ม่านห้องเก็บของเปิดออกพร้อมไป๋เจิ้นเสียงที่หอบม้วนผ้าทั้งม้วนเดินออกมาเขาวางผ้าม้วนนั้นลงบนโต๊ะ ถามสู่ขุยว่า “สู่ขุยทำไมเ้าถึงมาได้”
สู่ขุยอมยิ้ม ตอบว่า “ท่านพ่อ พอดีท่านแม่ให้ข้ามาซื้อซาลาเปาที่ร้านซาลาเปาสกุลลู่ข้าเลยแวะมารอท่านแล้วค่อยกลับบ้านด้วยกัน”
ไป๋เจิ้นเสียงเห็นใบหน้าขาวๆของลูกสาวแดงระเรื่อเนื่องจากวิ่งมา จึงทำได้แค่บ่น “เฮ้อ เ้าเด็กคนนี้ ทำไมต้องวิ่งเร็วปานนั้น”
เขาหยิบจอกชาที่ตัวเองใช้เป็ประจำเทน้ำชาใส่จอกส่งให้สู่ขุย “ชานี่เพิ่งชงมาหมาดๆ ร้อนหน่อยนะ ค่อยๆ ดื่ม ระวังจะลวกเอาได้”
น้ำชาร้อนจริงด้วยสู่ขุยรับจอกชาจากพ่อ มาดื่มไปพลางๆ ระหว่างนั่งรอบิดา
ไป๋เจิ้นเสียงกลับเข้าไปในห้องเก็บของเพื่อยกม้วนผ้าอีกครั้ง
ไป๋สู่ขุยยังดื่มชาไม่หมดจอกก็มีชายหนุ่มรูปงามร่างผอมสูงเดินเข้ามา แต่งตัวเหมือนเ้าหน้าที่จวนว่าการ สวมหมวกแบบขุนนางกับชุดสีแดงเข้มอายุราวๆ สิบสี่สิบห้าปี เป็ลูกชายคนเดียวของฟู่ถังเหนียน ชื่อว่าฟู่อิง
หลังจากฟู่อิงเดินเข้ามากำลังจะคุยกับบิดาสายตาพลันเหลือบเห็นไป๋สู่ขุย ดวงตาเรียวหรี่เล็กลง ในแววตาเปล่งประกายยินดีเขาก้าวเท้ายาวๆ เดินเข้ามา ยื่นมือลูบหัวไป๋สู่ขุยเบาๆ พลางพูดว่า “สวัสดี น้องสู่ขุย”
สู่ขุยขวยเขินที่ตนก็โตเป็สาวแล้วแต่ยังมีชายหนุ่มรูปงามอย่างพี่ชายบ้านสกุลฟู่ลูบหัว ใบหน้าน้อยๆ เริ่มแดง พูดตะกุกตะกักว่า“ท่านพี่ ข้าสบายดีเ้าค่ะ...”
ก่อนหน้านี้นางเคยแอบได้ยินท่านพ่อกับแม่เลี้ยงคุยกันว่าท่านลุงบ้านสกุลฟู่กับท่านป้าจะให้แม่สื่อมาคุยกับท่านพ่อ เื่อยากสู่ขอนางให้ฟู่อิง
ต่อมาไม่รู้เป็เพราะเหตุใดจึงไม่ได้ยินใครพูดอะไรอีกแต่หลังจากนั้นเป็ต้นมา เวลาสู่ขุยพบฟู่อิงก็อดเขินอายมิได้
สำหรับฟู่อิงแล้ว สู่ขุยเปรียบเสมือนน้องสาวคนหนึ่งเนื่องจากทั้งสองรู้จักกันมาั้แ่เด็ก เขายิ้มพลางลูบหัวสู่ขุยเล่น สู่ขุยมีผมหนาดำทั้งนุ่มยิ่งลูบก็ยิ่งสนุก เหมือนลูบหัวลูกสุนัข
สู่ขุยสูดลมหายใจเบาๆให้ตัวเองผ่อนคลาย ก้าวเท้าถอยหลังหลายก้าว นึกภาวนาให้หลุดพ้นจาก ‘เงื้อมมือปีศาจ’ของฟู่อิงที่ลูบหยอกหัวตน “ท่านพี่ ข้ามารอท่านพ่อกลับบ้านด้วยกันแล้วท่านมาทำอะไรหรือเ้าคะ” นางเงยหน้าถามขณะที่ฟู่อิงยีจนผมนางยุ่งเหยิงทั้งหัว
ฟู่อิงชูห่อกระดาษในมือซ้าย“ข้านำชามาให้ท่านพ่อกับท่านอาไป๋คนละห่อ” มีคนนำชาชั้นดีนี้มามอบให้ใต้เท้าเยี่ยที่เป็นายอำเภอ ใต้เท้าเยี่ยให้ฟู่อิงสองห่อเป็ของกำนัลเขานึกถึงคนชอบดื่มชาอย่างท่านพ่อกับท่านอาไป๋จึงเอามาให้
ผู้ดูแลฟู่เห็นลูกชายเพิ่งเจอสู่ขุยก็หยอกนางเสียแล้วหยอกจนสู่ขุยหน้าแดงก่ำ จึงอดยิ้มขันไม่ได้ เอ่ยว่า “ฟู่อิง ท่านอาไป๋ของเ้าเพิ่งเข้าไปเอาผ้าในห้องเก็บของอย่าได้เอาแต่แกล้งหยอกสู่ขุยเลย!”
สองสามีภรรยาสกุลฟู่ต่างชื่นชอบสู่ขุยที่น่ารักงดงามเดิมทีตั้งใจไว้ว่าจะสู่ขอสู่ขุยให้ฟู่อิง แต่ติดที่แม่เลี้ยงของนางค่อนข้างละโมบแค่อ้าปากก็พูดจะเอาค่าสินสอดสี่สิบตำลึงเงินให้ได้ ที่บ้านไม่อาจหาเงินมาได้ในเวลาอันรวดเร็วจึงหยุดความคิดนี้เอาไว้ชั่วคราว
ยังไงฟู่อิงก็มองสู่ขุยเป็แค่น้องสาวเขาหัวเราะพร้อมเอ่ยปากชวน “สู่ขุยเ้าอยากกินลูกกวาดไหมร้านข้างๆ เป็ร้านขายขนม ไปไหม ข้าจะพาเ้าไปซื้อ”
ในตอนแรกใบหน้าสู่ขุยร้อนมากแต่พอมาคิดๆ ดูก็รู้สึกว่าตนคิดมากไปเอง ฟู่อิงมองนางเป็น้องสาวเสมอมาเมื่อคิดได้แบบนี้นางค่อยรู้สึกสบายใจ พูดคุยหัวเราะกับฟู่อิง “ท่านพี่หนังสือฉือเสวี่ยนเล่มนั้นที่ให้ข้ายืมเมื่อครั้งก่อนดีมากเลยละถ้ามีที่คล้ายๆ แบบนั้นขอยืมอีกนะเ้าคะ”
แม้นางยังคงชอบกินลูกกวาดแต่ขืนยังตะกละแบบนี้รับรองว่าฟู่อิงต้องหัวเราะเยาะแน่
ไม่เพียงเท่านั้น สู่ขุยยังชอบอ่านหนังสือมากแต่ราคาหนังสือตามร้านแพงเกินไป นางไม่มีกำลังมากพอที่จะซื้อ ทำได้แค่ขอยืมจากคนนั้นทีคนนี้ที
ฟู่อิงฟังแล้วก็หัวเราะพูดว่า “ไว้ข้ากลับไปหาก่อน แล้วจะฝากท่านอาไป๋เอาไปให้เ้าละกัน”
เขาเป็คนเฉลียวฉลาดจึงเป็ที่ชอบพอของใต้เท้าเยี่ย ด้วยเหตุนี้ฟู่อิงมักได้รับใช้อยู่ในห้องหนังสือของใต้เท้าเยี่ยอยู่บ่อยๆจึงขอยืมหนังสือของใต้เท้าเยี่ยได้
ชั่วขณะนั้นไป๋เจิ้นเสียงก็หามม้วนผ้าหลายม้วนเดินออกมา
เดิมทีฟู่อิงเป็คนมีน้ำใจอยู่แล้วเมื่อเห็นแบบนี้จึงเดินเข้าไปรับม้วนผ้ามา “ท่านอาไป๋ ข้าทำเอง”
ไป๋เจิ้นเสียงเห็นชายหนุ่มช่วยยกของแบบนี้ก็ไม่รีรอรีบบอกลูกสาว “สู่ขุยเ้าไปรินชามาให้ฟู่อิงทีสิ”เขาหันไปมองหน้าฟู่อิง พูดว่า “อาอิงหนังสือที่เ้าให้สู่ขุยยืมเมื่อครั้งก่อนนางคัดตามทุกตัวอักษรเพื่อจะได้รีบคืนเ้า”
หลายปีที่เขากับฟู่ถังเหนียนรู้จักและทำงานให้ร้านขายผ้าของสกุลจินมาด้วยกันนี้เขามองดูฟู่อิงเติบโตและรู้ว่าฟู่อิงเป็คนฉลาด จิตใจดีงาม ในใจลึกๆ เขาชอบฟู่อิงมากอยากดองเป็ทองแผ่นเดียวกันกับฟู่ถังเหนียนมานานแต่ติดตรงที่นางแม่เสือที่บ้านแค่อ้าปากก็ทำให้เื่ดีๆ กลายเป็เื่ที่วันนี้ก็ยังไม่อาจตกลงได้
หลังจากฟังความแล้วฟู่อิงหันไปมองหน้าสู่ขุย พูดว่า “ดูไม่ออกนะ ว่าหญิงสาวอย่างเ้าจะชอบอ่านหนังสือด้วย”
เขาพูดยิ้มๆ ว่า “ไม่ต้องกังวลนะพี่ใหญ่จะหาหนังสือมาให้เ้าให้ได้”
สู่ขุยยิ้มหวาน “ขอบคุณเ้าค่ะท่านพี่”
หลังจากไป๋เจิ้นเสียงรับห่อชาจากฟู่อิงแล้วเขาทำได้แค่ยิ้ม พูดว่า “ขอบคุณเ้ามาก”แม้ใจจริงจะชอบฟู่อิงมาก แต่ก็พูดไม่ได้ ทำได้แค่เก็บไว้ในใจ
เมื่อผู้ดูแลฟู่เห็นสู่ขุยมองหน้าพ่อของนางบ่อยๆก็นึกสงสัยว่านางคงมีธุระจะปรึกษาพ่อแน่ๆ จึงพูดว่า “เจิ้นเสียงเ้ากลับไปก่อนได้เลยนะ ส่วนเื่ร้านเดี๋ยวข้าจัดการเอง”
ไป๋สู่ขุยคำนับผู้ดูแลฟู่ยิ้มให้ “ขอบคุณเ้าค่ะท่านลุงฟู่” นางหันไปทำความเคารพฟู่อิง แล้วดึงพ่อตัวเองออกจากร้านไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
เมื่อมองสองพ่อลูกเดินออกจากร้านไปฟู่ถังเหนียนจึงยิ้ม พูดว่า “ไม่น่าเชื่อว่าเ้าไป๋เจิ้นเสียงจะมีลูกสาวที่เปรียบเสมือนนางเซียนน้อยได้”
ได้ยินพ่อตัวเองชมสู่ขุยแบบนี้ฟู่อิงรีบพูดเสริมว่า “นั่นเป็เพราะน้องสู่ขุยเป็คนน่ารัก”เนื่องจากเขาเป็ลูกคนเดียว จึงหวังมาตลอดว่าจะมีน้องสาวสักคนด้วยเหตุนี้เขาจึงคิดเสมอว่าสู่ขุยที่โตมาด้วยกันเป็เหมือนน้องสาวแท้ๆ คนหนึ่ง
ผู้ดูแลฟู่มองหน้าลูกชายแล้วหัวเราะคิดว่า เ้าลูกชายคนนี้ยังไม่รู้จักโลกกว้าง
เขาได้แต่คิดเองว่าเมื่อถึงบ้านแล้วจะหารือกับแม่ของฟู่อิงดีๆ อีกครั้ง อาจจะเอาเครื่องประดับเ่าั้ของนางไปจำนำเพื่อรวบรวมเงินสินสอดให้ได้สี่สิบตำลึงเงินโดยเร็ว แล้วรีบกำหนดวันแต่งงานของทั้งสองหลีกเลี่ยงไม่ให้ซุนเอ้อร์เหนียงคนนั้นออกอุบายอะไรอีก
ในใจสู่ขุยหนักอึ้งระหว่างเดินตามบิดาไปร้านซาลาเปาสกุลลู่หลังจากได้ซาลาเปาไส้ปลาไหล ไส้หนังไก่ และไส้ไก่สับตามที่แม่เลี้ยง้าแล้วผู้เป็พ่อใช้มือซ้ายถือห่อซาลาเปา ส่วนนางสอดมือเข้าที่มือข้างขวาของพ่อสองพ่อลูกค่อยๆ เดินไปทางตรอกหลิ่วจือ
เวลานี้ท้องฟ้ามืดสนิทร้านข้างทางที่ยังเปิดร้านอยู่ต่างห้อยโคมไฟ โคมไฟส่องแสงสีเหลืองสลัวๆพลิ้วไหวไปมาตามสายลมหนาวยามราตรี แสงโคมที่สั่นไหวเกิดเป็เงาไหววูบดูน่ากลัว
พอเห็นว่าใกล้ถึงหน้าตรอกหลิ่วจือใจของสู่ขุยก็เต้นไม่เป็จังหวะ นางหยุดอยู่ใต้ต้นหลิวต้นหนึ่ง รวบรวมความกล้าเปิดปากพูดว่า“ท่านพ่อเมื่อ่เย็นเฉียนผอจื่อแวะมาที่บ้านเรา”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/003a2929fa2dd28f0e5a0bbc981a208f