Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    ตอนที่​ 27​ ผู้อาวุโสสูงสุด

    ผู้อาวุโสสูงสุดถึงกับมาปรากฏตัว​ ปกติจะปิดด่านบ่มเพาะตลอดเวลา​ ออร่าแต่ละคนล้ำลึกยากจะหยั่งถึง​ พวกเขาไม่มีชื่อเรียก​ แต่คนอื่นๆจะเรียกกันไปตามฐานะ
    ผู้อาวุโสหนึ่ง​ คนที่นั่งตรงกลาง​ เขาตัวเตี้ยใบหน้ายิ้มเหมือนคนแก่ทั่วไป​ แต่พลังราวกับไร้ขอบเขต​ เหมือนตาแก่ไม่มีพลังอะไรตรวจจับไม่ได้​ ถือเป็นผู้มีพลังสูงสุดในเผ่าพันธุ์มนุษย์
    ผู้อาวุโสสอง​ นั่งข้างขวาของผู้อาวุโสหนึ่ง​ มีออร่ากับกับอสูรโบราณ​ ร่างของเขาผอมกระหร่องราวกับเป็นไม้ที่ตายแล้ว​ แต่แรงกดดันที่เล็ดลอดออกมาจากร่างผอมๆนั่นมหาศาล​ ​​ห้องโถงประชุมถึงกับสั่นสะเทือน​ผู้อาวุโสสาม​ เป็นหญิงชราหน้าตาใจดี​ ใบหน้าอายุประมาณ80​ ถือไม้เท้าพยุงตัวร่างกายสั่นเล็กน้อยตลอดเวลา​ ราวกับว่าใกล้จะตายยังไงยังงั้น​
    ผู้เฒ่าคนอื่นๆเมื่อทำความเคราพเรียบร้อยแล้ว​ ก็ยืนรออยู่นิ่งๆอย่างนั่น​ เมื่อผู้อาวุโสสูงสุดทั้งสามนั่งลง​ คนอื่นๆก็นัั่งตามทันที​
    "อืม​ เรื่องที่พวกเจ้าพูดคุยกันนั่น​ พวกข้ารับรู้แล้ว" ผู้อาวุโสหนึ่งเอ่ยขึ้น
    "ไม่น่าเชื่อว่าจะมีผู้มีพรสวรรค์ขนาดนี้อยู่ด้วย"​ ผู้อาวุโสสองอุทานขึ้น
    "นั่นสินะ​ จับมาเป็นสามีให้หลานสาวข้าดีไหมเนี่ย"​ ผู้อาวุโสสามยิ้มแย้ม​
    หวงทำหน้าจริงจัง​เอ่ยตอบทันที
    "ท่านอาวุโสหนึ่งจะทำยังไงกันดี​​ หรือว่าเราต้องพาตัวเขามา​ ปกปิดข้อมูลความลับทั้งหมดของเขา​ และฝึกเขาให้เติบโตโดยเร็ว"
    เฟยเซียนพยักหน้าเห็นด้วย​เขาเอ่ยขึ้น
    "ถ้าเจ้าพวกเผ่าสัตว์อสูรรู้เข้า​ พวกมันต้อง​ใช้ทุกวิธีการสังหารเจ้าหนูนี้แน่"​
    ผู้เฒ่าคนอื่นๆก็พยักหน้าเห็นด้วย​ ถ้าเกิดสัตว์ประหลาดตัวน้อยถูกฆ่าตายไปซะก่อน​ จะถือว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่
    ผู้อาวุโสหนึ่งพยักหน้า​ เขากำลังคิดอยู่เหมือนกัน​ เมื่อผ่านไปครู่นึง​ อยู่ๆผู้อาวุโสหนึ่งเอ่ยถามหวงขึ้นมา ถึงลักษณะของเย่ชิงหยู เขาต้องยืนยันให้แน่ใจก่อนว่ามันเป็นเรื่องจริงไหม
    หวงก็อธิบายออกไปอย่างระเอียด​ ในขนาดนั่น​ ผู้อาวุโสหนึ่งก็ลงมือ​ นัยต์ตาเขาส่องแสงสว่างเจิดจ้า​ มองทะลุไปไกลนับ​ แสนกิโลเมตร​ ขนาดนั่นในห้องโถงก็ปรากฏออร่าที่ล้ำลึกขึ้น​ กระจกพลังงานขนาดใหญ่เร่ิมปรากฏ​​ ผู้อาวุโสหนึ่งลงมือใช้วิชาตรวจจับของตัวเองทันที​ ในกระจกขนาดนั่นก็ปรากฏเย่ชิงหยูที่นอนหลับสนิทอยู่ในที่พักอาศัย
    "ใช่เจ้าเด็กน้อยนี้จริงๆ"​ เฟยเซียนอุุทานขึ้น​ ​เขามองไปที่ภาพในกระจกด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
    "เจ้ารู้จักเจ้าหนูนี้หรอ"​ หวงหันมาเอ่ยถาม
    "ใช่​ เจ้าหนูนี้อยู่ในสถาบันการต่อสู้ของข้า​ เป็นผู้ชนะเลิศของสถาบัน​ จะมาที่เมืองนี้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านิละ"​ เฟยเซียนเอ่ยขึ้น
    หวงอ้าปากค้าง​ ตาเฒ่าทั้งสองมองหน้ากันไปมา​
    ในขนาดนั่นห้วงจิตวิญญาณของเย่ชิงหยูถึงกับสั่นสะท้้าน​ เย่ชิงหยูสะดุ้งตื่น​ เนตรที่สามของเขาเปิดออกเองโดยอัตโนมัติ​ ส่องแสงราวกับดวงอาทิตย์
    "นี่มัน​ มีใครสอดส่องเรางั้นหรอ"​ เย่ชิงหยูระวังตัว​ สีหน้าเขาเคร่งเครียด​ ดวงตาจักรพรรดิ​อีกาทองคำ สอดส่องไปรอบบริเวณ​ ขนาดนั่นเขาก็​ เห็นออร่าพลังงานรูปร่างมนุษย์ในทิศทางนึง​
    ผู้อาวุโสหนึ่งกับคนอื่นๆถึงกับตะลึง​ ไม่น่าเชื่อว่าจะตรวจจับสัมผัสของผู้อาวุโสหนึ่งได้
    ในขนาดนั่นเย่ชิงหยูก็ได้ยินเสียงดังก้องกังวานในหัว
    "ใจเย็นเจ้าหนู​ ตาเฒ่าผู้นี้แค่อยากมาเห็นเจ้าก็เท่านั่น"​​
    เย่ชิงหยูพยักหน้าให้​ เขาสีหน้าเคร่งครึมอย่างมาก​ ขนาดนั่นสัมผัสก็ถูกถอนออกไป​ เย่ชิงหยูคลายความกดดันลง​ เขาคิดในใจขึ้นมา​ น่าจะเป็นตาแก่คนใดคนนึง​ในเผ่าพันธุ์มนุษย์​ พลังล่ำลึกมากราวกับก้นเหวไร้ที่สิ้นสุด​ เขาใช้เนตรจักรพรรดิ​อีกาทองคำมอ​ง​ก็ไม่มีอะไรที่ปิดบังเนตรนี้ได้​ เฮ้อ​ นอนต่อดีฟ่าเรา​ เย่ชิงหยูว่าจบก็นอนลงต่อทันที​ เรื่องพวกนี้คิดไปก็เท่านั่นปวดสมองปล่าวๆ
    ในห้องโถงเมื่อผู้อาวุโสหนึ่งถอนพลังกลับมา​ กระจกสอดส่องก็เริ่มค่อยๆสลายหายไป​ ผู้เฒ่าแต่คนละตอนนี้ยังอึ้งอยู่​ พวกเขาไม่อยากจะเชื่อ​ แต่เมื่อเห็นตรงหน้าก็ต้องเชื่อ​ ผู้อาวุโสหนึ่งลงมือเอง​ถึงกับถูกจับได้​ ขนาดผู้ยิ่งใหญ่เผ่าพันธุ์สัตว์อสูรยังตรวจจับไม่พบ
    "อืม"​ ผู้อาวุโสหนึ่งพยักหน้า​ สีหน้าเขาจริงจังเลยทีเดียว​ เขาหันไปเอ่ยกับหวงทันที
    "นี่ตาเฒ่าหวง​ เจ้าบอกว่า​ ไอหนูนี่เมื่อตอนกลางวันพลังแค่ขั้นจิตวิญญาณขั้นที่​ 10​ ใช่ไหม​"
    หวงได้ฟังดังนั่นก็พยักหน้า
    ผู้อาวุโสหนึ่งสูดหายใจเล็กน้อยเขาเอ่ยออกมาเสียงก้องกังวานทั่วทั้งห้องโถง
    "เท่าที่ข้าตรวจสอบ​ ตอนนี้เจ้าหนูนี้มีพลัง​ขั้น​ รวมเป็นหนึ่งสูงสุดแล้วอีกนิดนึงก็จะทะลวงขั้นขุนพลปฐพี​ แถมพลังงานในร่างมหาศาลถึงขนาดเทียบได้กับขุนพลนภาเลยทีเดียว​ เจ้าแน่ใจนะว่าเจ้าหนูนี้ไม่ได้ปกปิดพลังก่อนหน้านั่น"
    หวงได้ฟังดังนั่นก็อึ้ง​ ปากของเขาอ้าออกขนาดยันรถยนต์เข้าไปได้เลยทีเดียว​ หัวใจเขาเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง​
    ผู้เฒ่าคนอื่นๆถึงกับตัวสะดุ้งโหยง​ ร่างกายสั่น​ ไม่รู้ว่าตื่นเต้นหรือยังไง​ แต่ละคนอุทานออกมาเสียงดังลั่น​
    ผู้อาวุโสที่สองกับผู้อาวุโสที่สามสีหน้าถึงกับจริงจังกันเลยทีเดียว​ ขนาดพวกเขาเองยังไม่อยากจะเชื่อ​ เป็นสัตว์ประหลาดน้อยรึยังไง
    "ยังงี้ต้องเอามาเป็นสามีของหลานสาวข้าให้ได้​ หน้าตาที่หล่อเหลาราวกับบุตรของพระเจ้ากับพรสวรรค์​อันไร้คู่เปรียบ​ ยังงี้ไม่มีใครเหมาะสมกับหลานสาวข้านอกจากเจ้าหนูนี้​แล้ว หึหึึ​" ผู้อาวุโสสามหัวเราะคึกคัก​
    เฟยเซียนตอนนี้ก็กำลังอึ้งอยู่​
    "เป็นไปได้ไง​ แค่ไม่กี่วัน​จากจิตวิญญาณ​ขั้น​ 3​ มารวมเป็นหนึ่งขั้นสูงสุด"​ เขาถึงกับอุทานขึ้น​ ​เสียงของเขาสั่นไหวเล็กน้อย
    "ทุกคนเงียบก่อน"​ เสียงของผู้อาวุโสหนึ่งดังก้องในหัวของทุกคน​ ผู้เฒ่าแต่ละคนถึงกับนั่งตรง​ เสียงเงียบราวกับป่าช้า
    "ในเมื่อยืนยันเรียบร้อย​ ทีนี้ก็คอยปกป้องเจ้าหนูนี้ให้ดีอย่าให้ถูกฆ่าตายก่อน​ ไม่ว่าเขาจะต้องการอะไร​ ก็จัดหาให้เขาอย่างถึงที่สุดเลยละ​ ข้าสนับสนุนเต็มที่​ เขาถือว่าเป็นที่สุดแห่งเผ่าพันธุ์ของเราแล้ว"​ ขนาดนั่นเขาก็โยนแหวนมิิติวงนึงไปให้กับเฟยเซียน​
    "เอามันไปให้กับเจ้าหนูน้อยคนนี้​" ผู้อาวุโสหนึ่งเอ่ยขึ้น​
    เฟยเซียนรับแหวนมา​ เขาพยักหน้าโค้งให้เล็กน้อย​
    "เมื่อไม่มีอะไรแล้ว​ พวกข้าขอตัวก่อน​ แยกย้ายกันได้" ร่างผู้อาวุโสสูงสุดทั้งสามค่อยสลายหายไปอย่างช้าๆ
    ผู้เฒ่าคนอื่นๆก็โค้งคำนับ​ เมื่อผู้อาวุโสทั้งสามไปแล้ว​ ก็พูดคุยกันเสียงเจี้ยวจ๋าวราวกับเด็ก จักรพรรดิยาจกถึงกับตะโกนให้เอาอาหารมา​ ในมือเขากระดกเหล้ายกใหญ่

    เฟยเซียนกับหวงหันมองหน้ากัน​ หัวเราะเบาๆ​ พลางส่ายหัวไปมา​ ถึงกับหน่ายใจกันเลยทีเดียว