการถวายพระพรแด่ฝ่าา น้ำเสียงใสกังวานดังก้อง “ฝ่าาทรงมีพระปรีชาก่อนหน้านี้หม่อมฉันไม่เคยรับรู้อันใดเกี่ยวกับสัญญาการหมั้นหมายนี้ดังนั้นหม่อมฉันจึงอยากวิงวอนให้ฝ่าาทรงช่วยเก็บสัญญาหมั้นหมายั้แ่วัยเยาว์อันน่าขำนี้กลับไปหวังว่าฝ่าาจะทรงคืนอิสรภาพให้แก่หม่อมฉันด้วยเพคะ”
แทบทุกคนต่างหลงนึกว่าเสิ่นจื่อโยวจะต้องร่ำไห้คร่ำครวญร้องขอให้ฮ่องเต้ช่วยรักษาสัญญาหมั้นหมายนี้
คาดไม่ถึงว่าทันทีที่เสิ่นจื่อโยวเอ่ยปากก็้าถอดถอนการหมั้น
พวกเขาต่างพากันตะลึงงัน