ผู้อาวุโสสูงสุดถึงกับมาปรากฏตัว ปกติจะปิดด่านบ่มเพาะตลอดเวลา ออร่าแต่ละคนล้ำลึกยากจะหยั่งถึง พวกเขาไม่มีชื่อเรียก แต่คนอื่นๆจะเรียกกันไปตามฐานะ
ผู้อาวุโสหนึ่ง คนที่นั่งตรงกลาง เขาตัวเตี้ยใบหน้ายิ้มเหมือนคนแก่ทั่วไป แต่พลังราวกับไร้ขอบเขต เหมือนตาแก่ไม่มีพลังอะไรตรวจจับไม่ได้ ถือเป็นผู้มีพลังสูงสุดในเผ่าพันธุ์มนุษย์
ผู้อาวุโสสอง นั่งข้างขวาของผู้อาวุโสหนึ่ง มีออร่ากับกับอสูรโบราณ ร่างของเขาผอมกระหร่องราวกับเป็นไม้ที่ตายแล้ว แต่แรงกดดันที่เล็ดลอดออกมาจากร่างผอมๆนั่นมหาศาล ห้องโถงประชุมถึงกับสั่นสะเทือนผู้อาวุโสสาม เป็นหญิงชราหน้าตาใจดี ใบหน้าอายุประมาณ80 ถือไม้เท้าพยุงตัวร่างกายสั่นเล็กน้อยตลอดเวลา ราวกับว่าใกล้จะตายยังไงยังงั้น
ผู้เฒ่าคนอื่นๆเมื่อทำความเคราพเรียบร้อยแล้ว ก็ยืนรออยู่นิ่งๆอย่างนั่น เมื่อผู้อาวุโสสูงสุดทั้งสามนั่งลง คนอื่นๆก็นัั่งตามทันที
"อืม เรื่องที่พวกเจ้าพูดคุยกันนั่น พวกข้ารับรู้แล้ว" ผู้อาวุโสหนึ่งเอ่ยขึ้น
"ไม่น่าเชื่อว่าจะมีผู้มีพรสวรรค์ขนาดนี้อยู่ด้วย" ผู้อาวุโสสองอุทานขึ้น
"นั่นสินะ จับมาเป็นสามีให้หลานสาวข้าดีไหมเนี่ย" ผู้อาวุโสสามยิ้มแย้ม
หวงทำหน้าจริงจังเอ่ยตอบทันที
"ท่านอาวุโสหนึ่งจะทำยังไงกันดี หรือว่าเราต้องพาตัวเขามา ปกปิดข้อมูลความลับทั้งหมดของเขา และฝึกเขาให้เติบโตโดยเร็ว"
เฟยเซียนพยักหน้าเห็นด้วยเขาเอ่ยขึ้น
"ถ้าเจ้าพวกเผ่าสัตว์อสูรรู้เข้า พวกมันต้องใช้ทุกวิธีการสังหารเจ้าหนูนี้แน่"
ผู้เฒ่าคนอื่นๆก็พยักหน้าเห็นด้วย ถ้าเกิดสัตว์ประหลาดตัวน้อยถูกฆ่าตายไปซะก่อน จะถือว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่
ผู้อาวุโสหนึ่งพยักหน้า เขากำลังคิดอยู่เหมือนกัน เมื่อผ่านไปครู่นึง อยู่ๆผู้อาวุโสหนึ่งเอ่ยถามหวงขึ้นมา ถึงลักษณะของเย่ชิงหยู เขาต้องยืนยันให้แน่ใจก่อนว่ามันเป็นเรื่องจริงไหม
หวงก็อธิบายออกไปอย่างระเอียด ในขนาดนั่น ผู้อาวุโสหนึ่งก็ลงมือ นัยต์ตาเขาส่องแสงสว่างเจิดจ้า มองทะลุไปไกลนับ แสนกิโลเมตร ขนาดนั่นในห้องโถงก็ปรากฏออร่าที่ล้ำลึกขึ้น กระจกพลังงานขนาดใหญ่เร่ิมปรากฏ ผู้อาวุโสหนึ่งลงมือใช้วิชาตรวจจับของตัวเองทันที ในกระจกขนาดนั่นก็ปรากฏเย่ชิงหยูที่นอนหลับสนิทอยู่ในที่พักอาศัย
"ใช่เจ้าเด็กน้อยนี้จริงๆ" เฟยเซียนอุุทานขึ้น เขามองไปที่ภาพในกระจกด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
"เจ้ารู้จักเจ้าหนูนี้หรอ" หวงหันมาเอ่ยถาม
"ใช่ เจ้าหนูนี้อยู่ในสถาบันการต่อสู้ของข้า เป็นผู้ชนะเลิศของสถาบัน จะมาที่เมืองนี้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านิละ" เฟยเซียนเอ่ยขึ้น
หวงอ้าปากค้าง ตาเฒ่าทั้งสองมองหน้ากันไปมา
ในขนาดนั่นห้วงจิตวิญญาณของเย่ชิงหยูถึงกับสั่นสะท้้าน เย่ชิงหยูสะดุ้งตื่น เนตรที่สามของเขาเปิดออกเองโดยอัตโนมัติ ส่องแสงราวกับดวงอาทิตย์
"นี่มัน มีใครสอดส่องเรางั้นหรอ" เย่ชิงหยูระวังตัว สีหน้าเขาเคร่งเครียด ดวงตาจักรพรรดิอีกาทองคำ สอดส่องไปรอบบริเวณ ขนาดนั่นเขาก็ เห็นออร่าพลังงานรูปร่างมนุษย์ในทิศทางนึง
ผู้อาวุโสหนึ่งกับคนอื่นๆถึงกับตะลึง ไม่น่าเชื่อว่าจะตรวจจับสัมผัสของผู้อาวุโสหนึ่งได้
ในขนาดนั่นเย่ชิงหยูก็ได้ยินเสียงดังก้องกังวานในหัว
"ใจเย็นเจ้าหนู ตาเฒ่าผู้นี้แค่อยากมาเห็นเจ้าก็เท่านั่น"
เย่ชิงหยูพยักหน้าให้ เขาสีหน้าเคร่งครึมอย่างมาก ขนาดนั่นสัมผัสก็ถูกถอนออกไป เย่ชิงหยูคลายความกดดันลง เขาคิดในใจขึ้นมา น่าจะเป็นตาแก่คนใดคนนึงในเผ่าพันธุ์มนุษย์ พลังล่ำลึกมากราวกับก้นเหวไร้ที่สิ้นสุด เขาใช้เนตรจักรพรรดิอีกาทองคำมองก็ไม่มีอะไรที่ปิดบังเนตรนี้ได้ เฮ้อ นอนต่อดีฟ่าเรา เย่ชิงหยูว่าจบก็นอนลงต่อทันที เรื่องพวกนี้คิดไปก็เท่านั่นปวดสมองปล่าวๆ
ในห้องโถงเมื่อผู้อาวุโสหนึ่งถอนพลังกลับมา กระจกสอดส่องก็เริ่มค่อยๆสลายหายไป ผู้เฒ่าแต่คนละตอนนี้ยังอึ้งอยู่ พวกเขาไม่อยากจะเชื่อ แต่เมื่อเห็นตรงหน้าก็ต้องเชื่อ ผู้อาวุโสหนึ่งลงมือเองถึงกับถูกจับได้ ขนาดผู้ยิ่งใหญ่เผ่าพันธุ์สัตว์อสูรยังตรวจจับไม่พบ
"อืม" ผู้อาวุโสหนึ่งพยักหน้า สีหน้าเขาจริงจังเลยทีเดียว เขาหันไปเอ่ยกับหวงทันที
"นี่ตาเฒ่าหวง เจ้าบอกว่า ไอหนูนี่เมื่อตอนกลางวันพลังแค่ขั้นจิตวิญญาณขั้นที่ 10 ใช่ไหม"
หวงได้ฟังดังนั่นก็พยักหน้า
ผู้อาวุโสหนึ่งสูดหายใจเล็กน้อยเขาเอ่ยออกมาเสียงก้องกังวานทั่วทั้งห้องโถง
"เท่าที่ข้าตรวจสอบ ตอนนี้เจ้าหนูนี้มีพลังขั้น รวมเป็นหนึ่งสูงสุดแล้วอีกนิดนึงก็จะทะลวงขั้นขุนพลปฐพี แถมพลังงานในร่างมหาศาลถึงขนาดเทียบได้กับขุนพลนภาเลยทีเดียว เจ้าแน่ใจนะว่าเจ้าหนูนี้ไม่ได้ปกปิดพลังก่อนหน้านั่น"
หวงได้ฟังดังนั่นก็อึ้ง ปากของเขาอ้าออกขนาดยันรถยนต์เข้าไปได้เลยทีเดียว หัวใจเขาเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง
ผู้เฒ่าคนอื่นๆถึงกับตัวสะดุ้งโหยง ร่างกายสั่น ไม่รู้ว่าตื่นเต้นหรือยังไง แต่ละคนอุทานออกมาเสียงดังลั่น
ผู้อาวุโสที่สองกับผู้อาวุโสที่สามสีหน้าถึงกับจริงจังกันเลยทีเดียว ขนาดพวกเขาเองยังไม่อยากจะเชื่อ เป็นสัตว์ประหลาดน้อยรึยังไง
"ยังงี้ต้องเอามาเป็นสามีของหลานสาวข้าให้ได้ หน้าตาที่หล่อเหลาราวกับบุตรของพระเจ้ากับพรสวรรค์อันไร้คู่เปรียบ ยังงี้ไม่มีใครเหมาะสมกับหลานสาวข้านอกจากเจ้าหนูนี้แล้ว หึหึึ" ผู้อาวุโสสามหัวเราะคึกคัก
เฟยเซียนตอนนี้ก็กำลังอึ้งอยู่
"เป็นไปได้ไง แค่ไม่กี่วันจากจิตวิญญาณขั้น 3 มารวมเป็นหนึ่งขั้นสูงสุด" เขาถึงกับอุทานขึ้น เสียงของเขาสั่นไหวเล็กน้อย
"ทุกคนเงียบก่อน" เสียงของผู้อาวุโสหนึ่งดังก้องในหัวของทุกคน ผู้เฒ่าแต่ละคนถึงกับนั่งตรง เสียงเงียบราวกับป่าช้า
"ในเมื่อยืนยันเรียบร้อย ทีนี้ก็คอยปกป้องเจ้าหนูนี้ให้ดีอย่าให้ถูกฆ่าตายก่อน ไม่ว่าเขาจะต้องการอะไร ก็จัดหาให้เขาอย่างถึงที่สุดเลยละ ข้าสนับสนุนเต็มที่ เขาถือว่าเป็นที่สุดแห่งเผ่าพันธุ์ของเราแล้ว" ขนาดนั่นเขาก็โยนแหวนมิิติวงนึงไปให้กับเฟยเซียน
"เอามันไปให้กับเจ้าหนูน้อยคนนี้" ผู้อาวุโสหนึ่งเอ่ยขึ้น
เฟยเซียนรับแหวนมา เขาพยักหน้าโค้งให้เล็กน้อย
"เมื่อไม่มีอะไรแล้ว พวกข้าขอตัวก่อน แยกย้ายกันได้" ร่างผู้อาวุโสสูงสุดทั้งสามค่อยสลายหายไปอย่างช้าๆ
ผู้เฒ่าคนอื่นๆก็โค้งคำนับ เมื่อผู้อาวุโสทั้งสามไปแล้ว ก็พูดคุยกันเสียงเจี้ยวจ๋าวราวกับเด็ก จักรพรรดิยาจกถึงกับตะโกนให้เอาอาหารมา ในมือเขากระดกเหล้ายกใหญ่
เฟยเซียนกับหวงหันมองหน้ากัน หัวเราะเบาๆ พลางส่ายหัวไปมา ถึงกับหน่ายใจกันเลยทีเดียว