TinTime Story ดื้อนักรักซะเลย
Mammysmile
Ep.0 บทนำ
18 สิงหาคม 2022
ปัง ปัง ปัง ~
"แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูธามขอให้มีความสุขมาก ๆ นะครับ :) " เสียงอวยพรวันเกิดจากคนที่ผมรักที่สุด และกำลังส่งยิ้มหวานมาทางผมก่อนเขาจะยื่นเค้กที่ตกแตกอย่างสวยงามที่จุดเทียนพร้อมให้ผมเป่าขอพรยื่นมาทางผม
"หลับตาขอพรก่อนเป่านะ"
ฟู่ ~
แปะ แปะ แปะ ! เสียงปรบมือของบรรดาเพื่อนผมที่ตอนนี้มันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ตอนนี้
"เนื่องในโอกาสวันเกิดของไอ้ธามแบบนี้ พี่พร้อมมีของขวัญวันเกิดอะไรจะเซอร์ไพร์ให้เพื่อนผมรึเปล่า" เสียงของไอ้เปรมดังขึ้นหลังจากเสียงปรบมือนั้นจบลง
"เอ่อ......มีแน่นอนอยู่แล้ว แต่ต้องให้ส่วนตัวหน่อยนะ ว่าไงตามพี่มาหลังร้านหน่อยได้ไหม" แน่นอนว่าผมไม่ปฎิเสทพี่มันอย่างแน่นอน เลยพยักหน้าเพื่อตอบตกลงพี่มันไปทันที
ผมชื่อ 'ธาม' ส่วนคนที่เดินนำหน้าผมอยู่ตอนนี้คือใครน่ะหรอ นั่นคือแฟนผมเองชื่อพี่พร้อม เขาและผมตกลงคบกันเมื่อ 1 ปีก่อน ถ้าถามว่าเราสองคนเจอกันได้ยังไง พูดให้ใครฟังก็แทบไม่มีใครเชื่อเพราะระหว่างพี่เขาและผมนั้นต่างกันอย่างฟ้ากับเหวก็ว่าได้ ทำไมน่ะหรอ เพราะพี่เขาเป็นักศึกษาแพทย์ปี 3 ฉลาดระดับหัวกะทิ ซึ่งต่างกับผมที่ไอคิวต่ำไม่ถนัดการใช้สมองสักเท่าไหร่ ถนัดแต่ใช้กำลังเลยสอบติดสาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา แต่ระหว่างพี่พร้อมกับผมก็เกิดขึ้นมาแล้วโดยบังเอิญที่พี่มันเป็เพื่อนรวมคณะกับพี่ชายของผมอย่างไอ้เธียร์
"ต้องมาให้ถึงหลังร้านเลยหรอพี่พร้อมดูลึกลับจัง"
"เอ่อ...คือว่าพี่มีเื่จะบอกธามอ่ะ "
"อื้อ! บอกมาเลยดิ หรือว่า พี่จะให้ของขวัญธามรึเปล่า"
"เอ่อ..คือว่าธามฟังพี่ให้ดีนะ....เราเลิกกันเถอะ!"
" ห้ะ! พี่ว่าอะไรนะธามหูฝาดไปใช่ไหม" ผมได้ยินครั้งแรกกับคำพูดที่หลุดจากปากคนตรงหน้าเมื่อกี้นั่นทำให้ผมสตั้นไปชั่วนาที เพราะตอนนี้สมองผมขาวโพรนไปหมดแล้ว
"เราเลิกกันเถอะ!"
"นี่หรอของขวัญที่จะให้ธามปีนี้หรอ ใจร้ายมากเลยรู้ไหม"
"พี่รู้แต่พี่ต้องบอกธามให้ชัดเจน"
"ทำไมว่ะ บอกเหตุผลธามหน่อยเพราะอะไร"
"พี่ว่าระหว่างเราสองคนมันต่างเกินไป ทั้งการเรียน การใช้ชีวิต พี่ว่าเราสองคนเข้ากันไม่ได้เลยจริงๆ"
"หึหึ"ผมหัวเราะทั้งน้ำตาที่เอ่อนองเต็มทั้งสองพวงแก้มไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
"แล้วตลอด 1 ปีที่ผ่านมาไม่มีความหมายเลยใช่ไหม ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาไม่มีความหมายกับพี่เลยหรอว่ะ"
"พี่ขอโทษธามจริงๆนะ"
"ความหมายของพี่คือจะบอกว่า ธามคงฉลาดน้อยไปสำหรับพี่ที่เป็นักศึกษาแพทย์ระดับหัวกะทิ แต่ผมเป็แค่คนที่หยาบกระด้างเกินไป การเรียนก็งั้น ๆ โอเค ธามเข้าใจแล้ว" ตอนนี้ความเจ็บค่อยๆแทรกซึมไปยังขั้วหัวใจอย่างช้าๆ
"ไม่ใช่อย่างนั้นนะธาม ที่ผ่านมามันดีมากจริงๆ"
"พอเถอะว่ะ พี่ไม่ต้องมาปลอบใจคนอย่างธามหรอก ธามก็พอรู้มาว่าพี่มีคนสนใจใหม่แล้วนิ หนุ่มน้อยหน้ามน เด็กคณะแพทย์ปีหนึ่ง ฉลาดสอบติดเข้าคณะแพทย์ระดับ 1 ของปีนี้ชื่ออะไรนะ ชื่อมิวนิคใช่ไหม"
"ธาม" พี่พร้อมถอดหายใจออกมาอย่างแ่เบา
"เอาเถอะ พี่ไปเถอะ"
"ธาม"
"ไปเถอะ ผมโอเค"
หลังจากพี่มันเดินหันหลังจากไป ข้าของผมค่อยอ่อนแรง ของขวัญวันเกิดปีนี้เกิดคาดจริงๆ ความเจ็บมันทิ่มแทงไปที่หัวใจอย่างชา
"หึหึ"
ระหว่างที่ธามกำลังจมลึกไปกับความรู้สึกอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีเสียงหัวเราะเพียงสั้นหลุดออกมาจากมุมมืด
"ใคร! หัวเราะเชี่ยอะไร" ซึ่งเสียงหัวเราะทำให้ผมรู้ว่าเมื่อกี้นั้นมีบุคคลที่สามฟังอยู่ด้วย หน้าอายชะมัด!
"โทษที" เสียงของชายปริศนาพร้อมกับกลิ่นบุหรี่ที่โชยมาเนื่องๆ
"ชั่งแม่งเถอะ! "
หลังจากนั้นธามก็เดินกลับไปในร้านกับความรู้สึกที่แสนขุ่นมัวและแตกต่างจากความรู้สึกก่อนหน้านี้
แต่พอไปถึงโซนโต๊ะของพวกผมนั่ง พบว่าตอนนี้มีเพียงไอ้เปรมกับไอ้เพียวที่นั่งดื่มกันอยู่
"อ้าว!! กลับมาแล้วหรอ กูคิดว่ามึงกับพี่พร้อมไปให้ของขวัญกันที่คอนโดกันซะแล้ว" เสียงของเพื่อนตัวดีสองคนของผมที่พูดไปยกแล้วดื่มไม่พัก
"แล้วพี่พร้อมละไปไหนแล้ว ออกไปพร้อมมึงไม่ใช่หรอ "ไอ้เปรมพูดแทรกขึ้นมา
"ไปตายห่าแล้วมั้ง ชั่งแม่งเถอะ เอาเหล้ามาดิ"
บอกตามตรงความรู้สึกผมตอนนี้ชาเย็นวาบไปทั้งขั้วหัวใจอยากจะลืมอ้อมกอดนั้นที่พี่มันให้กับผมทุกคืน อยากจะลืม แต่ก็ลืมไม่ได้ เพราะตอนนี้แผลสดแบบสุด ๆ ไปเลย แล้วคำพูดเมื่อกี้นั้นผมต้องเก็บซ่อนความรู้ในตอนนี้ไว้ลึกๆ ถึงแม้ตอนนี้อยากจะร้องไห้มากก็เถอะ
"เป็อะไรไปว่ะ ทำไมมึงกลับมาแล้วทำหน้ามุ่ยขนาดนี้ เกิดอะไรขึ้นกับมึง!!"
"กูเลิกกับพี่พร้อมแล้ว!"
"ห้ะ! อะไรนะ พวกกูหูฝาดไปใช่ไหม เกิดอะไรขึ้นตะกี้ยังถือเค้กอวยพรให้กันอยู่เลย แล้วไหนเป็งี้ล่ะ"
" ชั่งแม่งเถอะ!! คนอย่างกูไม่มีอะไรดีให้คนมารักหรอก " จากนั้นผมกระดกดื่มเหล้าที่เด็กเสริมที่มาเสริฟ์ แก้วแล้วแก้วเล่าจนตอนนี้หัวเริ่มมึนๆ หน้าร้อนๆ ขึ้นมา
"เดี๋ยว ๆ ใจเย็นมึง นั่นเหล้าไม่ใช่น้ำเปล่า กระดกซะขนาดนั้นเดี๋ยวก็เป็ตับแข็งตายพอดี " ไอ้เพียวพูดขึ้น
"คนอย่างกูมันก็มีแค่นี้แหละ ใครจะไปดีเท่ากับเด็กเข้าใหม่ หน้าตาน่ารักแบบนั่นวะ แถมฉลาดอีกต่างหาก กูจะเอาอะไรไปสู้เขาได้"
"พี่มันต่างหากมันโง่ เพื่อนกูมีดีตั้งเยอะว่าไหมไอ้เปรม"
"ใช่ ๆ มันโง่ ปล่อยไปเถอะคนอย่างนั้นไปเถอะว่ะ กูก็ตงิดๆใจอยู่ว่าทำไมวันนี้มันทำดูท่าทางแปลกั้แ่เข้ามาในร้านล่ะ ดูลุกลี้ลุกลน "ไอ้เปรมพูดเสริมขึ้น
ผมไม่ได้ตอบอะไรพวกมันอีกเลย ผมหันมาสนใจแก้วเหล้าใสที่ผมถืออยู่ มีแต่สิ่งนี้เท่านั้นที่ช่วยผมได้มากที่สุดในตอนนี้ได้
แต่ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ ที่ผมจมกับความรู้สึกนี้ บอกตามตรงว่าความรู้สึกนี้ยากจะเลือนรางหายไปง่ายๆ
"ธามมึงจะกลับเลยไหม เดี๋ยวพวกกูไปส่ง"
"กูยังไม่อยากกลับ พวกมึงกลับไปก่อนเลย กูนั่งคิดอะไรบางอย่าง"
"มึงแน่ใจนะว่าไม่ให้พวกกูอยู่ด้วยน่ะ "
"อื้ม กูโอเค พวกมึงไปเถอะ "
"เออๆ มีอะไรก็โทรหาพวกกูละกัน มึงก็รู้ว่าพวกกูอยู่ข้างมึงเสมอ"
"กูเชื่อ ไปเถอะมาทำซึ้งทำส้นตีนอะไร "
"นี่ดิ!ไอ้ธามเพื่อนกู เออ ๆ พวกกูไปละ"
หลังจากเพื่อนผมพากันกลับไป ผมก็กระดกขึ้นดื่มอีกแก้ว แก้วสุดท้าย เพราะตอนนี้ผมก็เริ่มมึน ๆ แล้ว
"ไปล้างหน้าหน่อยดีกว่า"
ทันทีที่ผมมายืนอยู่หน้ากระจก พบว่าสภาพผมตอนนี้ต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
"ทำไมว่ะ แม่งเอ๊ย!!!" ผมเอามือทุบไปกับอ่างล้างอย่างแรง จากนั้นน้ำตาที่ผมอดกลั้นตลอดทั้งเย็นมันค่อยเอ่อล้นออกมายากหยุดหรือกลั้นไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ผมรู้สึกว่าตอนนี้ผมอ่อนแอมากเหลือเกิน ไอ้ธามปากหมา ไอ้ธามคนเดิมหายไปไหน หรือผมเมามากจนไม่เหลือความเป็ตัวเองอีกต่อไปแล้ว ทำไมตอนนี้ที่ผมเห็นแต่ไอ้ธามคนขี้แพ้ คนไม่เอาถ่าน คนที่โหยหาความรักมากจน......อยากจะมีใครสักคนที่ช่วยผมลืมความรู้สึกนี้ในตอนนี้และเวลานี้ แค่่สั้นก็ยังดี...
แกร๊ก!
เสียงประตูห้องน้ำที่ถูกเปิดออกมาพร้อมกับชายร่างสูงโปร่งที่เดินออกมา มายืนด้านหลังผม แต่ด้วยความเมาของผมทำให้เห็นใบหน้านั้นไม่ชัดเพราะอาจจะเป็เพราะน้ำตาที่ไม่หยุดไหลอยู่ตอนนี้ ผมได้แต่เงยหน้ามองเห็นในความราง ๆ ว่าสันกรามที่คมแต่ก็พอรู้ว่าคนตรงหน้าดูมากเลยทีเดียว
"ให้กูช่วยให้มึงลืมเขาไหม"
"กูไม่รู้ว่ามึงเป็ใคร แต่กูอย่างจะลืมความรู้สึกเชี่ยแบบนี้ให้เร็วที่สุด!"
จากนั้นผมก็ถูกคนข้างหลังเอามือจับไหล่ของผมสองข้าง จับผมหันมาประจันหน้าเขาอย่างจัง จากนั้นหัวของผมก็ถูกดันให้มาอยู่บนแผงอกกว้าง ทันทีนั้นผมก็ได้ยินเสียงดังตุ๊บๆที่ดังจากด้านตัวอย่างได้ยินชัดเจน จากนั้นก็มีมือกว้างค่อย ๆ มาลูบที่หัวผมเบาๆ ซึ่งทำให้ผมรู้อุ่นใจขึ้นมานิดหนึ่ง ถึงแม้จะไม่ช่วยให้ลบความรู้สึกที่ผมแบกมาตลอดทั้งเย็นจวบจนตอนนี้เลยก็ตามแต่ก็ยังมีคนที่อยู่เคียงข้างผมตอนที่ผมไม่มีใคร ถึงแม้จะเขาคนนั้นจะเป็ใครก็ตาม...